ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 961 พ้นภัยไปได้อีกครั้ง / ตอนที่ 962 ครอบครัววิญญาณ
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 961 พ้นภัยไปได้อีกครั้ง / ตอนที่ 962 ครอบครัววิญญาณ
ตอนที่ 961 พ้นภัยไปได้อีกครั้ง / ตอนที่ 962 ครอบครัววิญญาณ
ตอนที่ 961 พ้นภัยไปได้อีกครั้ง
“จริงสิ นอกจากเทียบเชิญแล้วเขายังได้ให้กล่องใบหนึ่งไว้ด้วย และบอกว่าในกล่องนั้นเป็นเงินมัดจำ ไม่ว่าท่านจะรับหรือไม่รับงานก็จะไม่เอาเงินมัดจำคืน ข้าเองก็ไม่กล้าตัดสินใจจึงได้รับกล่องนั้นมาไว้ แต่ก็ยังไม่เคยเปิดมันออกเลย”
ผู้ดูแลฉังรีบไปหยิบของออกมาทันที
เทียบเชิญใบนั้นมีสีออกแดงดำ
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย และนำมันมาดมใกล้ๆ จมูก เทียบเชิญใบนั้นมีกลิ่นคาวเลือด มันน่าจะถูกทาด้วยเลือดผสมชาด
เซี่ยเฉียววางมันลงข้างๆ ด้วยความรังเกียจ แล้วหันไปมองกล่องใบนั้น
นางนิ่วหน้าเล็กน้อย
การรู้แจ้งหยินหยางไม่เพียงแต่จะสามารถเห็นวิญญาณได้เท่านั้น แต่นางยังสามารถเห็นพลังที่ชั่วร้ายและดำมืดได้ด้วย และเวลานี้นางก็เห็นกลิ่นอายไม่ดีอยู่บนกล่องใบนั้น
ต้องขอบคุณดวงตาทั้งคู่ของนาง มิฉะนั้นนางคงเปิดกล่องดูด้วยความเลินเล่อไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่ามันจะมีผลอะไรกับนางบ้าง
เซี่ยเฉียวสั่งให้ผู้ดูแลวางมันลง จากนั้นนางก็ไปเอาไม้ปัดฝุ่นมาปัดๆ ค่อยๆ แปะกระดาษยันต์สองสามแผ่นบนนั้น แล้วจึงนำไปทำความสะอาดต่อหน้าเทพเซียนบนชั้นสอง
“นายท่าน ของนั้นมีอะไรผิดปกติหรือ” ผู้ดูแลฉังเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวลหลังจากที่เซี่ยเฉียวลงมาจากชั้นสองแล้ว
“ก็มีนิดหน่อย” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “คนผู้นั้นรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรหรือ”
“เขามีตาเดียว อายุประมาณสี่ห้าสิบปี ดูท่าทางลึกลับมืดมนแปลกๆ ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนัก แต่ตอนที่ข้าพบเขาในวันนั้นเขาก็ยังมีท่าทีสุภาพนบนอบ ข้าก็ไม่กล้าถามอะไรมาก ข้าเองก็กังวลว่าของนี้จะมีปัญหาอะไร ดังนั้นหลังจากรับมันมาแล้ว ข้าจึงได้วางมันไว้ที่มุมหีบ ไม่ได้แตะต้องมันอีกเลย” ผู้ดูแลฉังรีบเอ่ยทันที
ตั้งแต่…ที่เขาสงสัยว่านายท่านทำการค้ากับพวกวิญญาณ เขาก็ไม่กล้าแตะต้องอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก
“ยินดีกับเจ้าด้วยที่พ้นภัยไปได้อีกครั้ง” เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างจริงจัง “ต่อไปผู้ดูแลฉังจะควรต้องระมัดระวังเช่นนี้”
“อา?” ผู้ดูแลฉังอึ้งงันไป “มีปัญหาจริงๆ หรือนี่”
“ข้างในมีอะไรข้าก็ยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้ผ่านไปสักกี่วันจึงจะเปิดดูได้ แต่ผู้ดูแลฉังวางใจได้ ในเมื่อเจ้าทำงานให้ข้า ข้าย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรแน่ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในห้องนี้ล้วนแต่เป็นของดีทั้งนั้น แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้พกติดตัวไว้ แต่เมื่ออยู่กับมันนานๆ เจ้าก็จะยังมีแรงต้านทานต่อของไม่ดีเหล่านั้นได้ระดับหนึ่ง” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยความสบายใจ
ผู้ดูแลฉังตาแข็งขึ้นมาทันที
“อีกอย่างเจ้าก็ยังพกยันต์สีเหลืองที่ข้าให้ติดตัวไว้อยู่ใช่หรือไม่ มันเรียกทรัพย์และคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัย ไม่ต้องกลัว” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ
มุมปากของผู้ดูแลฉังแข็งค้าง เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมาทีหนึ่ง
“ข้าน้อยอยู่มาตั้งหลายสิบปีแล้ว ไม่ได้ขี้กลัวขนาดนั้น…”
กรุ๊งกริ๊ง…
พอสิ้นเสียงพูดของผู้ดูแลร้านฉัง จู่ๆ เสียงกระดิ่งด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง มันดังกว่าครั้งไหนๆ รุนแรงจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
เซี่ยเฉียวมองออกไป
เป็นวิญญาณตนหนึ่ง
พูดให้ถูกคือ…เป็นวิญญาณชราที่อยู่มานานแล้ว เสื้อผ้าบนตัวของเขาดูแพงเล็กน้อยและยังเป็นแบบของราชวงศ์ก่อน แต่ขาดรุ่งริ่งไปหมด
กลิ่นอายทั่วร่างก็น่ากลัวเล็กน้อย
มันไม่เหมือนกับพวกวิญญาณที่เร่ร่อนมานานแล้วพวกนั้นเท่าไรนัก
มันไม่ได้อ่อนแอ กระทั่งรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณของเขายังแข็งแกร่งมาก ทั้งยังมีไอแค้นอยู่บนร่างเขา แต่เขากลับควบคุมมันได้ดี เขาเป็นสัตว์ประหลาดชราที่ทรงพลังตนหนึ่ง
หากนางต่อสู้กับวิญญาณเช่นนี้…
เซี่ยเฉียวเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
“ขึ้นไปคุยกันข้างบน” เซี่ยเฉียวพูดกับวิญญาณตนนั้นอย่างเรียบง่าย จากนั้นก็สาวเท้าขึ้นบันไดไป
ผู้ดูแลฉังตกตะลึงไปในทันที จากนั้นเขาก็ตัวสั่นเทาเล็กน้อย และแสร้งทำเป็น…ไม่ได้ยิน
อาจารย์เซียวส่งให้เขามาอยู่ข้างกายนายท่าน ด้วยเหตุผลประการแรกคือไว้วางใจเขา ให้เขาดูแลท่านเจ้าของร้าน ประการที่สอง…คือให้เขามาเลี้ยงดูตนเองยามแก่เฒ่าที่นี่ ในร้านเล็กๆ เช่นนี้ไม่ได้ยุ่งอะไรมากมาย เขาสามารถทำตัวสบายๆ และมีอิสระได้…
แต่ตอนนี้…ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นทุกที
ตอนที่ 962 ครอบครัววิญญาณ
วิญญาณชราลอยขึ้นไปข้างบน เขาดูสงบมาก เขาเป็นชายชราที่มีอายุหลายปีแล้ว และท่าทางของเขาก็ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสามารถเติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของวิญญาณได้ ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้า” วิญญาณเอ่ยปาก
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด” เซี่ยเฉียวตอบกลับทันที
นางตอบตกลงอย่างเรียบง่ายจนวิญญาณตนนั้นตะลึงไป “เจ้าไม่พูดถึงเงื่อนไขหน่อยหรือ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นวิญญาณที่มีอายุหลายร้อยปี รู้เรื่องอะไรมากมาย ได้เห็นโลกมาเยอะ และยังรู้ว่าจะหาเงินมากมายได้จากที่ไหน”
“ท่านไม่มีกลิ่นคาวเลือด ซึ่งเห็นได้ชัดว่า แม้ท่านจะมีชีวิตอยู่นาน แต่ก็มิได้ทำอันตรายแก่ใครเลย อีกอย่างท่านมาที่นี่ ท่านก็ควรจะรู้อยู่แล้วว่า หากข้าทำตามคำขอของท่านสำเร็จ ท่านจะถูกข้าส่งลงไปปรโลกแล้วรอกลับไปเกิดใหม่…หากท่านไม่อยู่ในโลกนี้ต่อไปและจากไปด้วยความเต็มใจก็จะถือเป็นบุญกุศลของข้า แล้วข้าจะต้องมีเงื่อนไขอะไรอีก” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างสงบ
วิญญาณที่อยู่บนโลกมนุษย์ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
หากมีความยึดติดก็จะมีผลกระทบไม่มาก
แต่ถ้ามีความแค้นเคือง…มีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ดีกว่า
“ถูกต้อง ข้าเองก็รู้กฎของเจ้า” ชายชราพยักหน้า จากนั้นเขาก็มองใบชาที่เซี่ยเฉียวดื่ม
เซี่ยเฉียวรินชาให้เขาดื่มอย่างสุภาพ ให้เขาได้สูดดมด้วย
“ท่านมีความปรารถนาอะไร บอกข้ามาเถิด” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ไม่ใช่แค่ความปรารถนา” วิญญาณชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ลูกหลานของข้า…ก็คือ วิญญาณของพวกเขาหายไปหมดแล้ว ข้าหวังว่าเจ้าจะตามหาพวกเขาให้ข้าได้ หากเจ้าพบพวกเขาแล้ว ก็ให้ส่งพวกเขาเหล่านั้นที่ยังล่องลอยอยู่บนโลกมนุษย์ลงไปเบื้องล่าง ข้าเป็นบรรพบุรุษของพวกเขา ข้าตัดสินใจแทนพวกเขาได้”
เซี่ยเฉียวอึ้งไปเล็กน้อย “พวกท่าน…ยังอยู่กันเป็นกลุ่มหรือ”
“…” วิญญาณชราเหลือบมองนาง และในที่สุดก็เอ่ยว่า “เจ้ารู้จักตระกูลไป๋หลี่หรือไม่”
เซี่ยเฉียวนั่งหลังตรงทันที “หรือว่า…”
“ถูกต้อง ในช่วงราชวงศ์ก่อนหน้านี้ สมาชิกหลายร้อยคนในตระกูลไป๋หลี่ของข้าถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น จุดจบนั้นช่างน่าอนาถ แม้แต่คนที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลไป๋หลี่ของข้า พวกเขาก็ต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย หลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว บางคนก็กลายเป็นวิญญาณ”
“ส่วนข้า ไป๋หลี่จี้ เป็นคนแรกที่วาด ‘แผนที่โลก’ ตอนแรกข้าแค่อยากจะบันทึกภาพภูเขาและแม่น้ำที่สวยงามนี้ และเพราะภาพวาดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ข้าก็เลยยังอยู่บนโลกนี้มาตลอด เดิมทีก็คิดว่า หลังจาก ‘แผนที่โลก’ เสร็จแล้ว ข้าก็จะหาโอกาสจากไป แต่นึกไม่ถึงว่าเพราะแผนที่นี้ ลูกหลานของข้าจะไม่มีชีวิตรอดสักคนเดียว” วิญญาณชราเอ่ย
เดิมทีเขาแค่ยึดติดและไม่มีความแค้นเคือง
แต่ต่อมาเมื่อเขาเห็นลูกหลานของเขาตายอย่างหมดสิ้นเพราะภาพวาดของเขา เขาจึงเกิดความแค้นอย่างรุนแรง
เขาแค้นตัวเอง และแค้นฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อนด้วย
“พูดถึงเจ้า เด็กน้อย เจ้ากับข้าก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน” ไป๋หลี่จี้ผู้นี้มองนางอย่างเงียบๆ “ตอนนั้นข้าเคยตามรังควานอดีตฮ่องเต้อยู่ช่วงหนึ่ง ต่อมานักพรตจากวัดสุ่ยเย่ว์ก็เป็นคนเชิญข้าออกไป นักพรตคนนั้นน่าจะเป็นอาจารย์ปู่ของเจ้า”
“…”เซี่ยเฉียวอึ้งงัน
“บ้านเมืองเปลี่ยนไป ศัตรูก็ตายไปนานแล้ว ลูกหลานของอดีตฮ่องเต้ก็จากไปเช่นกัน แม้ว่าความแค้นของข้าจะยังคงอยู่ แต่ไม่มีที่ให้ระบาย ก็เลยเร่ร่อนลอยไปเรื่อย ถือโอกาสจัดการวิญญาณลูกหลานพวกนั้นไม่ให้พวกเขาไปทำร้ายคนอื่นหรือค่อยๆ สลายหายไป”
“ข้าหวังอยู่เสมอว่าพวกเขาจะสามารถกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ได้”
น่าเสียดายที่วิญญาณที่มีความเคียดแค้นหรือความยึดติดจะลงไปเบื้องล่างไม่ได้ง่ายๆ
หากไม่มีความปรารถนาใดๆ แล้ว ไม่แน่พอประตูปรโลกเปิดพวกเขาก็จะสามารถกลับไปได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับโชคด้วย นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นวิญญาณ แต่ก็มีความคิด จะให้พวกเขาไม่มีความปรารถนาใดๆ ได้อย่างแท้จริง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย