ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 105 เขาเป็นที่หนึ่งในทุกด้าน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 105 เขาเป็นที่หนึ่งในทุกด้าน
บทที่ 105 เขาเป็นที่หนึ่งในทุกด้าน
ซงหย่งกระแอมเบา ๆ โดยไม่สนใจสีหน้าบูดบึ้งของเพื่อนรักที่นั่งข้าง ๆ เขายกมือชี้ไปที่โหลแก้วใบใหญ่สามใบในมือพ่อครัว แล้วประกาศว่า
“นี่เป็นอาหารพิเศษที่ผู้บัญชาการกงของพวกเรานำมาจากบ้านเกิด เป็นฝีมือของคนในครอบครัวผู้บัญชาการกง วันนี้ผู้บัญชาการกงเลยขอนำมาแบ่งให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน อย่าได้เกรงใจ!”
แม้ซงหย่งจะไม่ได้พูดถึง แต่คำว่าคนในครอบครัว ก็ทำให้ทุกคนอดคิดไปไกลไม่ได้ เพราะต่างก็รู้กันดีว่ากงชุนแต่งงานแล้ว ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาขอกงชุน ก็ยิ่งตอกย้ำข่าวลือเรื่องการคลุมถุงชน และภรรยาที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบ
ซงหย่งผายมือให้พ่อครัวเริ่มแจกจ่ายของให้กับทุกคน ก่อนเขาจะนั่งลงข้างกงชุนพร้อมรอยยิ้ม เขาแซวกงชุนด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ทำไม ยังเสียดายอยู่เหรอ ก็พี่เอาของกินมาตั้งสามโหลใหญ่ แบ่งให้ทุกคนชิมหน่อยจะเป็นไรไป”
กงชุนจ้องหน้าซงหย่งด้วยสายตาเย็นเยียบ รอจนรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งค้าง จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“รู้อยู่ว่าฉันเสียดาย คราวหน้าก็อย่ายุ่งกับของของฉัน” นั่นเป็นของที่หลี่หนิงเซียนตั้งใจทำให้เขา เขายังไม่ได้แตะต้องมันเลยสักนิด ยังไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะแบ่งให้ใครหรือไม่! แต่รุ่นน้องตัวดีกับไปแอบหยิบออกมาแจกจ่ายให้คนในกองทัพ
“เริ่มแจกจากโต๊ะนี้ก่อน” กงชุนหันไปสั่งพ่อครัว โดยไม่สนใจท่าทางอึ้ง ๆ ของซงหย่งแม้แต่น้อย
ซงหย่งจ้องมองมันฝรั่งทอดกับแอปเปิลในถาดอาหารของผู้บัญชาการกงชุนด้วยแววตาเหยียดหยัน
“ดูท่าทางหวงของนี่สิ มีอะไรดีนักหนา ก็แค่มันฝรั่งกับแอปเปิลนิดหน่อยเท่านั้นเอง” เขาพูดเยาะเย้ยพลางสั่งให้พ่อครัวตักให้บ้างเล็กน้อย
กงชุนไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาคีบมันฝรั่งเข้าปากเงียบ ๆ นึกถึงภาพของหลี่หนิงเซียนที่ตื่นแต่เช้ามาทำอย่างตั้งใจ เมื่อรสชาติมัน ๆ เค็ม ๆ แตะปลายลิ้น กงชุนก็ยิ้มมุมปาก มองซงกหย่งที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงข้ามด้วยความขบขัน
ซงหย่งไม่ได้สนใจท่าทางของกงชุน เขารีบลองคีบแอปเปิลดองเข้าปากดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“อร่อย!” เขาพึมพำ รสชาติกรอบอร่อย เค็มหวาน กลมกล่อมของแอปเปิลดองทำให้เขาตะลึงงัน เขาไม่รอช้า รีบลองพุทราตากแห้งรสชาติอันยอดเยี่ยมทำให้เขาแทบหยุดไม่ได้
ซงหย่งไม่เคยกิน มันฝรั่ง แอปเปิลดอง และพุทราตากแห้งที่อร่อยแบบนี้มาก่อนในชีวิต ความดูถูกเหยียดหยันที่เคยมีต่อกงชุนแปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งและอยากรู้อยากเห็นแทน
บรรดาคนอื่น ๆ ในโรงอาหารต่างทำสีหน้าไม่ชอบ และเอือมระอา เมื่อเห็นมันฝรั่ง แอปเปิลดอง และพุททราตากแห้งที่ถูกนำมาแจกจ่าย ยิ่งมันฝรั่งที่จัดว่าเป็นของหาง่ายมีเป็นอาหารสำรองทุกบ้านยิ่งไม่มีใครอยากกิน แต่ด้วยเกรงใจท่านผู้บัญชาการกง ทุกคนจึงได้แต่เงียบไว้
หลังจากที่ได้ลองชิมรสชาติของทุกอย่างที่ดูแสนธรรมดาเหล่านั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป กลายเป็นประหลาดใจ และตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็รีบตักข้าวเข้าปากจนแก้มตุ่ย บ้างก็รีบไปขอเพิ่มจากพ่อครัว ซ้ำยังตักไปมากมายราวกับกลัวจะถูกแย่งชิง
แม้แต่คนที่มักจะวางตัวสุขุม ก็ยังอดใจไม่ไหวกับรสชาติที่ได้ลิ้มลอง กวาดมันฝรั่งจนหมดจานในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนจะถือจานอาหารไปหาพ่อครัว เพื่อขอเพิ่มอีกสองถึงสามทัพพี
ทุกคนล้วนเคยลิ้มของพวกนี้มาก่อน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รสชาติจะอร่อยกลมกล่อมได้ถึงเพียงนี้
เมื่อซงหย่งกินของในจานจนหมด เขาก็เตรียมตัวจะไปขอเพิ่มบ้าง แต่กลับพบว่าขวดโหลทั้งสามใบว่างเปล่าเสียแล้ว เหลือเพียงน้ำดองแอปเปิลติดอยู่ก้นโหลเท่านั้น
เขาจ้องมองจานตัวเอง แล้วพึมพำอย่างหัวเสีย “ไอ้พวกบ้านี่ กินกันอย่างกับอดอยากมาจากไหน ไม่รู้จักประหยัดกินกันบ้างเลย!”
“ว่าแต่ พี่ไปหาเอาพวกนี้มาจากไหน อร่อยจริง ๆ! หรือว่าเมียชาวบ้านของพี่เป็นคนทำ?” ซงหย่งถามขึ้น เมื่อเทียบกับฝีมือภรรยาของกงชุนแล้ว หมูผัดน้ำมันที่เขาตักใส่จานไว้ก่อนหน้านี้ ช่างดูจืดชืด ไร้รสชาติไปโดยสิ้นเชิง
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากด้านข้าง ซงหย่งหันไปมอง ก็เห็นกงชุนวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น ดูเหมือนจะกินอิ่มแล้ว และเตรียมตัวกลับ
ทหารในโรงอาหารต่างรุมล้อมซงหย่ง หลังจากที่ผู้บัญชาการกงออกไป ทุกคนต่างเอ่ยปากชมของที่ได้กินไม่หยุดปาก
“รองผู้บัญชาการซง ของพวกนี่ภรรยาผู้บัญชาการกงทำจริง ๆ เหรอ อร่อยมาก! ยังมีอีกไหม?”
“ใช่ ๆ ฉันไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อน ผู้บัญชาการกงโชคดีจริง ๆ ที่ได้ภรรยาเก่งแบบนี้!”
“ดูภรรยาคนอื่นสิ แล้วนึกถึงภรรยาของผม ผมอยากจะทิ้งเธอไปเลย คนเรานี่เปรียบเทียบกันแล้วทำให้อิจฉาตายจริง ๆ!”
“พวกเราสู้ผู้บัญชาการไม่ได้จริง ๆ เขาเป็นที่หนึ่งในทุกด้านของการฝึก แม้แต่งงานช้าที่สุด แต่กลับได้ภรรยาที่เก่งกว่าพวกเราอีก นี่มันยุติธรรมที่ไหนกัน!”
ด้านกงชุนที่เดินออกจากโรงอาหารมา ตอนนี้นึกถึงตอนที่หลี่หนิงเซียนทำของพวกนี้ให้เขา เธอตั้งใจทำมากจนมีดบาดมือ แต่เขากลับได้กินของที่เธอทำให้ไปแค่ไม่กี่คำ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย
แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ คือทำไมเธอถึงโทรมาหาเขา หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไร เขาตัดสินใจลองโทรกลับไปหาเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่มีคนรับเหมือนเดิม
เมื่อกลับจากไปทานอาหารที่บ้านตระกูลกง คุณปู่ก็เข้านอนแต่หัวค่ำ หลังจากฟังวิทยุได้ไม่นาน ส่วนหลี่หนิงเซียน หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เดินไปที่ทำการหมู่บ้าน เธอคิดว่ากงชุนน่าจะเลิกงานแล้ว และอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะรู้ไหมว่าเธอโทรหา
ท่ามกลางแสงจันทร์พบเพียงความมืด และความเงียบ เธอได้ยินเสียงโทรศัพท์อย่างชัดเจน แต่พอเข้าไปใกล้ทุกอย่างเงียบสนิท เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองหูแว่วไปเอง หรือโทรศัพท์ถูกวางสายไปแล้ว
ใบหน้าของกงชุนผุดขึ้นมาในหัว เธอตัดสินใจรอ เผื่อว่าเขาจะโทรกลับมา ระหว่างที่รอ หลี่หนิงเซียนคิดว่าเธอจะต้องหาเงิน ซื้อโทรศัพท์ที่บ้าน เพื่อที่จะได้ติดต่อกันได้สะดวก
แต่แม้เวลาจะผ่านไปนาน โทรศัพท์ก็ไม่ดังขึ้นอีกเลย แม้กระทั่งแสงไฟในหมู่บ้านก็ดับลงแล้ว เธอจึงยอมแพ้และเดินกลับบ้าน แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ทันทีที่เธอก้าวออกจากที่ทำการหมู่บ้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงกริ่งดังก้องกังวานในความเงียบ ทว่าไม่มีใครได้ยิน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่หนิงเซียนตื่นแต่เช้า เธอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็หยิบสมุดบัญชีเงินฝากของตัวเองกับที่กงชุนให้มา เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าวันนี้ต้องซื้อตึกหลังนั้นที่อยู่ในเมืองให้ได้
เมื่อมาถึงตัวเมือง หลี่หนิงเซียนตรงไปที่ธนาคารก่อนเป็นอันดับแรก เธอถอนเงินสี่พันหยวนออกมาจนหมด จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่หลินถงทำงานอยู่ เพราะเธอมีเรื่องสำคัญที่ต้องการให้เขาช่วย
“หลี่หนิงเซียน เธอมาได้ยังไง?” หลินถงทักอย่างดีใจปนประหลาดใจเมื่อเห็นหลี่หนิงเซียน ที่จริงเขาเองก็กำลังคิดจะไปเจอหลี่หนิงเซียนพอดี อยากไปถามเรื่องหนังสือเล่มนั้น
แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา กงชุนยังอยู่ เขาจึงไม่กล้าไป เพราะรู้ดีว่ากงชุนหวงเธอมาก คงไม่ยอมให้เธอมาเจอเขาแน่ ๆ ดีที่กงชุนกลับไปประจำการที่กองทัพแล้ว เขากำลังจะหาโอกาสแอบไปหาหลี่หนิงเซียนวันนี้ ไม่นึกเลยว่าเธอจะมาหาเขาถึงที่แบบนี้