ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 929 หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ / ตอนที่ 930 ศิษย์พี่ใหญ่ขี้เหร่จัง
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 929 หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ / ตอนที่ 930 ศิษย์พี่ใหญ่ขี้เหร่จัง
ตอนที่ 929 หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ / ตอนที่ 930 ศิษย์พี่ใหญ่ขี้เหร่จัง
ตอนที่ 929 หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ
ซังโหยวรู้สึกรังเกียจตัวเองและเตียงหลังนี้มาก เขาลูบคลำไปมาเล็กน้อยจากนั้นก็หยิบหยกขาวชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
เขาเห็นโลกมาไม่น้อย แค่แวบเดียวก็มองออกว่าหยกชิ้นนี้เป็นของดี “มาจากไหนน่ะ”
“ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้ ข้าได้ยินมาว่าภายในมีวิญญาณของเหมิงหยินอยู่ หากศิษย์พี่ไม่ชอบ ประเดี๋ยวท่านก็บอกศิษย์พี่ใหญ่สักคำ ก็จะปล่อยวิญญาณไปได้แล้ว…เอ่อ ศิษย์พี่ใหญ่…เป็นนักพรตที่จับวิญญาณได้ นางเก่งมาก” น้ำเสียงของเขาอึกอักลังเล
ในใจ…เชื่ออย่างนั้นหรือ
เขาไม่รู้สิ เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่หลายวันมานี้เขามานั่งคิดดูให้ดี ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า เรื่องใหญ่เช่นนี้ศิษย์พี่ใหญ่คงจะไม่โกหกเขาหรอก
ตอนนี้สมองของเขาสับสนมึนงงไปหมด ไม่ค่อยดีเท่าไร
“ศิษย์พี่ใหญ่เก่งมาก อาจารย์ก็เคยบอกแล้ว” ซังโหยวพยักหน้าอย่างอ่อนแรงเล็กน้อย “สภาพของข้าเป็นอย่างนี้ ศิษย์พี่ใหญ่เห็นแล้วจะไม่รังเกียจเอาหรือ…น่าเกลียดจัง ไม่มีสง่าราศีเลยแม้แต่น้อย รูปร่าง หน้าตาก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน…”
ซังโหยวพูดจบก็ถอนหายใจ
“ศิษย์พี่ แล้วเหมิงหยินเล่า? เขาเป็นวิญญาณนะ…” เขาเองก็ไม่รู้ว่าวิญญาณมีอยู่จริงไหม
“ข้ารู้ ข้าเคยฝันถึงเขามาก่อน” ซังโหยวไม่ค่อยสนใจนัก “เขาก็อยู่ในหยกนี้ไม่ใช่เหรอ ไม่เป็นไรหรอก”
เจียงจิ้นลู่สนิทสนมกับซังโหยวไม่น้อย พอเขาได้ยินซังโหยวพูดเช่นนั้น เขาก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “ศิษย์พี่ซังรู้สึกว่าวิญญาณนี้มีอยู่จริง? เพียงแต่พวกเรามองไม่เห็น แต่ทำไมบางคนถึงเห็นได้ล่ะ หรือว่าใต้หล้านี้จะมีคนที่บำเพ็ญเพียรจริงๆ ถึงอย่างนั้น การกลายเป็นเซียนก็ไม่ใช่แค่การฝันกลางวันอย่างนั้นสิ?”
ซังโหยวเอนกาย “โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีเรื่องมหัศจรรย์มากมาย”
“แม้ว่าช่วงนี้ข้าจะเอาแต่หมดสติและหลับใหลอยู่ตลอดเวลา แต่…ศิษย์น้องเชื่อหรือไม่ว่าในหัวของข้าราวกับมีชีวิตของคนอื่นอยู่กระนั้น เหมิงหยินที่เจ้าพูดถึงข้ารู้จักดีเชียวล่ะ…”
“แต่ข้าแน่ใจว่า ข้าไม่เคยพบคนผู้นั้นมาก่อน เรื่องเช่นนี้นับว่าแปลกประหลาดลึกลับมากเลยใช่ไหม”
เจียงจิ้นลู่ใบ้กินเล็กน้อย
เขาอยากจะโน้มน้าวตัวเองให้เชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่ทุกครั้งที่เขาพยายาม ภาพฉากการตายของมารดาก็จะปรากฏขึ้นในความคิดของเขา เขาจะนึกถึงรูปลักษณ์ที่ไร้ยางอาย บ้าคลั่งและเป็นอันตรายของแม่หมอคนนั้น
หากเขาเชื่อ มันก็เหมือนกับเขาทรยศหักหลังมารดาของเขา
เขาจะต้องคิดให้ดี
เจียงจิ้นลู่อึกอักลังเลทั้งที่อยากจะพูด ซังโหยวยังไม่หายดี ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะคุยกับเขาเป็นเวลานาน
และตอนนี้เขาไม่ก็อยากพูดถึงมันเลย เขาแค่ต้องการล้างหน้าและทำตัวให้หอม!
ซังโหยวพยุงร่างของตนเอง เขาอาบน้ำแต่งตัวจน ‘งดงามเพริศพริ้ง’
ตอนที่เซี่ยเชียวปรากฏตัว นางก็มองจนตะลึงไปจริงๆ
ก่อนหน้านี้ตอนที่ซังโหยวนอนอยู่บนเตียง แม้นางจะเห็นว่าเขามีรูปร่างหน้าตาดี แต่สง่าราศีของเขาก็อ่อนด้อยลงเล็กน้อยจากความป่วยไข้ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ผมของชายคนนี้ได้รับการหวีสางอย่างเรียบร้อย ทั้งยังฝืนยืนขึ้นอย่างดื้อรั้น เขาสวมชุดคลุมผ้าไหมตัวยาวสีน้ำเงินไพลิน สวมมงกุฎหยก มีเลือดฝาดบนใบหน้าเล็กน้อย…
ส่วนกลิ่นนั้น…
เซี่ยเฉียวคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี กลิ่นนั้นมาจากแป้งหอม…
หอมกลิ่นดอกไม้เข้มข้น ช่างตุ้งติ้งเสียจริง!
“ศิษย์ทำให้อาจารย์กังวลใจแล้ว” เขากระแอมในลำคอ ก่อนจะทำความเคารพหลีซื่อเหยี่ยน หลังจากหลีซื่อเหยี่ยนบอกให้เขาละเว้นพิธีรีตอง ทันทีที่เสื้อคลุมของเขาถูกยกขึ้น กลิ่นของน้ำหอมก็แรงขึ้นไปอีก
เซี่ยเฉียวมองไปที่เอวของศิษย์น้อง
ยังมีซองเครื่องหอมห้อยอยู่อีกหนึ่ง!
ศิษย์น้องของนางห่วงภาพลักษณ์มากกว่านางเสียอีก! ถึงจะป่วยแบบนี้แต่ก็ยังไม่ลืมจัดระเบียบตัวเองให้เนี้ยบเป็นแบบอย่างให้กับคนอย่างนาง!
แววตาเซี่ยเฉียวฉายแววชื่นชม
แต่ในประโยคต่อมา เซี่ยเฉียวก็กระแอมไอแห้งๆ ก่อนจะเอ่ย “ศิษย์น้องซัง เจ้าเห็นหยกขาวแล้วใช่หรือไม่ คุณภาพ… มันดีมากใช่ไหม ราคาคนกันเองห้าพันตำลึงเงิน ประเดี๋ยวก็อย่าลืมมอบให้ข้าด้วย แน่นอนว่า ข้าได้เตรียมของขวัญพบหน้าไว้ให้เจ้าด้วย แต่ของขวัญการพบกันจะเอามาปะปนกับเรื่องนี้ไม่ได้…มันเป็นของที่ใช้ช่วยชีวิต จะติดค้างก็คงไม่ดี หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”
ตอนที่ 930 ศิษย์พี่ใหญ่ขี้เหร่จัง
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบ นางก็มองซังโหยวตาไม่กระพริบราวกับว่ากลัวว่าเขาจะไม่ยอมจ่ายเงินกระนั้น
เมื่อครู่นี้ตอนที่เซี่ยเฉียวกำลังจ้องมองซังโหยว หัวใจของจ้าวเสวียนจิ่งก็โลดขึ้นมาทันที เขาแทบจะตัดคอซังโหยวเสียเลยเดี๋ยวนั้น แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่านางอยากจะได้หนี้คืนขนาดนั้น จ้าวเสวียนจิ่งเปลี่ยนจากเมฆครึ้มเป็นแดดจัด อารมณ์ดีขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวให้สิ่งต่างๆ แก่เขามากมาย แต่เงินที่เอาไปจากเขา…ไม่ได้มากเท่านี้
ความสนิทสนมระหว่างกันยังมีอยู่บ้าง
ซังโหยวตกตะลึงไปเล็กน้อย “นี่คือ…ศิษย์พี่ใหญ่?”
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว
ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตา…ขี้เหร่จัง
ดวงตาของเขาดูรังเกียจเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานะของศิษย์พี่ใหญ่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะฝืนเก็บความรังเกียจไว้ และคำนับต่อเซี่ยเฉียว คำพูดของเขายังแสดงความเคารพอย่างยิ่งอีกด้วย “ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ช่วยชีวิตข้า ประเดี๋ยวข้าจะส่งเงินไปให้ท่าน”
ครอบครัวของเขาค่อนข้างร่ำรวย
หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบผงเครื่องหอมอีกอันมาจากเตียง แล้วส่งให้เซี่ยเฉียว “ศิษย์พี่ใหญ่…ผิวหมองคล้ำ ใช้สิ่งนี้ถูสักหน่อยจะได้มองสบายตาขึ้นบ้าง…”
“…” มุมปากของเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย นางจับใบหน้าของตนเอง “เจ้าคิดว่าหน้าตาข้าขี้เหร่?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ศิษย์พี่…สง่าราศีไม่เลวเลย อายุเท่านี้แต่ยังบำรุงรักษาไว้ได้อย่างดี” ซังโหยวชมนางเล็กน้อย
นี่เป็นคำพูดจากใจ
เขาเกิดมาชอบของสวยงามไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของ หน้าตาศิษย์พี่…ก็ไม่เลว…แต่เขาชอบคนที่หน้าตาดีกว่านี้หน่อย
เมื่อก่อนอาจารย์ชื่นชมความงามของศิษย์พี่ใหญ่ให้เขาได้ยินหลายครั้ง พอได้ยินมากเข้า เขาคิดว่ามันเป็นความจริง แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้เห็นตัวจริงแล้ว…กลับรู้สึกว่าไม่เหมือนที่คิดไว้เท่าไร
เซี่ยเฉียวหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
เมื่อก่อนเป็นนางต่างหากที่รังเกียจคนอื่น!
ก่อนที่เซี่ยเฉียวจะได้มีเวลาพูดอะไรออกมา นางก็เห็นซังโหยวแสดงความเคารพต่อจ้าวเสวียนจิ่งด้วยสายตาชื่นชม
มีรอยยิ้มในดวงตาของเขา มันหวานจนแทบหยด!
ใครไม่รู้ก็คงคิดว่าศิษย์น้องอย่างเขาหลงรักรัชทายาทจนอยากเก็บไว้เอง!
“เมื่อไรเจ้าจะเปลี่ยนนิสัยนี้ได้เสียที ดูสภาพอันตกต่ำของเจ้าตอนนี้สิ ยังจะดูถูกศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าได้อีก” หลี่ซื่อเหยี่ยนไม่พอใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยกับเซี่ยเฉียวว่า “เด็กคนนี้ตาไม่ถึง เขาไม่เข้าใจ อย่าได้สนใจเขาเลย”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ถูกต้อง”
“ข้าคิดว่าทรงผมของศิษย์พี่ใหญ่ดูเชยไปหน่อย…” ซังโหยวเชื่อฟัง ในขณะที่เขายังคงจ้องมองที่ศีรษะของเซี่ยเฉียว และมักรู้สึกว่ามีแปลกๆ อยู่เสมอ เขาแทบอยากจะจัดทรงผมให้นางใหม่
ทรงผมของเซี่ยเฉียวนั้นเรียบง่ายและสะดวก ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็เป็นนักพรตอยู่ ย่อมทำทรงผมที่หรูหราอลังการเกินไปไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ในขณะนี้นางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใบหน้าปลอมๆ ของตนเอง หากเด็กคนนี้มองนานเกินไปและพบว่ามีอะไรผิดปกติก็จะไม่ดี ดังนั้นนางจึงขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างจริงจัง “ศิษย์น้องไม่รู้จักมารยาทขนาดนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง หากเจ้าเอาแต่จ้องอย่างนี้ อย่าได้โทษว่าข้าใจร้ายนะ”
ศิษย์น้องพวกนี้ช่างไม่รู้ความกันเลยจริงๆ!
“ล่วงเกินศิษย์พี่ใหญ่แล้ว” ซังโหยวรีบยอมรับความผิดของเขาอย่างรวดเร็ว แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าเมื่อเขาหายดี เขาจะซื้อของที่สวยงามกว่านี้มอบให้ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาทั้งหมด
ศิษย์พี่ใหญ่อายุสามสี่สิบปีก็จริง แต่จะแต่งตัวก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ นางจะสวมเสื้อคลุมนักพรตที่หม่นหมองนี้ไปตลอดได้อย่างไร ดูไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย
ลองคิดดูสิว่าหากเขาดูแลการแต่งตัวให้นาง แม้ว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไม่สวยโดดเด่นสะดุดตา แต่ก็ยังสามารถเป็นคนงามสง่าได้
เซี่ยเฉียวไม่กล้าอยู่ในห้องนานเกินไป หลังจากพบหน้ากันแล้วนางก็รีบออกไปทันที
“เมื่อก่อนก็เขาก็เป็นแบบนี้หรือ” เซี่ยเฉียวอดถามจ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้
ในใต้หล้านี้ยังมีคนที่แปลกขนาดนี้ เขาเพิ่งจะพบนางครั้งแรก แต่กลับรังเกียจหน้าตาของนาง โชคดีที่เขาเป็นคนป่วย ที่มาพบกับคนที่ไร้เรี่ยวแรงแม้จะฆ่าไก่อย่างนาง หากเปลี่ยนเป็นพี่ชายของนาง เขาคงจะถูกสับด้วยขวานไปแล้ว!