ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 627 ลืมเอาสมองมาด้วย / ตอนที่ 628 เลี้ยงให้นิสัยเสีย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 627 ลืมเอาสมองมาด้วย / ตอนที่ 628 เลี้ยงให้นิสัยเสีย
ตอนที่ 627 ลืมเอาสมองมาด้วย / ตอนที่ 628 เลี้ยงให้นิสัยเสีย
ตอนที่ 627 ลืมเอาสมองมาด้วย
ในที่สุดก็ทำตัวดีๆ ได้แล้ว
ลูกสาวโจรก็ลูกสาวโจรสิ ถึงอย่างไรตัวผู้หญิงคนนั้นเองก็ไม่ได้มีปัญหาใหญ่โตอะไร
รัชทายาทยิ้มเล็กน้อย “เอาล่ะ ก็ทำตามที่พวกท่านต้องการเถอะ เพียงแต่ในเมื่อพวกท่านเลือกคนผู้นี้มาแล้ว ต่อไปก็ขอให้พูดจาเหน็บแนมถากถางให้มันน้อยๆ หน่อย หากไม่ว่าเรื่องดีไม่ดีอะไรพวกท่านก็เอามาพูดกันหมด ข้าก็เหนื่อยแทนพวกท่านนะ”
“…” ขุนนางใหญ่ที่เป็นปฏิปักษ์กับรัชทายาทมาตลอดเหล่านี้รู้สึกโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้วในเวลานี้
กี่ครั้งแล้ว!
ทุกครั้งที่พวกเขาโต้เถียงกับรัชทายาทล้วนไม่เคยเอาชนะได้เลย!
ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อรัชทายาทก็ซับซ้อนยิ่งนัก
ต้องบอกว่าไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถหรือจิตใจรัชทายาทนับว่าดีที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งห้า
แม้ว่ารัชทายาทจะไม่ได้สนิทสนมกับพี่น้องของเขา แต่รัชทายาทก็ไม่เคยพุ่งเป้าหรือหวาดระแวงพี่น้องกันเอง ไม่ว่าเขาจะมีปัญหากับขุนนางอย่างพวกเขามากแค่ไหน ยามเผชิญหน้ากับองค์ชายสี่และองค์ชายห้ารัชทายาทก็ยังทำตัวเฉยชาเหมือนเดิม
มิฉะนั้นแล้ว แค่อาศัยความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีต่อเขา เกรงว่าองค์ชายทั้งสองก็คงจะถูกฮ่องเต้ข่มจนโงหัวไม่ขึ้น
ก่อนที่รัชทายาทจะมีอายุสิบสองปี ทั้งราชสำนักไม่มีขุนนางบุ๋นบู๊คนไหนที่ไม่พอใจกับตำแหน่งรัชทายาทของเขาเลย
แม้แต่พรรคพวกขององค์ชายสี่ก็ยังทำตัวสงบเรียบร้อย ไม่กล้าต่อสู้แย่งชิงเลยสักนิด!
แทบทุกคนต่างก็รู้สึกสมเหตุสมผล หากวันใดวันหนึ่งรัชทายาทขึ้นครองราชย์ แผ่นดินนี้ก็จะต้องเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างแน่นอน!
พวกเขานึกไม่ถึงว่าแขนของรัชทายาทจะมาบาดเจ็บเสียหายเช่นนี้ไปได้
แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีองค์ชายที่มีร่างกายพิการขึ้นครองราชย์มาก่อน
มันเป็นกฎที่มีมาแต่โบราณ
ยิ่งไปกว่านั้น หากฮ่องเต้มีร่างกายที่พิการ แว่นแคว้นอื่นๆ ก็จะดูถูกพวกเขาได้?
พวกเขาคิดจะเปลี่ยนตัวรัชทายาท คิดว่าในใจพวกเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยหรือ
…
รัชทายาทสั่งให้พวกเขาจากไป
อาจเป็นเพราะรัชทายาทอยากจะแต่งภรรยา ดังนั้นฮ่องเต้จึงอารมณ์ดี ไม่ได้รับสั่งว่าจะลงโทษพวกเขา
ฮ่องเต้ไม่ได้รีบออกราชโองการ แต่เรียกตัวขุนนางจากสำนักหอดูดาวหลวงและกรมพิธีการให้มาเข้าเฝ้าก่อน
ส่วนในเวลานี้ จ้าวซวีจือก็ถูกคนนำตัวออกไปแล้ว หมอหลวงได้ห้ามเลือดให้เขา แม้ว่าเขาจะมีเลือดออกมาก แต่ก็สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ และถูกนำตัวไปขังไว้ในคุก เขาสลบสไลไปจนถึงตอนเย็นก่อนจะฟื้นขึ้นมาในที่สุด
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแทบจะฉีกหัวใจของเขาออกเป็นชิ้นๆ จ้าวซวีจือมองไปยังด้านขวาที่ว่างเปล่าของเขาจากนั้นก็ร้องโหยหวนออกมาทันที!
ส่วนภายนอกก็ไม่มีใครเหลือบมองเขาแม้แต่น้อย!
“ไปตามเสด็จพ่อให้ข้าที! พวกเจ้า พวกเจ้ารีบไปส่งข่าวให้จวนหนิงเป่ยอ๋องรู้หน่อย!” จ้าวซวีจือลนลานกระวนกระวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขารีบส่งเสียงตะโกนทันทีเมื่อเห็นผู้คุมที่เดินผ่านมา
เขาไม่รู้จะวางมืออีกข้างหนึ่งไว้ตรงไหน เขาอยากที่จะสัมผัสบาดแผลของตนเอง แต่ความเจ็บปวดก็ทำให้มือซ้ายของเขาสั่นไม่หยุด
สีหน้าของเขาซีดเซียวแทบจะไร้สีเลือด ใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เดิมตอนนี้กลับดูน่าสังเวชและดูไม่มีสง่าราศีแม้แต่น้อย
ผู้คุมถอนหายใจ
หลายปีที่ผ่านมา เรือนจำสำหรับคุมขังเชื้อราชวงศ์แทบจะว่างเปล่า
ส่วนเหตุผลก็ไม่มีอะไรหรอก นั่นคือเชื้อพระวงศ์ต่างๆ รู้จักถ่อมตัววางตัวได้ดี ฮ่องเต้ดูเหมือนจะผ่อนปรน แต่กลับเป็นคนที่มีเหตุผลมาก
เมื่อฮ่องเต้เป็นคนมีเหตุมีผล หากเชื้อพระวงศ์ทำความผิด พวกเขาก็จะมีจุดจบที่ไม่ดีนัก
ก่อนหน้านี้เคยมีพระอนุชาที่อายุยังน้อยและเสด็จอาของฮ่องเต้ออกไปเล่นสนุกด้วยกันที่นอกเมือง ทั้งสองขี่ม้าใจกลางเมืองที่พลุกพล่านจนทำให้คนผู้หนึ่งถึงแก่ความตาย คนผู้นั้นเป็นเพียงบัณฑิตคนหนึ่งเท่านั้น แต่เรื่องนี้ก็เป็นที่ล่วงรู้ไปถึงในวัง
ฮ่องเต้ทรงกริ้วจัดและต้องการลงโทษทั้งสองคนอย่างรุนแรง
เพราะทั้งสองพระองค์เป็นพระญาติ ไม่ว่าการลงโทษจะรุนแรงเพียงใด โดยทั่วไปแล้วจะไม่เป็นการลงโทษถึงแก่ชีวิต
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการให้คิดทบทวนพิจารณาตนเอง โดนปรับ และให้การชดเชยสำหรับผู้เสียหาย
แต่เสด็จอาผู้นั้นเกรี้ยวกราดเกินไป ในท้องพระโรงก็ยังเอ่ยวาจาน่าละอายไม่ลดละ พอฮ่องเต้ทรงพิโรธขึ้นมาก็พระราชทานโทษตายให้ทันที!
ตั้งแต่มีราชวงศ์เฉียนหยวนมา นี่นับเป็นการพระราชทานโทษตายแต่พระญาติเชื้อพระวงศ์เป็นครั้งแรก!
ส่วนท่านอ๋องน้อย เนื่องจากเขายังเด็กและไม่รู้ความ ในเวลานั้นจึงได้รับการยกเว้นโทษตาย แต่ก็ถูกขับให้ไปรับศักดินาปกครองอยู่พื้นที่อื่น หลายปีผ่านไปเขาไม่ก็เคยถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงเลยสักครั้ง
นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีคนที่สิ้นคิดอีกคน ทั้งยังเป็นลูกชายของหนิงเป่ยอ๋องด้วย
ตอนที่เด็กคนนี้มาเกิดเขาลืมเอาสมองมาด้วยหรืออย่างไร
ตอนที่ 628 เลี้ยงให้นิสัยเสีย
ผู้คุมเห็นว่าจ้าวซวีจือที่ถูกตัดมือน่าสงสาร เขาไม่รังเกียจที่จะแสดงน้ำใจ ดังนั้นเขาจึงให้คนส่งจดหมายแจ้งข่าวไปยังจวนหนิงเป่ยอ๋อง
อย่างไรก็ตามขณะนั้นหนิงเป่ยอ๋องก็อยู่ระหว่างทางมาที่นี่แล้ว
เขามาถึงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
คุกที่นี่สบายกว่าคุกทั่วไปมาก ในห้องมีหน้าต่างเหล็กเพียงบานเดียว ภายในยังมีเบาะนุ่ม แม้จะเทียบกับห้องนอนบ้านไม่ได้ แต่ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
หนิงเป่ยอ๋องนำสุราฤทธิ์แรงติดตัวมาด้วย จากนั้นผู้คุมก็เปิดประตูให้เขาเข้าไปคุยข้างใน
“เสด็จพ่อ…” จ้าวซวีจือน้ำตาไหลออกมาทันที
ท่านอ๋องมองดูสภาพลูกชายตนเองพลางถอนหายใจ “ข้าติดเหล้ามาด้วยนิดหน่อย หากเจ้ารู้สึกปวดก็ดื่มเข้าไปหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง เฮ้อ หากรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้แล้วเจ้าจะอย่างนั้นทำไม”
จ้าวซวีจือเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เขามองบิดาของตนด้วยสายตาเหลือเชื่อ “เสด็จพ่อ ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด!”
“ไม่ได้ทำอะไรผิด ซวีเอ๋อร์เจ้าเป็นลูกชายคนโตของพ่อ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่มีความคาดหวังอะไรในตัวเจ้าเลยหรืออย่างไร” หนิงเป่ยอ๋องส่ายศีรษะ “เจ้าเป็นคนเก่งตั้งแต่ยังเล็ก ตอนเด็กๆ พ่อคิดว่าเจ้าคงถูกคนอื่นชมเชยมากเกินไป พอเติบใหญ่ขึ้นมาเมื่อเจ้าได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นก็คงจะไม่เย่อหยิ่งจองหองเช่นนั้นอีก แต่ข้านึกไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง กระทั่งคิดที่จะยกตนเทียมเท่ารัชทายาท ตอนนี้ข้าเองก็รู้สึกเสียใจแล้ว หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นข้าคงจะให้เจ้าไปปกครองพื้นที่ ไม่ให้เจ้ามาเมืองหลวงด้วยหรอก”
จ้าวซวีจือที่ได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกไม่พอใจ “เสด็จพ่อ! ลูกไม่ผิดนี่ เห็นๆ อยู่ว่ารัชทายาทอิจฉาข้า!”
หนิงเป่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากยิ่งขึ้น
เขาส่งเสียงเยาะอย่างเย็นชาออกมาทันที “เด็กโง่ เจ้ามันก็แค่ลูกอนุภรรยาของชินอ๋องคนหนึ่ง! รัชทายาทสูงส่งแค่ไหน เจ้ามีอะไรที่รัชทายาทจะต้องอิจฉาด้วย! เจ้าคิดว่าพ่อไม่รู้จักเจ้าหรือ! เจ้าแค่อาศัยว่าตอนเด็กตนเองมีความละม้ายคล้ายคลึงกับรัชทายาทอยู่บ้าง จึงได้คิดไปว่าตนเองสูงส่งเหมือนรัชทายาท!”
สีหน้าของจ้าวซวีจือดุร้าย
“เจ้ายังจำได้ไหมว่าทำไมเจ้าถึงต้องการเลียนแบบรัชทายาทไปหมดทุกอย่าง!” จู่ๆ หนิงเป่ยอ๋องก็เอ่ยถามขึ้นมา
ไหนเลยจ้าวซวีจือจะสงบจิตสงบใจมาคิดเรื่องนี้ได้
“ตอนที่เจ้ายังเด็กมีคนมาจาบจ้วงล่วงเกินเจ้า บอกว่าถึงเจ้าจะเป็นลูกชายคนโต แต่ก็เป็นแค่ลูกอนุภรรยา ฐานะต่ำต้อย มีดีไปก็เปล่าประโยชน์ ตอนนั้นพ่อไม่พอใจมาก แต่เจ้ากลับพูดว่า ต่อไปเจ้าจะตั้งใจเล่าเรียนเพื่อให้คู่ควรกับสถานะลูกชายคนโตนี้เพื่อสนับสนุนจวนหนิงเป่ยอ๋อง คนอื่นเห็นว่าเจ้ารู้ความมีมารยาท และเพราะว่าเจ้าฉลาด จึงได้บอกว่าเจ้าคล้ายกับรัชทายาท!” หนิงเป่ยอ๋องรู้สึกปวดใจเมื่อนึกถึงอดีต
นั่นก็เพราะว่าเด็กคนนี้ยังเด็ก เขาอายุเพียงสามหรือสี่ขวบเท่านั้น คำพูดที่ไร้เดียงสานั้นช่างน่าประหลาดใจ และมาจากความจริงใจที่คนอื่นไม่ได้สอน
รัชทายาทมาหาเขาเมื่อสองวันก่อนและเอ่ยถึงเรื่องนี้
เขาเองก็รู้ว่าลูกชายของเขาได้ทำความผิดใหญ่หลวง รัชทายาทก็ไว้หน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้คงจะปล่อยเขาไปอีกไม่ได้แล้ว
เขารู้สึกโกรธมาก และให้คนนำตัวชายารองของเขากลับมาจากวัด
และพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมกับนาง
จากนั้นเขาจึงได้รู้ว่าที่ซวีเอ๋อร์ต้องประสบเคราะห์ภัยเช่นนี้เพราะการกระทำที่ไม่ดีของผู้หญิงคนนั้น!
ตอนนั้นที่คนอื่นๆ พูดว่าซวีเอ๋อร์เหมือนกับรัชทายาทก็เพราะรัชทายาทเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง ชายารองของเขาจึงมักพูดจาไร้สาระให้ลูกชายของเขาฟังตั้งแต่นั้นมา!
ให้เขาเลียนแบบรัชทายาทไปหมดทุกอย่าง!
นางกระทั่งพูดจาใหญ่โตอย่างไร้ความละอายว่าลูกชายของตนเก่งกว่ารัชทายาทด้วยซ้ำไป!
ชายารองของเขายังไปสืบเรื่องของรัชทายาทเป็นพิเศษ อะไรที่รัชทายาทชอบทำ นางก็จะให้ลูกชายของนางเรียนด้วย!
ตามเจตนาของนาง หากฮ่องเต้โปรดปรานรัชทายาท พระองค์ก็จะต้องรู้สึกเช่นเดียวกันกับคนที่คล้ายกับรัชทายาท และจะต้องดีต่อเขาด้วยอย่างแน่นอน!
จากสาเหตุนี้ การประเมินของคนภายนอกที่มีต่อซวีจือก็ลำเอียงเช่นกัน
ตอนแรกลูกชายคนนี้ก็ได้รับการเลี้ยงดูจากจากชายาเอกของเขา แต่คนที่อยู่ในจวนอ๋องไม่เคร่งครัด จึงไม่ได้ห้ามไม่ให้เขาพบกับมารดาของตน!
ดังนั้นลูกชายของเขาจึงถูกชายารองของเขาเลี้ยงให้มีนิสัยเสียขึ้นมา!
Yuki03
พ่อแม่รังแกฉันจริงๆ