ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 562 ผลงานใหม่
บทที่ 562 ผลงานใหม่
………………..
บทที่ 562 ผลงานใหม่
เย่เสี่ยวจิ่นไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “อาจารย์เสิง ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเธอดูไม่เหมือนกำลังโกหก เสิงซิ่งเสียนก็วางใจ พยักหน้า “งั้นก็ดีแล้ว”
“ฉันอนุมัติวันลาให้เธอแล้ว ตอนเย็นมาเรียนพิเศษก็พอ”
หลังออกจากห้องทำงาน เย่เสี่ยวจิ่นเดินตรงไปที่ร้านหนังสือนอกมหาวิทยาลัย
เธอใช้เงินไปไม่น้อยกับการซื้อกระดาษและพู่กันสำหรับคัดอักษร แล้วนำกลับมาที่หอพัก
เนื่องจากตอนกลางวันต้องเข้าเรียน คนอื่น ๆ จึงไม่กลับมาที่หอพัก
เย่เสี่ยวจิ่นอยู่ในหอพักตั้งแต่เช้าจนถึงห้าโมงเย็น ถึงได้ถือม้วนกระดาษเดินออกจากตึกหอพัก
เธอไปที่ร้านหนังสือนอกมหาวิทยาลัยก่อน เพื่อติดกระดาษลงบนม้วนกระดาษให้เรียบร้อย แล้วค่อยเดินกลับมหาวิทยาลัย
ทางด้านชมรมคัดลายมือ
เสิ่นหมินอันประธานชมรมคัดลายมือรอต้อนรับอยู่ที่ชมรมด้วยตัวเอง พอเห็นคุณปู่เฉิงแล้วก็แสดงสีหน้าขอโทษทันที
“ท่านเฉิง เรื่องนี้ต้องเป็นความผิดพลาดในการทำงานของคนในชมรมแน่ ๆ ครับ ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ผมสั่งให้คนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ามีอะไรตกหล่นหรือเปล่า”
จริง ๆ แล้วมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันคัดลายมือทั่วประเทศกว่าพันคน การตกหล่นไปหนึ่งหรือสองชิ้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ทำไมถึงต้องเป็นผลงานของลูกศิษย์อาจารย์เฉิงที่หายไปด้วย!
ถ้าทำให้อาจารย์เฉิงไม่พอใจขึ้นมา เขาคงไม่มีวันดีๆ แน่
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดถูกเก็บรวมไว้ในห้องเก็บของ
คุณปู่เฉิงสั่งให้เสิ่นหมินอันพาเขาไปที่ห้องเก็บของ
ห้องเก็บของมีขนาดประมาณห้าสิบตารางเมตร ตรงกลางมีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ที่มุมห้องมีถาดหมึกเคลือบลายครามวางอยู่หลายใบ ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของตำราเก่า
ผนังฝั่งตรงข้ามหน้าต่างเป็นชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน บนนั้นมีม้วนอักษรวางซ้อนกันนับพันหรืออาจถึงหมื่นม้วน
เนื่องจากกังวลว่าผลงานของเย่เสี่ยวจิ่นอาจจะปะปนอยู่ในนั้น ตอนนี้พนักงานทุกคนจึงต้องค่อย ๆ หยิบออกมาดูทีละม้วน
“พวกคุณรีบหาหน่อย ดูให้ละเอียด อย่าให้ตกหล่น”
คิ้วที่ขมวดของคุณปู่เฉิงยังคงไม่คลายออก
“เหล่าเสิ่นเอ๋ย เรียกคนที่รับผิดชอบจัดการผลงานที่ส่งเข้าประกวดครั้งนี้มาให้หมด”
คราวนี้คุณปู่เฉิงยังพาเฉิงซื่อมาด้วย เฉิงซื่อยืนยันว่าเขาได้ส่งมอบของให้กับคนของสมาคมแล้ว ต้องเรียกทุกคนมาดูหน้า จำเป็นต้องยืนยันให้ได้ว่าของยังอยู่ในสมาคม
เสิ่นหมินอันพยักหน้า สั่งให้คนไปเรียกตัวมา
ในช่วงวันที่รับผลงานเข้าประกวด มีเจ้าหน้าที่ห้าคนผลัดเปลี่ยนกันทำงาน เสิ่นหมินอันจึงเรียกทั้งห้าคนมา
เฉิงซื่อกวาดตามองทั้งห้าคน แล้วชี้ไปที่คนหนึ่ง “เป็นเขาคนนี้ ก่อนหน้านี้ผมส่งผลงานคัดอักษรให้เขา”
“เป็นหลัวมู่นี่เอง” เสิ่นหมินอันพูด
ชายที่ชื่อหลัวมู่ดูเหมือนจะจำเฉิงซื่อได้บ้าง
เฉิงซื่อรีบถาม “วันนั้นผมส่งผลงานคัดอักษรให้คุณใช่ไหม?”
เขาหยิบรายชื่อแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
เสิ่นหมินอันสงสัย “นี่คืออะไร?”
หลัวมู่เกาศีรษะอย่างเขิน ๆ “ผมจำไม่ได้ว่ามีใครบ้างที่ส่งผลงานเข้าประกวด เลยทำรายชื่อออกมาหนึ่งชุด แล้วก็จดชื่อผลงานที่ผมรับมาไว้ทั้งหมด”
ขณะที่พูดเขาก็คลี่กระดาษออก ที่ช่องของเย่เสี่ยวจิ่นมีตัวอักษรสามคำว่า “เย่เสี่ยวจิ่น” เขียนด้วยปากกาสีดำอย่างบิดเบี้ยว
ใบหน้าแดงเรื่อด้วยความอาย “ท่านประธานเสิ่น ลายมือผมไม่ค่อยสวย…”
เสิ่นหมินอันไม่ได้พูดอะไร เขาหยิบกระดาษในมือขึ้นมาดู
สีหน้าของเขาดูหม่นลงเล็กน้อย ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาโบกมือเรียกผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ “ไปเอารายชื่อผู้เข้าแข่งขันในห้องทำงานของฉันมาให้หน่อย”
ก่อนหน้านี้ที่คุณปู่เฉิงได้โทรมาถาม เสิ่นหมินอันบอกแค่ชื่อของเฮ่อหมิงเยว่เท่านั้น
และเขาจำได้ราง ๆ ว่าในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่เขาได้รับมา ไม่มีชื่อของเย่เสี่ยวจิ่นเลย!
เสิ่นหมินอันค้นหาอย่างละเอียดหนึ่งรอบ และก็เป็นอย่างที่คิด ไม่มีชื่อของเย่เสี่ยวจิ่นอยู่จริง ๆ!
เขาหน้าดำทะมึน หันไปพูดกับคุณปู่เฉิงว่า “คุณชายครับ ตอนนี้มั่นใจได้เลยว่ามีคนจงใจปลอมแปลงผลงานของเย่เสี่ยวจิ่น คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย ถึงขั้นลบชื่อของเย่เสี่ยวจิ่นออกจากรายชื่อไปด้วย”
ปัง!
คุณปู่เฉิงโกรธจัดจนตบโต๊ะ “สืบ! สืบให้ฉัน ฉันอยากรู้นักว่าใครมันใหญ่โตขนาดไหน ถึงกล้ามาเล่นลูกไม้ในสมาคมคัดลายมือ!”
เมื่อได้ยินเสียงตบโต๊ะของคุณปู่เฉิง ทุกคนในห้องเก็บของต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คราวนี้คุณชายเฉิงโกรธจริง ๆ แล้ว
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป ทุกคนค้นหาม้วนอักษรบนชั้นหนังสือจนทั่ว แต่ก็ยังไม่พบผลงานของเย่เสี่ยวจิ่น
หลัวมู่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยจัดการผลงานของเย่เสี่ยวจิ่น เขาก็กระตือรือร้นช่วยค้นหา ร่วมกับทุกคนเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย
หลัวมู่รู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดในวันนั้น เขาและเจ้าหน้าที่อีกคนเป็นผู้นำเข้ามาเก็บด้วยตัวเอง และเขามั่นใจว่าไม่มีใครนำอะไรออกไปแน่นอน
หลัวมู่เดินวนรอบโต๊ะกลมกลางห้องเก็บของ สายตาเหลือบไปเห็นโถหมึกเคลือบลายครามในมุมห้อง จู่ ๆ ก็ชะงัก
สมองแวบความคิดบางอย่างขึ้นมา ตะโกนว่า “ประธานเสิ่น! จะเป็นไปได้ไหมว่าอยู่ในโถหมึก!”
เสิ่นหมินอันและคนอื่น ๆ ในที่นั้นต่างตะลึง
ทันใดนั้นดวงตาของเสิ่นหมินอันก็เป็นประกาย “ใช่ ๆๆ เป็นไปได้มาก ไปเอาอุปกรณ์มา ลองงมดูว่ามีอะไรข้างในไหม”
ไม่นานก็มีคนนำคีมเหล็กมา แล้วยื่นเข้าไปงมในโถหมึกรอบหนึ่ง
เงยหน้าขึ้นมาส่ายหน้า
เสิ่นหมินอันรู้สึกร้อนใจ ชี้ไปที่โถถัดไป “ดูอันนี้ต่อ”
ในห้องมีโอ่งอยู่สามใบ ทุกใบบรรจุหมึกอยู่เกือบครึ่ง
ชายคนนั้นพยักหน้า แล้วย้ายคีมคีบไปยังโอ่งอีกใบ
คุณปู่เฉิงและเสิ่นหมินอันต่างเข้าไปล้อมดู
กระดาษที่แช่อยู่ในโอ่งหมึกมานานเกินไป พอคีมคีบกวนน้ำหมึกที่ดำสนิท ก็มีบางสิ่งที่จับตัวเป็นก้อนลอยขึ้นมา
หลัวมู่ตบหน้าผากตัวเองแล้วพูดว่า “ต้องเป็นเพราะคีมสั้นเกินไปแน่ ๆ ยังไม่ถึงก้นโอ่ง ไปหาคีมที่ยาวกว่านี้มา”
ไม่นาน ก็มีคนนำคีมที่ยาวขึ้นมา และคีบสิ่งที่มีลักษณะเป็นแท่งดำ ๆ ขึ้นมาจากโอ่งหมึกได้อย่างง่ายดาย
ที่ติดอยู่ข้าง ๆ แท่งนั้นดูเหมือนจะเป็นผ้าที่ถูกฉีกขาด สภาพน่าสยดสยองจนไม่กล้ามอง
พนักงานยังพบแท่งไม้อีกครึ่งหนึ่งในโอ่งหมึกอีกใบ
สีหน้าของคุณปู่เฉิงเกือบจะดำเท่ากับหมึกในโอ่งแล้ว
เขากลั้นความโกรธแล้วพูดว่า “เอาไปล้าง”
แม้จะไม่สามารถล้างให้สะอาดได้ทั้งหมด แต่ล้างสักรอบ อย่างน้อยก็พอจะแยกแยะได้ว่าเป็นของที่เขาให้เย่เสี่ยวจิ่นหรือไม่
ม้วนกระดาษที่มอบให้กับเย่เสี่ยวจิ่นนั้น เป็นของที่คุณปู่เฉิงเลือกมาด้วยตัวเอง เป็นของที่เก็บรักษาไว้ที่ตระกูลเฉิงในเมืองหลวง ปกติแล้วแทบไม่กล้าใช้เลย
แม้แต่ผ้าที่ใช้ก็เป็นผ้าไหมชั้นดีที่สุด มันวาวเป็นประกาย
ระหว่างที่รอ สีหน้าของคุณปู่เฉิงก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย
ผ่านไปประมาณสิบห้านาที เจ้าหน้าที่ก็เดินถือถาดเข้ามา
“ประธานเสิ่น ล้างเสร็จแล้วครับ”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
กลั่นแกล้งกันแรงมากถึงกับเอาผลงานคัดอักษรไปซ่อนในโอ่งหมึก ใครเป็นคนทำ คุณปู่เฉิงไม่เก็บไว้แน่ๆ
ไหหม่า(海馬)
………………..
khunnaaypang
ความอิจฉาริษยานี้เป็นงูพิษดีๆนี่เอง