ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 575 นางทำตัวเป็นเด็กน้อย / ตอนที่ 576 ถอยกลับไป
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 575 นางทำตัวเป็นเด็กน้อย / ตอนที่ 576 ถอยกลับไป
ตอนที่ 575 นางทำตัวเป็นเด็กน้อย / ตอนที่ 576 ถอยกลับไป
ตอนที่ 575 นางทำตัวเป็นเด็กน้อย
ครั้งนี้เซี่ยเฉียวรู้สึกกลัวอยู่บ้างจริงๆ
ก็เหมือนกับวิญญาณของผังซีหยวนนั่นแหละ วิญญาณที่อยู่ที่นี่ก็ไม่น่าจะดูดีไปกว่ากันเท่าไรนัก
มันต้องมีรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตกใจแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นแม้แต่น้อย แต่นางไม่เหมือนกัน นางต้องมองดูวิญญาณเหล่านี้พุ่งเข้ามาหานางต่อหน้าต่อตา…
พลังหยินที่ผังซีหยวนทิ้งเอาไว้บนตัวนางก่อนหน้านี้ยังไม่ได้หายไปเลยนะ ดังนั้นชะลอไปก่อนดีกว่า
เซี่ยเฉียวแบกตะกร้าขึ้นมาเตรียมตัวจะจากไป
ราชครูหลี่ผู้เฒ่ามีสีหน้าเคร่งขรึม เวลานี้เขาก็เตรียมตัวจะจากไปพร้อมกับคนอื่นๆ
แต่เมื่อหลี่ชิงอวี๋เพิ่งจะเดินไปถึงประตูทางเข้าวัด จู่ๆ เพดานที่อยู่ด้านบนคานที่ถูกรื้อถอนออกมาแล้วก็ถล่มลงมา ไม้ที่ผุพังพุ่งเข้าที่ศีรษะของเขาทันที
ทันทีที่เสียง ปัง ดังขึ้น เซี่ยผิงกั่งที่มือไม้คล่องแคล่วว่องไว้ก็ถีบหลี่ชิงอวี๋ให้หลบพ้นออกไปทันที
เซี่ยเฉียวหันกลับไปมอง “แม้จะมีภัยใหญ่ แต่ก็ยังมีผู้สูงส่งคอยช่วยเหลือ ไม่เป็นไรไม่ต้องกลัว”
“…” หลี่ชิงอวี๋รู้สึกทนไม่ไหวเล็กน้อย
เซี่ยผิงกั่งถีบเขาที่บั้นเอว ตอนนี้เขารู้สึกว่าเอวของเขาชาไปหมดแล้ว มันเจ็บเหลือเกิน!
“ท่านปรมาจารย์ ภัยครั้งนี้แก้ไขได้หรือไม่” ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารู้สึกสงสารหลานชายตนเอง
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “เป็นคราวซวยของเขาเท่านั้น ตกใจเล็กน้อยไม่ได้สำคัญอะไร”
สุสานของตระกูลหลี่มีปัญหา แม้ว่าตอนนี้จะนำค่ายกลพิฆาตสามคมและกระดูกทารกออกไปแล้ว แต่วัดก็ยังอยู่ที่นั่น พลังปะทะขัดแย้งจึงยังคงมีอยู่ หลี่ชิงอวี๋เป็นคนตระกูลเซี่ย และเขาก็ไม่ได้เหมือนกับราชครูหลี่ผู้เฒ่าที่มีพลังแห่งความถูกต้องยุติธรรมจนความชั่วร้ายทั้งหลายยากที่จะลุกล้ำกล้ำกราย การที่เขาต้องทนทุกข์ลำบากบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าทอดถอนใจ
แค่รักษาชีวิตไว้ได้ก็พอแล้ว
หลี่ชิงอวี๋ลุกขึ้นยืนอย่างน่าอนาถ เขาพบว่าเนื้อตัวของเขาเปื้อนอุจจาระของสุนัขสีดำตัวนั้นพอดี…
เขามาจากพื้นเพที่ไม่ธรรมดา ตั้งแต่เด็กจนโต ร่างกายของเขาไม่เคยสัมผัสแม้แต่ฝุ่น ไหนเลยจะเคยพบเจอเรื่องแบบนี้!
เขาจึงอาเจียนออกมาทันที
เซี่ยเฉียวรู้สึกสนุกสนาน
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ความสามารถในการทนรับกับเรื่องต่างๆ อ่อนด้อยเช่นนี้จะได้อย่างไรเล่า
ต้องให้ลำบากหน่อยจะมีประโยชน์ต่อการเติบโตในอนาคต
เซี่ยผิงกั่งเองก็ยังหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย สีหน้าท่าทางรังเกียจ “แค่นี้ก็ถึงกับอาเจียนเลยหรือ เจ้าเด็กนี่ทำมาจากแป้งหรือไง นึกถึงตอนที่คนเถื่อนล้อมรอบกำแพงเมืองไว้ ข้ายังเคยจับอุจจาระไปแปะไว้บนกำแพงเมืองด้วยมือของข้าเองเลย! ตอนนี้ก็ยังกินได้ดื่มได้อย่างดี ล้างให้สะอาดก็ได้แล้วนี่”
ตอนแรกๆ ที่พวกคนเถื่อนโจมตีเมือง เดี๋ยวก็ใช้บันไดปีน เดี๋ยวก็ยิงธนู ของในเมืองที่พอใช้ได้ก็มีน้อยเกินไป
แม้แต่อุจจาระก็ไม่เว้น พวกเขานำมันไปแปะไว้บนกำแพง เมื่อมีกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ ศัตรูก็โจมตีได้ยากขึ้น
“น้ำมูลสัตว์ยังสามารถใช้รดดินเป็นปุ๋ยได้ คุณชายน้อยหลี่ ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว เป็นเวลาที่เหมาะกับการเกษตร หากเจ้าลองไปดูในไร่นาที่หมู่บ้านก็จะเห็นปุ๋ยมูลสัตว์จำนวนมาก พวกพืชผักผลไม้ทั้งหลายก็ล้วนอาศัยสิ่งเหล่านี้เพื่อเติบโต ทำไม หรือว่าเจ้าไม่กินของพวกนี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางที่สองพี่น้องกลั่นแกล้งคนอื่นก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยผิงกั่งนั้นเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ตั้งตรงแน่ว ทั้งหมดที่เขาพูดออกมานั้นไม่ได้มีเจตนาอะไรเลย
แต่เซี่ยเฉียวไม่เหมือนกัน
ความคิดของนางซับซ้อนจนแทบจะบรรจุตัวต่อเข้าไปได้เป็นร้อยๆ ตัว
ช่างต่อยเก่งจริงๆ
หลี่ชิงอวี๋ยิ่งอาเจียนหนักขึ้น แม้ว่าราชครูหลี่ผู้เฒ่าจะรู้สึกสงสารหลานชายของตนเอง แต่นี่ก็เป็นแค่การหยอกล้อกลั่นแกล้งกันของคนหนุ่มสาว เขาจึงไม่ถือสา
อีกอย่างหากเมื่อครู่ไม่ได้เซี่ยผิงกั่งถีบเขาออกมาเสียก่อน ตอนนี้ศีรษะของหลานชายเขาก็คงปูดเป็นซาลาเปาลูกใหญ่ไปแล้ว
หลังจากที่หลี่ชิงอวี๋อาเจียนเสร็จแล้ว เขาก็ยังต้องตามขบวนใหญ่ให้ทัน
หลังจากเดินไปสักพักเขาก็เห็นทุ่งนาจริงๆ เซี่ยเฉียวยังไม่ลืมที่จะวิ่งเข้าไปหาหลี่ชิงอวี๋ แล้วชี้ไปที่กองมูลสัตว์และยิ้มให้เขาอย่างใจดี
“ฝ่าบาท ท่านดูปรมาจารย์โม่สิ นางยังทำตัวเป็นเด็กน้อยอยู่เลย!” เซี่ยผิงกั่งยิ้มให้กับรัชทายาท
ตอนที่ 576 ถอยกลับไป
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าปรมาจารย์โม่คนนี้ไม่เหมือนกับนักพรตเต๋าคนอื่นๆ
นักพรตเต๋าส่วนใหญ่บนโลกนี้จะเงียบและเก็บตัว หรือไม่ก็สูงส่งห่างเหินราวกับเซียน
ส่วนปรมาจารย์โม่ผู้นี้ ตอนนี้ที่แสดงความเก่งกาจก็ดูลึกลับอย่างยิ่งจนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ในยามปกติกลับเป็นคนแปลกยิ่งนัก
รัชทายาทพูดน้อย เวลานี้เขาหันไปมองเซี่ยเฉียวเล็กน้อย
เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของหลี่ชิงอวี๋กำลังมองดูเซี่ยเฉียวด้วยความหวาดกลัว เขาก็รู้สึกพึงพอใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
เด็กคนนี้ขี้กลัวจริงๆ
นิสัยเช่นนี้ยังอยากที่จะกราบอาจารย์ตีสนิท ฝันไปเถอะ
…
ระหว่างที่กลับไปได้ครึ่งทางพวกเขาก็ได้พบเข้ากับคนคุ้นเคย
เมื่อจ้าวซวีจือมองเห็นรัชทายาทก็กระโดดลงจากหลังม้า ก่อนจะเดินไปที่รถม้าของรัชทายาท
ท่าทางของเขาดูเหมือนจะให้ความเคารพ แต่อันที่จริงใบหน้าของเขาแฝงรอยยิ้มเหยียดหยาม “ข้าได้ยินมาว่าฝ่าบาทเดินทางมาอำเภอสวินเพื่อไขคดี? ไม่ทราบว่าตรวจสอบพบสาเหตุอะไรหรือไม่”
จ้าวเสวียนจิ่งกวาดตามองจ้าวซวีจือด้วยท่าทีนิ่งเฉย
“หากฝ่าบาทสืบไม่พบอะไรก็คงเป็นเรื่องปกติ คดีนี้เกิดขึ้นนานหลายปีแล้ว ศพของบัณฑิตผู้เคราะห์ร้ายก็ถูกฝังไปนานแล้ว ไม่ใช่ว่าฝ่าบาท…ไร้ความสามารถ” จ้าวซวีจือเอ่ยยิ้มๆ
“โจวเว่ยจง” จ้าวเสวียนจิ่งเรียกคนของเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
องครักษ์โจวที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบตอบรับทันที
“สั่งสอนเขาหน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างใจเย็น “หากเรียนรู้ที่จะพูดดีๆ ไม่ได้ก็ตัดลิ้นของเขาออกเสียเถอะ แล้วข้าจะกลับไปอธิบายให้หนิงเป่ยอ๋องฟังเอง”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นโจวเว่ยจงก็รีบก้าวเข้าไปจะจัดการจ้าวซวีจือทันที
จ้าวซวีจือเองก็ไม่ได้โง่ เพราะเขารู้ว่าสถานะของเขาถูกควบคุมโดยคนอื่น เขาจึงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมเป็นฝ่ายตรวจการคดีอาญา ข้าได้ยินมาว่าคดีฆาตกรรมหิ่งห้อยอำเภอนั้นน่าสะเทือนขวัญ จึงมาสอบสวนเป็นกรณีพิเศษ!”
จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อย
“ฝ่ายคดีอาญาของสำนักตรวจการนั้นอยู่เป็นตำแหน่งที่ตั้งไว้ลอยๆ แต่ไหนแต่ไรมา แต่เจ้ากลับขยันขันแข็งและรู้ว่านี่เป็นงานที่ดี” ใบหน้าจ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ น้ำเสียงของเขาก็ราบเรียบ “ในเมื่อได้ตำแหน่งที่ไร้ค่านี้มาแล้วก็จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี”
กรมยุติธรรม ศาลตัดสินคดี และสำนักตรวจการก็ล้วนมีฝ่ายคดีอาญาและรับผิดชอบในการสอบสวนคดี
กรมยุติธรรมจัดการคดีต่างๆ มากมายและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับศาลาว่าการของท้องถิ่น ศาลตัดสินคดีรับผิดชอบคดีใหญ่ๆ ที่ยังไม่คลี่คลาย และจัดการเรื่องเบ็ดเตล็ดน้อยกว่า ในขณะที่สำนักตรวจการ…
แม้ว่าจะมีฝ่ายคดีอาญา แต่หน้าที่หลักคือการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่หลายร้อยคน เรื่องต่างๆ ก็ค่อยข้างซับซ้อนกว่า
เนื่องจากมีกรมยุติธรรมและศาลตัดสินคดีอยู่แล้ว สำนักตรวจการจึงไม่ได้รับผิดชอบคดีน้อยใหญ่อะไร ดังนั้นฝ่ายคดีอาญาจึงเหมือนตำแหน่งลอยๆ ที่ไม่มีอยู่จริง
เว้นแต่จะมีกรณีที่ต้องมีการพิจารณาคดีร่วมกันทั้งสามฝ่าย มิฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย
ความไม่มีอยู่จริงก็มีข้อดีของมันเช่นกัน คือค่อนข้างสบายๆ ถ้าหากอยากจะมีความดีความชอบก็สามารถหาคดีมาตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ที่มีก็คือเวลา
เช่นเดียวกับจ้าวซวีจือในเวลานี้ที่สามารถเดินทางไกลมาร่วมสนุกที่อำเภอสวินนี้ได้
ถ้าหากจ้าวซวีจือสามารถไขคดีหิ่งห้อยได้จริงๆ ก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับฝ่ายคดีอาญาของสำนักตรวจการ และจะต้องมีการให้ค่าเรื่องความสามารถของเขาออกมาอย่างแน่นอน
เวลานี้จ้าวซวีจือกำลังก้มศีรษะลง ซึ่งดูเหมือนกับว่าเขายอมทำตัวดีๆ
“เวลานี้แล้ว พวกเจ้าจะไปที่วัดนั่น?” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“ใช่” จ้าวซวีจือพยักหน้า
“ไม่เหมาะ ถอยกลับไปเสีย” จ้าวเสวียนจิ่งสรุปทันที “หากอยากทำคดีก็ค่อยไปตอนกลางวัน”
จ้าวซวีจือขบฟันด้วยความไม่พอใจ “ฝ่าบาท คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน กระหม่อมรู้สึกว่า การไปตอนกลางคืนอาจจะช่วยให้เห็นเบาะแสอะไรที่มองไม่เห็นในเวลากลางวันก็ได้”
จ้าวซวีจือนำคนมาด้วยไม่น้อย นอกจากคนจากสำนักตรวจการแล้วก็ยังมีคนจากจวนอ๋องหนิงเป่ยมาด้วยเช่นกัน
“ถอยกลับไป” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเย็นชาและดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้
ไฟโทสะอัดแน่นอยู่ในอกของจ้าวซวีจือ เขาโกรธจนแทบระเบิด
รัชทายาทสืบไม่พบสิ่งใด แต่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเขา!
tom110
รนหาที่ตาย