ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 931 ภาพวาดสาวงาม / ตอนที่ 932 เกียรติยศของวงศ์ตระกูล
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 931 ภาพวาดสาวงาม / ตอนที่ 932 เกียรติยศของวงศ์ตระกูล
ตอนที่ 931 ภาพวาดสาวงาม / ตอนที่ 932 เกียรติยศของวงศ์ตระกูล
ตอนที่ 931 ภาพวาดสาวงาม
เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะลูบและสัมผัสใบหน้าด้วยมือน้อยๆ ของตนเอง ความรู้สึก…ค่อนข้างหยาบกระด้างจริงๆ
แต่การแต่งหน้าของนางก็ได้ผ่านการคิดอย่างรอบคอบมาแล้ว แม้มันจะไม่ได้มีความงามแบบวัยหนุ่มสาว แต่ก็โดดเด่นในหมู่คนวัยเดียวกัน มันจะต้องมีสง่าราศีสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติสิ!
“ในบรรดาภาพวาดที่ซังโหยวรวบรวมหรือวาดขึ้นมาด้วยตัวเอง นอกจากภาพต้นไม้ดอกไม้และทิศทัศน์ที่สวยงามแล้ว ก็ยังมีภาพสาวงามอีกนับไม่ถ้วน และกว่าครึ่งหนึ่งของภาพเหล่านี้เป็นภาพของท่าน” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
ซังโหยวคนลามกกลับทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้
แน่นอนว่าเขารู้เรื่องการวาดภาพศิษย์พี่ใหญ่นี้มานานแล้ว อย่าว่าแต่ซังโหยว แม้แต่เขาก็ยังถูกหลอกให้วาดภาพของนางอยู่บ้าง เพียงแต่เขารู้ความเร็ว และยังเป็นถึงรัชทายาท อาจารย์จึงไม่สามารถที่จะข่มขู่หลอกล่อเขาได้ เขาจึง ‘รอดพ้นอันตราย’ ไปได้
ตอนที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา…
จ้าวเสวียนจิ่งยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตาศิษย์พี่ศิษย์น้องพวกนี้นัก
“แล้ว…ศิษย์พี่ใหญ่ในภาพวาดเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้างหรือ” เซี่ยเฉียวมองจ้าวเสวียนจิ่งอย่างสงสัย
ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคิ้วดาบของจ้าวเสวียนจิ่งขมวดมุ่นเล็กน้อย ใบหน้าของเขาก็เย็นชา นางรู้สึกว่าเขาดูเกรี้ยวกราด และไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“ย่อมเป็นหนึ่งไม่มีสอง” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกอึดอัด “ในเวลานั้น…พวกเขาทั้งหมดจะรวมตัวกันและเปรียบเทียบผลงานของตนเอง แล้วให้อาจารย์ตัดสินว่าใครวาดได้ดีกว่ากัน”
แม้ว่าการวาดภาพสาวงามนี้ฟังดูไม่ใช่การบ้านที่เหมาะสม แต่ก็ยังเป็นการทดสอบทักษะการวาดภาพด้วย
ในการวาดคนจะต้องวาดกระดูกก่อน เมื่อวาดรูปร่างก็จะต้องวาดจิตวิญญาณก่อน
อารมณ์ ความโกรธ ความเศร้า ความสุข พื้นหลัง ฤดูกาล แสงเงา สาวงามแต่ละคนจะต้องมีอารมณ์ที่แตกต่างกัน พวกเขาจะต้องวาดสิ่งเหล่านี้ออกมาให้หมด หากมีทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอ อาจารย์ก็จะไม่ชอบภาพสาวงามที่พวกเขาวาดออกมา
อารมณ์ของเซี่ยเฉียวในขณะนี้ยากที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้
ความรักใคร่เอ็นดูของอาจารย์ที่มีต่อนางยิ่งใหญ่ราวกับภูเขา!
นางเองก็รู้ว่าตอนเด็กนางฉลาดและน่ารักเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ แต่การได้รับความโอบอุ้มจากอาจารย์เช่นนี้…นางมีเหตุผลทุกประการที่จะสงสัยว่าอาจารย์กำลังให้ท้ายนางผิดๆ
เซี่ยเฉียวมีสีหน้าแปลกๆ แม้ว่าภาพวาดเหล่านั้นจะไม่ได้มีตรงไหนที่ล่วงเกินนางแต่อย่างใด แต่ศิษย์น้องพวกนี้ในสายตาของนางตอนนี้…
พวกเขาเหมือนพวกจิตวิปริต…
แต่ในเมื่อวาดแล้วก็แล้วไป นางคิดจะเก็บกลับมาก็คงจะทำไม่ได้ ถึงอย่างไรหลายปีมานี้พวกเขาก็จะต้องมีภาพต่างๆ ของนางมากมาย เดี๋ยวนางค่อยพูดคุยกับอาจารย์ว่าต่อไปอย่าได้ยกย่องชื่นชมนางเช่นนั้นอีกก็แล้วกัน
ชื่นชมมากไปแล้วใช่ว่านางจะภูมิใจเสียหน่อย?
เซี่ยเฉียวไม่ได้คิดอะไรมาก แต่จ้าวเสวียนจิ่งกลับยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ
พอเซี่ยเฉียวจากไปแล้ว เขาก็กลับเข้าไปในห้องอีก
ซังโหยวเอนหลังลงบนเตียงเพื่อพักผ่อนอีกครั้งหนึ่ง เหตุผลที่เขาแต่งตัวงดงามหรูหราเช่นนี้ก็เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีแก่ศิษย์พี่ใหญ่
“พวกเจ้าต่างก็ชื่นชมความสามารถของศิษย์พี่ใหญ่มานานแล้วใช่หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยปากถามทันที
ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสามล้วนตกตะลึง ในขณะที่อาจารย์ผู้ชรานั่งยิ้มอยู่ข้างๆ มองศิษย์เหล่านี้ด้วยความรัก
ลูกศิษย์ของเขาพวกนี้ ไม่ว่าคนไหนก็ล้วนเป็นผู้ชายที่ดูดีทั้งหมด
“ข้ารู้สึกว่าการที่ผู้ชายมีภาพวาดผู้หญิงไว้ในครอบครองเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง อีกทั้งศิษย์พี่ใหญ่ยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีชื่อเสียงมาก ดังนั้นหลังจากที่พวกเจ้ากลับเมืองหลวงไปแล้ว ก็ให้มอบภาพวาดของศิษย์พี่ใหญ่ออกมาให้หมด อย่าได้เก็บเอาไว้เป็นการส่วนตัว!” จ้าวเสวียนจิ่งเรียกร้องทันทีด้วยสีหน้าเย็นชา
หลีซื่อเหยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็ลังเลที่จะพูด จ้าวเสวียนจิ่งหันไปมองเขา “อาจารย์เลือกเก็บไว้..ห้าภาพก็พอ”
หลีซื่อเหยี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย
จ้าวเสวียนจิ่งนึกขึ้นมาได้ในตอนนี้ว่า อันที่จริงภาพสาวงามที่อยู่ในมือของอาจารย์ล้วนแล้วแต่เป็นภาพเด็กน้อยทั้งนั้น
เมื่อก่อนเขาชอบวาดภาพเด็กผู้หญิง เด็กน้อยนั้นบางครั้งก็น่ารักน่าเอ็นดู บางครั้งก็ไร้เดียงสาและอ่อนแอ บางครั้งก็เข้มแข็งและอดทน…
ตอนนั้นศิษย์อย่างพวกเขาก็ยังเคยถามท่านว่าเด็กในรูปคือใคร แล้วอาจารย์ตอบว่าอย่างไรน่ะหรือ
เขาบอกว่า มันคือภาพเซียนน้อยที่อยู่บนภูเขาเซียน!
ตอนที่ 932 เกียรติยศของวงศ์ตระกูล
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งมาคิดได้ตอนนี้ เขาก็รู้สึกว่าพวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องถูกอาจารย์หลอกอย่างน่าสงสารจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม ภาพวาดที่เหลืออยู่ในมือของอาจารย์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถูกทำลายทั้งหมด ที่เหลือ…ซ่อนเอาไว้ก็ได้
เซี่ยวอวี้หรงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย “ภาพวาดเหล่านั้นสูญหายไปนานแล้ว ที่สำนักศึกษามีหนูอยู่บ้าง จึงถูกพวกมันกัดทำลายไปมากแล้ว…”
“ศิษย์พี่เซียวเองก็ต้องการเก็บภาพวาดไว้ด้วยหรือ ท่านไม่ใช่ผู้อาวุโส หากท่านเก็บของพวกนี้ไว้ แล้วคนอื่นเห็นเข้า ต่อไปท่านจะแต่งงานได้อย่างไร หากศิษย์ของท่านรู้ว่าคนในภาพวาดของท่านคือศิษย์พี่ใหญ่จากสำนักเดียวกัน มันจะไม่ทำให้คนคาดเดาสงสัยไปต่างๆ นานาหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างเย็นชา ดูเหมือนไม่มีเหตุผล แล้วเขาก็หันไปมองซังโหยวก่อนจะเอ่ยถามช้าๆ “ศิษย์น้องซัง เจ้าคงจะไม่คัดค้านการตัดสินใจของข้าหรอกใช่ไหม”
น้ำเสียงนี้ใครๆ ก็รู้ว่ารัชทายาทกำลังไม่พอใจ
ส่วนเหตุผลเพราะอะไรนั้นพวกเขาก็ไม่รู้
พวกเขาก็เคยวาดภาพเหล่านั้นด้วยกันมาก่อนมิใช่หรือ
อย่างไรก็ตาม เมื่อซังโหยวมองไปที่จ้าวเสวียนจิ่ง เขาก็ถูกจ้องมองด้วยสายตานั้น พอเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้นั้นแล้ว เขาก็ว่าง่ายทันที “ฝ่าบาทพูดถูก ภาพวาดนั้นไม่เหมือนศิษย์พี่ใหญ่เลยสักนิด เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
หากว่าให้พูดตามตรง ตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตาไม่ดีเลยจริงๆ พอเขาเห็นภาพวาดเหล่านั้นก็จะนึกถึงหลายปีที่เขารอคอยโดยเปล่าประโยชน์ เขาแทบอยากจะจิ้มตาของตนเองให้บอดไปเสียจะได้ไม่ต้องมองนางอีก…
เช่นนั้นแล้วคงเป็นการดีกว่าหากเขาจะทำลายภาพวาดไปเสีย และแสร้งทำเป็นว่าศิษย์พี่ใหญ่ไม่เคยงดงามมาก่อน
“หากรัชทายาทมีเวลาว่างเมื่อไร ศิษย์น้องรู้สึกคันไม้คันมือ รอให้สุขภาพข้าดีขึ้นหน้อย แล้วข้าจะวาดภาพให้ท่านสักสองสามภาพ” ซังโหยวไม่ลืมที่จะประจบประแจงจ้าวเสวียนจิ่ง
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็เคยชินกับนิสัยเช่นนี้ของเขาแล้ว
“รอให้เจ้าเก็บภาพวาดสาวงามที่อยู่ในมือศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหมดมาให้ข้าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” จ้าวเสวียนจิ่งตอบรับอย่างพึงพอใจเลยทีเดียว
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่ก็รู้สึกว่าสายตาของซังโหยวเปลี่ยนเป็นการบีบคั้นกลายๆ แล้ว
“ตอนที่เจ้าไม่อยู่เมืองหลวง ข้าปลูกดอกไม้ไว้ไม่น้อยเลย หากศิษย์น้องจัดการเรื่องนี้ได้ดี ดอกไม้พวกนั้นก็จะส่งถึงมือเจ้าทันที อย่าว่าแต่ดอกไม้ที่หาได้ทั่วไปเลย แม้แต่กล้วยไม้บรรณาการเมฆาเขียวมรกตขาวที่ฮ่องเต้โปรดปราน ข้าก็แย่งชิงมาให้เจ้าได้”
“!” ซังโหยวแทบจะกระโดดตัวลอยขึ้นจากเตียง
ดอกไม้ของฮ่องเต้!
ไม่ใช่สิ ประเด็นไม่ใช่ดอกไม้ของฮ่องเต้ แต่เป็นกล้วยไม้บรรณาการซึ่งหาดูได้ยากในรอบสามร้อยปี ตอนที่เขาติดตามอาจารย์เข้าไปในวังเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาได้เห็นต้นกล้าเก่าๆ นั้นแล้ว นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็รู้สึกว่ากล้วยไม้อื่นๆ ที่อยู่ตรงหน้าเขาจืดชืดไปเสียหมด!
ต้นกล้าเก่านั่นน่าจะไม่อยู่นานแล้ว แต่มีต้นกล้าใหม่!
และจะให้เขา?!
ซังโหยวรู้สึกเต็มไปด้วยพลังชีวิตในทันใด
“ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสอง พวกเจ้าคงจะไม่ขัดขวางเกียรติยศของวงศ์ตระกูลข้าหรอกใช่ไหม” ซังโหยวเอ่ยกับเซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่ด้วยดวงตาที่ลุกโชน
เอาของของฮ่องเต้กลับบ้านมิใช่เป็นเกียรติยศของวงศ์ตระกูลหรอกหรือ
“…”
เซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่มองหน้ากันไปมา แล้วพวกเขาก็ต้องยอมรับชะตากรรมโดยไม่มีทางเลือกอื่น
หากพวกเขาไม่ยอม ซังโหยวอาจจะคิดไม่ตกและตายเพราะอาการซึมเศร้าได้!
หลายปีก่อน ดอกไม้ในสวนของเขาต้นหนึ่งล้มลงอย่างอธิบายไม่ได้ เพราะต้นไม้ต้นนี้เขาถึงนอนไม่หลับกินอะไรไม่ได้ และป่วยตลอดฤดูหนาว ในทุกฤดูใบไม้ร่วง เมื่อเขาเห็นดอกไม้และใบไม้ที่ร่วงหล่นเหล่านั้น เขาก็จะต้องท่องบทกวีให้มันด้วยความโศกเศร้าจนแทบจนจะตาย
“ขอแค่เจ้าหายจากอาการป่วย ภาพสาวงาม…เจ้าก็เอาไปเถอะ” เซียวอวี้หรงเองก็รู้สึกโศกเศร้าขึ้นมาในใจ
เจียงจิ้นลู่ดีหน่อยที่เข้าสำนักมาค่อนข้างช้า ดังนั้นเขาจึงไม่มีภาพวาดอยู่ในมือมากมายขนาดนั้น
แล้วเรื่องนี้ก็ได้ข้อสรุปทันที
พวกเขาเพียงแค่งุนงงเล็กน้อย
รัชทายาทจะใส่ใจเรื่องของศิษย์พี่ใหญ่มากเกินไปไหม…
หรือเป็นคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่
tom110
ขำ ความเป็นไหน้ำส้มของพระเอก