ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 995 ไม่ต่อยหน้า / ตอนที่ 996 ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 995 ไม่ต่อยหน้า / ตอนที่ 996 ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
ตอนที่ 995 ไม่ต่อยหน้า / ตอนที่ 996 ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
ตอนที่ 995 ไม่ต่อยหน้า
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกดีใจที่นางมีความคิดว่าจะอยู่ต่อ “อาจารย์อวี๋ ด้วยความสามารถของเจ้า หากเจ้าโตกว่านี้หน่อย ตอนนั้นพวกเราคงได้ไปรบกับพวกคนเถื่อนด้วยกัน พวกเราจะต้องสร้างผลงานได้มากมายแน่ๆ น่าเสียดายที่เจ้าไม่ใช่ผู้ชาย มิฉะนั้นพวกเราคงได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานกันแล้ว!”
“ผู้หญิงแล้วทำไม ต่อไปท่านก็เป็นพี่ชายแท้ๆ ของข้าได้!” อวี๋เซียนยิ้มอย่างร่าเริงเบิกบาน
“ไม่ได้ เป็นพี่น้องผู้ชายพอได้ แต่เป็นน้องสาวไม่ได้” เซี่ยผิงกั่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ท่านพ่อข้าหาเงินได้ไม่มาก กิจการของครอบครัวเราก็เล็กๆ ข้าเองก็ยังมีน้องสาวน้องชายอีกถึงสามคนที่ยังไม่แต่งงาน ตอนนี้แค่สินส่วนตัวของน้องสาวคนโตก็ข้าก็แทบจะหัวล้านแล้ว หากมีน้องสาวเพิ่มขึ้นอีกข้าคงไม่มีสินส่วนตัวให้แน่”
บ้านเขาไม่ได้ยากจนถึงขนาดจะต้องขายลูกสาวเพื่อหาเงินเข้าบ้าน
เขาจะยอมเสียหน้าไม่ได้
สินสอนและสินส่วนตัวจะติดตัวน้องสาวของเขาไปด้วย ถึงอย่างไรนางก็ต้องแต่งเข้าวังหลวง นางมีเรื่องจะต้องใช้เงินมากทีเดียว!
“ที่ท่านพูดก็มีเหตุผล” อวี๋เซียนพยักหน้า นางรู้สึกว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่ง
“ข้าคิดว่า น้องชายไม่เอาไหนของข้าก็จะต้องแต่งงานในวัยยี่สิบอีก น้องสาวคนเล็กก็รอสักสิบแปดค่อยพูดเรื่องแต่งงาน เช่นนั้นแล้วข้าจะยังพอมีเวลาหายใจหายคออีกสักกี่ปี น้องหญิงใหญ่แต่งงานกับรัชทายาท พอนางยืนหยัดมั่นคงแล้ว ข้าค่อยหาทางดึงเงินออกจากมือนาง อย่างนั้นก็ได้เหมือนกัน…”
“…” อวี๋เซียนเก็บความคิดเมื่อครู่นี้กลับมาอย่างเงียบๆ
ระหว่างนั้นพวกเขาทั้งสองก็หากระดาษมาลงนามในสัญญาณหยินหยางสองฉบับ
เท่านั้นยังไม่พอ เซี่ยผิงกั่งยังบังคับลากอวี๋เซียนไปสู้กันอยู่พักหนึ่ง
อวี๋เซียนมีเรื่องให้คิดจึงทำได้ไม่ค่อยดีนัก ใบหน้านางจึงรับหมัดเข้าไปหนึ่งที ไม่นานนักใบหน้านางก็บวมไปครึ่งหนึ่ง
พ่อบ้านเห็นท่าทางน่าสงสารของอาจารย์อวี๋ก็อดรู้สึกสงสารนางไม่ได้
นี่มันอาจารย์สอนการต่อสู้ที่ไหนกัน นางเป็นคู่ซ้อมชัดๆ
ผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย
ถูกคนไม่สนใจใครแบบนั้นต่อยจนกลายเป็นแบบนี้แล้ว นางยังไม่รู้จักร้องออกมาสักแอะ แล้วยังบอกว่าคุณชายใหญ่ทำดีแล้ว วิชาหมัดมวยมีความก้าวหน้า?!
เฮ้อ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นอาจารย์อวี๋ที่ต่อยคุณชายใหญ่ นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่นางถูกต่อย แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าแขนขาเล็ๆ แบบอาจารย์อวี๋ผู้นี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ…
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด
เขาต่อยไปแล้ว และก็ไม่ได้ตั้งใจด้วย
มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาสองคนจะได้รับบาดเจ็บเมื่อแลกเปลี่ยนวิชากัน เมื่อเซี่ยผิงกั่งเห็นว่าใบหน้าของนางเป็นอย่างนั้น เขาก็แค่โยนยารักษาบาดแผลไปให้นางเท่านั้น
แต่หลังจากที่ผ่านไปสักพักและนางออกมาหลังจากที่ทายาเสร็จแล้ว ความรู้สึกของเซี่ยผิงกั่งก็ซับซ้อนขึ้นมา
ผิวของอาจารย์อวี๋บอบบางจริงๆ
ปกติเขากระทบกระแทกนิดหน่อยฟกช้ำดำเขียวก็ไม่เห็นชัดขนาดนี้ แต่อาจารย์อวี๋ผู้นี้แค่โดนหมัดเขาทีเดียวเท่านั้น ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางก็บวมขึ้นมาแล้ว ดูน่าเวทนานัก
นางเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
เซี่ยผิงกั่งเพิ่งจะรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก เขาจึงนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง
เขาคิดว่าต่อไป…เขาจะไม่ต่อยนางที่หน้า
อย่างนั้นก็ไม่ถูก ร่างกายของผู้หญิงทั้งอ่อนแอบบอบบาง กระดูกก็กระแทกไม่ได้ หน้าอกนี้ก็…ไม่ได้ ท้องก็…เกี่ยวกับการเกิดการคลอดของผู้หญิง ก็ไม่ได้อีก นับไปนับมาแล้ว เขาก็แตะต้องนางไม่ได้?
เมื่อเซี่ยผิงกั่งคิดได้เช่นนั้นเขาก็หดหู่ลงทันที
อวี๋เซียนเองก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ พอนางเห็นว่าเขาดูไม่มีหมดพลังก็คิดว่าเขารู้สึกผิดที่ลงมือกับนางหนักไป
“ก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ตอนที่ข้าอยู่ตงอันก็เคยถูกคนอื่นต่อยจนเหมือนหมูเหมือนหมา ข้าก็ยังไม่ร้องสักแอะ หมัดของเจ้าแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ครั้งนี้ข้าประมาทไปชั่วขณะ ขอให้ข้าได้พักสักหน่อย แล้วครั้งหน้าข้าจะไม่แพ้เจ้าอีกแน่นอน” อวี๋เซียนเขย่งเท้าและตบไหล่เซี่ยผิงกั่ง “ไม่ต้องกังวล ไม่เป็นไร!”
เซี่ยผิงกั่งพึมพำไม่หยุด
เขารู้สึกเสียใจ
กว่าเขาจะหายอดฝีมือที่สู้กันได้อย่างสบายใจไม่ง่ายเลย ตอนนี้กลับไม่สามารถลงไม้ลงมือเพื่อแอบเรียนวิชาได้แล้ว?
ตอนที่ 996 ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
ในเวลาเดียวกันนั้นแม่นางโจวก็กลับถึงบ้านแล้ว
นางรีบไปที่เรือนของท่านย่าเพื่อบอกเล่าเรื่องที่นางเห็นอวี๋เซียนทันที
“นังหนูตระกูลอวี๋ผู้นี้ไร้มารยาทเกินไปจริงๆ นางมาถึงเมืองหลวงก็ไม่รู้จักมาเยี่ยมผู้อาวุโส แต่กลับไปเกาะคนมีอำนาจก่อน คนที่ไม่รู้ก็จะคิดว่าตระกูลโจวของเรารังแกนาง” หญิงชราแค่นเสียง “ให้ใครไปสืบมาหน่อยว่าอวี๋เซียนกับแม่นางเซี่ยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แล้วส่งของขวัญไปที่จวนตระกูลเวินด้วย ฮูหยินเวินผู้นั้นก็น่าจะรู้อะไรๆ อยู่บ้างแน่ๆ”
“เว่ยจงกลับมาแล้วให้เขาไปพบข้า” หญิงชราเอ่ยเสริมขึ้นมา
เวลานี้โจวเว่ยจงยังไม่รู้เรื่องราวอะไรของลูกพี่ลูกน้องของเขาเลยสักนิด
เขากำลังติดตามข้างกายรัชทายาท ปรนนิบัติแสดงความกตัญญูต่ออาจารย์หลีผู้เฒ่า
พอตกเย็นก็มีเด็กรับใช้มาตามตัวโจวเว่ยจง เขาจึงผลัดเวรให้คนอื่นมาแทนแล้วตนเองก็กลับบ้านไป
แต่หลังจากที่เขาไปถึงบ้าน เขาก็โดนหญิงชราเรียกตัวไปอบรมโดยที่ยังไม่ได้ดื่มชาร้อนๆ เลยสักถ้วย
“ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกพวกเจ้าแล้วว่า ลูกพี่ลูกน้องหญิงตระกูลอวี๋จะตงอันมาเมืองหลวงแล้ว หากพวกเจ้าคนใดพบเห็นก็ให้มาบอกข้า…” หญิงชราอารมณ์แปรปรวน “เว่ยจงเอ๋ย เจ้าเคยได้พบนางบ้างหรือไม่”
“ไม่เคย” สีหน้าโจวเว่ยจงไม่เปลี่ยน
ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงอะไร เขาไม่เคยพบจริงๆ
เขาพบแต่ ‘น้องชาย’ เท่านั้น
ปัง หญิงชราตบโต๊ะ “เจ้ากล้าโกหกข้า! ลูกพี่ลูกน้องหญิงของเจ้าคนนั้นมีเจ้าและแม่ของเจ้าเป็นญาติเพียงสองคนเท่านั้น นางเดินทางมาไกลขนาดนี้ มีหรือจะไม่มาหาเจ้าก่อน! หากนางไม่ได้มาหาเจ้าก่อน แล้วนางจะไปรู้จักมักจี่กับแม่นางเซี่ยได้อย่างไร!”
หญิงชราเข้าใจแจ่มแจ้ง
หลานชายคนที่สามของนางติดตามรัชทายาท ว่าที่พระชายาของรัชทายาทก็คือแม่นางเซี่ย แม่นางเซี่ยเกี่ยวพันกับอวี๋เซียน แล้วจะยังต้องพูดถึงคนกลางอีกหรือ
จะต้องเป็นหลายชายของนางที่ไปขอให้รัชทายาทช่วย ขอให้แม่นางเซี่ยช่วยดูแลนางแน่ๆ?!
โจวเว่ยจงได้ยินเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าเขาคงปิดบังไม่ได้อีกต่อไป จากนั้นเขาก็เอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ท่านย่าปรักปรำข้าแล้ว ตระกูลเซี่ยรู้จักลูกพี่ลูกน้องของข้าก่อน เดิมทีข้าคิดจะพานางกลับมาจวนเรา แต่น่าเสียดายที่นางเป็นแขกของแม่นางเซี่ย ข้าเองก็ไม่สามารถตัดสินใจแทนอวี๋เซียนได้”
“ทำไมจะทำไม่ได้! นางเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้านะ ต่อให้แม่นางเซี่ยจะเป็นว่าที่พระชายารัชทายาท แต่นางจะห้ามไม่ให้พวกเจ้าพบกันได้หรือ” หญิงชราแค่นเสียงเยาะ
“ข้าไม่สามารถ แม่นางเซี่ยชอบพูดคุยกับนางมาก ตระกูลเซี่ยยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางตอนที่นางกำลังลำบาก การที่นางอยากจะอยู่ต่อเพื่อตอบแทนน้ำใจของแม่นางเซี่ยจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล” สีหน้าโจวเว่ยจงยังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
โจวเว่ยจงทำท่าทางอย่างใครก็ช่วยไม่ได้
หญิงชราโกรธและจ้องหน้าเขาเขม็ง
ฮูหยินใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ก็สงบนิ่งราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ท่าทางของสองแม่ลูกนี้ทำให้หญิงชรารู้สึกรำคาญจนต้องไล่พวกเขาออกไป
หลังจากที่พวกเขาออกจากเรือนหลังของหญิงชรามาแล้ว โจวเว่ยจงจึงได้พูดกับท่านแม่ของเขา “น้องหญิงสบายดี”
“สบายดีก็ดี ดีกว่ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน” ฮูหยินใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าช่วยนางให้มากหน่อย น้องสาวของเจ้าเป็นพวกมีความคิดเป็นของตัวเอง นางอยากจะทำอะไร เจ้าปล่อยให้นางทำไปก็พอ พ่อแม่ของนางไม่อยู่แล้ว ข้าที่เป็นป้าแท้ๆ ยังไม่ยุ่ง คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
ทางฝั่งตงอัน…นางก็ไม่กลัว
ตอนนั้นทั้งๆ ที่รู้ว่าตำแหน่งฮูหยินใหญ่ตระกูลโจวไม่ได้ดีอะไรนัก แต่ก็ยังส่งนางมาไกลขนาดนี้ หลายปีมานี้นางเป็นภรรยาที่แต่งเข้ามาแทนคนเดิมที่เสียไป นอกจากลูกชายที่รู้ความแล้วก็ไม่มีอะไรที่น่าพอใจสักอย่าง
เรื่องของนางก็ให้แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้แม้แต่เด็กนั่นพวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อย
“ท่านแม่อดทนอีกหน่อย รอให้ข้ามีอนาคตก่อน ข้าจะให้ท่านแม่หย่า จะได้ไม่ต้องอึดอัดใจอีก” โจวเว่ยจงเองก็รู้ความคิดของมารดาตนเอง
บิดาแท้ๆ ของเขาอายุมากกว่ามารดาไม่น้อย นิสัยดื้อรั้นหัวแข็ง ไม่มีความอบอุ่นใดๆ ให้แก่มารดาเลย แค่ขอให้มารดาของเขาดูแลบ้านให้ดี หลายปีมานี้มารดาของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อบ้านแม่บ้านพวกนั้นเลยสักนิด