ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 559 มีเพียงคนเดียวที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 559 มีเพียงคนเดียวที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
บทที่ 559 มีเพียงคนเดียวที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
………………..
บทที่ 559 มีเพียงคนเดียวที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
เย่เสี่ยวจิ่นและเฉียวเถียนหย่ายืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง
หลินน่าที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ เห็นเฮ่อหมิงเยว่ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ กะทันหัน รีบวิ่งเข้าไปหา
“หมิงเยว่ เป็นอะไรไปหรือ?” หล่อนถามด้วยความกังวล
พอก้มมองก็พบว่าปลายนิ้วทั้งสิบของเฮ่อหมิงเยว่ถลอก เลือดกำลังไหลซึม
หล่อนตกใจ “หมิงเยว่! เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนี้เฮ่อหมิงเยว่ทั้งหงุดหงิดทั้งกลัว ซ้ำร้ายหลินน่ายังคอยถามนั่นถามนี่อยู่ข้างหู น้ำตาจึงไหลอาบแก้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
หล่อนผลักหลินน่าอย่างแรง “ถาม ๆๆ รู้จักแต่ถามอยู่นั่นแหละ! น่ารำคาญไหม!”
หลินน่าไม่ทันตั้งตัว โดนผลักจนก้นกระแทกพื้นปูน เจ็บจนลุกไม่ขึ้น
เฮ่อหมิงเยว่ไม่แม้แต่จะมอง ลุกขึ้นเดินไปหาเย่เสี่ยวจิ่น
“เย่เสี่ยวจิ่น” เฮ่อหมิงเยว่กัดฟันพูด “ฉันจะไม่มีวันแพ้เธอเด็ดขาด!”
พูดจบ เฮ่อหมิงเยว่ก็ไม่สนใจหลินน่า หมุนตัวเดินออกนอกมหาวิทยาลัยไป
เฉียวเถียนหย่าทำหน้างง “เสี่ยวจิ่น เธอมีปัญหากับเฮ่อหมิงเยว่นี่หรือ?”
เย่เสี่ยวจิ่นส่ายหน้า
เป็นเฮ่อหมิงเยว่ฝ่ายเดียวต่างหากที่คิดว่าเธอเป็นศัตรู
หลินน่านั่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าซีดขาว เย่เสี่ยวจิ่นทนดูไม่ได้จึงเดินเข้าไปหา
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”
หลินน่ารู้สึกเจ็บที่กระดูกก้นกบ หล่อนกัดฟันทนความเจ็บปวดแล้วขอความช่วยเหลือ “สหาย ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลให้ฉันหน่อย…”
เย่เสี่ยวจิ่นตกลงและโทรเรียกรถพยาบาลให้หล่อน
ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็เตือนหลินน่าด้วยความหวังดี
“เฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้ไร้พิษภัยอย่างที่เห็นภายนอกหรอก เมื่อกี้เธอก็…” เธอกวาดสายตามองด้านหลังของหลินน่า “ยังไงก็ระวังตัวไว้หน่อยนะ”
ถ้าเย่เสี่ยวจิ่นไม่พูด หลินน่าอาจจะยังคิดในแง่ดีอยู่
คิดว่าเมื่อกี้เฮ่อหมิงเยว่แค่รีบร้อนเกินไป เลยผลักหล่อนโดยไม่ตั้งใจ
แต่…
ตอนนี้เย่เสี่ยวจิ่นก็พูดแบบนี้ ทำให้หล่อนอดนึกถึงแววตาของเฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้
ดวงตาที่ดูน่ากลัวและเย็นชานั่นทำให้คนรู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว
เฮ่อหมิงเยว่ที่หล่อนรู้จัก เป็นเด็กสาวที่อ่อนโยนและใจดีจริง ๆ หรือ?
เฉียวเถียนหย่าไม่มีเรื่องซุบซิบไหนที่ไม่อยากรู้ ระหว่างทางกลับหอพัก หล่อนก็ถามเรื่องของเฮ่อหมิงเยว่ไม่หยุดปาก
เย่เสี่ยวจิ่นอธิบายให้หล่อนฟังอย่างใจเย็น
บอกแค่ว่าเฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่ภายนอกแสดงออก
“…ฉันตกใจมาก” เฉียวเถียนหย่าทำหน้าตกใจกลัว “ไม่คิดว่าเฮ่อหมิงเยว่จะเป็นคนแบบนี้ ดูภายนอกเหมือนเทพธิดาที่บริสุทธิ์และสง่างาม ทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นได้”
เฉียวเถียนหย่าพยักหน้าแรง ๆ “วางใจได้ ๆ ฉันจะไม่ยุ่งเด็ดขาด”
ความเข้มข้นของการฝึกในค่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เย่เสี่ยวจิ่นแทบไม่มีเวลาฝึกคัดลายมือเลย ได้แค่ฝึกสิบกว่านาทีตอนนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด
ระหว่างนั้นเธอกลับไปเมืองซิงเฉิงเพื่อสอบกลางภาคที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ด พอสอบเสร็จตอนบ่ายก็รีบกลับปักกิ่งทันที
ไม่นานหลังจากนั้น ก็ถึงการแข่งขันคัดลายมือ
รูปแบบการแข่งขันคัดลายมือแตกต่างจากการแข่งขันอื่น ๆ โดยแต่ละคนต้องส่งผลงานคัดลายมือหนึ่งชิ้นเพื่อคัดเลือกรอบแรก คนที่ผ่านรอบแรกถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันสด
คุณปู่เฉิงสั่งให้คนนำกระดาษและพู่กันมาให้เธอ เย่เสี่ยวจิ่นใช้เวลาช่วงบ่ายเขียนตัวอักษรหนึ่งชุด จากนั้นก็ให้คนนำกลับไป
คนที่มารับของเป็นคนของตระกูลเฉิง หลังจากได้รับของแล้วเขาก็กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงก่อน
ในเวลาเดียวกัน เฮ่อหมิงเยว่ก็กำลังมาเยี่ยมที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงพอดี
ทันทีที่คนผู้นั้นปรากฏตัว สายตาของเฮ่อหมิงเยว่ก็จับจ้องไปที่มือของเขา
หล่อนเอ่ยปากอย่างอ่อนโยน “นี่เป็นผลงานที่น้องเสี่ยวจิ่นส่งเข้าประกวดใช่ไหม? ฉันขอดูหน่อยได้ไหม?”
ในห้องโถงมีเพียงเฮ่อหมิงเยว่คนเดียว คนอื่น ๆ อยู่ที่ลานหลังบ้านผึ่งแดดกันหมด เฮ่อหมิงเยว่บังเอิญมาหยิบของพอดี
หล่อนเดินไปที่โต๊ะอาหาร คลี่ม้วนกระดาษออก พอเห็นตัวอักษรตัวแรกก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ
หล่อนเป็นคนที่เรียนการเขียนอักษร
ดีหรือไม่ดีย่อมดูออกได้ในแวบเดียว
ตัวอักษรชุดนี้ของเย่เสี่ยวจิ่นเพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมา ถึงขนาดทำให้เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกเหมือนว่าผู้เขียนต้องฝึกฝนการเขียนอักษรมาแล้วห้าหกสิบปี
ตัวอักษรแบบนี้ มีเพียงผู้ที่ฝึกฝนมาหลายสิบปีเท่านั้นถึงจะทำได้!
เฮ่อหมิงเยว่คิดอย่างรวดเร็ว หล่อนไม่เชื่อว่าตัวอักษรนี้เป็นฝีมือของเย่เสี่ยวจิ่น
ความภาคภูมิใจของหล่อนไม่ยอมให้หล่อนยอมรับว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะเก่งได้ขนาดนี้
เย่เสี่ยวจิ่นไม่มีทางที่จะเทียบหล่อนได้
นี่จะต้องเป็นของปลอมแน่ ๆ!
คนคนนั้นก็พูดอย่างทึ่งว่า “ใช่เลย ตอนแรกที่ผมเห็นยังนึกว่าเป็นลายมืออาจารย์เฉิงเสียอีก ลายมือที่ชำนาญขนาดนี้ต้องใช้เวลาฝึกหลายสิบปีถึงจะทำได้ ไม่แปลกเลยที่อาจารย์เฉิงพอเห็นหล่อนก็รับเป็นศิษย์เลย พรสวรรค์ขนาดนี้น่าตกใจจริง ๆ”
ถ้าเย่เสี่ยวจิ่นรู้ความคิดของเขา เธอคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณระบบนะ
ปกติเธอไม่มีเวลาว่างมากพอจะฝึกคัดอักษร แต่ในห้องสมุดที่มีเวลาว่างแค่สิบกว่านาที กลับเท่ากับเวลาปกติสิบกว่าชั่วโมง
ระบบเปิดโหมดพิเศษให้เธอ ในการเรียนรู้เสมือนจริงมีคอร์สคัดอักษรให้ เย่เสี่ยวจิ่นได้เรียนเสริมอย่างหนักเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือน ทำให้ลายมือของเธอพัฒนาขึ้นมาก
ทางนี้ เย่เสี่ยวจิ่นใช้เวลาว่างใช้สุ่มรางวัลที่สะสมไว้ในบัญชีระบบจนหมด เช่าโกดังชั่วคราว แล้วจ้างรถบรรทุกขนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และต้นไม้ที่สุ่มได้กลับไป
เธอเตรียมจะให้เย่จื้อผิงขยายพื้นที่ฟาร์ม โดยเช่าที่ดินรอบ ๆ ที่ชาวนาคนอื่นไม่ได้ใช้
ปีนี้เย่เสี่ยวจิ่นแทบไม่ได้ดูแลเรื่องฟาร์มเลย ได้แต่ฟังเย่จื้อผิงเล่าว่าปีนี้รายได้ของฟาร์มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขามีเงินเก็บพอสมควรแล้ว
หลี่ชุ่ยชุ่ยถึงกับคิดว่าจะเอาเงินออกมาซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ในเมืองหลวงสักหลัง เพื่อที่เวลาว่างจะได้มาอยู่เป็นเพื่อนเย่เสี่ยวจิ่น
หลังจากหลิวเยว่คลอดลูก หล่อนก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
เย่จวินไม่อยากให้หล่อนต้องลำบากอีก จึงไปทำหมันที่โรงพยาบาลเลย บอกว่าขอแค่ลูกสองคนก็พอ
เมื่อหลี่ชุ่ยชุ่ยกับเย่จื้อผิงรู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้พูดอะไร กลับสนับสนุนเขาเสียด้วย
ครอบครัวพวกเขามีคนเยอะ เย่จวินมีลูกสองคนก็เพียงพอแล้ว
หลังจากหลิวเยว่ร่างกายแข็งแรงดี เย่จวินก็ปรึกษากับหล่อนเรื่องเปิดร้านอาหารด้วยกัน
เขาวางแผนเรื่องนี้มานานแล้ว
ตอนนี้มีเวลาว่างแล้ว ในที่สุดก็สามารถลงมือทำได้
เย่จวินเตรียมการมานาน แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็โทรหาเย่เสี่ยวจิ่นหลายครั้ง
เย่เสี่ยวจิ่นแลกหนังสือเกี่ยวกับการบริหารร้านอาหารมาจากระบบหนึ่งปึก แล้วเขียนจดหมายฉบับยาวส่งให้เย่จวิน
ขณะที่ทุกอย่างกำลังจัดการเกือบเรียบร้อย ผลการคัดเลือกรอบแรกของการแข่งขันคัดลายมือก็ออกมาแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นยุ่งมาก ไม่มีเวลาสนใจเลย
เขาจับจังหวะโทรหาคนในสมาคมคัดลายมือเมืองหลวง พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “เหล่าเสิ่น ลูกศิษย์สองคนของฉันเข้ารอบด้วยอันดับที่เท่าไหร่หรือ?”
“เหล่าเสิ่น” ที่เขาพูดถึงชื่อเสิ่นหมินอัน เป็นประธานสมาคมคัดลายมือเมืองหลวง เป็นคนรู้จักเก่าแก่ของคุณปู่เฉิง
เสิ่นหมินอันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ลูกศิษย์สองคนงั้นเหรอ? มีแค่คนที่ชื่อเฮ่อหมิงเยว่เท่านั้นที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ และอาจารย์ที่ปรึกษาก็เขียนชื่อคุณไว้”
“นอกจากคนนี้แล้ว ก็ไม่มีคนอื่นอีกแล้วนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คุณปู่เฉิงก็ชะงักค้าง
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คุณปู่เฉิงคะ มีศิษย์คนหนึ่งของท่านลอบวางยาศิษย์อีกคนของท่านแหละค่ะ
ไหหม่า(海馬)
………………..
khunnaaypang
กล้าวางยาน้องเสี่ยวจิ่น คิดดีแล้วหรือ