ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 669 ว่าที่ภรรยา / ตอนที่ 670 นางนับเป็นอะไร
ตอนที่ 669 ว่าที่ภรรยา / ตอนที่ 670 นางนับเป็นอะไร
ตอนที่ 669 ว่าที่ภรรยา
นางก็เป็นผู้หญิงนะ เวินหลันเฉิงผู้นี้ดูไม่ออกหรืออย่างไร!
“ใต้เท้า…บ่าวคิดถึงท่าน…” เผยหว่านเย่ว์พูดอย่างเอียงอาย
เวินหลันเฉิงจัดเสื้อผ้าของตน จากนั้นก็มองชุดสีแดงเพลิงของนางแล้วก็รู้สึกว่านางทำผิดธรรมเนียม “ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเป็นอนุภรรยาก็ต้องทำตัวให้ดีๆ หน่อย อย่าได้ใส่ชุดสีแดงแบบนี้อีก”
เผยหว่านเย่ว์แทบอยากกัดใครสักคน แต่นางกลับเอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจแทน “ใต้เท้ารังเกียจที่ก่อนหน้านี้ข้าทำลายชื่อเสียงของท่านหรือ ก็ข้าชื่นชมท่านนี่ วันนั้นท่านขี่ม้าไปตามถนน ข้ารู้สึกว่าท่านเป็นเหมือนดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างไสว ข้าคิดอยู่ทั้งวันทั้งคืน ขอแค่เพียงได้อยู่ข้างกายท่าน ได้รับแสงสว่างจากท่านบ้าง…”
พอนางเอ่ยจบก็เดินเข้าไปแล้วบิดมุมเสื้อของเขา “ใต้เท้า ชุดนี้…ต่อไปบ่าวจะไม่ใส่อีกแล้ว ท่าน ท่านถอดออกเสียก็ได้…”
ทุกครั้งที่ผ่านมาเวินหลันเฉิงพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างสุดความสามารถ เวลาเมื่อเขาได้ยินคำพูดที่น่าอายเช่นนี้ก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้…ช่างไร้ยางอายจริงๆ
“ช่วงนี้เจ้าทำอะไรหรือ ได้ออกไปข้างนอกบ้างหรือไม่” เวินหลันเฉิงควบคุมอารณ์แล้วเอ่ยถาม
ในเมื่อรับอนุภรรยานางนี้เข้ามาแล้ว เขาจะไม่ดูแลก็ไม่ได้ ถึงอย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะถูกคนอื่นส่งตัวมา
เขาเอานางมาไว้ใต้จมูก ให้นางอยากได้แต่ก็ไม่ได้ มันน่าจะทำให้ผู้หญิงคนนี้และคนที่อยู่เบื้องหลังนางรู้สึกโกรธไม่น้อยเลยทีเดียว
“ช่วงนี้ข้าไม่ได้ออกไปไหนเลย” น้ำเสียงของเผยหว่านเย่ว์ฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจ
นางไม่ได้ออกไปไหนจริงๆ ไม่เพียงแต่ไม่ได้ออกไปไหนเท่านั้น นางถึงขนาด…ไม่ได้คุยกับใครมานานแล้วด้วย
นางไม่กล้าไว้ใจสาวใช้ที่อยู่ในบ้านนี้ และไม่ได้สนใจพวกนางเท่าไรนักด้วย นางคิดว่าคนพวกนี้ล้วนแต่เป็นหูเป็นตาให้เวินหลันเฉิง ดังนั้นนางจึงพยายามทำตัวดีๆ เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีไว้ก่อน
“ใต้เท้า ไม่ทราบว่าพี่หญิงจะแต่งเข้ามาเมื่อไรหรือ” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยถาม
เวินหลันเฉิงคิดว่าพี่หญิงที่นางหมายถึงคือภรรยาเอกของเขาจึงเอ่ย “อีกสองสามเดือน”
นางน่าจะอยู่ระหว่างเดินทางแล้ว
“ใต้เท้าวางใจ พี่หญิงสุขภาพไม่ดี ต่อไปข้าจะดูแลนางให้ดีแน่ๆ…” เผยหว่านเย่ว์ไม่อยากยอมรับเรื่องจริงที่ว่าตนเองจะต้องเป็นรอง ดังนั้นระยะนี้นางจึงไม่กล้าที่จะคิดเรื่องนี้
แต่เวลานี้นางต้องแสดงความอ่อนแอออกมา
“สุขภาพไม่ดี จะเป็นไปได้อย่างไร การแต่งงานคราวนี้ผู้อาวุโสเป็นคนกำหนดให้ ข้าก็ได้อ่านจดหมายแล้ว น้องหยิงสุขภาพร่างกายแข็งแรง ยากที่จะเจ็บป่วย” เวินหลันเฉิงพอใจกับว่าที่ภรรยาของเขามาก
ว่าที่ภรรยาของเขามีชื่อว่าเฝิงหยิงหยิง ชาติกำเนิดของนางไม่นับว่าสูง บิดามารดาเป็นชาวนาธรรมดาๆ ครอบครัวของนางมีที่นาอยู่บ้างเล็กน้อย
ตอนที่เขาอยู่ที่บ้านเกิดก็มีโอกาสได้พบเจอนางบ้างเป็นครั้งคราว บิดามารดาของหญิงสาวเป็นคนมีเหตุผล ที่บ้านนางมีพี่ชายที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันกับเขา เพียงแต่หลังจากที่เขาได้เป็นซิ่วไฉแล้วก็อยู่ที่บ้านเกิดเป็นอาจารย์ ดังนั้นเฝิงหยิงหยิงจึงพอรู้สึกตัวอักษรอยู่บ้าง นางขยันหมั่นเพียรและมีความสามารถซึ่งดีมากจริงๆ
เผยหว่านเย่ว์ตกตะลึง “น้องหยิง? ไม่ใช่…ไม่ใช่เซี่ยเฉียวหรือ”
นางไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยในระยะนี้ นางตกข่าวไปหน่อยแล้ว
นางรู้แค่ว่าเวินหลันเฉิงจะแต่งภรรยาแล้ว ดังนั้นนางจึงคิดไปว่าภรรยาที่ว่าคือเซี่ยเฉียว
แต่ตอนนี้เขาบอกว่าเป็นน้องหยิง? นางเป็นใครกัน!
เวินหลันเฉิงเหลือบมองนางด้วยความประหลาดใจ “เจ้าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไรน่ะ แม่นางเซี่ยและพี่ชายของนางเป็นผู้มีพระคุณของข้า ข้ามีแต่ความเคารพให้เท่านั้น ไม่กล้าคิดเกินเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นในวังก็มีราชโองการออกมาแล้วจะพระราชทานสมรสให้แม่นางเซี่ยกับรัชทายาท เมื่อเร็วๆ นี้กรมพิธีการก็เพิ่งจะกำหนดฤกษ์แต่งงานมาเป็นเดือนสองปีหน้า ให้นางแต่งเข้าวังตะวันออกแล้วนี่?”
“…” เผยหว่านเย่ว์เบิกตาโต
นางหูดับไปในทันที
เวินหลันเฉิงว่าอะไรนะ คนที่เขาจะแต่งด้วยไม่ใช่เซี่ยเฉียว!?
และตอนนี้เซี่ยเฉียวก็เป็น…ว่าที่พระชายาของรัชทายาท?! ต่อไปนี้นางก็จะสูงส่งอยู่เหนือใคร กลายเป็นคนของราชวงศ์ บินสูงเป็นหงส์บนฟ้าแล้ว!?
ตอนที่ 670 นางนับเป็นอะไร
ใบหน้าของเผยหว่านเย่ว์ไร้สีของเลือด สักพักนางก็ส่ายศีรษะทันที
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่นอน! ท่านโกหกข้าใช่หรือไม่ เซี่ยเฉียวเป็นพวกอายุสั้นนะ! หมอหลวงก็ยังเคยตรวจจับชีพจรให้นาง เขาบอกว่านางจะอยู่ได้ไม่นานนี่? ร่างกายของนางเป็นแบบนี้ แล้วนางจะเป็นพระชายารัชทายาทได้อย่างไร! ฮ่องเต้และฮองเฮาจะยอมได้อย่างไรเล่า!
ในฐานะพระรัชทายาทที่สุขภาพร่างกายไม่ดี นางให้กำเนิดลูกไม่ได้แน่
ไม่แน่พอนางแต่งไปแล้ว นางก็อาจจะตาย รัชทายาทก็จะกลายเป็นพ่อหม้าย
ในวังไม่ได้โง่เสียหน่อย แล้วจะยอมให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร
นั่นมันรัชทายาทเชียวนะ!
“รัชทายาททรงรักมั่นในแม่นางเซี่ย และไม่ต้องการแต่งกับใครทั้งนั้นถ้าไม่ใช่นาง แล้วจะถือสาเรื่องสุขภาพร่างกายเล็กน้อยแค่นี้ได้อย่างไร” เวินหลันเฉิงเห็นท่าทางตกใจไม่พอใจของเผยหว่านเย่ว์ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
แม่นางเซี่ยอายุสั้น?
อายุสั้นแล้วอย่างไร หากเป็นเขา เขาก็ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างคุณหนูเซี่ยไปสักหนึ่งปี อยู่เป็นเพื่อนนางแม้ยามสิ้นใจ ยังดีกว่าจะต้องอยู่กับผู้หญิงอย่างเผยหว่านเย่ว์ไปตลอดชีวิต ต่อให้เผยหว่านเย่ว์จะให้กำเนิดลูกได้ก็ตาม แต่นิสัยเช่นนี้ของนางจะนำหายนะมาให้สามชั่วอายุคน เขายังไม่อยากที่จะนำภัยพิบัติมาสู่ลูกหลานตนเอง
“เป็นไปไม่ได้ ท่านโกหก…เจ้าโกหกทั้งนั้น!” เผยหว่านเย่ว์ถอยหลังไปสองสามก้าว น้ำตาไหลออกมาด้วยความผิดหวัง
เซี่ยเฉียวไปเป็นพระชายารัชทายาทแล้ว?
แล้วนางเล่า?
นางเป็นอนุภรรยาคนหนึ่ง แถมยังเป็นอนุภรรยาที่ไม่เป็นที่โปรดปรานอีก?!
นางเองก็เคยเข้าไปอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ย เป็นพี่น้องกับเซี่ยเฉียวนะ? ความแตกต่างนี้มันมากเกินไป นางไม่ยอม ไม่ยอม!
“หากจะให้พูดถึงการแต่งงานของแม่นางเซี่ยครั้งนี้เป็นการร้องขอจากรัชทายาทเอง รัชทายาทให้ความสำคัญกับใต้เท้าเซี่ยผิงกั่งมาก ต่อไปเมื่อแม่นางเซี่ยแต่งเข้าไปแล้วก็จะไม่ถูกทอดทิ้งละเลยเป็นแน่ อีกอย่างแม่นางเซี่ยก็ยังเป็นคนใจดีมีเมตตา อุปนิสัยมีสง่า เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และอ่อนโยน สองสามีภรรยาย่อมผูกสมัครรักใคร่สามัคคี เคารพซึ่งกันและกันได้อย่างแน่นอน” เวินหลันเฉิงยังคงพูดจาทิ่มแทงนางต่อไป
“เหลวไหล! เจ้าไม่รู้จักเซี่ยเฉียวเลยสักนิด นางไม่คู่ควร!”
“เห็นๆ กันอยู่ว่าเซี่ยเฉียวนางแปลกๆ ตอนที่ข้าเข้ามาเมืองหลวงพร้อมกันกับนางนั้นในห่อผ้าของนางยังมีกระดูกของคนอื่นซ่อนอยู่เลย! นางหลอกลวงคนอื่นเก่งมาก บางทีกระดูกนั่นอาจเป็นกระดูกของคนที่นางฆ่าก็ได้! พวกท่านหลงใหลนางจนแยกแยะถูกผิดไม่ชัดเจนแล้ว!”
“รัชทายาทเองก็ถูกนางหลอกให้สับสน เซี่ยเฉียวโหดเหี้ยมดุร้ายมาก นางเคยใช้หน้าไม้ยิงคนในบ้าน นางยังใช้ภาพปลอมเพื่อให้ได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาด้วย พวกท่านล้วนถูกนางหลอกแล้ว!”
แม้แต่ตอนนี้นางก็ยังไม่เชื่อว่าเซี่ยเฉียวจะมีภาพวาดของอาจารย์อวิ๋นเวยจริงๆ
เป็นเซี่ยเฉียวนั่นแหละที่ร่วมมือกับคนอื่นวางแผนทำลายนาง!
เผยหว่านเย่ว์ทรุดลงกับพื้นและร้องไห้ขึ้นมาทันที “คนอายุสั้นอย่างเซี่ยเฉียวเอาอะไรมาเป็นพระชายารัชทายาทได้!”
เวินหลันเฉิงเห็นว่าเขากระตุ้นนางมากพอแล้วจึงไม่คิดที่จะอยู่ต่อไปเพื่อดูนางร้องไห้
“เย่ว์เหนียง ต่อไปข้าไม่อยากได้ยินเจ้าออกความเห็นเกี่ยวกับรัชทายาทและพระชายาตามอำเภอใจ มิฉะนั้นข้าจะต้องให้เจ้าได้เรียนรู้กฎระเบียบบ้างแล้ว” เวินหลันเฉิงก็ยังเอ่ยขึ้นอีกก่อนจะจากไป
แต่ในขณะนั้นเผยหว่านเย่ว์ไม่ได้ยิ้นอะไรทั้งสิ้น
นางรู้แค่ว่าเซี่ยเฉียวกลายเป็นพระชายารัชทายาทแล้ว
ในหัวของนางปรากฏภาพฉากที่นางและเซี่ยเฉียวเคยยืนอยู่ด้วยกันอย่างห้ามไม่ได้ นางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ
ทำไมคนที่ด้อยกว่าจะต้องเป็นนางเสมอเลยเล่า!
เซี่ยเฉียวมาจากวัดนะ นางจะนับเป็นอะไรได้
ทันใดนั้นเผยหว่านเย่ว์ก็เบิกตากว้างแล้วยืนขึ้นจากพื้น
“วัด…จริงสิ วัด…” เผยหว่านเย่ว์บ่นพึมๆ พำๆ ท่าทางนางเหมือนคนเสียสติเล็กน้อยจนสาวใช้ต่างพากันตกใจ
นางจำได้ว่าท่านแม่นางเคยพูดไว้ว่า ตระกูลเซี่ย…แปลกมาก ผิดปกติอย่างมาก! ตอนนั้นนางไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้พอมาคิดๆ ดู…ท่านแม่ของนางพูดถูก!
เซี่ยหนิวซานบอกว่าแปดอักษรของเขากับของลูกสาวขัดแย้งกัน ดังนั้นจึงได้ส่งเซี่ยเฉียวไปอยู่ที่วัด…
แต่ตอนที่ไปรับเซี่ยเฉียวเหตุใดเขาจึงต้องมอบจี้ขับไล่ความชั่วร้ายให้เซี่ยเฉียวด้วย? อีกอย่าง หลังจากที่เซี่ยเฉียวกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว นางก็ไม่ยอมใกล้ชิดกับทุกคนในบ้าน กับพี่ชายน้องสาวก็เหมือนกัน!
ทั้งๆ ที่เซี่ยหนิวซานรักใคร่เอ็นดูเซี่ยเฉียวอย่างเห็นได้ชัด แต่เขากลับจัดเตรียมเรือนที่อยู่ห่างไกลที่สุดออกไปให้นาง!
ทำไมเล่า! เซี่ยเฉียวผิดปกติ นางต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!
tom110
กบในกะลา
Yuki03
พอเถอะสาวว ไม่รู้จะยึดติดอะไรนักหนา