ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 104 ประกายแห่งความหวัง
บทที่ 104 ประกายแห่งความหวัง
ชาวบ้านที่กำลังจะกลับบ้าน ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง เมื่อพี่ชายคนหนึ่งจากหมู่บ้านข้างเคียงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“หลี่หนิงเซียน นี่คุณขายของในเมืองจริง ๆ เหรอ? ไม่มีใครมาจับหรือไง?”
คำถามนี้ทำให้ทุกคนหันมาสนใจ เพราะในอดีตการลักลอบค้าขายถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง ใครที่ทำอาจถูกตราหน้าว่าเป็นนายทุนเถื่อน ต่างจากหลี่หนิงเซียนในตอนนี้ ที่ขายของอย่างเปิดเผย ไม่แยแสสายตาใคร
“ตอนนี้ไม่เข้มงวดเหมือนแต่ก่อนแล้ว มีคนทำเยอะแยะ ตราบใดที่ทำตามกฎระเบียบของตลาดก็ไม่มีปัญหา” หลี่หนิงเซียนอธิบาย
คำพูดของหลี่หนิงเซียน ทำให้หลายคนตาลุกพราย มีคนหนึ่งถามอย่างร้อนรน
“แล้ววันหนึ่งคุณขายได้กำไรเท่าไหร่” แน่นอน นี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุด ใคร ๆ ก็เห็นว่าช่วงนี้ครอบครัวตระกูลหลี่ร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตา จากที่เคยยากจนข้นแค้น
ตอนนี้กลับมีข้าวของเครื่องใช้อย่างดี ทั้งตู้เสื้อผ้า นาฬิกาวิทยุ บ้านตระกูลหลี่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกระจกที่ติดตั้งใหม่ ทำให้บ้านหลังนี้ดูโดดเด่น ไม่เหมือนใครในหมู่บ้าน
ชาวบ้านทุกคนต่างจับจ้องไปที่หลี่หนิงเซียนด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง รอคอยคำตอบที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา หากหลี่หนิงเซียนสามารถหาเงินได้จากการค้าขาย พวกเขาก็อาจจะทำตามบ้าง ขายของในเมืองเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
หลี่หนิงเซียนมองเห็นความหวังในแววตาของทุกคน เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นอย่างไม่ปิดบัง
“บอกไม่ได้หรอก ว่าแต่ละวันจะขายได้เท่าไหร่ บางวันก็มาก บางวันก็ไม่มาก แต่ถ้ารวม ๆ กันแล้ว เดือนนึงก็ได้ไม่น้อยกว่าคนงานในเมืองค่ะ”
คำพูดของหลี่หนิงเซียนสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน การค้าขายทำเงินได้เท่าการเป็นคนงานอย่างนั้นหรือ! ชาวบ้านต่างทราบกันดีว่า คนงานที่ไม่ได้มีฝีมืออะไร ก็ยังได้รับเงินเดือนอย่างน้อยยี่สิบหยวนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่ชาวนาที่ต้องขุดดินทำกินอย่างพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
หลี่หนิงเซียนทำให้ทุกคนตะลึงยิ่งกว่าเดิม ด้วยการพูดประโยคที่ทำให้พวกเขาแทบหยุดหายใจ
“จริง ๆ แล้ว ฉันคนเดียวก็ทำไม่ไหว ถ้าใครสนใจอยากเรียน ฉันก็สอนให้ได้ แต่วันนี้ดึกแล้ว เอาไว้อีกไม่กี่วัน ถ้าไม่ยุ่ง ใครอยากเรียนลองทำซาลาเปาทอดน้ำก็มาหาฉันได้ มีอีกหลายไส้ที่ฉันยังไม่เคยทำขาย”
ทันทีที่สิ้นเสียง แววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวังอีกครั้ง หลายคนตัดสินใจในใจ ว่าจะต้องไปเรียนทำซาลาเปาทอดน้ำกับหลี่หนิงเซียนให้ได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
ขณะที่แจกอาหารพร้อมกับให้ชาวบ้านลองกินซาลาเปาทอดน้ำ หลี่หนิงเซียนสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดใจเมื่อพวกเขาได้ลิ้มลอง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า ภายในใจของเธอกำลังขบคิดแผนการบางอย่าง เดิมทีเธอตั้งใจว่าจะเก็บเงินซื้อตึกให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเริ่มต้นทำสิ่งนี้ แต่ดูเหมือนว่า โอกาสจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด
วันนี้ชาวบ้านต่างพากันยิ้มแย้มและชื่นชมซูลี่ บอกว่าเธอโชคดีที่มีลูกสะใภ้ขยันขันแข็งอย่างหลี่หนิงเซียน จนเธอรู้สึกเขินอายไม่น้อย ใครจะคิดว่าหลี่หนิงเซียนที่ชาวบ้านต่างเคยหัวเราะเยาะว่าเป็นคนขี้เกียจ เอาแต่กิน จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้ขนาดนี้
แม้แต่ตัวซูลี่เองที่เคยรังเกียจหลี่หนิงเซียน ตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าลูกสะใภ้คนนี้เปลี่ยนไปมาก จนต้องมาเยี่ยม และเอาอกเอาใจถึงบ้าน
“ป้าซู มีอะไรเหรอคะ?” หลี่หนิงเซียนถาม
“ฉันกลัวว่าเธอจะยุ่งจนไม่ได้ทำอาหาร ที่บ้านฉันทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวเธอกับคุณปู่ไปกินด้วยกันนะ ไม่ต้องทำอาหารเองหรอก” ซูลี่ยิ้มพลางเดินเข้ามาจับมือหลี่หนิงเซียน
ทำให้เธอแปลกใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่แม่กงชุนชวนเธอไปกินข้าวที่บ้าน โดยเฉพาะในวันที่กงชุนไม่อยู่บ้าน
“แต่ว่าฉันทำอาหารไว้แล้ว ยังเหลือพอดีสำหรับฉันกับคุณปู่ค่ะ”
“ฉันก็ต้มเนื้อให้คุณปู่ด้วยนะ ไม่ต้องห่วง ไปบ้านฉันไม่ขาดทุนหรอก!” ซูลี่ตั้งใจแน่วแน่ว่าวันนี้จะต้องพาหลี่หนิงเซียนกลับบ้านให้ได้
“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า?” หลี่หนิงเซียนถามอย่างระแวง ไม่รู้ว่าซูลี่มีแผนอะไร
“มีเรื่องเล็กน้อยจะปรึกษากับเธอและคุณปู่ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่อยากให้เธอกลับมากินข้าวที่บ้าน” ซูลี่ไม่กล้าบอกความจริงที่อยู่ในใจ เธอกลัวว่าลูกชายจะจากไป เธอกลัวว่าหลี่หนิงเซียนจะทิ้งลูกชายของเธอ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอมาที่นี่ เพื่อพาลูกสะใภ้กลับบ้าน
เธอจึงยิ้มและจับมือหลี่หนิงเซียนไว้ แต่แววตาฉายแววกังวลเล็กน้อย ขณะพูดว่า “อีกอย่าง เธอแต่งงานกับกงชุนแล้ว ก็เป็นคนในครอบครัวกงของเราแล้ว การที่เธอกินอยู่ที่บ้านเดิมทุกวันแบบนี้ มันไม่ถูกต่อไปนี้ เธอกับคุณปู่ต้องมากินข้าวที่บ้านเราทุกวันเย็น เราถึงจะเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ!”
หลี่หนิงเซียนเห็นท่าทางมุ่งมั่นของซูลี่ ก็ไม่กล้าขัดจึงยอมตอบตกลงจะไปกินข้าวที่บ้านตระกูลกง ความกังวลเล็ก ๆ ในใจของเธอก็ยังไม่หายไป เธอสงสัยว่าซูลี่ต้องการอะไรจากเธอ แต่อีกด้านหนึ่ง เธอก็อยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เพื่อความสัมพันธ์ในจะได้แน่นแฟ้นขึ้น
“ซูลี่พูดถูกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อไปสองครอบครัวเราก็กินข้าวด้วยกันเลย และอีกอย่างหลี่หนิงเซียน ต่อไปห้ามเรียกว่าป้าซู ให้เรียกว่าแม่!” หลี่จ้านที่นั่งอยู่พูดขึ้นบ้าง สายตาประสานกับแม่กงชุนอย่างมีเลศนัย หลี่หนิงเซียนได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีก
ด้านกงชุนเพิ่งเลิกงานจากแผนกธุรการ ก็มีพนักงานมาแจ้งว่ามีคนโทรมาหา เขาแอบรู้สึกตื่นเต้นเล็ก ๆ คิดว่าน่าจะเป็นหลี่หนิงเซียน เพราะก่อนจากกัน เขาได้ให้เบอร์โทรศัพท์เธอไว้
“แจ้งชื่อไว้ไหม”
“เห็นว่าชื่อหลี่หนิงเซียนค่ะ” พอได้ยินชื่อหลี่หนิงเซียนจา เขาก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานแล้วกดโทรกลับทันที แต่โทรศัพท์ดังอยู่นานก็ไม่มีคนรับสาย พอมองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเลยหกโมงเย็นแล้ว
กงชุนมองดูโทรศัพท์มือถืออย่างไม่สบอารมณ์ รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป เพราะที่ทำการในหมู่บ้านเลิกงานตั้งแต่สี่โมงกว่า ๆ แล้วคงจะไม่มีคนอยู่รับสาย
ทันใดนั้น ซงหย่งก็เดินเข้ามาโอบไหล่เขาอย่างสนิทสนม กงชุนสะบัดแขนออกอย่างไม่พอใจ
“อย่ามาทำแบบนี้ ถ้าคนอื่นเห็นเข้าจะดูไม่ดี” ซงหย่งหัวเราะ
“ที่นี่ไม่มีคนนอกสักหน่อย” สายตาของเขามองไปที่โทรศัพท์ในมือของกงชุนอย่างใคร่รู้ “พี่กำลังโทรหาใครอยู่เหรอ?”
“ภรรยาของฉัน” กงชุนตอบ
ซงหย่งเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นกงชุนพูดถึงผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นด้วยความภาคภูมิใจ
“ไปกินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวโรงอาหารปิด” ซงหย่งรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะผลักหลังกงชุนให้เดินออกไป
ในใจของซงหย่งกำลังซ้อมบทละครเรื่องใหญ่ เขารู้สึกมั่นใจว่ากงชุนต้องหย่ากับภรรยาคนนี้อย่างแน่นอน เพราะผู้ชายที่เก่งกาจอย่างกงชุน สมควรที่จะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เพียบพร้อม อย่างลููกสาวผู้บังคับบัญชาการกองพลมากกว่า เมื่อถึงตอนนั้น กงชุนจะต้องรุ่งโรจน์และขอบคุณเขาอย่างแน่นอน!
กงชุนแม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในท่าทางของซงหย่ง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขาจึงเดินนำไปที่โรงอาหารอย่างไม่สนใจเรื่องราวอะไร
ภายในโรงอาหาร คึกคักไปด้วยเจ้าหน้าที่ระดับกลางกว่าสามสิบคนที่กำลังรับประทานอาหารกลางวัน พวกเขาล้วนเป็นศิษย์ที่ได้รับการฝึกสอนจากผู้บัญชาการกง ทันใดนั้น บรรยากาศครึกครื้นก็เงียบลง เมื่อรองผู้บัญชาการซงลุกขึ้นยืน ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาด้วยความสงสัย
“ทุกคนครับ มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ!”
cocojazz
ข้ามตอนที่ 105 ไปค่ะ รบกวนขอตอนที่ 105 ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ