ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 727 หลุมดำว่างเปล่า / ตอนที่ 728 ชายเป็นหยกล้ำค่า
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 727 หลุมดำว่างเปล่า / ตอนที่ 728 ชายเป็นหยกล้ำค่า
ตอนที่ 727 หลุมดำว่างเปล่า / ตอนที่ 728 ชายเป็นหยกล้ำค่า
ตอนที่ 727 หลุมดำว่างเปล่า
เซี่ยเฉียวได้ยินเสียงที่ดังขึ้นด้านในพลางมองแผ่นแป้งที่เหลืออยู่ในมือก่อนจะวางมันลงไปในตะกร้าไม้ไผ่
นางเพิ่งจะเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็บังเอิญกระทบไหล่กับเปาหลุนเซิงที่เดินสวนมาพอดี
เซี่ยเฉียวหันไปมองแผ่นหลังของเปาหลุนเซิงด้วยสายตาเย็นชา
นางทำของบางอย่างตกลงมาจากแขนเสื้อจากนั้นก็เดินจากไปทันทีราวกับไม่รู้ตัว
เปาหลุนเซิงที่อยู่เบื้องหลังนางชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่านักพรตทำปี่เซียะตัวเล็กๆ ที่ทำจากทองคำแวววาวตกหล่นอยู่บนพื้น!
เขารีบเก็บมันขึ้นมาทันทีแล้วยังลองกัดมันดูเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ดีใจใหญ่โต ทั้งๆ ที่เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนทำของสิ่งนี้หล่นไว้ แต่เขากลับรีบนำมันกลับไปที่บ้านอย่างไว
ระหว่างทางนั้นเซี่ยเฉียวก็แวะไปแจ้งความทันที
เป็นความบังเอิญที่เจ้าหน้าที่เคยพบนางมาก่อน เขาจึงรีบไปบ้านตระกูลเปาพร้อมกับนาง
“เขานั่นแหละที่เป็นคนขโมยของของข้าไป” ตอนที่เซี่ยเฉียวนำเจ้าหน้าที่เข้าไปในบ้าน เปาหลุนเซิงก็กำลังลงไม้ลงมืออยู่พอดี
หญิงผู้เป็นภรรยากุมศีรษะอยู่บนพื้น ในขณะที่เด็กทั้งสองซุกตัวอยู่ที่มุมโต๊ะไม่กล้าขยับตัว ส่วนแม่สามีกลับนั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
เมื่อเห็นเจ้าหน้าและทหาร สีหน้าของนางจึงตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
“ขโมยของ!? ข้าไม่ได้ทำนะ!” เปาหลุนเซิงร้องเอะอะขึ้นมาทันที
“ของข้าที่หายไปเป็นปี่เซียะทองคำ ของชิ้นนี้…” เซี่ยเฉียวจับจ้องไปที่อกเสื้อของเขา “อยู่ที่ตัวเขา แค่ค้นดูก็รู้แล้ว”
“นักพรตบ้าบอนี่มาจากไหน! ของนี่เป็นของข้าชัดๆ จะกลายไปเป็นของของเจ้าได้อย่างไร” เปาหลุนเซิงย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว
“เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อยว่า บนนั้นมีอักษรอะไรสลักไว้” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างใจเย็น
เปาหลุนเซิงได้ยินเช่นนั้นก็พูดไม่ออกแล้ว
เจ้าหน้าที่ลงมือค้นตัวและพบปี่เซียะจริงๆ จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้เอ่ยขึ้น “ท่านเจ้าหน้าที่ ด้านบนนั้นเขียนไว้ว่าสุ่ยเย่ว์ ซึ่งเป็นชื่อของวัดที่ข้าบำเพ็ญตน”
ทหารทางการจับตัวหัวขโมยด้วยความฉับไว และแน่นอนว่าเขาต้องถูกนำตัวไปที่ศาลาว่าการเพื่อคุมขังไว้
พวกเขาจัดการมัดเปาหลุนเซิงไว้ทันที
“ข้าเก็บมันมา! ข้าไม่ได้ขโมย ไม่ได้ขโมยมันมานะ!” สีหน้าของเขาลนลาน
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก อาศัยแค่ปฏิกิริยาของเปาหลุนเซิงเมื่อครู่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เดิมทีนางคิดที่จะให้พี่ชายของนางช่วยเหลือ แต่นางก็กลัวว่าวันนี้เปาหลุนเซิงจะลงไม้ลงมืออีก และถ้าหากเขาลงมือหนักไปจนทำให้หญิงผู้เป็นภรรยาต้องถึงแก่ชีวิต นางก็คงต้องรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรลงไปตั้งแต่ทีแรก ดังนั้นนางจึงวางแผนยัดข้อหาเล็กๆ ให้เขาเสียก่อน หลังจากขังเขาไว้ในคุกแล้วค่อยว่ากันอีกที
เขาถูกทางการนำตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป นางกลับหันไปมองหญิงที่เป็นแม่สามีผู้นั้นด้วยรอยยิ้มชวนขนลุก “เหตุใดท่านป้าท่านนี้จึงมีทารกหญิงเพิ่งเกิดสองคนขี่คออยู่ล่ะ อุ๊ย นอกจากทารกแล้วก็ยังมี…โอ้ย ดูที่ท้องของนางนั่นสิ เป็นหลุมดำว่างเปล่า น่ากลัวจริงๆ…”
เซี่ยเฉียวพูดจบแล้วก็เดินจากไปทันที
ทำราวกับมองเห็นผีกระนั้น
ส่วนหญิงชราผู้นั้นก็ตกใจจนแน่นิ่งไปแล้ว
ขนของนางลุกซู่ขึ้นมาทันที นางรู้สึกอึดอัดไม่สบายไปทั้งร่าง มองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นไปหมด!
ทารกหญิงที่เพิ่งเกิดสองคน? แล้วยังหลุมดำที่ท้อง…นั่นอีก? มันไม่ใช่…ภาพของสะใภ้หวังและเด็กน้อยอายุสั้นสองคนนั้นหรือ!
บ้านตระกูลเปามีเด็กเล็กสองคน ทั้งยังมีหญิงมารดาที่ได้รับบาดเจ็บ เซี่ยเฉียวจึงไม่อาจทำให้บ้านตระกูลเปามีพลังหยินเข้มข้นเกินไป นางก็เลยได้แต่ใช้คำพูดเพื่อข่มขู่ให้ตกใจกลัวเท่านั้น
ส่วนใหญ่คนที่มีอายุขนาดนี้แล้วก็มักจะกลัวความตายกันทั้งนั้น ยิ่งมีชีวิตอยู่มานานก็ยิ่งคิดมาก
และเมื่อพวกเขาระลึกถึงความดีความชั่วที่เคยกระทำมาก็จะเกิดความรู้สึกกินปูนร้อนท้องได้
“เจ้ามันคนอายุสั้น…เจ้าไม่มีบุญเองนี่ จะมาโทษข้าได้ยังไง! เจ้าไปตาม…ตามหมอตำแยโน่นสิ!? นางต่างหากที่เป็นคนผ่าท้องเจ้า! เด็กน้อย…เด็กน้อย…ข้าต้องทำเพราะความจำเป็นบังคับนี่ บ้านเราจนขนาดนี้ เลี้ยงไม่ไหวหรอก! หากเก็บเอาไว้แล้วลูกชายของข้าจะแต่งงานใหม่ได้อย่างไรเล่า!”
ตอนที่ 728 ชายเป็นหยกล้ำค่า
หลังจากที่เซี่ยเฉียวจากไปแล้ว หญิงชราแม่สามีผู้นั้นก็พึมพำอย่างไร้สติ
ลูกสะใภ้ที่นั่งซุกตัวอยู่ด้านข้างไม่กล้าพูดอะไรกำลังรู้สึกตกใจจนหน้าซีด
คำพูดของแม่สามีนางหมายความว่าอย่างไร
ภรรยาคนก่อนถูกผ่าท้องเพื่อเอาเด็กออกมาเป็นเรื่องที่นางเองก็รู้อยู่แล้ว แต่นั่นเพราะนางสิ้นใจไปก่อนทั้งที่เด็กยังอยู่ในท้อง จึงจำเป็นต้องทำอย่างนั้นเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ มิใช่หรือ เหตุใดจึงฟังดูเหมือน…เด็กพวกนั้นไม่ได้ตายเองเล่า!
หญิงผู้นั้นคิดอะไรมากมาย และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่นางคลอดลูก
ตอนนั้นหมอตำแยที่เป็นอาหญิงของสามีมาทำคลอดให้นาง
ขณะนั้นนางรู้สึกว่าตนเองราวกับเป็นเนื้อหมูที่อยู่บนเขียง หมอตำแยกดท้องของทางเพื่อผลักทารกออกมาอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น มันทำให้นางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะตาย
เดิมทีนางคิดว่าการคลอดลูกก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว…
แต่พอนางมาลองดูดีๆ หลังจากที่นางคลอดลูกออกมาแล้ว การแสดงออกของอาหญิงท่านนั้นราวกับต้องการบีบคอลูกของนางให้ตายไปเสียกระนั้น!
ดูเหมือนนางจะพูดอะไรบางอย่างกับแม่สามีของนางด้วย
พูดอะไรแล้วนะ…
นางพยายามคิดให้ดี คิดไปคิดมาจนในที่สุดก็คิดออก
แม่สามีพูดว่า เหตุใดจึงเป็นทารกหญิงอีกแล้ว? แต่อาหญิงกลับพูดว่า จะให้เกิดเรื่องอีกไม่ได้ มิฉะนั้นต่อไปคงไม่มีใครกล้าให้นางทำคลอดให้อีก และยังพูดอีกว่าโชคดีที่ไม่มีสองคนก่อนหน้านี้แล้ว แค่คนนี้คนเดียวก็ไม่ได้ทำให้เปลืองข้าวสารเท่าไรนัก นางแต่งเข้ามาได้ไม่นานก็มีลูกให้แล้ว สุขภาพร่างกายของนางดีเช่นนี้ ต่อไปก็ยังพอจะมีความหวังอยู่….
ยิ่งคิดก็ยิ่งหนาว
…
หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับไปแล้ว นางก็ไปหาพี่ชายใหญ่ของนาง
เซี่ยผิงกั่งลากอวี๋เซียนไปด้วยกันอีกแล้ว เขาต้องการให้นางชี้แนะวิชาหมัดมวยให้เขาให้ได้ เซี่ยผิงกั่งเป็นถึงผู้ใหญ่คนหนึ่งแล้วแต่ยังมาแย่งอาจารย์กับเซี่ยผิงไหว เรื่องนี้ทำให้เซี่ยผิงไหวโกรธจนกระทืบเท้าอยู่ข้างๆ ไม่หยุดเลยทีเดียว
“พี่หญิงใหญ่! อาจารย์มาเพื่อสอนข้าไม่ใช่หรือ! พี่ใหญ่มาเรียนด้วยอย่างนี้ เมื่อไรข้าถึงจะเอาชนะพี่ชายใหญ่ได้เล่า!” เซี่ยผิงไหวโกรธจนทนไม่ไหวแล้ว!
เขาอยากจะให้อาจารย์หลอกสอนอะไรพี่ใหญ่ไปมั่วๆ แต่อาจารย์กลับเป็นคนจริง!
เมื่ออาจารย์เห็นว่าพี่ชายใหญ่กระตือรือร้นที่จะศึกษาจริงๆ อาจารย์ก็จะถ่ายทอดวิชาตกทอดของตระกูลนี้ให้เขาแล้ว!
เมื่อเซี่ยผิงกั่งเห็นว่าเซี่ยเฉียวมา เขาก็เก็บท่าทีแล้วเดินเข้าไปหานาง
“วันนี้นางกำนัลพี่เลี้ยงพวกนั้นหาเจ้าไม่เจออีกแล้ว เจ้าไปหาปรมาจารย์โม่มาอีกหรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ใช่แล้ว ปรมาจารย์โม่ให้ข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านล่ะ”
เซี่ยเฉียวบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
“ปรมาจารย์ยอมลำบากเพื่อรัชทายาทจริงๆ นางถึงกับยอมไปช่วยตระกูลเหยียน” เซี่ยผิงกั่งชมปรมาจารย์โม่ก่อน จากนั้นจึงเอ่ย “เปาหลุนเซิงที่เจ้าพูดถึงนั่นไม่ใช่คนจริงๆ คนอย่างเขาข้าเห็นมามากแล้ว หากทำเรื่องชั่วๆ ได้ครั้งหนึ่งก็จะต้องมีครั้งที่สอง พรุ่งนี้ข้าจะไปศาลาว่าการขอย้ายตัวมันมาไว้ที่ศาลตัดสินคดีแล้วดูแลมันให้ดีๆ สักหน่อย รับประกันว่าจะให้มันคายเรื่องชั่วๆ ที่มันทำมาทั้งหมดในชีวิตนี้ออกมาให้ได้!”
“ส่วนหมอตำแยกับแม่สามีใจร้ายนั่น…” เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “เฮ้อ สถานการณ์ของมารดาที่กำลังคลอดลูกนั้นมีความพิเศษ จะเก็บผู้ใหญ่หรือเด็กไว้ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อาวุโส เรื่องนี้ยากที่จะลงโทษตามกฎหมาย ส่วนเรื่องเด็ก…คนที่ฆ่าก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของเด็กเอง อย่างมากก็โบยเจ็ดสิบไม้และจำคุกสองปีเท่านั้น”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “ไม่สามารถลงโทษรุนแรงได้?”
“หนังสือว่าไว้ ชายเป็นหยกล้ำค่า หญิงเป็นกระสวยทอผ้า[1] ครอบครัวชาวบ้านทั่วไปโดยเฉพาะบ้านที่มีฐานะยากจนหน่อย มีทารกหญิงจมน้ำตายตั้งมากมายเท่าไรจนถือเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว สมัยราชวงศ์ก่อนยังไม่มีกฎหมายเรื่องนี้ พอมาถึงราชวงศ์นี้จึงได้เพิ่มเติมเข้าไป”
เขาทำงานที่ศาลตัดสินคดี ดังนั้นเขาจึงเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าตอนที่ประกาศใช้กฎหมายนี้ ประชาชนต่างก็ตกใจและงุนงงมาก
ก่อนจะมีกฎหมายนี้ หากมีทารกหญิงถือกำเนิดขึ้นมาในครัวเรือนที่ห่างไกลและไม่มีการศึกษาบางแห่ง ขอแค่พ่อแม่ได้มีการตกลงไว้ก่อนแล้วว่าจะไม่เก็บเด็กเอาไว้โดยไม่คำนึงถึงว่าจะเกิดมารูปลักษณ์หน้าตาเป็นอย่างไร หมอตำแยก็จะเอาน้ำใส่กะละมัง แล้วกดเด็กทารกลงไปในน้ำ ปล่อยให้ร้องไห้ดิ้นรนจมน้ำตายในที่สุด
ทุกวันนี้ราชวงศ์เฉียนหยวนได้กวาดล้างขนบธรรมเนียมที่ชั่วร้ายไปแล้วไม่น้อย และชีวิตของสตรีก็ไม่ได้ต่ำต้อยด้อยค่าเท่าใบไม้ใบหญ้าแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่โหดเหี้ยมลงมาฆ่าคนอยู่ดี
[1] ชายเป็นหยกล้ำค่า หญิงเป็นกระสวยทอผ้า สะท้อนค่านิยมเห็นชายเหนือกว่าหญิงในสมัยสังคมศักดินา
tom110
ปัจจุบัน
คนจีนก็ยังให้ค่ากับลูกชายมากกว่าลูกสาว