ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 591 ลากออกไปตบ / ตอนที่ 592 จะมีใครได้อีก
ตอนที่ 591 ลากออกไปตบ / ตอนที่ 592 จะมีใครได้อีก
ตอนที่ 591 ลากออกไปตบ
เช้าขนาดนี้นางยังมีเวลาไปซื้อเสื้อผ้า
นอกจากนี้ราคาของเสื้อผ้าและเครื่องประดับพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกเท่าไรนัก
คาดว่าเมื่อคืนวานนางคงถูกรับตัวไปแล้ว วันนี้พอเช้าขึ้นมานางก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและมาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากจ้าวเสวียนจิ่งทันที
ตอนนี้ตระกูลไป๋กำลังยุ่งเหยิงวุ่นวาย แต่นางยังมีเวลาว่างได้
ตามหลักแล้วการที่แม่นางผังผู้ซึ่งไม่ได้รายชื่ออยู่ในผังตระกูลจะรับช่วงสืบทอดกิจการต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ใครใช้ให้พวกเขาจดเอาไว้ทุกคำทุกประโยคตอนที่ไปสืบคดีที่ตระกูลไป๋กันเล่า
เช่นนั้นแล้วลูกที่ฮูหยินไป๋ยอมรับออกมาจากปากตัวเองตามคำให้การนั้นย่อมใช้ได้
ตระกูลไป๋ไม่มีทายาทสืบทอด ไหนเลยพวกเขาจะสนใจสถานะหญิงชายในเวลานี้
แม่นางผังบังเกิดความละอายจนหน้าแดงไปหมดที่ถูกจ้าวเสวียนจิ่งเกลียดชัง
แต่ตอนนี้นางก็เป็นคนที่มีฐานะคนหนึ่งแล้ว
ในขณะนั้นนางกลับนั่งลงและพูดกับจ้าวเสวียนจิ่ง “ท่านแม่ของข้าทำผิดต่อข้า หลายปีมานี้ข้าใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการชดเชยสำหรับข้าแล้ว”
“ท่าน…เป็นผู้มีพระคุณ ข้าจะต้องขอบคุณที่ท่านช่วยข้า หากไม่ได้ท่านมาสืบคดีนี้ สถานะของข้าก็จะยังคงเป็นความลับต่อไป” หญิงสาวพูดขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวนั่งฟังนิ่งๆ โดยไม่พูดอะไร
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าเสียงดังหนวกหูจริงๆ ไปให้พ้น”
“ตระกูลไป๋เป็นของข้าแล้ว ต่อไปข้าแต่งงานก็จะยังเป็นเหมือนเดิม ท่านรู้หรือไม่? เมื่อคืนข้าไม่ได้นอนทั้งคืน พ่อบ้านมาคอยดูบัญชีเป็นเพื่อนข้าตลอด ตระกูลไป๋ร่ำรวยมากจริงๆ เงินทองและกิจการมีขนาดใหญ่โตมากถึงสี่ห้าแสนตำลึง!” ผังหานเวยยิ่งตรงไปตรงมามากขึ้น
เงินตั้งมากขนาดนี้ แม้แต่เซี่ยเฉียวก็ยังอยากแต่งงานกับนางเสียตอนนี้
ผังหานเวยได้ยินพ่อบ้านพูดแล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้น่าจะเป็นรัชทายาทคนปัจจุบันนี้
เมื่อก่อนนางโดดเดี่ยวตัวคนเดียว ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าหาผู้สูงศักดิ์เช่นนี้จริง ๆ แต่บัดนี้นางมีทรัพย์สินมากขนาดนี้แล้ว ก็ต้องถือว่ามีคุณสมบัติแล้วสินะ?
แม้ว่านางจะเป็นแค่คนค้าขายทำกิจการ แต่นางไม่ได้เรียกร้องที่จะเป็นภรรยาเอกนี่?
อีกอย่าง…การเป็นรัชทายาทก็ควรที่จะต้องการเงินเพื่อหาพวกนี่ นางก็สามารถที่จะเติมเต็มความต้องการของเข้าได้พอดีไม่ใช่หรือ
ดังนั้นเวลานี้ผังหานเวยจึงดูเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
“สี่ห้าแสนตำลึงเลยหรือ” เซี่ยเฉียวแสดงสีหน้าประหลาดใจ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างเนิบๆ “ก่อนหน้านี้ฮูหยินไป๋มีคุณสมบัติที่จะส่งเครื่องหอมเข้าวัง เมื่อมีชื่อเสียงเช่นนี้ เงินทองย่อมไหลมาเทมา แต่ต่อไปนี้ตระกูลไป๋คิดจะส่งเครื่องหอมเข้าวังอีกคงจะยาก แม่นางผังใช้เงินอย่างประหยัดหน่อยจะดีกว่า”
ผู้คนบนโลกใบนี้ต่างก็ไล่ตามชื่อเสียงและผลประโยชน์
เนื่องจากตระกูลไป๋มีความเกี่ยวข้องกับในวัง ดังนั้นไม่ว่าตระกูลไป๋จะทำกิจการใดก็จะต้องดำเนินไปอย่างราบรื่น
แต่ต่อไปยังจะเป็นเช่นนั้นได้อีกหรือ
ฮูหยินไป๋ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ผู้หญิงในอำเภอสวินต่างก็เห็นนางเป็นความอัปยศกันหมดแล้ว แล้วใครเล่าจะยอมซื้อเครื่องหอมจากตระกูลของนางอีก
คนภายนอกก็ตามลมไปด้วย หากไม่มีชื่อเสียงว่าส่งเครื่องหอมเข้าวังแล้ว ธูปและเครื่องหอมที่ตระกูลไป๋ทำออกมาก็คงจะเสียคาโกดัง
อย่าได้มองว่าเงินห้าแสนตำลึงนี้มากมหาศาล หากต้นไม้ใหญ่ล้ม ลิงที่อาศัยบนนั้นก็ต้องกระจัดกระจายเดือดร้อนไปด้วย เงินเหล่านี้ก็จะต้องถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง
ถ้าหากนางเป็นผังหานเวย เวลานี้นางก็คงจะอยู่ที่บ้านเพื่อคิดคำนวณให้ดีว่ากิจการไหนบ้างที่ต้องปิดตัวลงและเตรียมเงินชดใช้ให้พร้อม
“นักพรตท่านนี้เอาแต่พุ่งเป้ามาที่ข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ว่ากันว่าคนที่เขาออกบวชนี่อายตนะทั้งหก[1] นั้นสะอาดบริสุทธิ์มิใช่หรือ ท่านอายุปูนนี้แล้ว มักจะอยู่ข้างกายรัชทายาทอยู่เสมอ จะเอาอะไรมาสงบจิตใจ!” ผังหานเวยผู้นี้ปากร้ายไม่เบา
เซี่ยเฉียวมือไม้แข็งค้างไปทันที นางแทบจะไม่พ่นลมหายใจออกมา
“ตบปากยี่สิบที” จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยเพิ่มเติม “ลากออกไปตบข้างนอก”
หญิงต่ำต้อยคนหนึ่งกล้าโอหังถึงขนาดนี้ นางต้องโดนจัดการ
โจวเว่ยจงเป็นคนไร้ความรู้สึก เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ลุกขึ้นทันควัน ก่อนจะลากผังหานเวยออกไปข้างนอกและตบปากนางทันที
ตอนที่ 592 จะมีใครได้อีก
เซี่ยเฉียวหุบปากเงียบ นางค่อยๆ เติมเนื้อให้ตัวเองไปอย่างช้าๆ
“แม่นางน้อยคนนี้ไม่รู้จักน้ำใจข้าเลย ถึงอย่างไรข้าก็ช่วยนางย้ายหลุมศพให้บิดาของนาง ทั้งยังช่วยสอบสวนคดีนี้ด้วยกัน นางมีทรัพย์สมบัติมากมายล้นเหลือขนาดนี้ได้ก็มาจากความพยายามของข้าด้วยส่วนหนึ่ง? ก่อนหน้านี้นางยังอยากกราบข้าเป็นอาจารย์อยู่เลย พริบตาเดียวก็ลืมไปเสียแล้ว เฮ้อ” โลกช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จิตใจของสาวน้อยเปลี่ยนแปลงไวมากเหลือเกิน
เซี่ยผิงกั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไรมาตลอดด้วยกลัวว่าจะรบกวนการรับอนุของรัชทายาท
เวลานี้เมื่อเขาพบว่าผู้หญิงคนนั้นถูกลากออกไปแล้วก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “นังหนูนี่ก็ค่อนข้างรวย ทั้งยังอยากรีบจะเป็นอนุให้ได้เลย ช่วยให้นางสมปรารถนาหน่อยก็ได้แล้วนี่?”
จ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยเฉียวหันมาจ้องเขาในเวลาเดียวกัน
“ข้าไม่อยากโชคร้าย” จ้าวเสวียนจิ่งดูหม่นหมองและไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“พี่…” เซี่ยเฉียวเกือบจะเรียกผิดอีกแล้ว นางรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ใต้เท้าเซี่ย รัชทายาทฐานะสูงส่งยิ่งนัก หากเขารับอนุเพราะเงิน ใครเล่าที่จะเสื่อมเสีย ยังดีที่รัชทายาทไม่เอาความกับเจ้า มิฉะนั้นแล้วคำพูดของเจ้านี้คงทำให้ถูกตัดหัวได้เลย!”
ประโยคสุดท้ายเซี่ยเฉียวก็แค่พูดเล่นๆ เพื่อขู่ให้พี่ชายของนางตกใจเล่นเท่านั้น
ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเขาก็อยู่ข้างนอก นิสัยของรัชทายาทจึงถูกเก็บงำไว้ ไม่ได้ถือสาหาความผังหานเวยผู้นั้นมากเกินไป
ถ้าหากเป็นที่เมืองหลวงผังหานเวยหรือจะถูกตบปากแค่ยี่สิบที
เพียงแค่มองเห็นความโง่เขลาที่หยิ่งผยองของหญิงสาว เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลงโทษนาง
“ข้าละอายใจยิ่งนัก” เซี่ยผิงกั่งยอมรับความผิดพลาดของเขาอย่างสงบแล้วเอ่ยถามเซี่ยเฉียว “ปรมาจารย์โม่ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าผู้หญิงคนนี้ดวงไม่ดีไม่ใช่หรือ ข้าก็เห็นว่าดวงของนางไม่เลวเลยนี่? เดิมทีนางเป็นเด็กกำพร้า แต่ในชั่วข้ามคืนนางก็กลายเป็นนายของตระกูลไป๋ มีทรัพย์สินมากมาย…หรือว่านางจะโชคดีแล้ว”
แม้พูดว่ามารดาของผังหานเวยตายไปแล้วก็จริง แต่นางสองแม่ลูกก็ไม่มีความผูกพันอะไรต่อกันแม้แต่น้อย
สำหรับผังหานเวยแล้ว จะไม่เหมือนกับทรัพย์สมบัติหล่นลงมาจากฟ้าตกใส่หัวนางอย่างนั้นหรือ
“โชคดีและโชคร้ายพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งที่ที่เจ้าเห็นคือโชค แต่ข้ากลับเห็นต่างกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ
เมื่อมองแค่ใกล้ๆ ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้ามองให้ไกลๆ…ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้น
สถานะของรัชทายาทก็ไม่ได้ถือว่าเป็นความลับอะไร ตอนนี้คนทั่วทั้งอำเภอสวินต่างก็รู้ว่าคนที่ไขคดีหิ่งห้อยคือรัชทายาทผู้สูงศักดิ์
คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นคดีฆาตกรรมธรรมดาๆ แต่คนที่ถูกฆ่าตายกลับเป็นบัณฑิตที่มีความรู้ถึงสามคน
ดังนั้นตอนนี้รัชทายาทจึงได้รับการยกย่องจากพวกบัณฑิตมากขึ้นไม่น้อย
จ้าวซวีจือที่ในโรงเตี๊ยมเดียวกันบังเกิดโทสะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเรื่องที่รัชทายาทไขคดีได้ มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดที่คอมากขึ้นไปอีก
เขาก็มาปิดคดีเหมือนกัน
กลับกลายเป็นว่าเขาออกตัวไม่ดี แต่รัชทายาทกลับจัดการเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่นไปเสีย
ความแตกต่างระหว่างเขากับรัชทายาทมากมายขนาดนั้นเลยหรือ!
“แม่นางผังผู้นั้นถูกตบปากยี่สิบทีต่อหน้าธารกำนัลจนหน้าบวมไปหมด นางร้องไห้อย่างหนัก ทั้งยังถูกคนอื่นชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์…” ผู้คุ้มกันของจ้าวซวีจือเอ่ยรายงานตรงหน้าเตียงของเขาอย่างระมัดระวัง
ผู้คุ้มกันก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน
คุณชายใหญ่ถึงกับใช้ให้เขาไปสืบการเคลื่อนไหวของรัชทายาท
เขาจะกล้าที่ไหน
ดังนั้นเขาจึงทำได้แต่อยู่ให้ห่างหน่อย และคอยสังเกตคนรอบข้างของพระองค์เท่านั้น
“ข้าได้ยินมาว่ารัชทายาทปฏิบัติกับปรมาจารย์โม่พิเศษกว่าคนอื่น เจ้าคอยติดตามมานานขนาดนี้ เห็นอะไรบ้างหรือไม่” จ้าวซวีจือเอ่ยถามอีก
ผู้คุ้มกันงุนงงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีขอรับ”
สายตาที่รัชทายาทมองดูปรมาจารย์โม่นั้นดูเหมือนจะผ่อนคลายปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลย
อีกอย่าง ก่อนหน้านี้หากพวกเขาไม่ได้ยันต์สีเหลืองของปรมาจารย์โม่ช่วยไว้ก็คงจะรอดยาก
ในใจของผู้คุ้มกันคนนี้รู้สึกสับสนมาก
“ผังหานเวยนั่นมีทรัพย์สมบัติมากมายนับไม่ถ้วน รัชทายาทไม่แม้แต่จะมองนางด้วยซ้ำ เขาจะต้องมีคนที่อยู่ในใจแล้วแน่ๆ แต่รอบกายเขาก็ไม่มีผู้หญิงคนอื่น ดังนั้น…จะมีใครได้อีกนอกจากปรมาจารย์โม่?” จ้าวซวีจือยิ้มเยาะ
————————————-
[1] อายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ