ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 991 หวงของกิน / ตอนที่ 992 คนคุ้นเคย
ตอนที่ 991 หวงของกิน / ตอนที่ 992 คนคุ้นเคย
ตอนที่ 991 หวงของกิน
เซี่ยเฉียวบอกเล่าสถานการณ์ให้ไป๋หลี่จี้ฟังแล้ว ไป๋หลี่จี้เองก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย จึงไม่ได้เร่งเร้านาง
และแน่นอนว่าถึงจะเร่งไปก็ไม่มีประโยชน์
ปรมาจารย์ผู้นี้ก็ไม่ใช่พวกอู้งานเกียจคร้าน เมื่อไป๋หลี่จี้เห็นว่านางนอนไม่พอด้วยซ้ำก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเสียดายพรสวรรค์ของนาง และอยากจะบอกให้นางไม่ต้องกังวลเกินไป นางทำดีมากแล้วจริงๆ
แต่เซี่ยเฉียวมีเรื่องในใจที่วางไม่ลง
หลังจากนางครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว นางก็ขอให้จ้าวเสวียนจิ่งช่วยตรวจสอบลับๆ ว่ามีคนที่น่าสงสัยในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกหมอดูคนทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักพรตหรือพระสงฆ์ก็ตาม เป็นการดีที่นางจะรู้เรื่องพวกเขาเอาไว้ก่อน
อาวุธบางอย่างหรือพื้นที่ที่มีพลังหยินเข้มข้นบางแห่งก็สามารถกักขังวิญญาณเอาไว้ได้
แต่เซี่ยเฉียวอดจะนึกถึงกล่องที่มีคนส่งมาให้นางก่อนหน้านี้ไม่ได้
แม้ว่านางจะยังไม่ได้เปิดกล่องดู แต่เซี่ยเฉียวก็รู้ว่าข้างในจะต้องไม่ใช่ของดีอะไรแน่ เพียงแต่นางไม่แน่ใจว่าตนเองไปสร้างศัตรูเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไร และอีกฝ่ายก็ยังอยู่ในที่ลับ เกรงว่านางจะป้องกันไม่ได้
จ้าวเสวียนจิ่งมีกลุ่มองครักษ์ข้างกาย เขาจึงส่งคนบางส่วนออกไปได้ไม่ยาก
เซี่ยเฉียวเองมักจะเดินไปตามถนนและตรอกซอกซอยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่เมืองหลวงนั้นใหญ่เกินไป นางจึงไม่สามารถเดินจนทั่วได้ภายในวันหรือสองวัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภายในบ้านตระกูลเซี่ยเซี่ยผิงกั่งกำลังมองอวี๋เซียนด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังราวกับว่าเขากำลังจะระเบิดโทสะ หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็คงจะหน้าซีดด้วยความตกใจแล้ว แต่อวี๋เซียนกลับยังดูสง่างามและไม่เกรงกลัวเขาเลย
“หากเจ้ารู้สึกว่าเงินสิบตำลึงต่อเดือนน้อยเกินไปก็ไม่เป็นไร ข้าจะให้ท่านพ่อเพิ่มให้เจ้าอีกสิบตำลึง หักมาจากเงินเดือนของเขาก็ได้แล้ว!” เซี่ยผิงกั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด “แต่เจ้าจะไปไม่ได้!”
อวี๋เซียนพูดเรื่องที่นางจะไปก็เพื่อที่จะเจรจาต่อรองกับเซี่ยผิงกั่ง
นางรู้ว่าหากนางเอ่ยปากจะว่าออกไปติดตามปกป้องนักพรตอยู่บ่อยๆ พี่ใหญ่เซี่ยก็จะต้องปฏิเสธแน่นอน
คนผู้นี้อะไรก็ดีไปหมด มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เกินไปหน่อย นั่นก็คือ นิสัย ‘หวงของกิน’
ตราบใดที่มันเป็นสิ่งที่เขาถูกใจ แม้ว่าจะเป็นแค่น่องไก่น่องเดียว ก็จะไม่มีใครแย่งมันไปจากเขาได้!
ส่วนความสามารถของนางก็คือน่องไก่ที่เขาให้ความสำคัญ
เขายอมให้นางอยู่สอนเจ้าเด็กเซี่ยผิงไหวไม่เอาไหนคนนั้นวันละสิบสองชั่วยามดีกว่าปล่อยให้นางออกไปเตร่ข้างนอกสักหนึ่งเค่อ!
“ข้าไม่สนเรื่องเงินหรอก แค่มีกินมีใช้ก็ดีแล้ว ข้าแค่คิดว่ามีบุญคุณกับข้า ข้าก็ต้องตอบแทนน้ำใจนางสิ? หากท่านไม่อยากปล่อยข้าไปจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เพียงแค่ขอวันที่เป็นเลขคี่ในแต่ละเดือนให้ข้าได้ติดตามปกป้องปรมาจารย์ก็ได้” อวี๋เซียนเอ่ยอีก
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเยาะอย่างเย็นชาออกมาทันที
“อันที่จริงเจ้าก็วางแผนอย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่นาง “เจ้าหมายถึงปรมาจารย์สำนักไหน เล่าให้ข้าฟังหน่อย อย่างมากข้าก็จ้างคนด้วยเงินสูงๆ ส่งไปแทน! ข้างกายลูกพี่ลูกน้องเจ้าเองก็มีองครักษ์ปลดประจำการไม่น้อย พวกที่มาจากตระกูลสูงเหล่านั้นคงจะใช้ไม่ได้ แต่พวกที่มีภูมิหลังยากจนจะต้องยินดีแน่ๆ”
“พูดไปก็เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ข้าเองก็เคยได้ยินพวกท่านพูดถึงนางมาก่อน นางคือปรมาจารย์โม่!” อวี๋เซียนรีบเอ่ย “นางเป็นผู้วิเศษจริงๆ!”
“ที่แท้ก็เป็นปรมาจารย์โม่นี่เอง?” เซี่ยผิงกั่งตะลึงไป จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปแล้วล่ะ! ปรมาจารย์เก่งกาจออกอย่างนั้น หากนางมีอันตราย ยังจำเป็นจะต้องใช้เจ้าด้วยหรือ พวกฝึกยุทธอย่างพวกเราน่ะไม่ฉลาดเท่าปรมาจารย์หรอก ติดตามนางไปก็รังแต่จะเกะกะขวางทางนางเปล่าๆ แต่หากต่อไปปรมาจารย์ขอให้ข้าไปช่วยอะไร ข้าจะมาชวนเจ้าไปด้วย แบบนี้ดีไหม!”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้น
ปรมาจารย์โม่เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ การเคลื่อนไหวของนางไม่แน่นอน และไม่ชอบให้คนติดตามเลยกระมัง
อวี๋เซียนรู้สึกท้อแท้และหมดพลังเล็กน้อย
เซี่ยผิงกั่งเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็รู้สึกไม่สบายใจ “ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ให้เจ้าออกไป แต่ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าน่ารำคาญจริงๆ เขาให้ข้าเฝ้าดูเจ้า และไม่อนุญาตให้เจ้าแต่งตัวเป็นผู้ชายออกไปข้างนอก หรือไม่อย่างนั้นจะให้แนะนำเจ้าไปทำงานที่ศาลตัดสินคดีก็ได้นะ!”
ตอนที่ 992 คนคุ้นเคย
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้พูดด้วยความเกรงใจ แต่เป็นความจริงใจ
ศาลตัดสินคดีจ้างคนที่มีความหลากหลาย ตราบใดที่อวี๋เซียนมีความสามารถ นางก็สามารถไปทำงานได้ เพียงแต่จะไม่สามารถเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ เป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนพอได้
ด้วยความสามารถของอวี๋เซียนแล้ว นางจะเป็นพลตรีก็ยังได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้
“มันเป็นความผิดของลูกพี่ลูกน้องเจ้านั่นแหละ เขาคอยถามข้าทั้งวัน เจ้ากินข้าวเป็นอย่างไรบ้าง เรียนรู้มารยาทเป็นอย่างไรบ้าง หากเขารู้ว่าเจ้าติดตามปรมาจารย์ก็ต้องพูดอะไรอีกแน่ๆ ข้าไม่อยากจะรับมือเขาเลยจริงๆ” เซี่ยผิงกั่งผลักเรื่องไปที่โจวเว่ยจงอย่างแรง
“ลูกพี่ลูกน้องของข้าเข้มงวดกับข้าจริงๆ” อวี๋เซียนยักหน้า นางก็รู้สึกแบบเดียวกัน
เซี่ยผิงกั่งพยักหน้า “ต่อไปเจ้าก็สามารถไปที่ร้านของปรมาจารย์ได้บ่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก”
ขอแค่ไม่หนีตามปรมาจารย์ไปก็พอ
ส่วนเรื่องให้เวลาครึ่งหนึ่งกับปรมาจารย์ในแต่ละเดือน…เช่นนั้นแล้วคนผู้นี้ก็เป็นคนของปรมาจารย์ครึ่งหนึ่งของเขาครึ่งหนึ่งอย่างนั้นหรือ
แบบนี้ไม่ดีเลย เขาเป็นคนตรงๆ และไม่เป็นที่ชื่นชอบ ปรมาจารย์เก่งกาจขนาดนั้น หากคบหาอยู่ด้วยกันไปนานๆ อวี๋เซียนจะต้องไม่ยอมกลับมาหาเขาแน่
อวี๋เซียนใจกว้าง นางไม่ถือสาที่เซี่ยผิงกั่งขัดขวางนาง
ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนตอบรับสัญญาระยะยาวกับตระกูลเซี่ยไว้ก่อนเอง ตระกูลเซี่ยถือเป็นนายจ้างของนางแล้ว นางก็ไม่ควรมีความคิดอย่างอื่นอีก
“เช่นนั้นแล้วตอนนี้ข้าไปหาปรมาจารย์ได้ไหม แล้วพี่ใหญ่เซี่ยรู้หรือไม่ว่าท่านปรมาจารย์ชอบอะไร ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่สามารถตอบแทนอะไรนางได้ ตอนนี้ข้าสามารถเก็บเงินได้บ้างแล้ว หากจะซื้อของอะไรสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา” อวี๋เซียนเอ่ย
ลูกพี่ลูกน้องของนางยังให้เงินนางมาหลายร้อยตำลึง
นางไม่ได้ต้องการเงินนั้นเลย
ความสัมพันธ์ระหว่างลูกพี่ลูกน้องนางและครอบครัวก็ไม่ค่อยจะดีนัก เงินพวกนั้นเขาได้มาจากการเข้าเวรทุกวัน เขาเองก็ยังไม่ได้แต่งภรรยา จะดีกว่าหากเขาเก็บเงินพวกนั้นไว้ให้ตัวเอง
ตระกูลเซี่ยเองก็ไม่ได้ดูแลนางไม่ดีเสียหน่อย
“ของที่ปรมาจารย์ชอบออกจะแปลกๆ หน่อย แต่ข้ารู้ว่านางมีไก่อยู่ตัวหนึ่ง นางเลี้ยงมันด้วยกันกับน้องสาวของข้า ไก่ตัวนั้นชอบกินหนอนแห้ง และปรมาจารย์ก็รักไก่ตัวนั้นมาก”
“ได้! หากอย่างนั้นข้าจะไปหาหนอนแห้ง! ขอบคุณพี่ใหญ่!” อวี๋เซียนกำหมัดแสดงความขอบคุณแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
หายวับไปราวกับสายลม แวบเดียวก็ไร้เงาของนางแล้ว
นางเป็นคนตรงไปตรงมาอย่างนี้เสมอ เซี่ยผิงกั่งไม่ได้รู้สึกว่านางไม่มีมารยาท ตรงกันข้ามเขารู้สึกว่าคนๆ นี้คบหาได้ง่าย ตรงประเด็น ไม่ต้องคิดมาก ไม่เหนื่อย!
หนอนแห้งไม่ได้หาซื้อได้ง่าย
อวี๋เซียนออกไปแล้ว นางก็เดินหาไปทั่ว แต่หลังจากค้นหาเป็นเวลานาน นางก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ
ไม่เพียงแค่นั้น หลังจากที่นางเหน็ดเหนื่อยมาสองชั่วยามแล้ว ทันทีที่นางนั่งพักก็มีใครคนหนึ่งมาอยู่ตรงหน้านาง
นางไม่เคยเห็นคนผู้นั้นมาก่อน
“ข้าจำเจ้าได้” แม่นางโจวมองอวี๋เซียน “คราวก่อนข้าเห็นเจ้าอยู่กับแม่นางเซี่ยและสะใภ้เฝิงหยิงเหนียง ตอนนั้นข้าก็รู้สึกว่าคุ้นหน้าเจ้าแล้ว…”
“ข้าไม่เคยพบเจอเจ้ามาก่อน เจ้าจำคนผิดแล้ว” อวี๋เซียนกัดฟันพูดด้วยแววตาสั่นไหว
“เจ้าโกหก” แม่นางโจวขมวดคิ้ว “ข้าต้องเคยเห็นเจ้ามาก่อน เจ้า…เจ้า…”
ก่อนที่นางจะพูดจบ อวี๋เซียนก็ไม่กล้ากินอาหารที่สั่งมา นางรีบวางเศษเงินเอาไว้ แล้วรีบออกไปทันที
นางเองก็รู้สึกคุ้นหน้าแม่นางน้อยคนนั้น
นางอยู่ในเมืองหลวงไม่ได้รู้จักคนมากนัก หากไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยก็เป็นคนตระกูลเวิน จะให้นับก็น่าจะเป็นญาติตระกูลโจวพวกนั้น
แต่คนผู้นี้จะเป็นน้องสาวสายรองหรือว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องฝั่งบิดาเขา นางก็จำไม่ได้แล้ว
นางเคยมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเมื่อหลายปีก่อน ผ่านไปนานขนาดนั้นรูปร่างหน้าตาของแต่ละคนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว นางไม่สามารถแยกแยะได้เลย แต่นางกลัวว่าสาวน้อยคนนั้นจะจำนางได้ แล้วจะไปบอกตระกูลโจว นางต้องมีปัญหาแน่!
ทันทีที่อวี๋เซียนจากไป แม่นางโจวก็อดเอามือตบหน้าผากตนเองไม่ได้ “ข้าเคยเห็นนางจริงๆ แต่ทำไมถึงนึกไม่ออกนะ…”
“เฉี่ยวเอ๋อร์ เจ้าจำได้ไหม” แม่นางโจวมองสาวใช้ข้างกายพลางเอ่ยถาม