ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 981 อายุสั้น / ตอนที่ 982 วิญญาณที่มีชีวิต
ตอนที่ 981 อายุสั้น / ตอนที่ 982 วิญญาณที่มีชีวิต
ตอนที่ 981 อายุสั้น
เวลานี้หวนเอ๋อร์ตัวสั่นเทา นางจำใจต้องพูดความจริงทั้งหมดออกมา
ใจของนางเย็นเยียบไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะรู้ว่าหลังจากที่นางกลับไป นางคงจะไม่มีทางจบลงด้วยดีแน่ๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องที่นางปกปิดความจริงเรื่องนี้ พระชายาก็คงจะไม่เก็บนางไว้แล้ว แต่ตอนนี้นางจะไม่พูดเรื่องนี้ก็คงไม่ได้แล้ว เพราะถึงอย่างไรปรมาจารย์ก็เก่งมาก เรื่องเช่นนี้นางยังสืบรู้จนได้!
ความสามารถอันลี้ลับน่ามหัศจรรย์เช่นนี้ทำให้นางหวาดกลัวจริงๆ
“บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายท่านหญิงจริงๆ…” หวนเอ๋อร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางพูดไปพลาง
“พาข้าไปที่ที่พวกเจ้าไปวันนั้นหน่อย หากเจ้าหาไม่เจอก็ต้องหาเป้าอี้ผู้นั้นให้เจอ ในเมื่อเจ้าทำผิดแล้ว ก็จะต้องพยายามชดใช้สิ และก็ควรที่ทำเพื่อมโนธรรมของตนเองด้วย” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่กล้าพูดว่านางจะสามารถรักษาชีวิตของสาวใช้คนนี้ไว้ได้
นางมิใช่สาวใช้ของเซี่ยเฉียว อีกอย่างนางนำจ้าวจยาหลิงออกไปนอกเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจก็จริง แต่ต่อมาเรื่องที่นางปิดบังความเคลื่อนไหวของท่านหญิงนั้นเป็นเรื่องที่นางจงใจ
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบ่าวรับใช้คือความจงรักภักดี
ตอนนี้ความจงรักภักดีของนางหมดลงแล้ว จวนอ๋องจะต้องไม่เก็บนางไว้แน่ ส่วนจะขายออกหรือจะเอาชีวิตนั้นก็ยังบอกไม่ได้
หากหวนเอ๋อร์พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยนาง และพระชายามารู้ในภายหลัง นางก็อาจจะได้รับความเมตตาบ้าง
หวนเอ๋อร์เองก็ไม่กล้าปฏิเสธ นางตอบตกลงโดยดี
ก่อนที่จะออกไปนอกเมือง เซี่ยเฉียวไปหาหญิงชราที่ไม่สะอาดผู้นั้นก่อน
เมื่อหญิงผู้นั้นเห็นรถม้าของเซี่ยเฉียวก็รู้สึกประหม่ากลัวขึ้นมาแล้ว พอเซี่ยเฉียวพูดถึงเรื่องที่นางแอบทำขึ้น ใบหน้าของนางก็แดงขึ้นมาทันที
“ข้าไม่กล้า ไม่กล้าทำแล้ว! ต่อไปไม่ทำแล้ว ข้ารู้สำนึกแล้ว อย่าได้ปรับเงินข้าเลย…” หญิงผู้นั้นตกใจจนจะร้องไห้แล้ว
แน่นอนว่าจ้าวเสวียนจิ่งย่อมให้องครักษ์ของเขาออกหน้าสำหรับเรื่องแบบนี้
องครักษ์หน้าตาองอาจห้าวหาญยิ่งนัก เมื่อประกอบกับป้ายและดาบประจำตัว แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดา ไหนเลยนางจะกล้าเล่นลิ้น
หากจะพูดถึงเหตุผลที่หญิงผู้นี้ขากเสมหะลงในบ่อน้ำ…ก็ยิ่งน่าแปลกใจ
หญิงผู้นี้มีบ่อน้ำอยู่ในบ้าน เดิมทีนางไม่จำเป็นต้องไปตักน้ำข้างนอก แต่เพื่อนบ้านข้างบ้านของนางนั้นไม่มี และเพื่อนบ้านคนนี้ก็มักจะพูดจาไม่น่าฟัง เขามักจะบอกว่าครอบครัวนางเคยร่ำรวยมีเกียรติ แต่ตอนนี้ลูกๆ กลับไร้อนาคต นางด่ากลับไม่ได้จะสู้กลับก็ไม่ได้ และความจริงก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดกัน นางจึงรู้สึกอัดอัดคับข้องและเสียใจ…
ยังมีเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่มักจะพูดอยู่เสมอว่านางเลี้ยงลูกจนอ้วน จะต้องให้เขากินน้อยลง ไม่เช่นนั้นต่อไปลูกของนางจะอ้วนจนไม่สามารถหาภรรยาได้ กระทั่งว่าเขาจะอายุสั้น!
คำพูดเหล่านี้ร้ายกาจปานใด!
ในใจนางโกรธมากจึงแอบทำเรื่องนั้นอย่างลับๆ และการได้เห็นคนเหล่านั้นกินน้ำลายของนางทุกวันทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ตอนที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่ตรงประตู นางก็ได้เห็นลูกๆ ของครอบครัวนี้จริงๆ
พวกเขา…ค่อนข้างอ้วน
ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันไม่ได้เป็นการรบกวนผู้อื่น เพียงแต่มันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายตัวเองเลย อีกอย่างเพื่อนบ้านก็คงเฝ้าดูเด็กๆ บ้านนี้เติบโต และเห็นว่ามารดาของพวกเขาไม่ได้สนใจดูแล จึงก็อดเป็นห่วงแทนนางไม่ได้ แล้วก็พูดตรงๆ ไปหน่อย
ผู้หญิงคนนี้จะต้องฟังคำพูดโน้มน้าวมาแล้วมากมาย
อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของพวกเขา ดังนั้นในเวลานี้เซี่ยเฉียวจึงไม่พูดอะไรมากอีกให้เปลืองน้ำลาย
หลังจากที่เซี่ยเฉียวจัดการเรื่องนี้แล้ว นางก็ถือโอกาสออกไปนอกเมืองในขณะที่ฟ้ายังไม่มืด
มันเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งไม่ไกลออกไปจากนอกเมืองนัก แต่มีถนนเล็กๆ ที่มีวัชพืชขึ้นรกเรื้ออยู่ข้างทาง และหมู่บ้านตรงนั้นก็มีประชากรน้อย คนจึงผ่านไปมาน้อย ไม่แปลกใจเลยที่ในเวลานั้นคนที่ชื่อเป้าอี้กล้าลงมือกับท่านหญิงโดยไม่กลัวว่าคนที่ผ่านไปผ่านมาจะพบเห็น
ตอนที่ 982 วิญญาณที่มีชีวิต
เดิมทีบนถนนเล็กๆ เส้นนั้นก็ไม่มีคนอยู่แล้ว พอเดินไปได้ครึ่งทางหวนเอ๋อร์ก็ชี้ไปที่สามแยกแล้วเลี้ยวเข้าไป
“เป้าอี้ไม่ใช่คนดี ก่อนหน้านี้เขาก็ถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน เขาหาวิธีหาเงินด้วยตัวเองและสร้างบ้านขึ้นมาใกล้ๆ นี้…” หวนเอ๋อร์เอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวนับถือนางจริงๆ
ในเมื่อนางรู้อยู่แล้วว่าเป้าอี้ไม่ใช่คนดี แต่ยังกล้านำทางมาที่นี่อีก!
แถวนี้มีคนอยู่น้อย และวัชพืชบางแห่งก็สูงท่วมหัวคนเสียอีก หากทำเขาอะไรข้างในนั้นจริงๆ ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนก็อาจมองไม่เห็นเลย!
พวกเขาเดินต่อไปจากทางแยกไม่กี่ก้าว แล้วก็หยุดลง
“ที่นี่แหละ ข้าบังเอิญเจอเป้าอี้กำลังมาพอดี ข้าก็เลยพบเขาก่อนที่เราจะไปถึงบ้านหลังเล็กนั่น พวกเราลงจากรถม้าและข้าก็คุยกับเขาสักพัก จากนั้นเขาก็พูดจาไม่ดีและเริ่มโจมตี”
หวนเอ๋อร์พูดพลางก็ชี้ไปที่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่บนพื้น “นั่นน่าจะเป็นหินที่ข้าและคุณหนูใช้ทุบตีเขา…”
เดิมทีนางคิดว่าเพราะเขาถูกทุบจนตายคุณหนูจึงได้หวาดกลัวขนาดนั้น
แต่ต่อมาเป้าอี้ก็มาหานางเพื่อขอเงินจากนางไปหาหมอ
เวลานั้นคุณหนูก็เริ่มเสียสติแล้ว นางแอบบอกคุณหนูว่าเป้าอี้ยังไม่ตาย แต่คุณหนูก็ยังไม่ดีขึ้นเหมือนเดิม
เซี่ยเฉียวเดินดูรอบๆ
ในที่สุดนางก็เห็นวิญญาณที่มีชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งจริงๆ
วิญญาณที่มีชีวิตขดตัวกลม ตัวสั่นเทาเล็กน้อย เซี่ยเฉียวเดินเข้าไปและพบว่านอกจากวิญญาณที่มีชีวิตของจ้าวจยาหลิงแล้ว ยังมีตุ้มหูข้างหนึ่งอีกด้วย รูปแบบของมันสวยมาก และมันถูกใบไม้ร่วงบดบังไว้เล็กน้อย
นางยกมือขึ้นและหยิบมันขึ้นมา
“มันเป็นของคุณหนูข้า!” หวนเอ๋อร์เอ่ยอย่างรวดเร็ว “ตอนนั้นคุณหนูแย่งปิ่นปักผมคืนมาได้ แต่เนื่องจากนางประหม่าเกินไป นางจึงไม่ได้สังเกตว่านางทำต่างหูหายไปข้างหนึ่งด้วย”
วิญญาณที่มีชีวิตจ้องต่างหูนั้นไม่วางตา และเมื่อนางเห็นว่าเซี่ยเฉียวหยิบมันขึ้นมา นางก็ดูประหม่ามาก
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกับวิญญาณที่มีชีวิตว่า “เจ้ากลัวว่าจะมีคนพบศพของเป้าอี้ และตอนที่ทางการสืบสวนก็จะพบต่างหูของเจ้า แล้วสืบมาจนเจอตัวเจ้าอย่างนั้นหรือ”
จ้าวจยาหลิงอึ้งไป
นางยังคงสับสนเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรจิตวิญญาณของนางก็ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นนางจึงมีความยึดติดอยู่บ้าง แต่กลับไม่มีสติรับรู้มากนัก
นอกจากความหวาดกลัวแล้ว เมื่อจ้าวจยาหลิงได้ยินคำพูดพวกนี้ของเซี่ยเฉียวในเวลานี้ นางก็รู้สึกประหม่ามากจนพูดอะไรไม่ออกด้วยซ้ำ
เซี่ยเฉียวคาดว่า ระหว่างทางท่านหญิงผู้นี้พบว่าต่างหูของนางหายไป นางจึงตกใจกลัวจนวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง นางไม่กล้ากลับไปเก็บมัน แต่ก็หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ วิญญาณที่หลุดลอยไประหว่างทางนี้ก็เลยลอยไปที่ ‘ที่เกิดเหตุของคดี’ ด้วยตัวเอง นางนึกไม่ถึงว่าเป้าอี้ยังไม่ตาย แต่วิญญาณของนางก็ไม่สามารถกลับไปได้แล้ว
และเพราะความยึดติดในต่างหูนี้ วิญญาณที่มีชีวิตนี้จึงไม่สามารถจากไปได้
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดคุยกับนางในตอนนี้
นางจุดธูปหล่อเลี้ยงวิญญาณแล้วเก็บวิญญาณนางมา
วิญญาณที่มีชีวิตนี้เร่ร่อนอยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน จะอ่อนแอมากและดูเหมือนว่าสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ
นางสันนิษฐานว่าเมื่อจิตวิญญาณที่มีชีวิตของจ้าวจยาหลิงกลับคืนสู่ร่างของนาง คนคนนี้ก็จะอ่อนแอลงเล็กน้อย และคงเป็นไปไม่ได้ที่กลับไปแข็งแรงเหมือนเดิม
แต่ก็สมควรแล้ว
อายุยังน้อยแค่นี้เอง หลังจากนางฟังคำพูดยุงยงของคนอื่นแล้วยังอยากจะออกมาขอให้ปรมาจารย์เปลี่ยนโชคชะตาของคนอื่น!
โชคดีที่นางทำไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นหากนางเจอนักพรตสายมารเข้า ไม่แน่เรื่องแบบนี้ก็อาจจะได้ผลจริงๆ ก็ได้ แล้วหยิงเหนียงก็จะเป็นคนที่โชคร้ายคนนั้น
“เรียบร้อยแล้ว?” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
งานวันนี้เดินทางไกลหน่อย แต่ไม่ได้ยากมาก
นอกจากนี้ยังเป็นเพราะเซี่ยเฉียวที่เก่งกาจ รู้แจ้งหยินและหยาง มิฉะนั้นใครจะหาสถานที่เช่นนี้พบได้?
“เป้าอี้นั่น…” เซี่ยเฉียวหันไปมองจ้าวเสวียนจิ่ง “จะจัดการอย่างไรดี”
มันกล้าก่อเรื่องในเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไร เก็บเอาไว้ก็จะเป็นอันตรายต่อคน แต่เรื่องที่มันละเมิดต่อหญิงสูงศักดิ์เช่นนี้จะให้ลือออกไปก็ไม่ได้ มิฉะนั้นคนของจวนหย่งหลินอ๋องก็คงจะเกลียดนางและรัชทายาทกันทั้งบ้าน