ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 979 ปิดบังอะไรเอาไว้ / ตอนที่ 980 ตกใจกลัว
ตอนที่ 979 ปิดบังอะไรเอาไว้ / ตอนที่ 980 ตกใจกลัว
ตอนที่ 979 ปิดบังอะไรเอาไว้
เซี่ยเฉียวเองก็กังวลใจเล็กน้อยแล้ว
เดิมทีนางคิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดที่นางจะอยู่บ้านตระกูลเวิน แต่กลับนึกไม่ถึงว่าภายในบ้านตระกูลเวินหลังนี้จะสะอาดสะอ้านเสียจนทำให้นางอยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์อีกสักสองสามที ไม่มีร่องรอยของนางเลยแม้แต่น้อย
“ยังไม่มีอีกหรือ” เฝิงหยิงหยิงเองก็รู้สึกผิดหวัง “แล้วจะทำอย่างไรดี”
“ข้าจะออกไปหาข้างนอกสักหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแล้ว” เฝิงหยิงหยิงถอนหายใจ
อวี๋เซียนดูเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ลังเล
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกับนาง “หากเจ้าสงสัยอยากรู้ จะตามข้าไปหาด้วยกันก็ได้ เพียงแต่กระบวนการนั้นน่าค่อนข้างจะน่าเบื่อ”
แต่สำหรับอวี๋เซียนแล้ว นางกลับตื่นเต้นดีใจมาก
นี่คืออาจารย์เซียนที่นางรอคอยและคิดถึงมานาน!
มันจะน่าเบื่อได้อย่างไร
“ข้าจะปกป้องปรมาจารย์” อวี๋เซียนรีบเอ่ย
นางกระทั่งอยากจะบอกว่าตนเองสามารถเป็นองครักษ์คุ้มกันข้างกายให้ปรมาจารย์ก็ได้…แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว นางก็ตกลงกับตระกูลเซี่ยเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ไปอย่างน้อยห้าปี จึงไม่อาจติดตามปรมาจารย์เพื่อขอคำชี้แนะได้แล้ว
เมื่อนึกถึงปรมาจารย์อวี๋เซียนก็รู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนความรู้กับเซี่ยผิงกั่งทุกวันก็ไม่น่าสนใจอะไรขนาดนั้นอีกแล้ว
ต่อยตีกันทุกวันโดยไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ แต่ปรมาจารย์เดินทางไปทั่วทุกสารทิศเพื่อสัมผัสประสบการณ์ชีวิตในยุทธภพ มันจะต้องน่าตื่นเต้นมากกว่าแน่ๆ
หรือว่า…นางจะกลับไปพูดกับเซี่ยผิงกั่งสักหน่อย หากให้เวลานางสักครึ่งหนึ่งในแต่ละเดือนแล้วอุทิศให้กับปรมาจารย์ อย่างนั้นได้ก็ดี
อวี๋เซียนฝันหวานทีเดียว
หลังจากที่อวี๋เซียนออกจากบ้านตระกูลเวินอย่างรวดเร็ว นางก็ติดตามเซี่ยเฉียวไป วันนี้นางก็ออกจากบ้านมาด้วยรถม้า จึงนั่งรถม้าก็ตามหลังไป
พอเซี่ยเฉียวออกมาจากบ้านตระกูลเวินแล้ว จู่ๆ นางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ นางมองไปยังวิญญาณเร่ร่อนอยู่นอกบ้านตระกูลเวิน และในที่สุดสายตาของนางก็จับจ้องไปที่วิญญาณตนหนึ่งในนั้น
วิญญาณตนนั้น…มีคราบน้ำเต็มไปหมด
มันห้อยอยู่ข้างบ่อน้ำข้างถนน
“เจ้าอยู่ที่นี่ทุกวันไหม” เซี่ยเฉียวลงจากรถม้าแล้วเดินไปถามด้วยใบหน้าสงบ
วิญญาณตนนั้นมองเซี่ยเฉียวเล็กน้อยจากนั้นก็มองซ้ายและขวา แล้วก็ชี้ที่ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง และหลังจากที่เห็น เซี่ยเฉียวพยักหน้า วิญญาณก็พูดติดอ่างว่า “ชะ ใช่ อยู่ อยู่ที่นี่ เจ้า เจ้าคงไม่ได้คิดจะมาปิด ปิดปากบ่อหรอกนะ?”
“ไม่ใช่” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
วิญญาณโล่งออกและไม่ได้รู้สึกประหม่าขนาดนั้นแล้ว “โชคดีที่ไม่ใช่…เขื่อนที่ข้าจมน้ำตายตอนนั้นถูกถมเสียแล้ว กว่าข้าจะพบที่ที่สงบๆ ไม่ต้องแย่งชิงกับวิญญาณตนอื่นไม่ง่ายเลย…เจ้าไม่ได้มาปิดบ่อ แล้วเจ้ามาทำอะไร”
“ข้าอยากจะถามอะไรเจ้าหน่อย” เซี่ยเฉียวเห็นท่าทางค่อนข้างไร้เดียงสาของวิญญาณตนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่ครอบครัวข้างบ้านนี้กำลังจัดงานแต่งงาน เจ้าเห็นแม่นางคนหนึ่งผ่านมาบ้างหรือไม่ แม่นางคนนั้น…”
เซี่ยเฉียวหันไปมองหวนเอ๋อร์เล็กน้อย
หวนเอ๋อร์ไม่รู้ว่าปรมาจารย์กำลังพูดคุยกับใคร ดังนั้นนางจึงอดตัวสั่นเล็กน้อยไม่ได้ หลังจากที่นางเข้าใจความหมายของปรมาจารย์แล้ว นางก็เอ่ยขึ้นอย่างว่าง่าย “วัน วันนั้นคุณหนูของเราสวมชุดสีฟ้าอ่อน วันนั้นนางปักปิ่นอัญมณีดอกชุ่ยจวี๋ ปิ่นอันนั้นงดงามมาก หากได้เห็นจะต้องไม่ลืมแน่นอน หลัง หลังจากออกมาจากบ้านตระกูลเวิน นางก็อารมณ์ไม่ดี และไม่ได้ขึ้นรถม้า แต่สั่งให้พวกเขากลับบ้านไปก่อน”
“เป็นอย่างนั้นแหละ เจ้าเคยเห็นหญิงสาวแบบนั้นบ้างไหม” เซี่ยเฉียวถาม
วิญญาณพยักหน้าอย่างจริงจัง “คนที่ผ่านไปผ่านมาที่นี่ส่วนใหญ่ข้าก็รู้จักทั้งนั้น วันนั้นที่นี่คึกครื้นที่สุด แม่นางที่เจ้าพูดถึงคนนั้น นางนั่งอยู่ตรงนี้พักหนึ่งด้วย ตอนนั้นมีหญิงชราคนหนึ่งมาตักน้ำ แต่นางก็ยังไม่ยอมขยับ และยังขึงตาใส่หญิงผู้นั้นจนนางตกใจกลัวหนีไป”
แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่านางเป็นคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย ไม่ใช่คนธรรมดา ไหนเลยจะยั่วยุหาเรื่องนาง
“นางนั่งอยู่นานแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นนางไปไหน มีอะไรผิดปกติบ้าง” เซี่ยเฉียวถาม
หลังจากที่นางถามจบ เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าสีหน้าของหวนเอ๋อร์ดูย่ำแย่ลงทันที
แข้งขาของนางสั่นโดยไม่รู้ตัว เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วและหันกลับมามองนาง “หรือว่า…สิ่งที่เจ้าบอกพระชายาไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด มีเรื่องที่เจ้าโกหก? เจ้าปิดบังอะไรเอาไว้”
ตอนที่ 980 ตกใจกลัว
ทันทีที่เซี่ยเฉียวพูดจบ สาวใช้หวนเอ๋อร์ก็คุกเข่าลงทันที “ปรมาจารย์ บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง แต่เป็นคุณหนูที่ห้ามไม่ให้บ่าวพูด!”
นางคุกเข่าลง เซี่ยเฉียวไม่สนใจนางแต่อย่างใด นางกลับมองไปที่วิญญาณแทน
คำพูดของวิญญาณบางครั้งมีความจริงมากกว่าคำพูดของคนที่มีชีวิต
วิญญาณตนนั้นไม่ได้พูดคุยกับคนที่มีชีวิตเป็นเวลานานแล้ว มันจึงค่อนข้างตื่นเต้นในขณะนี้ เมื่อเห็นเซี่ยเฉียวมองมา มันรีบเอ่ยขึ้นทันที่ “ข้ารู้! แม่นางคนนั้นคือท่านหญิง ตอนนั้นสาวใช้คนนี้ก็เรียกนางอย่างนั้น! พวกนางนั่งอยู่ที่นี่ปรมาณสองเค่อก็จากไป ระหว่างนั้นก็ยังพูดคุยกัน แถมยังด่าคนอื่นด้วย!”
“สาวใช้คนนี้ร่วมกันด่าฮูหยินบ้านนอกคนหนึ่งกับท่านหญิงคนนั้น บอกว่านางโชคดีเป็นหนูตกถังข้าวสาร และยังบอกอีกว่าไม่ช้าก็เร็วจอหงวนก็จะต้องปลดนาง! ยังด่านางว่าชั้นต่ำสำส่อนอะไรด้วย พูดอะไรไม่น่าฟังอีกตั้งมาก!”
“คำด่าไม่ต้องพูดซ้ำหรอก พูดเรื่องอื่นที่เจ้ารู้มาก็พอ” เซี่ยเฉียวเอ่ย “ต้องรบกวนเจ้าครั้งนี้ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจ หากเจ้ามีความปรารถนาอะไร ข้าจะช่วยทำให้สำเร็จ”
“จริงหรือ! ข้าอยากให้เจ้าไปบอกสะใภ้หลิวกุ้ยเหนียงที่อยู่ในตรอกนั้นหน่อย ทุกครั้งที่นางมาตักน้ำ พอตัดเสร็จแล้วนางก็ขากเสมหะลงไปในบ่อน้ำ ข้าขยะแขยงจะตายอยู่แล้ว ขอให้เจ้าไปบอกนางให้หน่อยว่าอย่างทำอย่างนั้นอีก กว่าข้าจะหาบ่อน้ำได้ไม่ง่ายเลย…” วิญญาณเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“…” เซี่ยเฉียวพยักหน้าตอบรับด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน
ไม่ค่อยจะสะอาดเท่าไรนะ
วิญญาณมีความสุขมากขึ้น “แม่นางที่เจ้าพูดถึงพูดอะไรอีกเล็กน้อยก่อนจะจากไป นางบอกว่านางโกรธมากที่ผู้หญิงจากบ้านนอกคนหนึ่งสามารถเหยียบย่ำหัวใจของนางได้ จากนั้นสาวใช้ผู้นี้ก็พูดว่า บางทีหญิงบ้านนอกคนนั้นอาจจะโชคดีก็ได้ ไม่สู้ไปหาผู้วิเศษมาดูดวงชะตาให้จะดีกว่า และสาวใช้ก็แนะนำหมอดูให้คนหนึ่ง โดยบอกว่าเขาศักดิ์สิทธิ์มาก
“ใคร” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ว่ากันว่าเป็นนักพรตที่มีชื่อว่าหลิวหมิง เขาสามารถปรุงยาได้ ดูดวงได้แม่นมาก แต่เขาอยู่ชานเมือง จากนั้นพวกนางก็จากไป” วิญญาณพูดทุกอย่างที่รู้
หลังจากที่เขาพูดจบเซี่ยเฉียวก็มองไปที่หวนเอ๋อร์
หวนเอ๋อร์ผู้นี้ไม่เคยพูดมาก่อนว่านางพาท่านหญิงออกนอกเมืองไป
“เจ้าเคยออกไปนอกเมือง? แล้วนักพรตหลิวหมิงเป็นใคร” เซี่ยเฉียวถามทันที
พอนางพูดอย่างนั้น หวนเอ๋อร์ก็ตกใจจนหน้าซีดทันทีพลางมองนางด้วยสีหน้าเหลือเชื่อก่อนจะร้องไห้ออกมา “พวกเราจะออกไปหานักพรตคนหนึ่ง ข้าได้ยินเพื่อนของข้าบอกว่ามีนักพรตคนหนึ่งที่นอกเมืองเก่งกาจมาก เขามีโชคลาภเล็กๆ น้อยภายใต้คำชี้แนะของนักพรตคนนั้นด้วย ข้าอยากจะปลอบโยนคุณหนู แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แล้วจู่ๆ ก็นึกถึงนักพรตคนนั้นขึ้นมา…”
“ข้าคิดว่า ต่อให้นักพรตไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของหญิงสาวบ้านนอกคนนั้นได้ แต่ในฐานะผู้วิเศษ เขาจะต้องมีวิธีการปลอบโยนคุณหนู ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทำนายวาสนาคู่ครองให้คุณหนูข้าได้…”
“จากนั้นเล่า? ทำไมคุณหนูของเจ้าถึงได้ตกใจจนสูญเสียจิตวิญญาณไปอย่างนั้นได้” เซี่ยเฉียวถามอีก
ปกติทั่วไปแล้วเรื่องพวกนี้ส่วนมากเกิดจากการตกใจกลัว
“พวกเรา พวกเราจ้างรถม้า แล้วไปหาเพื่อนของข้าก่อน ชื่อของเขาคือเป้าอี้ แต่ข้านึกไม่ถึงว่าเป้าอี้จะเห็นพวกเรานายบ่าวออกนอกเมืองตามลำพัง แล้วคนขับคนม้าก็แก่และขี้ขลาด…ตอนนั้นก็เย็นมากแล้วด้วย แท้จริงแล้วเขามีความคิดชั่วร้ายอยู่ในใจและลักพาตัวคุณหนูของเราไป ตอนนั้นเขายัง…ยังจะทำเรื่องอย่างว่ากับคุณหนู ข้ากลัวว่าคุณหนูจะเกิดเรื่องก็เลยเอาก้อนหินทุบหัวเป้าอี้จนสลบไป…”
คนขับรถม้าอายุมากแล้ว เขาเองก็ไม่กล้าที่จะขัดขืนต่อต้าน
หลังจากที่เป้าอี้ล้มลง พวกนางก็แย่งของกลับคืนมา แต่บนเนื้อตัวคุณหนูก็ยังมีร่องรอยอยู่บ้างเล็กน้อย
เสื้อผ้าก็ขาดด้วย คุณหนูกลัวว่าคนอื่นจะรู้จึงบอกให้นางหุบปากให้สนิท
นอกจากนี้ในตอนนั้นคุณหนูโกรธมาก หลังจากที่เป้าอี้ล้มลง นางก็หยิบก้อนหินขึ้นมาและทุบไปอย่างแรงสองสามครั้ง ตอนนั้นนางคิดว่า…เป้าอี้ถูกทุบตายไปแล้ว
ระหว่างทางกลับคุณหนูตัวสั่นอยู่ตลอดเวลาบอกว่านางฆ่าคนไปแล้ว
แต่นางไม่กล้าพูดเรื่องนี้ออกมาจริงๆ ตอนนั้นนางคิดว่าเป้าอี้ตายไปแล้ว และเมื่อใดที่พระชายารู้ว่านางเป็นคนยุยงให้ท่านหญิงออกนอกเมืองไป เมื่อนั้น…ชีวิตของนางก็คงต้องจบลง!
tom110
วีบ่าวเลว ก็เหมือนคบคนพาล