ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 106 กู้ธนาคาร
บทที่ 106 กู้ธนาคาร
หลี่หนิงเซียนรู้สึกขนลุกวาบ เมื่อเห็นแววตาเป็นประกายราวกับหมาป่าหิวโซของหลินถงจนแทบพูดไม่ออก
“ฉันมีเรื่องด่วนอยากคุยด้วย รบกวนเวลาหน่อยได้ไหมคะ”
“ไปที่ห้องทำงานของผมเถอะ”
ภายในห้องทำงานของแพทย์ หลี่หนิงเซียนพูดเรื่องที่เธออยากคุยทันที เพราะเธอไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ฉันมีเรื่องยากให้คุณช่วย” เสียงของเธอราบเรียบ แต่หนักแน่น
“คุณต้องการให้ผมช่วยอะไร?” เขาถามออกไปในที่สุด รู้สึกเหมือนว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำตามที่เธอขอ
“ฉันอยากขอให้คุณไปธนาคารกับฉัน ช่วยค้ำประกันให้ฉันหน่อย ฉันอยากขอสินเชื่อจากธนาคาร มีเรื่องด่วนต้องใช้เงิน” เพียงได้ยินคำขอของหลี่หนิงเซียน หลินถงรู้สึกว่าเขายิ่งไม่เข้าใจผู้หญิงตรงหน้ามากขึ้น
“กงชุนไม่ยอมให้เธอเหรอ?” เธอเป็นภรรยาของกงชุน แล้วขาดเงินใช้ พวกเขาคนไหนก็คงไม่ยืนดูเฉย ๆ หรอก แต่ที่น่าสงสัยคือกงชุนรู้เรื่องนี้ไหม
“ฉันตั้งใจจะซื้อตึกในเมือง แต่เงินที่มียังไม่พอ และไม่อยากใช้เงินเก็บของกงชุน” หลี่หนิงเซียนอธิบาย สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียด “เลยคิดว่าจะกู้เงินจากธนาคาร แต่ธนาคารมีเงื่อนไขว่าต้องหาคนค้ำประกัน”
“ถ้างั้นยืมเงินผมไหม? จะเอาเท่าไหร่ก็บอกได้เลย” เสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ฉันไม่เอาหรอก กู้เงินธนาคารจะสบายใจกว่า” หลี่หนิงเซียนปฏิเสธทันที เธอไม่ต้องการพึ่งพาใครเกินความจำเป็น
“ตำแหน่งของผมค้ำประกันให้คุณไม่เหมาะ” อีกฝ่ายกล่าว พร้อมกับทำสีหน้าเสียดาย
“งั้นเหรอ…” หลี่หนิงเซียนตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แต่ผมรู้จักคนที่น่าจะช่วยได้” หลินถงพูดขึ้นทันที หลังจากคิดบางอย่างออก จึงพาหลี่หนิงเซียนมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ
เมื่อทั้งสองมาถึงสถานีตำรวจ ก็เข้ามาพบจงซวนที่ห้อง เขามองคนทั้งคู่ด้วยความงุนงง
“พวกคุณมาด้วยกันทำไม? ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกใช่ไหม?” จงซวนถามอย่างรวดเร็ว พลางรีบลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาให้ทั้งสองคน
“เธอมีธุระมาหานาย” หลินถงมีสีหน้าลำบากใจ เขาชี้ไปที่หลี่หนิงเซียน
เมื่อจงซวนได้ยินว่าหลี่หนิงเซียนต้องการใช้เงิน เขาก็ไม่รีรอที่จะตอบสนองทันที ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาแสดงออกถึงความจริงจังโดยไม่ลังเล เขาหยิบบัตรประจำตัวจากกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับยื่นให้อย่างรวดเร็ว
“ผมจะช่วยค้ำประกันให้คุณเอง ไม่ต้องกังวล” เขาพูดขึ้น น้ำเสียงมั่นคงราวกับเป็นเรื่องที่ตัดสินใจแน่นอนแล้ว
หลี่หนิงเซียนมองไปที่จงซวนด้วยความประหลาดใจ เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบรับ และพร้อมช่วยเหลือโดยไม่ถามอะไรเลย ไม่แม้กระทั่งจำนวนเงินที่เธอต้องการ
“คุณไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันจะกู้เท่าไหร่?” หลี่หนิงเซียนถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เธอรู้สึกทั้งซาบซึ้งและเกรงใจในเวลาเดียวกัน
“ไม่จำเป็นหรอกครับ” จงซวนส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมตอบอย่างตรงไปตรงมา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ผมยังยินดีช่วยในเรื่องอื่น ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกมาได้เลย” หลินถงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความห่วงใยให้หลี่หนิงเซียน
หลี่หนิงเซียนรู้สึกโล่งใจมากขึ้นกับการสนับสนุนจากทั้งจงซวนและหลินถง แม้ว่าเธอไม่อยากพึ่งพาใคร แต่การได้รับความช่วยเหลือจากคนที่เชื่อใจได้ก็ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ
“ว่าแต่ผมขอถามหน่อย ตึกที่เธอสนใจราคาเท่าไหร่?”
“สองหมื่นห้าพันหยวน”
“เธอมีเงินอยู่เท่าไหร่”
“ห้าพันหยวน ฉันต้องกู้ธนาคารอีกสามหมื่นหยวน” เธอขายโสมรอบก่อนได้เงินสี่พันหยวน เพราะตระกูลเต๋อถูกจับจึงได้เงินคืน และเธอมีเงินเก็บบางส่วนจากการขายซาลาเปาทอดน้ำ และสมุนไพรบางส่วน
“สามหมื่นหยวนมันเยอะมากนะ ไม่ยืมพวกเราแน่เหรอเธอไม่ต้องเสียดอกเบี้ยด้วย”
“ไม่ยืม ถ้ายืมฉันใช้ของกงชุนโดยตรงก็ได้ ยืมจากเขาไม่ง่ายกว่าหรือ?” ทั้งสองคนเงียบไป ก่อนหลี่หนิงเซียนจะอธิบายต่อ “ยิ่งกว่านั้น ฉันคิดว่าเรื่องของตัวเองก็ต้องวางแผนเอง รับความเสี่ยงในขอบเขตที่ตัวเองทำได้ ถ้าฉันมีปัญหาในการดำรงชีวิต เช่น รักษาโรค ขาดเงินเรียน เหตุผลคล้าย ๆ แบบนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือด่วน ค่อยขอยืม”
“…” ทั้งสองคนเงียบฟังสิ่งที่หลี่หนิงเซียนพูดต่อ
“แต่การซื้อตึกเป็นการลงทุน เป็นการหาผลกำไรให้ตัวเอง ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ฉันไม่ควรผลักภาระความเสี่ยงให้ญาติหรือเพื่อน มันควรเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเอง”
หลี่หนิงเซียนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เธอไม่ได้ต้องการตึกเพื่ออยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการลงทุนซึ่งมีความเสี่ยง และเธอเลือกที่จะแบกรับความเสี่ยงนั้นไว้เอง
พอฟังเหตุผลทำเอาหลินถง และจงซวนถึงกับเงียบกริบ พวกเขาไม่คิดว่าเธอจะมีความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวได้ถึงขนาดนี้ ในยุคที่ผู้คนมากมายมุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตน
หลี่หนิงเซียนกลับเลือกที่จะยึดมั่นในหลักการ และยอมเสียสละผลประโยชน์ตรงหน้า เพื่อเป้าหมายที่ไกลกว่า ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ เห็นแววความเห็นใจกงชุนผุดขึ้นในดวงตาของกันและกัน
พวกเขาอดขำไม่ได้ เมื่อนึกถึงท่าทีของหลี่หนิงเซียน เธอไม่คิดจะรับแม้แต่เงินจากกงชุน แล้วจะมาพูดถึงคนอื่นอย่างพวกเขาได้อย่างไร ในที่สุดหลินถงก็ลุกขึ้นยิ้ม ๆ แล้วตบบ่าจงซวน
“เหล่าซวนไปธนาคารกับหลี่หนิงเซียน แล้วก็… เธอเลี้ยงข้าวพวกเราด้วยล่ะ” เขาหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หลี่หนิงเซียน “บุญคุณใหญ่ขนาดนี้ ฉันต้องสั่งเมนูที่แพงที่สุดแล้ว!”
จงซวนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเก็บเอกสารเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วพยักหน้าให้หลี่หนิงเซียนเดินตามไป หลี่หนิงเซียนยิ้มเบา ๆ ในที่สุดพวกเขาก็ยอมช่วยเหลือ และยังเข้าใจความรู้สึกของเธอ ที่ไม่อยากติดค้างบุญคุณใคร การเลี้ยงข้าวจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
การกู้เงินดำเนินไปได้ด้วยดีเพราะเส้นสายของทั้งสองคน หลี่หนิงเซียนรู้สึกซาบซึ้งใจมาก พาทั้งคู่ทานไปอาหารกลางวันด้วยกัน หลังอาหารกลางวัน จงซวนต้องไปประชุมต่อ
ส่วนหลินถงอาสาไปดูบ้านกับหลี่หนิงเซียน เมื่อไปถึง หลินถงก็เดินสำรวจบ้านอย่างละเอียด ในใจหลินถงคิดว่าตึกหลังนี้ ทั้งทำเลที่ตั้ง และสภาพแวดล้อมล้วนไม่ดี ทั้งอยู่ติดตลาดสถานีรถไฟ โรงงาน และริมถนน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่หนิงเซียนถึงอยากได้บ้านหลังนี้
หลังจากเดินสำรวจบ้านเสร็จ หลินถงก็ถามหลี่หนิงเซียนด้วยสีหน้าลำบากใจว่า
“หรือว่าเราไปดูบ้านหลังอื่นกันดีไหม เรื่องเงินเธอไม่ต้องกังวล แต่สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยต้องคำนึงถึงระยะยาวหน่อยนะ” เขาเป็นห่วงว่าหลี่หนิงเซียนจะรีบร้อนตัดสินใจเกินไป
หลี่หนิงเซียนเห็นท่าทางจริงจังของหลินถง จึงแกล้งทำเป็นหันไปต่อรองราคา
“คุณก็เห็นแล้วนะคะ ญาติฉันไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ตึกหลังนี้ของคุณจะลดราคาลงอีกได้ไหมคะ?”
หลินถงได้ยินก็ยิ่งตกใจ เขาไม่ได้อยากให้เธอต่อราคา เขาไม่เห็นด้วยที่เธอจะซื้อบ้านหลังนี้ต่างหาก!
หลี่หนิงเซียนไม่สนใจท่าทางตกใจของหลินถง เธอแกล้งทำท่าทางเสียดายแล้วพูดกับเจ้าของบ้านว่า
“ถ้าคุณไม่สามารถลดราคาลงอีกได้ พวกเราก็คงต้องไปก่อนแล้วค่ะ การซื้อตึกสักหลัง ต้องได้เปรียบอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวชอบกันหมด หรือไม่ก็ราคาถูก ไม่อย่างนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่เหมาะสม ฉันจะไปดูตึกที่อื่นดีกว่า”
พูดจบ เธอก็ลากแขนหลินถงที่ยังคงยืนงง ๆ แล้วพาเขาเดินออกจากบ้านไป ระหว่างที่เดินออกจากบ้าน หลี่หนิงเซียนก็แอบนับเลขในใจ รอคอยปฏิกิริยาของเจ้าของตึก
หลี่หนิงเซียนยิ้มกริ่ม เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะประหยัดเงินได้อีกแล้ว เมื่อได้ยินเสียงเจ้าของตึกตะโกนไล่หลังมาด้วยความเจ็บใจ
“เดี๋ยวก่อน! หลี่หนิงเซียน บอกมาสิว่าคุณจะให้ราคาเท่าไหร่!”
หลินถงที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างมึนงง เขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย แต่สิ่งที่ติดตาเขากลับเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของหลี่หนิงเซียน
“สองหมื่นสามพันหยวน จ่ายเงินทำสัญญาทันที”
“ตกลง” ในที่สุดหลี่หนิงเซียนก็ซื้อตึกหลังนี้ได้ในราคาที่เธอพอใจมาก เจ้าของบ้านไม่ได้อาศัยอยู่แถวนี้ จึงส่งมอบกุญแจให้ทันที
cocojazz
ข้ามตอนที่ 105 ไปค่ะ รบกวนแอดมินด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ