ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 595 ดีต่อนาง / ตอนที่ 596 เลือกใครคนใดคนหนึ่ง
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 595 ดีต่อนาง / ตอนที่ 596 เลือกใครคนใดคนหนึ่ง
ตอนที่ 595 ดีต่อนาง / ตอนที่ 596 เลือกใครคนใดคนหนึ่ง
ตอนที่ 595 ดีต่อนาง
ผังหานเวยรู้ดีว่าการเข้าสู่ตระกูลใหญ่สูงศักดิ์นั้นไม่ง่าย
แต่นางนึกไปว่า ที่คนผู้นี้มาหานางถึงที่ด้วยความสุภาพเช่นนี้จะต้องเห็นความสำคัญของทรัพย์สินที่นางมี และคิดที่จะแต่งนางไปเป็นภรรยาเอกนี่?!
ทรัพย์สินของตระกูลนางกว่าห้าแสนตำลึงซื้อได้แค่ตำแหน่งอนุเท่านั้นหรือ
หากเป็นตำแหน่งอนุของรัชทายาท นางคงยอมรับไปแล้ว แต่จะให้เป็นแค่อนุของท่านอ๋อง…
ผังหานเวยดึงผ้าเช็ดหน้าไปมา
เอาเถอะ แม้จะเป็นแค่บุตรชายของท่านอ๋องก็สูงเกินเอื้อมแล้ว…
ตอนนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้าหากนางยังไม่เห็นค่า ใครจะรู้ว่าต่อไปจะมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้อีกไหม
หรือว่านางอยากจะเป็นเหมือนท่านแม่ของนางที่จะต้องแต่งงานกับผู้ชายธรรมดาๆ แล้วต้องทนมองหน้าตาไม่เอาไหนที่สุดของเขาไปทั้งวัน?
“ข้าต้องการเป็นอนุอันดับหนึ่ง” ผังหานเวยยังคงตรงไปตรงมา
จ้าวซวีจือได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้ม “เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้ว”
ผังหานเวยยืดตัวตรง และพูดคุยเรื่องการรับอนุภรรยากับจ้าวซวีจือต่อ จากนั้นจึงส่งเขากลับไปอย่างอารมณ์ดี
เมื่อพ่อบ้านคนเก่าของตระกูลไป๋ได้ยินว่าผังหานเวยจะไปเป็นอนุภรรยาของคนอื่นก็แทบจะเป็นลมไปทันที
อนุภรรยาก็คืออนุภรรยาวันยังค่ำ นอกเสียจากการเป็นสนมของฮ่องเต้จึงจะถือว่าสูงส่งอย่างไม่ต้องพูดถึง แต่การเป็นอนุภรรยาของคนอื่น…นั่นเป็นการทำลายตัวเองนะ!
จริงอยู่ที่ลูกชายของท่านอ๋องผู้นี้รับปากว่าจะช่วยจัดการให้ตระกูลไป๋ได้สัมปทานในการส่งเครื่องหอมเข้าวังต่อไป แต่ตระกูลไป๋ก็จบสิ้นไปแล้วไม่ใช่หรือ!
ตอนที่นายท่านผู้เฒ่าสิ้นไป เหตุใดจึงต้องให้แต่งลูกเขยเข้าตระกูล
ก็เพราะท่านอยากสืบทอดตระกูลไป๋ต่อไป!
เดิมทีเขาคิดว่าตระกูลไป๋มีผู้สืบทอดแล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่านางจะไม่มีความคิดเช่นนี้จนทำให้ตระกูลไป๋ต้องหมดสิ้นทายาทไปเลยจริง!
ผู้ดูแลกิจการร้านค้าต่างๆ ของตระกูลไป๋เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดี พวกเขาล้วนเป็นคนที่นายท่านผู้ล่วงลับบ่มเพาะขึ้นมาตอนที่บุกเบิกขยายกิจการ
เดิมทีแม้ผังหานเวยจะใช้แซ่อื่น แต่ชื่อแซ่นั้นเปลี่ยนกันได้ ขอแค่นางมีเลือดของตระกูลไป๋ไหลเวียนอยู่ในร่างนั่นก็เพียงพอแล้ว!
แต่นึกไม่ถึงว่าผังหานเวยจะไม่เห็นความสำคัญของการสืบทอดตระกูลไป๋เลยแม้แต่น้อย!
หลังจากที่ข่าวเรื่องการแต่งเป็นอนุภรรยาของผังหานเวยเผยแพร่ออกไปไม่นาน ผู้ดูแลกิจการแต่ละคนก็มาหานางที่บ้านตระกูลไป๋
โน้มน้าวนางด้วยความขมขื่นใจ
“เมื่อก่อนคนในอำเภอสวินคนไหนบ้างที่เห็นข้าแล้วจะไม่ชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ข้า พวกเขาบอกว่าข้าโชคร้าย ดวงซวย ตอนนี้ข้าโชคดีขึ้นมาแล้ว ได้เป็นนายของตระกูลไป๋ พวกเขาก็ยังพูดกันอีกว่าท่านแม่ของข้าไม่ดี บอกว่าข้าก็เหมือนท่านแม่ของข้า ต่อไปหากแต่งสามีเข้ามาก็คงไม่ได้สุขสงบพวกเขาก็จะคอยพูดจาว่าร้ายข้าอยู่เสมอ แล้วหากตอนนี้ข้าแต่งกับจ้าวซวีจือเป็นอนุของเขา ข้าก็นับเป็นคนของราชวงศ์แล้ว ถึงตอนนั้นใครจะกล้าว่าข้าอีก!” ผังหานเวยแค่นเสียง
นางรู้ดีว่าตนเองต้องการอะไร
สิ่งที่นางมีก็คือเงินทอง ด้วยเงินทองนี้ต่อไปจ้าวซวีจือก็จะต้องดีกับนาง!
ต่อไปหากนางมีลูกชายลูกสาว พวกเขาก็ล้วนเป็นสายเลือดตระกูลจ้าว ชื่อของนางก็คงสามารถอยู่ในผังตระกูลได้แล้ว?
ต้นไม้ใหญ่เช่นราชวงศ์นี้คนอื่นก็ปีนขึ้นไปไม่ได้!
ผู้ดูแลเหล่านั้นถูกคำพูดของนางโบยตีจนพูดไม่ออก ในใจเจ็บปวดเย็นชาไปหมด
เดิมทีพวกเขาก็สงสัยในตัวนางอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งมีใจเป็นอื่นเข้าไปใหญ่
นางคิดจะมอบทรัพย์สินอันมหาศาลของตระกูลไป๋ให้คนอื่น?
ทรัพย์สินพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาช่วยกันหามาจากการทำงานหนัก!
เหล่าผู้ดูแลมีความเห็นตรงกันโดยไม่ต้องพูดออกมา หลังจากที่พวกเขากลับไปแล้วก็มีความเคลื่อนไหวใหญ่โตทันที
ผังหานเวยไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการทำกิจการนัก และตอนนี้ก็มีคนคืนสินค้าเยอะมาก มีเอกสารสัญญามากมายที่ผังหานเวยจะต้องดู อะไรที่พวกผู้ดูแลนำมาให้ผังหานเวยดูนางก็มองไม่ออกว่ามีปัญหาอะไร จึงประทับตราไปทั้งหมด
ภายในเวลาไม่กี่วันทรัพย์สินของตระกูลไป๋ก็หายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
กิจการครึ่งหนึ่งถูกผู้ดูแลยึดไปเสียดื้อๆ เดิมทีผู้ดูแลเหล่านี้ก็เป็นเพียงลูกจ้าง ไม่ใช่ทาสบ่าวรับใช้ในบ้าน เมื่อตอนนี้พวกเขาโกรธขึ้นมา จึงไม่เกรงใจผังหานเวยอีก
ผังหานเวยรู้สึกมึนงงเล็กน้อย เมื่อได้รู้ว่าร้านค้าหลายแห่งถูกเปลี่ยนมือนางก็อึ้งไปทันที
แต่ไหนเลยนางจะรู้จักหวงแหนทรัพย์สินเหล่านี้ของตระกูลไป๋
แม้จะไม่มีร้านค้าอีกต่อไปแล้ว แต่ตระกูลไป๋ก็ยังมีที่นาและเงินสด แค่ของพวกนี้ก็สามารถเลี้ยงดูนางได้ตลอดชีวิตแล้ว
ตอนที่ 596 เลือกใครคนใดคนหนึ่ง
เรื่องของตระกูลไป๋นั้นวุ่นวายจนยากที่คนอื่นจะไม่รู้เรื่องนี้ได้
เซี่ยเฉียวอยู่ในห้องทั้งวันเพื่อวาดยันต์เตรียมไว้กำจัดวิญญาณที่อยู่ในวัดนั้น แต่นางกลับได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผังหานเวยไม่น้อย
ทว่านางกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
ช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ผังหานเวยโชคดีที่สุดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ต่อให้คนคนหนึ่งจะโชคดีแค่ไหน แต่วิสัยทัศน์ที่ปลูกฝังมาแต่เล็กจนโตของนางก็แย่เกินไป
ทั้งที่โอกาสอยู่ตรงหน้า นางก็คว้าไว้ไม่ได้
ทรัพย์สินของตระกูลไป๋มากมายขนาดนั้น หากนางพอจะเข้าใจอะไรบ้างและพยายามคว้าไว้ ต่อให้ตลอดชีวิตนี้นางจะไม่ได้เป็นคนที่มีอำนาจบารมีเหนือคนอื่น แต่นางก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ มีชีวิตที่สุขสงบได้แล้ว
น่าเสียดายที่หญิงสาวคนนี้ได้รับการเลี้ยงดูจากบ่าวรับใช้
นางก็ไม่ได้จะพูดว่าพวกบ่าวไพร่นั้นต่ำต้อย แต่คนอย่างชายชรานั้นเป็นบ่าวรับใช้มาตั้งแต่เล็ก และเป็นเช่นนั้นมาตลอดเวลาหลายปี ภายในของเขาจึงรู้สึกต่ำต้อยถ่อมตัวอยู่ตลอดเวลา เด็กที่เขาเลี้ยงดูขึ้นมาจึงไม่สามารถรักษาทรัพย์สินเงินทองความมั่งคั่งเอาไว้ได้จริงๆ
…
เซี่ยเฉียวสงบจิตใจลงและวาดยันต์ออกมาอีกแผ่นหนึ่ง
นางเพิ่งจะเก็บยันต์ขึ้นมา จ้าวเสวียนจิ่งก็เคาะประตูพอดี
“จ้าวซวีจือเลวระยำนั่นส่งจดหมายไปให้คนขององค์ชายสี่ ตอนนี้ขุนนางใหญ่ในราชสำนักหลายคนยื่นฎีกาฟ้องร้องข้า” คำพูดของรัชทายาทฟังดูเหมือนโกรธจัด แต่เซี่ยเฉียวกลับมองไม่เห็นความกังวลใดๆ บนใบหน้าของเขา
“ฟ้องท่านเรื่องอะไร เรื่องที่ท่านคลี่คลายคดีหรือ” เซี่ยเฉียวประชด
“บอกว่าข้ากับท่านมีใจให้กัน บอกว่าท่านล่อลวงรัชทายาท เป็นนางปีศาจ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
แต่ละครั้งที่ชายชราที่อยู่เบื้องหลังเจ้าสี่พวกนั้นจับจุดอ่อนของเขาได้ ก็จะเหมือนกับหมาบ้า คำพูดของพวกเขาก็จะไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไรนัก
คาดว่านอกจากคนที่เป็นกลางแล้ว เวลานี้คนทั้งสองฝ่ายในราชสำนักก็คงจะทะเลาะกันอีกด้วย
ฝ่ายหนึ่งเป็นขุนนางเก่าของเสด็จพ่อที่เคารพเขาอย่างยิ่ง อีกฝ่ายหนึ่งเป็นญาติฝ่ายมารดาของเจ้าสี่เจ้าห้า
“ข้า นางปีศาจ?” เซี่ยเฉียวไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
หากนางเป็นปีศาจจริงๆ จ้าวซวีจือคงตายไปนานแล้ว เขายังจะอยู่รอดมาได้ถึงตอนนี้หรือ
ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่ทำของใส่หลุมผังศพของผังซีหยวนและสุสานของตระกูลหลี่นั้นมีความสามารถมากแล้วใช่หรือไม่ ความสามารถที่ทำให้คนทั้งตระกูลสูญสิ้นไปได้เช่นนั้นใช่ว่านางจะทำไม่ได้!
“โกรธแล้วหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งเอียงศีรษะไปมองหน้านาง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจก่อนจะเอ่ยช้าๆ “คนอื่นโกรธข้าไม่โกรธ หากโกรธแล้วเป็นอะไรไปจะไปหาคนรับผิดชอบได้ที่ไหน”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากท่านเต็มใจข้าก็จะแต่งท่านเป็นภรรยา สมเหตุสมผลเช่นนี้แล้วจะเรียกว่าล่อลวงได้อย่างไร หากท่านไม่เต็มใจ…ข้าก็จะเลือกบุตรสาวขุนนางมาแต่งด้วยสักคน แล้วท่านปลีกตัวออกไปจากเรื่องนี้ก็เหมาะสมเช่นกัน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยหน้าด้านๆ
เซี่ยเฉียวหัวเราะหึๆ
นางรู้สึกอัดอั้นในใจ
นางชอบใบหน้าและร่างกายของเขามาก ถ้าหากศิษย์น้องของนางแต่งงานแล้ว นางคงจะมองเขานานๆ ไม่ได้แล้ว หากต่อไปนางถูกวิญญาณพวกนั้นทำให้ตกใจกลัวขึ้นมา นางก็คงไม่มีที่ล้างตาแล้ว
เพียงแต่เมื่อนางได้ยินว่าเขาจะแต่งกับบุตรสาวขุนนางสักคนออกมาตรงๆ นางก็รู้สึกไม่ค่อยมีความสุขนัก
“จะแต่งกับใครหรือ” เซี่ยเฉียวรู้สึกเซ็งๆ ในใจ แต่นางก็ยังทำสีหน้าสงบนิ่ง
“ข้าเคยพูดถึงนางกับศิษย์พี่ไปหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ นางเป็นน้องสาวของเซี่ยผิงกั่ง คุณหนูตระกูลเซี่ย แม่นางเซี่ยเฉียว ศิษย์พี่มีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง” จ้าวเสวียนจิ่งถามนางอย่างดื้อรั้นด้วยสายตาเร่าร้อน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซี่ยเฉียวได้ยินเรื่องนี้
“คนอื่นไม่ได้หรือ ข้าฟังจากคำพูดของเจ้าแล้วน่าจะเป็นใครก็ได้นี่” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“ไม่ได้หรอก นอกจากศิษย์พี่กับเซี่ยเฉียวแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก” จ้าวเสวียนจิ่งหน้าตาจริงจัง
ผู้หญิงคนนี้คิดจะเสแสร้งไปจนถึงเมื่อไรกันแน่
เมื่อเขาพูดอย่างนี้ก็เป็นกลายเป็นการแข่งขันของเซี่ยเฉียวกับตัวเองอีกแล้ว
และในเวลานั้นเซี่ยผิงกั่งก็บังเอิญเข้ามาพอดี เขาเพิ่งจะก้าวเข้ามาได้แค่ครึ่งก้าวเท่านั้นก็ได้ยินคำพูดของรัชทายาทและรู้สึกปลื้มปริ่มดีใจขึ้นมาทันที “เมื่อครู่ฝ่าบาทพูดจริงหรือ! ท่านจะเลือกใครคนใดคนหนึ่งระหว่างปรมาจารย์โม่กับน้องสาวของข้า!”
Yuki03
นอ.ลูกหนูโป๊ะนานแล้วจ่ะเลิกเข้าใจผิดพอ.นางสักทีเถอะะะะ รำคาญอีพวกปากหมาว้อยยยยย