ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 729 เอิกเกริก / ตอนที่ 730 ดีกับนางมาก
ตอนที่ 729 เอิกเกริก / ตอนที่ 730 ดีกับนางมาก
ตอนที่ 729 เอิกเกริก
หากประชาชนไม่สนใจ ทางการก็ไม่สนใจ ต่อให้ลงมือฆ่าคน เรื่องนี้ก็จะจบลงไปอย่างนั้น
ตอนที่เซี่ยเฉียวเคยอยู่ที่วัดสุ่ยเย่ว์ หากมีชาวบ้านมาจุดธูปสักการะเทพเซียน พวกเขาส่วนมากก็มักจะขอให้บ้านตนเองมีลูกชาย
อันที่จริงนางก็เคยได้พบวิญญาณผู้หญิงมาค่อนข้างมาก พวกนางแต่ละคนมักจะมีชะตาชีวิตที่ยากลำบาก ไม่ได้รับความสำคัญใดๆ
อย่างไรก็ตามต้องพูดว่าราชวงศ์เฉียนหยวนนี้ก็นับว่าดีมากแล้วจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ภายในเมืองหลวงนี้ ผู้หญิงก็สามารถมีหน้ามีตาได้ สามารถประกอบกิจการได้ แม้กระทั่งเรียนหนังสือก็ยังทำได้ ซึ่งนับแตกต่างจากราชวงศ์ก่อนอย่างสิ้นเชิง
“พี่ชายใหญ่ ฆ่าเด็กด้วยการกดน้ำมีโทษโบยเจ็ดสิบที แล้วหากเป็นทารกสองคนล่ะ ก็จะเป็นหนึ่งร้อยสี่สิบทีใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียววุ่นอยู่กับการคิดบัญชีไม่เลิก
เซี่ยผิงกั่งตกตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ตบมือทันที “มีเหตุผล! ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น โทษโบยร้อยสี่สิบทีนี้หากโดนเข้าแล้ว ข้ารับประกันเลยว่าต่อให้นางหายใจเข้าได้ก็หายใจออกไม่ได้!”
“อืม ในเมื่อคิดว่าโบย ก็ไม่ควรจะโบยที่ศาลตัดสินคดีแล้วค่อยโยนออกไป คนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดไปได้ว่าพวกท่านโหดร้ายทารุณ ข้าคิดว่าลากนางไปที่หน้าตลาดดีกว่า ประกาศความผิดแล้วค่อยจัดการต่อหน้าสาธารณะ ท่านว่าอย่างไร” เซี่ยเฉียวทำหน้าตาประจบประแจง
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง อย่ามายุ่งเรื่องคดีของศาลตัดสินคดีเลยจะดีกว่า” เซี่ยผิงกั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ท่าทางดุยิ่งนัก “แต่ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล พรุ่งนี้ข้าจะลองทูลถามรัชทายาทดู โทษโบยร้อยสี่สิบไม้ไม่ใช่น้อยๆ เลย ข้ากลัวว่าจะมีใครใช้เรื่องนี้มาร้องเรียนรัชทายาทอีก…”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
“เอ่อ…ไม้ที่ศาลตัดสินใช้โบยเป็นอย่างไรหรือ…” เซี่ยเฉียวดื้อดึงทีเดียว
“ก็แค่ไม้ธรรมดา ทำไมหรือ” เซี่ยผิงกั่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“คือ…กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ใช่ไหมว่า ไม้ที่ใช้โบยจะต้องใช้ไม้ธรรมดา ไม้ไผ่ หรือไม้ที่มีตะปูตอกอยู่ใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียงเบาพลางลูบจมูกของตน
เซี่ยผิงกั่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่” เซี่ยผิงกั่งเคร่งขรึมจริงจังอย่างยิ่ง “ข้าเองก็รู้ว่าคนในครอบครัวนี้ชั่วร้ายมาก พวกเขาสมควรตาย แต่หากข้าทุบตีคนจนตายไปจริงๆ ตำแหน่งขุนนางของข้านี้ก็ไม่แน่ว่าจะรักษาไว้ได้ แม้แต่รัชทายาทก็อาจจะถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย…”
เซี่ยเฉียวกลับหัวเราะออกมาทันที “เป็นขุนนางก็ต้องรักษาความยุติธรรมไม่ใช่หรือ พี่ชายใหญ่ยังเป็นขุนนางของศาลตัดสินคดี หน้าที่รับผิดชอบก็คือคดีฆาตกรรม หากพี่ชายใหญ่ถูกไล่ออกเพราะเรื่องนี้ น้องก็เลี้ยงดูพี่ชายใหญ่ไปตลอดชีวิตได้”
ส่วนรัชทายาท…
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่า หากนางทำเช่นนั้นก็จะทำให้เขาพลอยเดือดร้อนไปด้วย
แต่วันนี้นางออกไปข้างนอกมาแล้ว กินแผ่นแป้งของคนอื่นไปแล้ว พอนางนึกถึงบาดแผลที่หญิงภรรยาผู้นั้นถูกทุบตี และนึกถึงท้องที่มีเลือดสดๆ หยดติ๋งๆ ของวิญญาณมารดาผู้นั้นแล้ว…
เหตุใดคนที่ฆ่าคนตายจึงสามารถประพฤติผิดต่อไปได้ เหตุใดเด็กที่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเกิดมา ก็ต้องมาจมน้ำตายโดยที่ยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ
เซี่ยเฉียวรู้สึกไม่สบายใจ นางรู้สึกย่ำแย่ยิ่งนัก
บางทีอาจจะเป็นเพราะนางเป็นผู้หญิงจึงมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจได้ลึกซึ้งกว่า
นางยอมรับได้ว่า ในฐานะผู้หญิงนางต้องรักษากิริยามารยาท และในฐานะผู้หญิงเมื่อถึงวัยแล้ว นางจะต้องดูแลสามีและสั่งสอนบุตรี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางเห็นชอบหรือยกย่องเรื่องทั้งหมดนี้
ชั่วขณะนั้นจู่ๆ เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าการเป็นพระชายารัชทายาท…
ดูเหมือนจะไม่เลวเลย
อย่างน้อยที่สุด คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงนั้นก็ยังสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ ต่อให้ต้องใช้วิธีที่ไม่ตรงไปตรงมาอย่างการเป่าหูสามี
ดวงตาของเซี่ยเฉียวเป็นประกายขึ้นมาทันที นางดูกระตือรือร้นและตั้งหน้าตั้งตารอขึ้นมาก
“พี่ชายใหญ่ บ้านเราเพิ่งจะถวายแผนที่โลกให้ฮ่องเต้ไปนะ…ท่านวางใจแล้วจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฝ่าบาทจะต้องปล่อยท่านไปสักครั้งแน่ๆ ความตื่นเต้นที่พระองค์มีต่อแผนที่โลกนั่นยังไม่ทันจางหายไปเลย ทรงกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่าจะให้รางวัลพวกเราอย่างไร” เซี่ยเฉียวแย้มยิ้มให้เซี่ยผิงกั่ง
“…” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกจนใจ
เมื่อครู่นี้เขาคิดจะจัดการคนตระกูลเปาให้ถึงตายอยู่แล้ว
เขาแค่คิดจะทำอย่างลับๆ สถานที่อย่างศาลตัดสินคดีนั้น เข้าไปแล้วไม่ออกมาก็ถือเป็นเรื่องปกติ!
แต่เซี่ยเฉียว…คิดจะทำเรื่องนี้ให้เอิกเกริก เรื่องนี้ก็ต่างออกไปแล้ว
ตอนที่ 730 ดีกับนางมาก
เซี่ยผิงกั่งไม่เห็นด้วยกับความคิดของเซี่ยเฉียว แต่เมื่อเขาเห็นว่านางกระตือรือร้นมาก จึงได้เอ่ย “เรื่องนี้ข้าขอทูลถามรัชทายาทก่อน หากพระองค์เห็นด้วยก็ค่อยทำอย่างนั้น”
“เมื่อครู่นี้ข้าผู้แซ่อวี๋ได้ยินที่พวกท่านพูดกันแล้ว ข้าเองก็เห็นด้วยกับความคิดของแม่นางเซี่ย…หากทำโทษต่อหน้าสาธารณะจริงๆ ก็จะป้องปรามประชาชนได้ไม่มาก็น้อย อาจจะช่วยเด็กๆ ไว้ได้อีกมาก…”
“เพียงแต่ว่า…” อวี๋เซียนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “หากบิดามารดาไม่คิดที่จะเก็บลูกไว้ แม้ว่าจะปล่อยให้พวกเขารอดชีวิต เกรงว่าชีวิตของพวกเขาในวันหน้าก็ใช่ว่าจะดี การทำให้เด็กจมน้ำตายเป็นความผิด แต่การ…ทุบตีและทารุณเด็กคงจะไม่ใช่สินะ?”
แววตาของเซี่ยเฉียวยิ่งดูเคร่งขรึมลงไปอีก
การป้องปรามนี้เป็นเพียงก้าวเล็กๆ เท่านั้น
เด็กทารกหญิงที่ถูกกดน้ำตายทั่วหล้าตอนนี้ก็มีจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากแล้ว แต่ก็ยังมีเด็กผู้หญิงอีกมากที่ต้องทนทุกข์ทรมาน…
เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันหรือสองวัน
เซี่ยเฉียวหน้านิ่ว ในใจเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงเพิ่มขึ้นอีก นางรู้สึกอึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก
“เรื่องในภายหลังค่อยว่ากันอีกทีเถอะ ข้าจะลองถามความเห็นของรัชทายาทดูก่อน” เซี่ยผิงกั่งเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้
เขาไม่คิดว่าอวี๋เซียนจะเห็นด้วยกับคำพูดเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวเองก็ได้แต่ต้องเก็บความคิดมากมายเหล่านั้นเอาไว้ในใจก่อน ตอนนี้นางเป็นคุณหนูในห้องหอคนหนึ่งและนักพรตพเนจร จึงทำอะไรไม่ได้มาก เอาแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อน
บรรยากาศตอนนี้อึมครึม
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้มก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “อาจารย์อยู่ที่จวนของเราเป็นอย่างไรบ้าง หาญาติพบแล้วหรือไม่ ต้องการให้พวกเราช่วยไหม”
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าทันที “ข้าก็ลืมเรื่องนี้ไปเลย ลูกพี่ลูกน้องที่เจ้าต้องการตามหามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรหรือ การตามหาใครสักคนเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับข้า”
“เรื่องนั้น…ไว้ค่อยพูดกันทีหลังเถอะ” อวี๋เซียนสับสนอยู่ครู่หนึ่ง
นางจะไปพบลูกพี่ลูกน้องของนางในคราบผู้ชายอย่างนี้คงไม่ดีกระมัง
“แต่ลูกพี่ลูกน้องของเจ้ามันไม่ได้เรื่อง ชอบคนรวยรังเกียจคนจน พอเห็นว่าครอบครัวของเจ้าตกต่ำก็ไม่นับญาติเสียแล้ว!?” เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็โมโหมาก “พวกเราเป็นเพื่อนกัน หากมีเรื่องแบบนี้ให้เจ้าบอกข้าได้เลย ข้าจะไปจัดการสั่งสอนเจ้าบ้านั่นให้รู้จักผิดชอบชั่วดีแทนเจ้าเอง! ต่อไปเจ้าก็อยู่อาศัยมันที่บ้านตระกูลเซี่ยนี่แหละ ในเมื่อน้องชายงี่เง่าของข้าเป็นลูกศิษย์ของเจ้า เขาก็สมควรที่จะเลี้ยงดูเจ้าไปจนแก่แล้ว!”
เซี่ยผิงกั่งเสียงสูงมากจนเซี่ยเฉียวอดลูบหูไม่ได้
อวี๋เซียนเห็นความจริงใจเช่นนั้นของเซี่ยผิงกั่งก็รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก
เมื่อนึกถึงว่าตนเองมีเรื่องที่ปิดบังซ่อนเร้นหลายครั้งหลายหนก็ยิ่งรู้สึกละอายใจเป็นพิเศษ
หลายวันมานี้ ตระกูลเซี่ยปฏิบัติกับนางเหมือนแขกพิเศษคนหนึ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินหรือเครื่องใช้ต่างๆ ก็ล้วนเป็นของดีที่สุด ส่วนเซี่ยผิงกั่งที่กลัวว่านางจะเบื่อหน่ายก็มาฝึกยุทธกับนางเป็นประจำ เขาดีกับนางมากจริงๆ!
“พี่ใหญ่เซี่ย ที่จริงแล้ว…ข้าเจอลูกพี่ลูกน้องของข้าแล้วล่ะ เพียงแต่ตอนนี้ข้าซ่อมซ่อ ข้ากลัวว่าเขารู้เรื่องนี้แล้วจะเป็นห่วงมากเกินไป ก็เลยอยากจะเก็บเงินก่อน จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปพบเขา!”
“ตอนนี้เจ้าก็ดูดีมากแล้วนี่ ลูกผู้ชายไม่ใช่หญิงสาวที่ชอบแต่งเนื้อแต่งตัวพวกนั้นเสียเมื่อไร จะต้องประณีตขนาดนั้นไปทำไม” เซี่ยผิงกั่งโบกมือไปมาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขา “หากข้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า ข้าจะดีใจมากที่ได้พบเจ้า ไหนเลยจะมาสนใจอะไรมากมายขนาดนั้น”
พออวี๋เซียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าที่เขาพูดมีเหตุผล
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากอย่างนั้น…ข้าก็จะหน้าด้านขอให้พี่ใหญ่เซี่ยนำจดหมายไปส่งให้ลูกพี่ลูกน้องของข้าก่อนได้หรือไม่”
“ได้สิ! ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง” เซี่ยผิงกั่งฮึกเหิมอย่างยิ่ง
อวี๋เซียนดีใจมาก นางรีบกลับเข้าไปในห้อง กระดาษและพู่กันรออยู่แล้ว นางสะบัดพู่กันไปมาสักพักก็เขียนจดหมายออกมาปึกหนาๆ ปึกหนึ่ง
หลักๆ คือเขียนบอกลูกพี่ลูกน้องของนางว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง และบอกเขาด้วยว่าตอนนี้นางทำตัวเป็นผู้ชาย อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ย มีอิสระและสะดวกสบายมาก และยังถามถึงสถานการณ์ของตระกูลโจวอีกด้วย…
ประมาณนี้ และอีกมากมาย
“พี่ใหญ่เซี่ย ลูกพี่ลูกน้องของข้าคนนี้เกิดในตระกูลใหญ่ ดังนั้นท่านน่าจะเคยพบเขามาแล้ว อีกอย่างข้าก็มักจะได้ยินท่านพูดถึงรัชทายาท…เรื่องนี้ก็ยิ่งง่ายขึ้น” อวี๋เซียนยิ้มอย่างร่าเริง “ลูกพี่ลูกน้องของข้าชื่อโจวเว่ยจง น่าจะเป็นหนึ่งในองครักษ์ที่ติดตามรัชทายาท รบกวนท่านลองหาดูให้หน่อย…”
tom110
จุดใต้ตำตอ โจเว่ยจงกับพี่ใหญ่
ติดตามรัชทายาท ทำงานมาด้วยกันตลอด
Yuki03
ก็ว่าอยู่โจวไหนที่แท้ก็ญาติที่วิญญาณมาตอนนั้น555555