ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 993 จะต้องไปแล้ว / ตอนที่ 994 หน้าด้านไร้ยางอาย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 993 จะต้องไปแล้ว / ตอนที่ 994 หน้าด้านไร้ยางอาย
ตอนที่ 993 จะต้องไปแล้ว / ตอนที่ 994 หน้าด้านไร้ยางอาย
ตอนที่ 993 จะต้องไปแล้ว
สาวใช้ดูมึนงงเล็กน้อย
“คุณหนู คนคนนี้หน้าคุ้นๆ นางน่าจะเป็น…”
“ใช่แล้ว! ลูกสาวของพี่ชายน้องชายฮูหยินใหญ่…”
“คุณหนู นางเป็นคุณหนูลูกพี่ลูกน้องของครอบครัวที่ตงอันหรือเปล่า ถึงอย่างไรข้าก็อายุมากกว่าคุณหนูสองสามปี ตอนที่ลูกพี่ลูกน้องของท่านคนนี้มาในตอนนั้น คนในจวนต่างก็ชอบนางมาก จึงได้มีความทรงจำหลงเหลืออยู่บ้าง เพียงแต่เวลาผ่านไปนาน รูปร่างหน้าตาของนางก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ข้าก็เลยไม่แน่ใจ”
“นางนั่นแหละ!” แม่นางโจวตากลับเป็นประกายทันที “ข้าว่าแล้ว คราวที่แล้วที่เห็นนางก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก!”
“แต่คุณหนูคนนั้นทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” สาวใช้เอ่ยถาม
“เรื่องนี้ข้ารู้ ข้าได้ยินท่านแม่พูดมาก่อนหน้านี้ บ้านเราได้จดหมายแจ้งข่าวจากทางตงอันว่ามีการจัดเตรียมงานแต่งให้กับลูกพี่ลูกน้องของข้าคนนี้ แต่นางกลับหนีการแต่งงาน ท่านแม่ข้ายังบอกว่านางใจกล้ามาก ทางตงอันยังรอให้นางกลับไปแต่งงานอยู่เลย ส่งจดหมายมาถามตั้งหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่ท่านย่าก็ยังหานางไม่พบ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่านางจะอยู่ใต้จมูกนี่เอง!” แม่นางโจวยิ้ม
นางไม่ทราบว่าที่ตงอันจัดการแต่งงานแบบไหนให้กับอวี๋เซียน
แต่นางรู้ว่าท่านย่าที่บ้านกำลังกังวลเรื่องนี้ หากนางบอกว่าตนเองพบอวี๋เซียนแล้ว ท่านย่าจะต้องชมนางแน่ๆ
“คุณหนูคิดจะบอกฮูหยินผู้เฒ่าหรือไม่เจ้าคะ” เฉี่ยวเอ๋อร์กังวลเล็กน้อย
“ต้องบอกอยู่แล้ว” แม่นางโจวรีบเอ่ยทันที
“แม้ว่าจะห่างกันหนึ่งชั้น แต่ท่านก็ควรจะเรียกนางว่าท่านพี่นะเจ้าคะ นางเป็นญาติของบ้านใหญ่ หากท่านบอกนายหญิงผู้เฒ่าโดยไม่บอกบ้านใหญ่ ข้ากลัวว่าจะทำให้บ้านใหญ่ขุ่นเคือง…เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง ฮูหยินใหญ่คงจะไม่ค่อยพอใจนัก”
ฮูหยินใหญ่ที่เฉียวเอ๋อร์พูดถึงนับไปก็เป็นท่านอาหญิงของอวี๋เซียน
ฮูหยินใหญ่เป็นภรรยาของนายท่านผู้เฒ่าที่แต่งเข้ามาหลังจากที่ฮูหยินคนเดิมเสียไปแล้ว
นางมีโจวเว่ยจงแค่คนเดียว ในจวนเขานับเป็นลำดับที่สาม
ก่อนหน้าเขายังมีพี่ชายอีกสองคน ซึ่งเกิดจากภรรยาเอกเสียชีวิตไปแล้ว
ด้วยสาเหตุนี้ ตระกูลโจวจึงไม่ค่อยพอใจฮูหยินใหญ่นัก เพราะกลัวว่านางจะมีใจคิดแย่งทรัพย์สมบัติของครอบครัว ดังนั้นจึงให้การดูแลแก่คุณชายที่เกิดก่อนทั้งสองคนเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่ได้ใส่ใจโจวเว่ยจงนัก
ตอนนั้นตระกูลโจวส่งเด็กๆ ไปปกป้องคุ้มครองรัชทายาทจำนวนหนึ่ง แต่มีเพียงโจวเว่ยจงเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือก
เดิมทีเพราะสถานะของเขาในจวนน่าอึดอัดใจ รัชทายาทก็เลยสนิทสนมกับเขามากหน่อย และไม่จำเป็นต้องไว้หน้าตระกูลโจวมากนัก ยิ่งรัชทายาทดีกับโจวเว่ยจงมากเท่าไร ตระกูลโจวก็จะยิ่งกลัวคุณชายสามผู้นี้มากยิ่งขึ้น และไม่กล้าปฏิบัติไม่ดีต่อฮูหยินใหญ่ เพื่อให้มารดาของตนเองมีชีวิตที่ดี โจวเว่ยจงยิ่งต้องจงรักภักดีต่อรัชทายาทมากขึ้นไปอีก
แม่นางโจวได้ยินที่สาวใช้พูดแล้วก็ลังเลเล็กน้อย
“แต่หากลูกพี่ลูกน้องของตระกูลอวี๋ของเราเข้าบ้านไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่างเล่า นางหนีมาที่เมืองหลวงนี่ก็ไม่ใช่เพียงเพื่อหลบหนีการแต่งงานหรอกกระมัง นางน่าจะมาหาฮูหยินใหญ่อาหญิงของนางเพื่อออกหน้าให้ ข้าบอกนายหญิงผู้เฒ่าแล้วใช่ว่านายหญิงผู้เฒ่าจะส่งนางกลับไปทันทีเสียหน่อย คงจะต้องเชิญนางไปเป็นแขกที่บ้านสักระยะ พอถึงตอนนั้นหากนางมีความคิดอย่างไรก็แค่บอกท่านป้าใหญ่ไปก็ได้แล้วนี่ ข้าไม่ได้จะขวางทางพวกนางเสียหน่อย”
“นอกจากนี้ ท่านป้าใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางอยู่ที่ไหน! ข้าหานางจนพบ ต่อให้ในใจนางจะรู้สึกไม่ดี แต่ต่อหน้าอย่างไรก็ต้องขอบคุณข้า คนหนุนหลังนางก็มีแค่พี่สาม ข้าจะกลัวไปทำไม” แม่นางโจวคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
นางรีบขึ้นรถม้าและกลับบ้านทันที
ส่วนอวี๋เซียนนั้นเกาหัวอย่างรุนแรงหลายครั้งราวกับเห็นผี
ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงหมดแล้ว
“พี่ใหญ่เซี่ย…” อวี๋เซียนท่าทางราวกับได้รับความสะเทือนใจอย่างหนัก หลังจากที่นางกลับถึงจวนแล้วก็ถอนหายใจอย่างแรง “แย่แล้ว วันนี้ข้าพบลูกพี่ลูกน้องตระกูลโจวคนหนึ่ง หากกลัวว่านางจะจำข้าได้ ก่อนหน้านี้นางเคยเห็นข้าอยู่กับแม่นางเซี่ยและหยิงเหนียงมาแล้ว แค่นางสืบนิดหน่อยก็จะรู้แล้วว่าข้าอยู่ที่นี่ พอถึงเวลานั้นตระกูลโจวก็จะมารับข้าไปอย่างแน่นอน”
หากตระกูลโจวมารับนาง นางจะไม่ไปก็คงไม่ได้จริงๆ
พวกเขาเป็นญาติเพียงหนึ่งเดียวในเมืองหลวง หากนางไม่ไป นางอาจถูกตราหน้าว่าไร้มารยาทและอกตัญญู และแม้แต่ตระกูลเซี่ยที่รับนางไว้ก็ยังถูกคนอื่นดูหมิ่นไปด้วย
ตอนที่ 994 หน้าด้านไร้ยางอาย
อวี๋เซียนเองก็หงุดหงิดเช่นกัน นางไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องตระกูลโจวจะความจำดีขนาดนี้ ผ่านไปนานหลายปีแล้วนางยังรู้สึกคุ้นหน้าได้อีก
นางเองก็รู้สึกผิดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซี่ยผิงกั่ง
“หากตระกูลโจวคิดจะวุ่นวายกับข้า พี่ใหญ่เซี่ยเองก็ไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่ง ครั้งนี้ข้ารักษาสัญญาไม่ได้ ท่านก็ทุบตีข้าสักยกเพื่อระบายอารมณ์ก็แล้วกัน!” อวี๋เซียนถอนหายใจด้วยความเสียใจ
ก่อนหน้านี้นางบอกว่าจะไปหาปรมาจารย์ แต่นั่นก็เพื่อความสนุกเท่านั้น
พอเป็นเรื่องตระกูลโจว เรื่องนี้ก็แตกต่างออกไปแล้ว
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้น แต่กลับพูดว่า “พวกเขามารับเจ้า เจ้าก็ไปแค่นั้น ไปพักสักสองวันค่อยกลับมา จะกลัวอะไร”
“ข้ากลัวจะกลับมาไม่ได้น่ะสิ ตอนที่ข้าอยู่ที่ตงอัน ข้าเคยถูกท่านปู่ท่านย่ากักบริเวณไว้ในบ้านถึงสามปี…” อวี๋เซียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้าวางใจได้ หากเจ้ากลับมาไม่ได้ ข้าจะไปเอาตัวเจ้ากลับมาเอง อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ที่มีสัญญาลงนามเรียบร้อยแล้ว บทจะบอกว่าไม่สอนก็ไม่สอนได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งพูดได้ครึ่งหนึ่ง แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าสถานะอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้นี้ไม่ค่อยดีจริงๆ “ค่อยบอกกับคนภายนอกว่าเจ้าเป็นอาจารย์ของน้องสาวคนรองของข้าและรับเงินค่าจ้างไปแล้ว หากตระกูลโจวจะเอาตัวเจ้าไปก็ให้พวกเขาจ่ายเงินชดใช้มา”
“แล้วหากพวกเขาจะชดใช้เงินจริงๆ เล่า?” อวี๋เซียนมีสีหน้าจริงจัง
“อย่างนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ จู่ๆ ข้าก็ได้เงินหลายหมื่นตำลึงมาโดยไม่ต้องทำอะไร” เซี่ยผิ่งกั่งมีความสุขทีเดียว “พอถึงตอนนั้นเจ้าจะต้องอยู่บ้านเขาร้องไห้อย่างน่าสงสาร พวกเขาจะให้เจ้ากลับไปแต่งงานไม่ใช่หรือ พวกเจ้าเป็นญาติกัน หากพวกเขาต้องการพาเจ้ากลับไปในนามของญาติ เจ้าก็ต้องให้ญาติของเจ้าออกหน้าแทน ทำให้เรื่องที่ตงอันอยู่ในที่สว่าง เอะอะโวยวายให้เป็นเรื่องใหญ่โต ตระกูลโจวเองก็คงไม่กล้าส่งเจ้ากลับไปหรอก อย่างมากก็ให้คนจากตงอันมารับเจ้ากลับไป”
ทางตงอันจะให้อวี๋เซียนแต่งกับชายชราตระกูลใหญ่ที่นั่นไปเป็นภรรยาแทนคนเดิมที่ตายไป
บิดามารดาของนางจากไปแล้ว ปู่ย่าของนางตัดสินใจเช่นนั้น เดิมทีพวกเขาก็น่าสงสัยว่ารังแกเด็กกำพร้าอยู่แล้ว
ขอแค่อวี๋เซียนทำให้ทุกคนรู้เรื่องนี้ ตระกูลโจวจะต้องประนีประนอมแทนนางเพื่อรักษาหน้าตา และต้องไม่กล้าส่งนางไปด้วยตนเอง มิฉะนั้นสิ่งที่คนอื่นจดจำได้จะไม่ใช่ญาติทางตงอันที่โหดร้ายใจดำ แต่เป็นตระกูลโจวที่เย็นชาไม่แยแสสนใจนางต่างหาก
อวี๋เซียนมองด้วยความประหลาดใจ มือน้อยๆ ของนางตบฉาดทันที “ไม้นี้ดี!”
“แต่มันไม่หน้าด้านไร้ยางอายเกินไปหน่อยหรือ” อวี๋เซียนเก็บอาการเล็กน้อย
“พวกเขารู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่ได้แต่งไปกับคนที่ดีนัก แล้วยังต้องการเข้ามายุ่งเรื่องคนอื่น จะส่งตัวเจ้าไป แล้วเจ้าจะไปรักษาหน้าพวกเขาทำไม หากเปลี่ยนเป็นข้า ข้าจะเอะอะโวยวายเอาให้เรื่องดังกระฉ่อนไปทั้งเมืองเลย!”
ตัวเองจะถูกคนอื่นบังคับฝืนใจและทำลายชีวิตที่เหลืออยู่แล้ว แล้วจะไปสนใจพวกเขาทำไม
อวี๋เซียนได้ยินเช่นนั้นก็เกือบจะเรียกได้ว่าตนเองได้พบคนรู้ใจ
นางถูกกักบริเวณเป็นเวลาสามปี คิดอะไรไปมากมาย ตอนที่นางหนีออกมา นางเองก็คิดแล้วว่า หากญาติในเมืองหลวงจะเหยียบย่ำกดขี่นาง แล้วนางควรจะทำอย่างไร ตอนนั้นนางเองก็คิดว่าจะหนีอีกครั้ง และหนีไปให้ไกลๆ
แต่ตอนนี้เซี่ยผิงกั่งพูดได้ไม่เลวเลย
นางจะทำให้ตนเองลำบากไปทำไม
“หมื่นตำลึงเกินไปหน่อยไหม คนอื่นจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ” อวี๋เซียนเริ่มพูดคุยหารือกับเซี่ยผิงกั่งอย่างจริงจัง
“คนนอกรู้ว่าน้องสาวของข้าไร้เดียงสาและโง่เง่าเล็กน้อย ก็ให้บอกพวกเขาว่านางได้เจอเจ้าแล้วก็เหมือนรู้จักกันมาก่อน ครอบครัวของเราก็เห็นว่าเจ้าไม่เหมือนคนทั่วไป จึงไม่อยากให้เจ้ารู้สึกไม่ยุติธรรม ก็เลยให้เงินเจ้าห้าพันตำลึง และตกลงกันว่าจะทำงานเป็นเวลาห้าปีเต็ม มีสัญญาเรียบร้อย ถ้าหากเจ้าจะจากไปตอนนี้ พวกเขาจะต้องชดใช้สิบเท่า เป็นเงินห้าหมื่นตำลึงซึ่งไม่มากเลย” เซี่ยผิงกั่งยังรู้สึกว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
ตระกูลโจวมีพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวยมาก
“หากอย่างนั้น…ฉวยโอกาสก่อนที่คนพวกนั้นจะมา ทำไมพวกเราไม่ร่างสัญญาใหม่ก่อนเสียก่อนล่ะ” อวี๋เซียนเตรียมพร้อม “สัญญานี้มีไว้สำหรับใช้บอกคนภายนอก เจ้าค่อยเขียนสัญญาลับอีกฉบับทีหลังก็ได้ พวกเราสองคนรู้กันก็พอแล้ว”
นางไม่ได้โง่ แม้ว่าตระกูลเซี่ยจะดี แต่นางก็ขายตัวเองให้ไม่ได้
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเหลือทางถอยไว้ก่อนเป็นดี
tom110
พี่ใหญ่ไม่รู้สึกเลยเหรอว่านี่คือเนื้อคู่