ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 963 มีปัญหาเล็กน้อย / ตอนที่ 964 วิญญาณที่ครึกครื้น
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 963 มีปัญหาเล็กน้อย / ตอนที่ 964 วิญญาณที่ครึกครื้น
ตอนที่ 963 มีปัญหาเล็กน้อย / ตอนที่ 964 วิญญาณที่ครึกครื้น
ตอนที่ 963 มีปัญหาเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเข้าใจว่าวิญญาณชราตนนี้กังวลเรื่องอะไร
ตอนที่พวกเขาเพิ่งตายใหม่ๆ หากถือโอกาสจากไปในทันที ต่อไปในช่วงเวลาเทศกาลก็จะมีโอกาสกลับขึ้นมาเที่ยวเล่นได้
แต่หลังจากที่พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว การจะลงไปเบื้องล่างก็เป็นเรื่องยากจริงๆ
“เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่าวิญญาณครอบครัวท่านมีจำนวนน้อยลง มันเกิดอะไรขึ้นหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามรายละเอียด
“ถึงอย่างไรวิญญาณตระกูลไป๋หลี่ก็มักจะรวมตัวกันและปรึกษาหารือกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ถึงกับสูญสลายไปได้ง่ายๆ เหมือนวิญญาณที่ล่องลอยไปทั่วข้างนอกนั่น หลายปีมานี้ พวกเราล้วนอยู่ที่บ้านเก่าของตระกูลไป๋หลี่ สถานที่นั้นเกือบจะร้างแล้ว แต่ในสายตาของวิญญาณอย่างพวกเรา มันไม่ต่างอะไรกับตอนนั้นเลย”
“ตอนแรกทุกอย่างปกติดี แต่เมื่อเดือนก่อนจู่ๆ พวกเขาก็หายไปห้าคน ข้าส่งเด็กๆ คนอื่นไปตามหาพวกเขา แต่ขณะที่พวกเขาออกตามหา พวกเขาก็มาหายไปอีกสามคน ข้าคิดว่าพวกเราเองก็ถือว่าเป็นพวกที่มีพลังมากแล้วในหมู่วิญญาณด้วยกัน ตอนนั้นอาจารย์ปู่ของเจ้ายังบอกข้าว่า หากมีพวกสายมารนอกรีตพบเห็นวิญญาณที่อยู่มานานแล้วแต่ยังมีสติดีไม่สับสนเลอะเลือนและมีพลังมากเช่นนี้อย่างข้า พวกเขาจะต้องจับข้าไปเลี้ยงเพื่อให้ทำเรื่องชั่วช้าเป็นแน่”
“ข้ากลัวว่าเด็กๆ คนอื่นในบ้านจะเกิดเรื่องอีก จึงได้ให้พวกเขาไปซ่อนตัว แล้วข้าก็ได้ยินมาว่าเจ้ารู้แจ้งหยินหยาง และมาจากวัดสุ่ยเย่ว์ ดังนั้นข้าจึงได้มาขอความช่วยเหลือจากเจ้า”
อันที่จริงเขาก็อยากมาหานางตั้งนานแล้ว
ตั้งแต่ที่เขาได้ยินชื่อเสียงของนางว่ามาจากวัดสุ่ยเย่ว์ เขาก็คิดแล้วว่าจะมาขอให้นังหนูนี่ช่วยส่งทายาททั้งหมดของเขาลงไปเบื้องล่างดีหรือไม่
แต่พวกเขามีกันเป็นจำนวนมาก ความคิดความอ่านก็แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น สามีภรรยา แม้ตายไปแล้วก็ยังเป็นคู่สามีภรรยากัน ปัจจุบันก็ยังอยู่ด้วยกันได้ แต่หากลงไปเบื้องล่าง แล้วไปเกิดใหม่จริงๆ พวกเขาก็จะไม่รู้จักกันและกันแล้ว
พวกเขาครองคู่อยู่ด้วยกันมาหลายปี จึงรู้สึกไม่เต็มใจ
“พอมาคิดดูตอนนี้ พวกเขาก็เป็นวิญญาณที่ล่องลอยมานานมากพอแล้ว หลังจากที่ข้าตามพวกเขากลับมาได้แล้ว ไม่ว่าเขาพวกเขาจะเต็มใจหรือไม่ พวกเขาทั้งหมดก็ต้องลงไป พวกเขาจะเชื่อฟังคำพูดของข้า” ไป๋หลี่จี้เอ่ย
เซี่ยเฉียว “หากข้าตามพวกเขากลับมาได้ เรื่องนั้นก็ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ เพียงแต่…วิญญาณนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา การจะตามหาพวกเขาคงไม่ง่าย หากจะตามหากันจริงๆ ล่ะก็…จำเป็นจะต้องเปิดโลงศพ”
“เปิดโลงศพ?” ไป๋หลี่จี้งุนงงเล็กน้อย
“ถูกต้อง พวกท่านเป็นวิญญาณ ข้าก็ไม่เคยพบเห็นพวกท่านมาก่อน จะให้หาอย่างไรเล่า หนทางเดียวที่มีก็คือ จะต้องดูว่าสามารถจะหาโครงกระดูกพบหรือไม่ หากหาเส้นผมหรือกระดูกเจอ ขอเพียงนำกระดูกชิ้นหนึ่งมาให้ข้า ข้าจะทำพิธีและพอจะกำหนดตำแหน่งได้”
วิธีนี้พูดง่ายแต่ทำยากและเปลืองแรงด้วย
บังเอิญเช่นกันที่เห็ดหลินจือเลือดที่ได้มาก่อนหน้านี้สามารถใช้หาวิญญาณได้พอดี
“ตระกูลไป๋หลี่ของข้า…ถูกตัดศีรษะทั้งครอบครัว และ…กระดูกถูกทำลายกลายเป็นเถ้า แม้ว่าจะมีหลุมฝังศพของครอบครัวข้าอยู่ที่ชานเมือง แต่ก็น่าเสียดายที่ภายในสุสานส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าเท่านั้น ไม่มีกระดูก…”
ฮ่องเต้องค์ก่อนนั้นโหดเหี้ยมมาก
พวกเขาไม่เพียงบดขยี้กระดูกของสมาชิกตระกูลไป๋หลี่ในเวลานั้น แต่ยังขุดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษพวกเขาเพื่อค้นหา ‘แผนที่โลก’ ด้วย
ดังนั้นตระกูลไป๋หลี่จึงมีชื่อเสียงไปทั่วหล้า แต่สิ่งของที่คนอื่นเซ่นไหว้ให้นั้นไม่พิถีพิถันมากพอ…จึงไม่สามารถรับอะไรหลายๆ อย่างได้ ด้วยเหตุนี้หลังจากพวกเขากลายเป็นวิญญาณแล้วจึงยากจนมาก
ไป๋หลี่จี้มองเสื้อผ้าของเขาเองและถอนหายใจ
เป็นเวลานานแล้วที่ไม่มีใครเผาเสื้อผ้าใหม่ให้เขาและชุดนี้ก็เปื่อยยุ่ยเสียแล้ว
แต่หลังจากเรื่องนี้คลี่คลายลงแล้ว เขาอาจจะให้นังหนูนี่เรียกชื่อสมาชิกในครอบครัวเขาและวันตายทีละคน จากนั้นก็เผาสิ่งของให้พวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะได้สวมเสื้อผ้าใหม่โดยไม่มีปัญหาใดๆ
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกระดูก…
ไป๋หลี่จี้เกาศีรษะของตนเองด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มกังวลเล็กน้อย
หลังจากที่เขาคิดอย่างรอบคอบ ไม่นานนักเขาก็เอ่ยขึ้นอีก “ในบรรดาลูกหลานของข้าที่หายไป อาจมีคนหนึ่ง…ที่มีกระดูก…แต่มีปัญหาเล็กน้อย…”
ตอนที่ 964 วิญญาณที่ครึกครื้น
ใบหน้าของวิญญาณชราเต็มไปด้วยความลำบากใจ ซึ่งทำให้การแสดงออกของเขาดูน่ากลัวเล็กน้อย และผิวหนังที่แก่ของเขาหย่อนคล้อย ทำให้นางไม่กล้ามองนานๆ
โชคดีที่ไป๋หลี่จี้คนนี้น่าจะเสียชีวิตด้วยความแก่ชรา ดังนั้นแม้ว่าเขาจะกลายเป็นวิญญาณ แขนขาเขาก็ไม่ได้ขาด ท่าทางของเขาดูดีและทั่วร่างกายไม่มีเลือดหยด ระดับนี้เซี่ยเฉียวยังสามารถรับได้
“ท่านบอกข้ามาเถิดว่าศพอยู่ที่ไหน ข้าจะพยายามตามหาอย่างเต็มที่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“อาจนับไม่ได้ว่าเป็นโครงกระดูก เป็นแค่กระดูกมืออันหนึ่ง” ไป๋ลี่จี้มองนางอย่างลึกซึ้ง “ฮ่องเต้ในราชวงศ์ก่อนโง่เขลาถึงขนาดบังคับลูกหลานของข้าให้มอบ ‘แผนที่โลก’ ให้เขา แต่ลูกหลานของข้าคนนั้นไม่ยอม จึงถูกตัดมือก่อน กระดูกชิ้นนั้นถูกขัดเงาเพื่อทำเป็นกระดูกหยกฝังบนพู่กัน หลังเปลี่ยนราชวงศ์ ของสิ่งนี้ก็กลายเป็นของฮ่องเต้แห่งราชวงศ์นี้ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ที่มาของพู่กันนี้ และยังคิดว่ามันทำมาจากกระดูกสัตว์อะไรสักอย่าง…”
“…” วันนี้เซี่ยเฉียวต้องตกใจหลายรอบจริงๆ
“ไม่รู้ว่ากระดูกชิ้นเล็กน้อยเช่นนั้นจะสามารถใช้ได้หรือไม่” ไป๋หลี่จี้กังวลใจ
“สามารถลองดูได้” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
ของอยู่ในวังกลับหาไม่ยากเท่าไร
“วิญญาณจากภายนอกจะลอยเข้าไปในวังหลวงตอนนี้ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าพู่กันนี้ถูกเก็บไว้ในคลังหรือถูกมอบให้คนอื่นไปแล้ว เพียงแค่รู้ว่าฮ่องเต้งี่เง่าของราชวงศ์ก่อนตั้งชื่อพู่กันด้ามนี้ว่า ‘จิงลั่วไป๋เสวี่ย’ ซึ่งมาจากความหมายของคำว่าจรดพู่กันสะเทือนอารมณ์ หากมีชื่ออย่างนี้ก็อาจจะหาได้ง่ายหน่อย” วิญญาณเอ่ย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ไม่ทราบว่าสถานที่พวกท่านซ่อนตัวอยู่ตอนนี้เหมาะสมหรือไม่ ที่หอส่องชะตาของข้านี้มีอาวุธวิเศษมากมาย ชั้นสองเองก็มีของดีที่หล่อเลี้ยงเอาไว้ไม่น้อย ในเมื่อมักจะมีวิญญาณหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นนั้น ขาว่าพวกท่านย้ายมาอยู่ที่นี่สักพักจะไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก”
ไป๋หลี่จี้มองไปรอบๆ
ที่นี่…ทำให้รู้สึกสบายใจจริงๆ ด้วย
เขาควบคุมไอแค้นของตนเองเอาไว้ ดังนั้นแม้ว่าอาวุธวิเศษด้านล่างจะข่มเขาอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงเกินไป
และบ้านไม้เหล่านั้น…ก็ค่อนข้างหายาก ดีกว่าบ้านที่ทำจากกระดาษมาก
“ข้าจะขอให้พวกเขาย้ายมาที่นี่คืนนี้ เพียงแต่สมาชิกในครอบครัวมีจำนวนมาก ข้าเกรงว่าจะส่งเสียงดังเกินไป” ไป๋หลี่จี้รู้สึกเกรงใจอย่างยิ่ง
“ไม่เป็นไร” หอส่องชะตาของนางใหญ่โตขนาดนี้ จะรองรับวิญญาณเหล่านั้นไม่ได้เชียวหรือ
ไป๋หลี่จี้กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกหลาน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธอะไรมากมาย เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์ขอให้เขาอยู่ เขาก็ตอบตกลงทันที
หลังจากที่เขาลอยออกไป เขาก็นำ…วิญญาณจำนวนมากกลับมาในเวลาไม่นาน
…
เซี่ยเฉียวรออยู่ที่หอส่องชะตา แต่พอนางเห็นไป๋หลี่จี้กลับมาอีกครั้ง นางก็ต้องตกใจจนแทบจะอ้าปากค้าง
คนตระกูลนี้มีจำนวนมากจริงๆ!
“ตอนนั้นทายาทของข้าเหลืออยู่ไม่มากนัก ราวๆ ห้าสิบคนเท่านั้น แต่เพราะตระกูลของข้าเกี่ยวพันกับตระกูลอื่นอีกไม่น้อย ต่อมาพวกเราจึงมารวมตัวกันอยู่ในที่แห่งเดียว บวกกับความโกลาหลวุ่นวายในตอนนั้นทำให้มีคนตายทุกหนทุกแห่ง และเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ข้าเห็นดวงวิญญาณโดดเดี่ยวน่าสงสารมากมาย จึงได้รับพวกเขาไว้ เมื่อมีเจ้านายหลายคน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีบ่าวรับใช้บ้าง ก็เลย…เสาะหาคนที่รู้ความมาคอยรับใช้ และหลังจากนั้นไม่นาน มันก็กลายเป็นครอบครัวใหญ่ขึ้นมา”
เซี่ยเฉียวแทบจะเป็นลม
ครอบครัวใหญ่จริงๆ
เหอๆ วิญญาณเหล่านี้กำลังปิดกั้นทางเข้าของหอส่องชะตา พวกเขาเข้าแถวเรียงกันซึ่งเป็นแถวยาวมาก หากจะให้นับดูก็น่าจะถึงห้าร้อย!
นางไม่เคยเห็นฉากอะไรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน!
ในหมู่พวกเขา วิญญาณบางตนก็ค่อนข้างธรรมดาไม่ต่างกับวิญญาณเร่ร่อนข้างถนน แต่พวกเขาบางตนไม่ต่างอะไรกับไป๋หลี่จี้ที่แข็งแกร่งทรงพลัง
ฉากนี้ครึกครื้นดีจริงๆ…
tom110
เพิ่งเห็นบุญวาสนาของวิญญาณที่สามารถรวมญาติมิตรทั้งหลายมาไว้ด้วยกันในที่เดียวกันได้
เป็นความรู้ใหม่ทีเดียว