ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 667 เป็นนางนี่เอง / ตอนที่ 668 ไม้ไหนก็ไม่เป็นผล
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 667 เป็นนางนี่เอง / ตอนที่ 668 ไม้ไหนก็ไม่เป็นผล
ตอนที่ 667 เป็นนางนี่เอง / ตอนที่ 668 ไม้ไหนก็ไม่เป็นผล
ตอนที่ 667 เป็นนางนี่เอง
ซย่าหย่าอวิ๋นตาแดงก่ำ
นางจับตัวหยวนหลิงอินอย่างไรเล่า นางก็ยังมีชีวิตอยู่ดีไม่ใช่หรือ! แถมยังไม่ต้องไปเป็นอนุภรรยาของคนอื่นอีก มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ!
ทำไมจึงต้องจับนางมาขังคุกไว้ แล้วยังต้องมีคนมาทำให้นางรู้สึกอับอายอยู่เสมอด้วย?!
มีวิญญาณตนอื่นๆ คอยเป่าลมใส่หูเซี่ยเฉียวอยู่ตลอดเวลา และยังมีอีกมากที่ลอยขึ้นลงรอบตัวนาง
ศาลตัดสินดีนี้ไม่สะอาดเลย
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นสีหน้าโกรธขึ้งของนางก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “แม่นางซย่า เจ้าลองคิดดูให้ดีๆ นะว่า หากไม่มีต่งซีอวิ๋น ชีวิตของเจ้าควรจะเป็นอย่างไร ข้าได้ยินมาว่า ตอนที่เจ้าเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาหลวง เจ้าเป็นปรปักษ์กับแม่นางเซี่ยคนนั้นจนถึงขนาดต้องเดิมพันกัน ต่อมาเพราะต่งซีอวิ๋นเจ้าก็ต้องกลายมาเป็นอนุภรรยาของตระกูลต่งโดยไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งตอนนี้เจ้าก็ลงมือกับแม่นางหยวนเพราะคำพูดที่ต่งซีอวิ๋นคอยเป่าหูเจ้า…”
“แม่นางซย่า ไม่ใช่ว่าแม่นางต่งผู้นั้นใช้ประโยชน์จากความหุนหันพลันแล่นและจิตใจที่ชั่วร้ายของเข้าเพื่อสั่งสอนคนอื่นแทนนางหรือ”
“ตอนนี้เจ้าก็กลายเป็นนักโทษแล้ว แต่นางยังคงได้เป็นพระชายาขององค์ชายสี่อยู่เหมือนเดิม เจ้าถึงขนาด…ช่วยนางกำจัดหยวนหลิงอินแทนนางไปแล้วด้วย แม่นางหยวนผู้นั้นหน้าตางดงาม ฉลาดมีไหวพริบ นิสัยนางก็น่ารัก ภูมิหลังของครอบครัวนางไม่ได้แย่ นับได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะแย่งชิงความโปรดปรานกับแม่นางต่งได้จริงๆ นี่?”
เซี่ยเฉียวหมดคำพูดแต่เพียงเท่านี้ นางไม่มีอะไรที่สามารถพูดได้อีกแล้ว
คดีนี้คลี่คลายแล้ว แม้ว่าซย่าหย่าอวิ๋นจะแว้งกัดต่งซีอวิ๋นก็ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น
ถึงอย่างไรต่งซีอวิ๋นก็ไม่ได้ยื่นเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ด้วยจริงๆ!
นางก็แค่พูดเป่าหูซย่าหย่าอวิ๋นนิดหน่อยเท่านั้น
สองมือของนางนั้นยังคงสะอาดไร้มลทิน
ซย่าหย่าอวิ๋นตกตะลึงไปในทันที
จากนั้นเซี่ยเฉียวก็จากไป
จู่ๆ ซย่าหย่าอวิ๋นที่นิ่งเงียบไปหนึ่งวันก็คลุ้มคลั่งและกรีดร้องอย่างเสียสติขึ้นมา น่าเสียดายที่อีกไม่นานนางก็จะถูกโยกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำหญิงของศาลาว่าการ ชั่วชีวิตนี้นางไม่มีทางที่จะได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกแล้ว
ก้าวแรกผิดก็ผิดไปหมด
ชีวิตของนางต้องพลังทลายลงเพราะเชื่อคนผิด
เซี่ยเฉียวไปพบกับต่งอีอวิ๋นและหยวนหลิงอินเพื่อบอกเล่าสถานการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดต่อหน้าวิญญาณตนนั้น
วิญญาณมารดาของหยวนหลิงอินถอนหายใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแม่นางคนนั้น…ต่อไปเมื่อลูกสาวของข้าแต่งงานไปอยู่ที่อื่นแล้วก็นับว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนางอีก ข้าก็นับว่าตายตาหลับแล้ว”
มิฉะนั้นหากลูกสาวของนางจะต้องมีสามีคนเดียวกันและอยู่ร่วมกันกับผู้หญิงที่น่ากลัวและมากเล่ห์เช่นนั้นแล้ว ลูกสาวของนางจะสู้ไหวได้อย่างไร
ต่งอีอวิ๋นกลับรู้สึกโกรธจนตัวสั่นไปหมด นางไม่มีหน้าจะมองเพื่อนรักของตนเองแล้ว
นางมีพี่สาวเช่นนี้ได้อย่างไร!
หยวนหลิงอินเคยพูดจาว่าร้ายซย่าหย่าอวิ๋นที่ไหนกัน!
แม้ว่าหยวนหลิงอินจะปฏิเสธที่จะพบหน้าและเที่ยวเล่นกับซย่าหย่าอวิ๋นจริงๆ แต่มันก็สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่หรือ
ซย่าหย่าอวิ๋นเป็นอนุภรรยาของบิดานาง สถานะของนางก็ชวนให้กระอักกระอ่วนใจ แล้วจะให้ออกไปเที่ยวเล่นกับหลิงอินที่ยังไม่แต่งงานออกเรือนได้อย่างไรเล่า!
ต่งอีอวิ๋นนึกเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เล็กจนโตได้ ตอนนี้ในหัวสมองของนางราวกับมีแสงสว่างขึ้นมา จู่ๆ นางก็เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาทันที
ตอนนั้นนางบอกพี่หญิงของนางว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นคนช่วยเหลือนางจากการลักพาตัว
ไม่นานนักก็มีข่าวลือออกมาว่าเซี่ยผิงกั่งตามจีบพี่สาวของนางไม่สำเร็จจึงได้เลือกที่จะใช้กำลัง ทำให้ตอนนั้นนางโศกเศร้าเสียใจแทบแย่
ยังมีเรื่องเกี่ยวเสื้อผ้าอาหารต่างๆ อีกมากมายหลายครั้ง ทุกครั้งที่พวกนางถูกตาต้องใจอะไรเหมือนๆ กัน ท้ายที่สุดแล้วของพวกนั้นทั้งหมดก็จะต้องเป็นของพี่สาวนาง
นางคิดว่าพี่สาวของนางเพียงแต่ใจแคบไปหน่อยเท่านั้น กลับนึกไม่ถึงเลยว่านางจะมีจิตใจชั่วร้ายเช่นนี้
ก่อนหน้านี้นางยังคิดที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับพี่สาวนางให้มากที่สุด นางช่าง…โง่เง่าจริงๆ!
หญิงสาวทั้งสองต่างก็ได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง
ส่วนเซี่ยเฉียวก็เก็บวิญญาณไว้ก่อนจะส่งกลับไปที่หอส่องชะตา
บัดนี้เมื่อจับตัวคนทำผิดได้แล้ว จวนหนานอันโหวก็รู้สึกซาบซึ้งขอบคุณรัชทายาทมากขึ้น
เดิมทีคดีนี้ไม่ควรเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของศาลตัดสินคดี
แต่เป็นเพราะรัชทายาทได้รับทราบข่าว จึงได้นำคนของศาลตัดสินคดีไปช่วยลูกสาวของเขาออกมา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องจดจำบุญคุณน้ำใจครั้งนี้เอาไว้
ตอนที่ 668 ไม้ไหนก็ไม่เป็นผล
ส่วนความคิดจิตใจของทางฝั่งตระกูลต่งนั้นมีความซับซ้อนอยู่บ้าง
รัชทายาทช่วยลูกสาวของเขาไว้ก็จริง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็จับตัวคนกระทำความผิดซึ่งก็เป็นคนในครอบครัวเขาได้เช่นกัน…
ใต้เท้าต่งเต็มไปด้วยความขมขื่น
ตั้งแต่ที่รัชทายาทไปเป็นผู้ดูแลศาลตัดสินคดีเป็นต้นมา หลายคดีที่สะสมมาหลายปีของศาลตัดสินคดีก็ลดน้อยลงไปมาก ซึ่งจุดนี้ทุกคนในราชสำนักต่างเห็นได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าศาลตัดสินคดีแห่งนี้จะเป็นที่ที่ทำให้คนขุ่นเคือง แต่จะให้มองข้ามผลงานเหล่านี้ก็เป็นไปไม่ได้
หากใครคิดจะยื่นฎีกาฟ้องรัชทายาทก็จะต้องคิดให้ดีก่อนจริงๆ
พรรคพวกที่หนุนหลังองค์ชายสี่พวกนั้นต่างก็กลัดกลุ้มกันจนหัวแทบล้านแล้ว
หลังจากที่รัชทายาทได้รับบาดเจ็บที่มือเป็นต้นมา รัศมีที่ส่องประกายออกมาจากตัวรัชทายาทก็เรียกได้ว่าเป็นเพียงแสงระเรื่อเท่านั้น! แต่หลายปีมานี้ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ยังไม่สามารถบีบเขาลงจากตำแหน่งได้!
ตอนนี้ตำแหน่งของเขากลับยิ่งมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
“ทางฝั่งเวินหลันเฉิงนั่นพวกเจ้าใช้ความคิดให้มากหน่อย คนนี้มีความรู้ความสามารถ นี่เขาเพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่กี่วันเอง ฮ่องเต้ก็ทรงออกปากชมเขาไปตั้งสี่ห้าครั้งแล้ว หากคนผู้นี้ยืนหยัดอยู่ฝ่ายรัชทายาทจริงๆ แล้วล่ะก็ อำนาจฝ่ายรัชทายาทก็จะยิ่งมั่นคงขึ้น” ใต้เท้าเมิ่งไม่พอใจอย่างยิ่ง
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อำนาจบารมีของรัชทายาทช่วงนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้มีแค่ไม่กี่คนในราชสำนักที่จะยืนอยู่ฝ่ายรัชทายาท
แต่ช่วงนี้ความนิยมของรัชทายาทกลับดีขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทั้งๆ ที่รัชทายาทเป็นคนทำลายบุตรชายคนโตของหนิงเป่ยอ๋องแท้ๆ แต่หนิงเป่ยอ๋องก็ยังออกหน้าแทนเขา ยังมีตระกูลหลี่ที่ปกติแล้วไม่สนใจเรื่องราวบ้านเมืองใดๆ นั่นอีก ช่วงนี้พวกเขากลับเกิดความคิดในเส้นสายผู้ใต้บังคับบัญชา พวกนั้นเริ่มให้การสนับสนุนรัชทายาทแล้ว
และยังมีเวินหลันเฉิงอีก
อย่าได้มองว่าเขาเป็นแค่จอหงวนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น เวินหลันเฉิงคนนี้นับเป็นคนที่มีอนาคตที่สุดแล้วในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด เขายังเป็นผู้นำของคนยากคนจนด้วย หากเขาเป็นพวกที่ทำตัวหยิ่งยโสก็แล้วไปเถอะ แต่เขากลับเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยน นิสัยน่าชื่นชม ทำให้เขามีชื่อเสียงในหมู่บัณฑิตอย่างยิ่ง!
ได้ยินว่าเขายกย่องชื่นชมรัชทายาทหลายครั้งหลายคราจนทำให้บัณฑิตหนุ่มเหล่านั้นนิยมชมชอบรัชทายาทมากยิ่งขึ้น
ยังมีตระกูลเซี่ยนั่นอีก
เดิมทีใต้เท้าเมิ่งคิดว่าหลานชายของเขานั้นจะต้องชนะได้แน่ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
“ไม่ว่าไม้อ่อนหรือไม้แข็งก็ไม่เป็นผลกับเวินหลันเฉิง อนุภรรยาที่ส่งเข้าบ้านเขาไปก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยใช้นางเลย เขาบอกว่าภรรยายังไม่ได้แต่งเข้าบ้าน เขาไม่กล้าที่จะมีลูกกับอนุภรรยาก่อน” ลูกน้องของเขาก็กลัดกลุ้มเช่นกัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนตระกูลเมิ่งก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
และในขณะเดียวกันนั้นอนุภรรยาผู้นั้นก็กำลังโมโหเช่นกัน
เวินหลันเฉิงมีบ้านสองหลัง หลังหนึ่งเป็นบ้านที่เขาซื้อหลังจากสอบได้แล้ว ส่วนอีกหลังหนึ่งคือจวนจอหงวนที่ฮ่องเต้พระราชทานให้
เผยหว่านเย่ว์นั่งเกี้ยวเข้าบ้านเขาไปนานแล้ว แต่ที่นางเข้าไปอยู่ก็คือบ้านส่วนตัวของเขาที่อยู่ในทำเลไม่ค่อยดี เวินหลันเฉิงจะมาเป็นบางครั้ง และกระทั่งเรียกนางเข้าไปพูดคุยถามไถ่อะไรบางอย่าง
แต่เขาไม่เคยทำอะไรนางเลย!
อย่างไรก็ตามคนที่เรียกใช้นางผู้นั้น ดันต้องการให้นางเอาชนะใจเวินหลันเฉิงให้ได้อีก!
เดิมทีนางก็ค่อนข้างมีความมั่นใจ กระทั่งยังเชื่อฟังอย่างว่าง่าย นางปลูกต้นไม้เรียนเย็บปักถักร้อยยามอยู่ที่บ้านเพื่อเปลี่ยนแปลงความประทับใจที่เวินหลันเฉิงมีต่อนาง แต่หลังจากผ่านไปหลายวันหัวใจของนางก็รู้สึกหนาวเหน็บไปหมด
นางทำตัวดีๆ มาตั้งนานขนาดนี้แล้ว เวินหลันเฉิงยังไม่แม้แต่จะมองนางให้นานขึ้นเลยสักนิด!
“อนุเย่ว์ นายท่านมาแล้ว และเรียกให้ท่านไปปรนนิบัติ” สาวใช้เอ่ยขึ้นข้างหูนาง
มาอีกแล้ว!
ปรนนิบัติ? เขามีความสามารถให้นางปรนนิบัติจริงหรือ!
เผยหว่านเย่ว์เต็มไปด้วยไฟโทสะ นางพยายามอดกลั้นอย่างเต็มที่
ก่อนหน้านี้นางพยายามที่จะยั่วยวนเวินหลันเฉิงด้วยเสื้อผ้าที่ค่อนข้างดูสะอาดบริสุทธิ์ บัดนี้เมื่อไม่เป็นผลครั้งแล้วครั้งเล่า นางคิดไปคิดมาก็ไปเปลี่ยนเป็นชุดสีแดงที่บางเบาเล็กน้อยไปหาเขาแทน
นางก้าวย่างอย่างยั่วยวนและพยายามที่จะเย้ายวนเขาอย่างที่สุด เมื่อเห็นเวินหลันเฉิงนางก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย “สามี…”
เวินหลันเฉิงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เจ้าเป็นอนุภรรยา อย่าได้ล้ำเส้น”
ไม่ว่าเขาจะอายุน้อยเพียงใด นางที่เป็นอนุภรรยาก็ควรที่จะเรียกเขาว่านายท่าน
“…” ความอบอุ่นเร่าร้อนของเผยหว่านเย่ว์ถูกตีกลับมาในทันใด