ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 107 เลือกยกร่างให้คุุณ
บทที่ 107 เลือกยกร่างให้คุุณ
กงชุนกระวนกระวายใจทั้งคืน เขาคิดถึงหลี่หนิงเซียน จนแทบนอนไม่หลับ พอเช้าขึ้นก็รีบโทรศัพท์ไปที่หมู่บ้านทันที โชคดีที่เลขาธิการพรรค มาทำงานแต่เช้า ทำให้มีคนรับสาย
เลขาธิการพรรคดีใจมากที่กงชุนโทรมา เลยถือโอกาสรายงานความคืบหน้า เรื่องจุดรับซื้อสมุนไพร ที่เกิดขึ้นจากความช่วยเหลือของกงชุน และเลขาธิการพรรคยังพูดชื่นชมหลี่หนิงเซียนไม่หยุดปาก ราวกับกลัวว่ากงชุนจะไม่รู้ว่าชาวบ้านซาบซึ้งในตัวหลี่หนิงเซียนแค่ไหน
กงชุนที่ตอนแรกรอฟังข่าวของหญิงสาวด้วยใจจดจ่อ กลับต้องมาฟังเรื่องที่เขาไม่ได้อยากรู้ รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“กงชุน ว่าแต่นายโทรกลับมามีธุระอะไรหรือเปล่า?” เลขาธิการพรรคที่เพิ่งนึกขึ้นได้ถามขึ้น
(ผมอยากคุยกับหลี่หนิงเซียน ช่วยบอกให้เธอโทรกลับหาผมด้วย) กงชุนพูดเสียงเรียบ
“ไว้เธอกลับมาฉันจะรีบบอกให้” เลขาธิการพรรควางโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว แล้วรีบออกไปตามหลี่หนิงเซียน
กงชุนวางโทรศัพท์อย่างเบามือ เขากลับจ้องมองโทรศัพท์ในมืออย่างคนเหม่อลอย รู้สึกกระวนกระวายใจแปลก ๆ แค่คิดว่าหลี่หนิงเซียนต้องอยู่คนเดียวที่หมู่บ้านโดยไม่มีเขา เขาก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
แม้ว่าหลี่หนิงเซียนจะดูเข้มแข็ง และสามารถดูแลตัวเองได้ แต่เขาไม่อยากปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความยากลำบากเพียงลำพังได้อีก เขาจะทำอย่างไรให้เธอเต็มใจมาอยู่เคียงข้างเขาได้นะ?
“เฮ้ย พี่! รีบไปกับฉันเร็ว มีเรื่องเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาให้นายรีบไปเดี๋ยวนี้!” ซงหย่งมองตามแผ่นหลังของกงชุนที่รีบร้อนออกไปด้วยสีหน้ากังวล
หลังจากจัดการเรื่องเอกสารที่บ้านหลี่หนิงเซียนเสร็จสิ้น หลินถงต้องรีบเดินทางไปโรงพยาบาล เขากล่าวลาพร้อมสัญญาว่าจะคอยช่วยเหลือหากหลี่หนิงเซียนต้องการความช่วยเหลืออีก
ส่วนหลี่หนิงเซียนมุ่งหน้าไปที่บ้านลุงฟานเต๋อ เธอตั้งใจจะขนย้ายของมาไว้ที่ตึกก่อน ระหว่างที่สำรวจตัวตึก เธอจดบันทึกรายการซ่อมแซมที่จำเป็น ทั้งการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง และการต่อเติมพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมกับการเปิดร้าน
หลี่หนิงเซียนเดินสำรวจพื้นที่ภายในตึกอย่างพินิจพิเคราะห์ ในหัวเธอเริ่มวาดภาพร้านอาหารที่จะเกิดขึ้น ชั้นล่างจะต้องปรับให้เป็นพื้นที่รับรองลูกค้าที่กว้างขวาง โปร่งสบาย
ส่วนด้านหลังจะกั้นเป็นครัว ทำให้โปร่งเพื่อจะได้ระบบระบายอากาศ และต้องมีพื้นที่เก็บวัตถุดิบ ส่วนหน้าร้านจะติดกระจกใสขนาดใหญ่ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูสว่างและเชิญชวน ผนังด้านหนึ่งจะทำเป็นอิฐโชว์ ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอบอุ่น สร้างบรรยากาศ
ชั้นบนเธอวางแผนจะแบ่งเป็นสองส่วน ด้านหนึ่งเป็นห้องรับประทานอาหารแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อีกด้านจะเป็นที่พักอาศัยของเธอเอง เธอตั้งใจจะให้ช่างเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานของร้านอาหารได้อย่างปลอดภัย
และก็เธอตั้งใจจะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นมุมชงชา นำชาคุณภาพดีมาให้บริการ พร้อมขนมแบบดั้งเดิมที่หาทานได้ยาก เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ชื่นชอบวัฒนธรรมการชงชาแบบจีนโบราณ
เธอวางแผนจะติดต่อช่างฝีมือที่ไว้ใจได้มาประเมินราคา และเริ่มงานในเร็ววัน โดยตั้งใจจะปรึกษากับหลินถงกับจงซวนเรื่องการเลือกช่างที่น่าเชื่อถือ เพราะพวกเขาน่าจะช่วยได้
หลังจากสำรวจตัวอาคารจนครบทุกซอกทุกมุม หลี่หนิงเซียนรู้สึกพอใจกับสถานที่แล้ว เธอก็มุ่งหน้ากลับบ้าน เพื่อที่จะได้มีเวลาคิดอาหารที่เธอจะขาย เธอตั้งใจว่าจะเปิดร้านขายอาหารหลังจากมีการประกาศเปิดประเทศ ระหว่างนี้เธอคงต้องหาเมนูอื่นมาขายที่ตลาดรอก่อน เพราะยังไงเธอก็ยังเช่าแพงอยู่
แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องนอน หลี่หนิงเซียนนอนหลับลึกจนกระทั่งพบว่าตัวเองอยู่ในความฝันที่แปลกประหลาด ภายในห้องสีขาวที่ไม่มีที่สิ้นสุด
“เธอ…” เสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อเธอหันไปมองก็ต้องตกใจ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ผู้หญิงที่เธอคุ้นตาอย่างประหลาด
“คุณ… คุณคือ…” หลี่หนิงเซียนพูดติดขัด เมื่อตระหนักว่าเธอคือเจ้าของร่างที่ตังอาศัยอยู่ ผู้หญิงคนนั้นส่งรอยยิ้มจาง ๆ มาให้เธอ
“ใช่ ฉันคือหลี่หนิงเซียนเจ้าของร่างนี้” หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ “ฉันรู้ว่าคุณคงมีคำถามมากมาย”
“ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ในร่างของคุณ?” เธอถามออกไปทันที
“เรื่องมันเริ่มต้นที่วันนั้น…” หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ “วันที่ฉันประสบอุบัติเหตุตกน้ำ แต่กลับไม่มีใครคิดจะลงมาช่วยเหลือ เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฉันเจ็บปวด และเศร้าใจ ในช่วงเวลาที่กำลังจะจมลงใต้ผืนน้ำ กับไร้คนที่หวังดีคิดช่วย ภาพสุดท้ายที่ติดอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว คือคุณปู่และพี่ชายฉัน” น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของหญิงสาว
“…”
“คุณคือวิญญาณที่มาในเวลาที่เหมาะสม ตัวฉันเป็นคนเลวที่ทำเรื่องไม่ดีไว้มาก และยังมีทั้งความอ่อนแอ โง่เขลา ไม่สมควรได้รับโอกาสใด ๆ แต่ไม่ใช่กับคุณ คุณเป็นคนดีเหมาะสมที่จะมีชีวิตต่อไป ฉันกับคุณเราตายลงในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ร่างฉันยังไม่ถึงที่ตาย ฉันจึงเลือกยกร่างให้คุุณ”
“เธอ…”
“ฉันทำร้ายคนที่รักฉัน และยังทิ้งปัญหาไว้ให้คุณมากมาย ฉันได้เห็นแล้วว่าตัวฉันเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่ฉันก็ยังอยากจะขอร้องคุณเป็นครั้งสุดท้าย”
“เธอจะขออะไร” เธอถามด้วย
“ช่วยดูแลครอบครัวแทนฉันที คุณปู่และพี่ชายคือคนที่สมควรได้รับความรักจากหลี่หนิงเซียนมากที่สุด”
“ฉันสัญญาว่าจะดูแลพวกเขาอย่างดีที่สุด”
“ฉันเชื่อค่ะว่าคุณทำได้” หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา “ฉันเห็นทุกอย่างที่คุณทำมาตลอด ทั้งการดูแลคุณปู่ การทำงานหนัก ขอบคุณมากนะคะ คุณทำได้ดีมากเลย ถ้าเป็นฉันคงทำไม่ได้” หญิงสาววางมือบนไหล่เธอ “ฉันขอมอบร่างนี้ให้คุณ ขอให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และช่วยดูแลครอบครัวของเราต่อไป”
“ฉันสัญญา” เธอพยักหน้า “ฉันจะรักและดูแลพวกเขาเหมือนเป็นครอบครัวของฉันเอง”
“ขอบคุณค่ะ” เสียงของหญิงสาวค่อย ๆ เลือนหาย พร้อมกับภาพตรงหน้าที่เริ่มพร่าเลือน “ขอให้มีความสุขกับชีวิตใหม่นะคะ…”
เธอลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น และความหวัง หลี่หนิงเซียนรู้ว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริง การเดินทางที่เธอจะต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าของร่างนี้
“ฉันทำให้หลี่หนิงเซียนไม่ถูกคนรังเกียจได้แล้วนะ” หวังว่าวิญญาณของร่างนี้คงไม่ต้องห่วงอะไรอีก
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้โปรดน้องสาวลอยมาตามสายลม เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคย แม้ในยามที่เขากำลังหลับใหล กลิ่นหอมนั้นพาเขาเข้าสู่ห้วงความฝัน ในความมืดมิด เงาร่างบางค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นใบหน้าที่เขาคิดถึงมาตลอด
“หลี่หนิงเซียน…”
“พี่ใช้ชีวิตของพี่ได้แล้วนะ มีคนมาดูแลตัวฉันได้แล้ว” น้องสาวยิ้มบาง ๆ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขา
“หมายความว่ายังไง” เขาก้าวเข้าไปใกล้ พยายามจับมือน้อง แต่สัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า
“ชีวิตคนมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ อย่าใจร้ายกับหลี่หนิงเซียนคนใหม่นะ และใช้ชีวิตของพี่เพื่อตัวเองเถอะ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
ร่างของหลี่หนิงเซียนเริ่มจางหายไปพร้อมกับหมอกควัน เขาวิ่งตามเงาร่างน้องสาวที่ค่อย ๆ ห่างไกลออกไป ไม่ว่าจะพยายามไล่ตามแค่ไหนก็ไม่อาจเอื้อมถึง
“หนิงเซียน! หลี่หนิงเซียน!” เขาตะโกนเรียกชื่อของน้อง วิ่งจนล้มลงด้วยความเหนื่อยหอบ มือที่ยื่นออกไปสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า แม้แต่ปลายเส้นผมของน้องก็ไม่อาจแตะต้อง
“หลงเฟย! หลี่หลงเฟย!” เสียงของจางโหวเพื่อนเขาดังขึ้น พร้อมกับการเขย่าตัวเบา ๆ เขาสะดุ้งตื่น เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า เขาลุกขึ้นนั่ง สายตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่แสงจันทร์ยังคงสาดส่องเหมือนในความฝัน