ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 593 มองเมิน / ตอนที่ 594 ส่งของหมั้น
ตอนที่ 593 มองเมิน / ตอนที่ 594 ส่งของหมั้น
ตอนที่ 593 มองเมิน
จ้าวซวีจือเพียงแค่รู้สึกตกใจเท่านั้นที่รสนิยมของรัชทายาทช่างพิเศษเช่นนี้
หลายปีมานี้ฮ่องเต้และฮองเฮาพยายามคัดเลือกพระชายาให้เขาตั้งหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง
ที่แท้เขาก็เป็นพวกงมงายในความรัก
ช่างน่าเสียดาย ถ้าหากคนที่เขามีใจให้เป็นลูกสาวขุนนางชั้นสูง นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่นี่นางกลับเป็นแค่นักพรตคนหนึ่ง อันที่จริงเป็นนักพรตก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่เมื่ออายุของนางมากขนาดนี้ เรื่องนี้มันก็ต่างออกไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปรมาจารย์โม่ผู้นี้จะไม่ได้งดงามโดดเด่น แต่นางก็มีสง่าราศีที่ไม่เหมือนใคร ทั้งยังเป็นคนที่อ่านใจคนออก เดาใจคนได้ แม้แต่เสด็จพ่อของเขาก็ยังเคารพเลื่อมใสนางอย่างยิ่ง จึงเป็นธรรมดาที่รัชทายาทจะหลงเสน่ห์นาง
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป รัชทายาทจะหน้าไปไว้ที่ไหน
ตำแหน่งรัชทายาทเป็นรากฐานของบ้านเมือง แต่เขากลับหลงใหลในเสน่ห์ของนักพรตปีศาจนี่!
จ้าวเสวียนจิ่งจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ได้อย่างไร
จ้าวซวีจือยิ้มอย่างชั่วร้าย
เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งทันที แล้วให้นกพิราบส่งข่าวออกไป
หลังจากทำเรื่องพวกนี้เสร็จเรียบร้อย จ้าวซวีจือก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและฝืนสังขารป่วยๆ ของเขาออกไปข้างนอก เปลี่ยนไปสวมชุดสีขาว ก่อนจะสั่งให้ใครบางคนเตรียมของขวัญและมุ่งหน้าไปที่บ้านตระกูลไป๋
เขาปรับท่าทางของตนเองให้ดูสง่างามมีมาดโดยพยายามทำเลียนแบบให้เหมือนรัชทายาทมากที่สุด
เวลานี้ผังหานเวยกำลังร้องไห้ไปทายาไป ใบหน้าของนางบวมเหมือนปลาปักเป้า
โจวเว่ยจงเป็นคนฝึกยุทธ เมื่อได้รับคำสั่งจากรัชทายาทให้ตบปากลงโทษ มีหรือเขาจะยั้งมือ
แน่นอนว่าเขาใช้กำลังทั้งหมดของเขา แต่ละฝ่ามือที่ตบลงไปราวกับเขาต้องการตบผู้หญิงคนนี้ให้ตายกระนั้น
“คุณหนู มีคนแซ่จ้าวคนหนึ่งมาหาท่าน” ชายชราที่อยู่ข้างกายผังหานเวยเอ่ยขึ้น
ภายในจวนตระกูลไป๋นี้กำลังเละเทะวุ่นวาย
ทั้งพ่อบ้านเก่าที่เคยติดตามนางฮูหยินไป๋ และบัดนี้มีพ่อบ้านคนใหม่ที่เลี้ยงดูผังหานเวยมา คนหนึ่งเป็นที่โปรดปราน อีกคนมีเส้นสายและอำนาจในจวน ผังหานเวยเพิ่งกลับมาได้แค่วันเดียวเท่านั้น พวกเขาก็ต่อสู้กันจนไม่สามารถพูดคุยกันได้แล้ว
แต่ผังหายเวยยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องให้พ่อบ้านคนเก่าของฮูหยินไป๋คอยชี้แนะ ดังนั้นนางจะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้
“ตอนนี้คุณหนูเป็นนายหญิงของบ้านตระกูลไป๋แล้ว นี่เพิ่งจะวันแรกท่านก็ถูกคนตบปากแล้วเอาออกมาโยนข้างถนน มันไม่เหมาะสมเลยจริงๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่คุณหนูจะมารับแขก ท่านปฏิเสธเขาไปเสียดีกว่า” พ่อบ้านคนเก่าโน้มน้าวด้วยความเมตตาและอดทน
ตอนนี้คนทั้งอำเภอสวินต่างก็จับตามองตระกูลไป๋อยู่นะ!
แต่เจ้านายคนใหม่ผู้นี้ไม่ยอมไปปลอบโยนผู้ดูแลร้านต่างๆ ของตระกูลไป๋ แต่กลับไปหาเรื่องยั่วโมโหผู้สูงศักดิ์!
“คุณหนู คุณชายผู้นั้นแซ่จ้าว” ชายชราเตือนความจำนาง
จ้าวเป็นแซ่ของราชวงศ์
ผังหานเวยลูบไล้ใบหน้าของนาง และเชื่อฟังคำพูดของชายชราก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องออกไปพบสักหน่อย ปรมาจารย์โม่นั่นบอกว่าเครื่องหอมของตระกูลเราอาจจะไม่ได้ดีเหมือนเก่าแล้ว แต่หากข้าไปมีความสัมพันธ์กับพวกเชื้อพระวงศ์ ไหนเลยเรายังจะต้องกลัวอีกว่าจะหาเงินไม่ได้”
ผังหานเวยพูดจบก็สวมผ้าคลุมหน้าแล้วออกไปพบแขก
จ้าวซวีจือรออยู่สักพัก ในที่สุดก็ได้เห็นคุณหนูผังผู้นี้เดินออกมาอย่างช้าๆ
ผังหานเวยตกตะลึงทันทีที่ได้เห็นจ้าวซวีจือ
ตอนที่นางไปพบผู้สูงศักดิ์ท่านนั้น เขากำลังกินอาหารอยู่พอดี ท่าทางยกถ้วยชาของเขานั้น…เหมือนกับคนตรงหน้านี้ไม่มีผิด
หรือว่าจะเป็นพี่น้องกัน
คนผู้นั้นเป็นรัชทายาท แล้วคนผู้นี้เล่า องค์ชาย?
ผังหานเวยไม่รู้จักองค์ชายของราชวงศ์นี้ แต่ในเวลานี้เมื่อเห็นว่าท่าทางของจ้าวซวีจือคล้ายคลึงกับรัชทายาท ทั้งยังแซ่จ้าวเหมือนกันอีก นางก็เริ่มคิดในใจแล้ว…
นางได้ยินมาว่าราชวงศ์นี้ยังมีองค์ชายสี่อีกคน…
หรือว่า…
หัวใจของผังหานเวยเต้นเร็วขึ้น ก่อนที่นางจะนั่งลงอย่างกระบิดกระบวน “คุณชายเป็นใคร ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนนี่”
“ข้าได้ยินมาว่าแม่นางผังถูกรัชทายาทลงโทษ ข้ารู้สึกละอายใจนักจึงได้มาที่นี่เพื่อขอโทษแม่นางแทนรัชทายาท” จากนั้นจ้าวซวีจือก็เอ่ยอีก “หลายปีมานี้รัชทายาทไม่ได้สนใจผู้หญิงคนอื่น ข้างกายพระองค์มีปรมาจารย์โม่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้มองเมินแม่นางผัง ความดีของแม่นางคนอื่นก็ยังรับรู้ได้”
ตอนที่ 594 ส่งของหมั้น
จ้าวซวีจือมีสีหน้าใจดี ท่าทางเช่นนั้นของเขายังค่อนข้างหลอกคนได้ดี
ส่วนผังหายเวยก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “ท่านหมายความว่า…ปรมาจารย์โม่เป็น เป็น…อนุหรือไม่ก็คนรักขอรัชทายาท?!”
ไม่น่าเป็นไปได้หรอก?!
แม้ว่านางเกรี้ยวกราดใส่ปรมาจารย์โม่ไปคำหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่นั่นเป็นแค่อารมณ์โกรธที่พาไป!
นั่นมันน่ากลัวมาก ปรมาจารย์นั้นอายุตั้งสามสี่สิบปีแล้ว รัชทายาทเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ทั้งสองคนอายุห่างกันตั้งหลายปีนะ!
ผังหานเวยเหลือบมองจ้าวซวีจือด้วยความตกใจ นางรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องจริง
นางเคยพูดคุยกับปรมาจารย์โม่มาก่อน นางเป็นคนเย็นชาจริงๆ ยามพูดจากับนางก็รุนแรงและตรงไปตรงมา แต่ไม่ได้ดูเหมือนนางจะเป็นคนที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเช่นนั้น ทั้งยังดูเป็นคนค่อนข้างจริงจังด้วยซ้ำ
“ข้าเองก็แปลกใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน จึงได้ส่งจดหมายกลับไปเมืองหลวงแล้ว อีกไม่นานฮ่องเต้ก็คงทราบเรื่องนี้” จ้าวซวีจือแย้มยิ้ม “แม่นางผัง มือขวาของรัชทายาทใช้การไม่ได้แล้ว คนอย่างเขาต่อไปจะต้องขึ้นครองบัลลังก์ไม่ได้แน่ๆ ข้ารู้ว่าแม่นางผังอยากจะมีที่พึ่งสักคน เจ้าคิดว่าข้าเป็นอย่างไรบ้าง”
จ้าวซวีจือตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
หากจะว่าไปแล้ว ผังหานเวยผู้นี้ก็ไม่ได้ดูขี้เหร่อะไร
เขาพาคนอย่างนางกลับไปเป็นอนุก็นับว่าไม่เลวแล้ว
ผังหายเวยเหนียมอายเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านคือองค์ชายสี่ใช่หรือไม่”
“…” มือที่ยกถ้วยน้ำชาของจ้าวซวีจือสั่นเล็กน้อย เขาส่ายศีรษะ “ไม่ใช่ บิดาของข้าคือหนิงเป่ยอ๋อง”
“หนิงเป่ยอ๋องหรือ” ผังหานเวยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางนึกว่าอำเภอสวินนี้จะมีองค์ชายอยู่เต็มไปหมดเสียอีก
นางนึกไปว่ารัชทายาทก็มา องค์ชายสี่ก็มา นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นแค่ลูกชายของท่านอ๋องเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ท่านอ๋องก็ดีมากแล้ว ก่อนหน้านี้นางยังเป็นแค่ลูกอนุไร้ที่พึ่งพาอยู่เลย
“บิดามารดาของข้าไม่อยู่แล้ว ตอนนนี้ข้าก็เป็นนายของตระกูลไป๋ เรื่องการแต่งงานของข้าไม่มีใครสามารถจัดการได้ ดังนั้นจึงต้องแล้วแต่ความประสงค์ของข้า ปรมาจารย์โม่บอกว่า ตระกูลของเราไม่ควรทำเครื่องหอมส่งราชสำนักแล้ว ข้าก็รู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าหากแต่งกับท่านแล้ว ท่านจะช่วยข้าใช่หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรต่อไปของในอนาคตต้องมอบให้ลูกๆ ยิ่งหาได้มากก็ยิ่งดี” เวลานี้ผังหานเวยคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน
นางชอบรัชทายาทเพราะเขาหน้าตาดี ถือว่าเป็นรักแรกพบจริงๆ
แต่รัชทายาทไม่ได้ชอบนาง นางเองก็รู้ว่าสถานะของนางไม่สูงส่ง จะมีก็แต่เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
บัดนี้รัชทายาทก็ไม่สนใจเงินนั้นของนาง เช่นนั้นนางก็เท่ากับหมดโอกาสแล้ว
ตอนนี้จู่ๆ ท่านอ๋องก็ปรากฏตัวขึ้น…ทั้งยังแสดงความปรารถนาดีต่อนางก่อน ดังนั้นนางจะต้องบินขึ้นไปเกาะกิ่งไม้นี้แน่
ราชวงศ์เลยนี่ เมื่อก่อนนางหรือจะกล้าคิด?
“ข้าสามารถขอความช่วยเหลือจากองค์ชายสี่ได้ขอแต่ให้มีเงินมากพอ การส่งเครื่องหอมเข้าวังไม่ใช่ปัญหา” จ้าวซวีจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
ปกติองค์ชายสี่สนใจแต่เรื่องอ่านหนังสือเข้าชั้นเรียน และไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้มากนัก
แต่ตระกูลเมิ่งจะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ให้นางเอง ญาติๆ ขององค์ชายสี่สามารถช่วยได้มาก และเรื่องส่งเครื่องหอมเข้าวังนี้ก็ง่ายมาก
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผางหานเวยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เช่นนั้นก็ตกลง เมื่อข้าได้รับหนังสือสัมปทานสามปีเมื่อไร ท่านก็ให้คนมาส่งของหมั้นได้เลย”
การไว้ทุกข์เพื่อแสดงความกตัญญู? ไม่มีหรอก
มารดาของนางปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนทำให้ชื่อเสียงของตกต่ำตามไปด้วย อีกทั้งนางยังไม่เคยเลี้ยงดูนางแม้แต่สักวันเดียว ดังนั้นเรื่องไว้ทุกข์ก็ลืมไปเถอะ
อีกอย่าง ถ้าหากนางไว้ทุกข์ก็ต้องทำไปสามปี?
สามปีให้หลังนางก็กลายเป็นสาวแก่พอดีสิ? จะแต่งกับใครได้อีก
ยิ่งกว่านั้นการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่ต้องรีบร้อนให้แล้วเสร็จในคราวเดียว หลังจากหมั้นหมายและทำงานไปสักระยะหนึ่งแล้ว รอให้ผ่านช่วงร้อยวันไปก่อนค่อยแต่งก็ได้
“เจ้าต้องการที่จะเป็นภรรยาเอกหรือ” จ้าวซวีจือขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆ ของหญิงสาว “แม่นางผาง เจ้าเป็นแค่คนค้าขาย เกรงว่าจะไม่เหมาะ”
ไม่เพียงแต่นางจะเป็นคนค้าขายเท่านั้น แต่นางยังเป็นลูกที่เกิดจากการคบชู้ด้วย หากเขาแต่งนางเข้าบ้าน แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หากเป็นอนุก็ต่างออกไป เพราะสถานะไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ผังหานเวยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นใบหน้าที่ปูดบวมของนางก็แดงก่ำด้วยเลือดที่ถูกสูบฉีดขึ้นมา นางทั้งอับอายและโกรธ
Yuki03
ขอจุดจบมันด่วนๆ หาแต่เรื่องง