ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 573 พระพุทธรูปผิดปกติ / ตอนที่ 574 มีประโยชน์อยู่บ้าง
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 573 พระพุทธรูปผิดปกติ / ตอนที่ 574 มีประโยชน์อยู่บ้าง
ตอนที่ 573 พระพุทธรูปผิดปกติ / ตอนที่ 574 มีประโยชน์อยู่บ้าง
ตอนที่ 573 พระพุทธรูปผิดปกติ
โจวเว่ยจงพบว่า บางครั้งเขาก็ไม่สามารถแยกแยะระหว่างปรมาจารย์โม่กับแม่นางเซี่ยออกจากกันได้อย่างชัดเจน…
เพราะว่ารูปแบบการกระทำของทั้งสองคนคล้ายกันมาก
แต่อย่างไรก็ตามพวกนางทั้งคู่ก็เป็นผู้ศึกษาเต๋า ทั้งยังเติบโตขึ้นมาในวัดเต๋าเหมือนกัน ดังนั้นความคล้ายคลึงทั้งหมดนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องธรรมดา
“ตะกร้าไม้ไผ่ของแม่นางเซี่ยข้าเป็นคนให้เอง มีปัญหาอะไรหรือ” สีหน้าของโม่ชูเซิงสงบนิ่งมั่นคงมาก น้ำเสียงของนางก็เรียบเฉย “ของที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่นี้แค่ดูเยอะเท่านั้น…จะต้องเปลี่ยนทุกๆ เช้า”
พวกยันต์ ชาด และของต่างๆ จะต้องถูกจัดเตรียมไว้ หน้าไม้และยาป้องกันตนเองก็จะขาดไปไม่ได้
ของที่สับเปลี่ยนออกไปก็จะเป็นพวกของจิปาถะหรือไม่ก็ของที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก
ทุกๆ เช้านางจะทำนายก่อน แล้วนางก็จะรู้ได้เองว่าจะต้องนำสิ่งของใดบ้างติดตัวออกไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตะกร้าไม้ไผ่ของนางดูหนักก็จริง แต่วัสดุที่ใช้ทั้งนุ่มและเบา นอกจากนี้ ด้านล่างยังมีแผ่นรองอ่อนๆ ที่ทนต่อการเสียดสี หากนางแบกไม่ไหวก็สามารถลากไปกับพื้นได้ แค่จะดูน่าเกลียดหน่อยเท่านั้น
โจวเว่ยจงถูกดุโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เขาจึงปิดปากสนิทไม่พูดอะไรอีก
ปรมาจารย์โม่อารมณ์ร้ายกว่าแม่นางเซี่ยมาก!
เซี่ยเฉียวลูบหัวสุนัขสีดำไปมาครู่หนึ่ง ไม่นานลูกสุนัขที่ตัวสั่นเทาก็สงบลง และเริ่มกินอาหารอย่างว่าง่าย
“กินอิ่มแล้วก็ช่วยข้าหาของหน่อยนะ…” เซี่ยเฉียวพึมพำ
“…” เซี่ยผิงกั่งไม่อยากจะเชื่อสายตา
ปรมาจารย์คนนี้อะไรก็ดีไปหมด แต่บางครั้งก็ชอบพูดจาอะไรแปลกๆ ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
สุนัขตัวนี้เป็นสัตว์เดรัจฉาน มันจะสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้หรือ
บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบและกลมกลืน
ทุกคนต่างก็หาที่นั่งรอแต่โดยดี
ส่วนในเวลานี้เซี่ยผิงกั่งก็กำลังนำอาวุธเหล็กทั้งสามลงมา
เซี่ยเฉียวนำของเหล่านั้นยื่นไปตรงหน้าจมูกสุนัข “ลองไปหาของที่มีกลิ่นเหมือนๆ กันมาหน่อย…”
สุนัขสีดำถูตัวเองเข้ากับฝ่ามือของเซี่ยเฉียว จากนั้นมันก็ส่ายหัวและยื่นจมูกออกไปเพื่อสูดอากาศรอบๆ
หลี่ชิงอวี๋และคนอื่นๆ อึ้งงันไปทันทีเมื่อเห็นเช่นนั้น
“ปรมาจารย์โม่…ทำไมสุนัขตัวนี้ถึงได้เชื่องอย่างนี้เล่า! ระหว่างที่มาที่นี่มันยังกัดข้าอยู่เลยนะ!” โจวเว่ยจงยื่นมือออกไปให้เซี่ยเฉียวดู
แน่นอนว่ามีรอยฟันบนแขนของเขา แต่ไม่มีเลือด มีแต่รอยฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น
“ปรมาจารย์ ท่านช่วยสอนทักษะนี้ให้ข้าหน่อยได้ไหม ผู้น้อยต้องการเลี้ยงหมาป่าที่เก่งกาจสองตัวมานานแล้ว และจะพาพวกมันไปจับคนร้ายในอนาคตด้วย มันทั้งน่าเกรงขามและใช้งานได้ด้วย!” จู่ๆ เซี่ยผิงกั่งก็เคารพให้เกียรตินางขึ้นมา และเลิกเรียกตัวเองว่าข้าแล้ว
“มันเป็นพรสวรรค์” เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย
ณ ขณะนั้น ทุกคนราวกับได้เห็นเทพเซียนอย่างไรอย่างนั้น ศีรษะของปรมาจารย์โม่ผู้นี้เรืองรองด้วยแสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องมานั้น!
ช่างเป็นเทพเซียนผู้วิเศษเหลือเกิน!
ในเวลานี้หลังจากที่ทุกคนกินอะไรอย่างง่ายๆ ให้อิ่มท้องแล้ว พวกเขาก็เริ่มมองสุนัขตัวนั้น สุนัขสีดำตัวนั้นดมไปดมมา แล้วสุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่อิฐแผ่นหนึ่งไม่ยอมขยับ “โฮ่งๆ”
แผ่นพื้นอิฐเบื้องล่างทำจากหินตะกอนสีเทาที่ขัดจนค่อนข้างเรียบลื่น
“ขุด” เซี่ยผิงกั่งขบฟันแล้วสั่งให้คนยกเครื่องมือเครื่องไม้ลงมือทำงานทันที
หลังจากงัดอิฐแผ่นนั้นขึ้นมา ทำความสะอาดดินเล็กน้อย พวกเขาก็เห็นกล่องไม้ใบหนึ่ง
พวกเขาจึงหยิบออกมาดู
เมื่อเปิดมันออกดูก็เห็นอาวุธเหล็กอีกอัน และยังมีกระดูกที่เล็กมากๆ อีกชุดด้วย
ทุกคนนิ่งเงียบกันหมด คนที่ขี้ขลาดหน่อยก็รู้สึกว่าในขณะนั้นบรรยากาศรอบๆ เย็นลงเล็กน้อย ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง
“นี่มันกระดูกของทารกที่กำลังจะคลอดนี่” เซี่ยเฉียวเหลือบมองด้วยแววตาสงสารเล็กน้อยก่อนจะหายใจอย่างแผ่วเบา “ผู้เฒ่าหลี่ ท่านควรจะลองคิดดูหน่อยว่าศัตรูของท่านคนนี้คือใคร นี่แสดงว่าเขาต้องการให้ท่านไม่มีลูกหลานสืบทอด ทั้งค่ายกลพิฆาตสามคม ทั้งกระดูกทารกนี้ และยังมีพระพุทธรูปนี้อีก…”
“พระพุทธรูปทำไมหรือ” หลี่ชิงอวี๋รีบถามขึ้นทันที
เหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่าตนเองร้อนรนเกินไป เขาจึงรีบหดศีรษะกลับลงไป “ปรมาจารย์ได้โปรดชี้แนะด้วย”
“สีหน้าของพระพุทธรูปเหล่านี้ผิดปกติ” กลับเป็นจ้าวเสวียนจิ่งที่เอ่ยขึ้น “ปกติแล้วพระโพธิสัตว์และพระพุทธรูปใหญ่ทั้งหมดล้วนมีสีหน้าใจดีมีเมตตา เมื่อผู้คนเห็นแล้วก็รู้สึกสงบในจิตใจ แต่พระพุทธรูปเหล่านี้มีแววตาดุร้าย…”
ตอนที่ 574 มีประโยชน์อยู่บ้าง
เนื่องจากมีฝุ่นเกาะอยู่บนพระพุทธรูปเหล่านี้มากเกินไป ดังนั้นหากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่เห็นว่าสีหน้าแววตานั้นผิดปกติ
เมื่อรัชทายาทพูดขึ้นมาเช่นนั้น ทุกคนต่างก็รวบรวมสมาธิมองอย่างตั้งใจ
พวกเขากลับรู้สึก…ไม่สบายใจจริงๆ
มันเหมือนถูกคนที่มืดมนจ้องมองกระนั้น รู้สึกน่าขนลุก
“เป็นอย่างที่ฝ่าบาทพูดนั่นแหละ” เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ตอนนี้ข้าสงสัยแล้วว่า…ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่ชี้แนะเรื่องฝังศพของผังซีหยวนและคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน อย่างไรก็ตามปรมาจารย์ฮวงจุ้ยโดยทั่วไปจะไม่สร้างค่ายกลพิฆาตขึ้นมาง่ายๆ เพราะกลัวว่าผลจะสะท้อนกลับมาหาตัวเอง ดังนั้นจึงน่าจะมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังที่จ่ายเงินซื้อตัวเขา และผู้บงการนี้จะต้องแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่สมน้ำสมเนื้อเพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้”
“ปรมาจารย์โม่ หากเป็นอย่างที่ท่านพูดแล้วล่ะก็ หากปรมาจารย์ฮวงจุ้ยคนนี้อยากให้ใครซวยขึ้นมา แล้วคนคนนั้นก็จะไม่มีทางหนีพ้นได้อย่างนั้นหรือ” ผู้เฒ่าหลี่ถามอย่างกังวลร้อนใจ
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ต้องดูด้วยว่ามีบุญกุศลพอหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นตระกูลของท่าน….ตอนที่ท่านเป็นราชครูก็น่าจะทำความดีมาไม่น้อย เมื่อทำตัวถูกต้องมีคุณธรรม ความชั่วจึงรุกล้ำได้ยาก แม้ว่าจะมีการทำร้ายลูกหลาน แต่ก็ไม่ถึงกับไม่เหลือใครเลย ท่านลองดูตระกูลผังนั่นสิว่ายังมีใครเหลืออีกบ้าง” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
คำพูดเหล่านี้ของนางไม่สามารถปลอบโยนคนตระกูลหลี่ได้เลย
แม้ว่าเขาจะโชคดีที่ไม่ถึงกับสูญสิ้นลูกหลาน แต่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
นี่มันน่ากลัวเกินไป
“นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลุมฝังศพของตระกูลท่านและการสร้างสุสานของผังซีหยวนนั้นห่างกันหลายปี แม้ว่าปรมาจารย์ฮวงจุ้ยผู้นั้นจะหาคนอื่นมาแบกรับกรรม แต่การสร้างค่ายกลชั่วร้ายเช่นนั้นก็ต้องเปลืองพลังมากมาย เขาจึงไม่สามารถทำได้บ่อยนัก มิฉะนั้น แม้ว่าจะมีคนคอยแบกรับผลกรรม ก็จะมีผลกระทบอย่างมากต่อชะตากรรมของเขาเองเช่นกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
คนที่ขาดคุณธรรมก็จะต้องมีข้อเสียห้าประการ[1] และข้อบกพร่องสามประการ[2] ดวงชะตานั้นไม่ดี
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าตัวสั่นไปหมดทั้งร่าง ไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธหรือว่าเสียใจกันแน่
เซี่ยเฉียววางกล่องไม้ที่บรรจุกระดูกลงในตะกร้าไม้ไผ่ของนาง แล้วปิดยันต์สีเหลืองเอาไว้ด้านบนแผ่นหนึ่ง
เมื่อเซี่ยเฉียวมองท้องฟ้า นางก็กล่าวว่า “ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ที่นี่…อยู่นานไม่ได้”
“ท่านปรมาจารย์หมายความว่า พอตกกลางคืนก็อาจจะมีวิญญาณ? หากอย่างนั้นคดีฆาตกรรมหิ่งห้อยนี่มีความเป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นฝีมือของวิญญาณ” เซี่ยผิงกั่งรีบเอ่ยถามทันที
เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ “ถึงแม้จะมีวิญญาณที่ก่อคดี แต่ผู้บงการจะต้องเป็นคนที่มีชีวิต หากวิญญาณฆ่าคนตาย จะเป็นการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ป่วยตาย ซึมเศร้า หรือไม่ก็อุบัติเหตุ มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะแขวนคอตาย”
“ข้าบอกได้แค่ว่า ในเมื่อที่แห่งนี้มีพลังชั่วร้ายเข้มข้นเช่นนี้ หากคนที่เข้ามามีความแค้นเคืองในใจก็จะสามารถถูกวิญญาณใช้ประโยชน์หรือทำเรื่องอย่างการฆ่าคนตายได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องหิ่งห้อย…สิ่งนี้อธิบายได้ไม่ยาก พระพุทธรูปองค์นี้ผสมกับผงกระดูกย่อมส่องแสงเป็นธรรมดา” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีกครั้ง
น้ำเสียงของนางเรียบๆ แต่ทุกคำที่นางพูดกลับทำให้ใจของผู้คนสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อมองดูพระพุทธรูปอีกครั้งก็รู้สึกขนลุก
รัชทายาทยังดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นวิญญาณมาแล้ว จึงนับว่าเป็นคนที่เคยเห็นโลกมาก่อน
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่มีความรู้สึกกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เขาจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร
แต่คนอื่นๆ นั้นต่างออกไป
แววตาของพวกเขาแสดงความรู้สึกกังวลและหวาดกลัวออกมาอยู่บ้าง
“ปรมาจารย์โม่ ทำไมเราไม่รอให้วิญญาณที่อยู่ที่นี่ออกมาก่อนแล้วค่อยกำจัดเล่า” เซี่ยผิงกั่งไม่เข้าใจ
“เจ้าก็พูดง่าย” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขาทันที
“ที่นี่…มีพระพุทธรูปทั้งหมดสิบแปดองค์ ทั้งยังมีค่ายกลชั่วร้าย และวิญญาณทารก แล้วพวกเจ้าทำอะไรเป็นบ้าง ทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ…ช่วยอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น…” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างนึกรังเกียจ
เมื่อเซี่ยเฉียวพูดมาถึงตรงนี้ นางก็เหลือบมองรัชทายาทและถือโอกาสประจบประแจงทันที “แน่นอนว่า ฝ่าบาทไม่เหมือนพวกเขา เลือดมังกรกำจัดความชั่วร้าย ถือว่ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง”
จ้าวเสวียนจิ่งยกยิ้มมุมปาก รู้สึกภูมิใจในตัวเองเล็กน้อย
“ข้าเพิ่งจะเป็นลมไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้ร่างกายรับไม่ไหวแล้ว สองวันนี้ค่อยมาที่นี่ตอนกลางวัน แล้วทำให้พลังชั่วร้ายอ่อนแอลงหน่อย เมื่อข้าพร้อมค่อยมากำจัดวิญญาณ!” เซี่ยเฉียวท่าทางจริงจัง นางเงยหน้ายืดหลังตั้งตรง ไม่ยอมให้คนอื่นมองออกถึงความขี้ขลาดที่อยู่ในใจของนาง
——————————————————
[1] ข้อเสียห้าประการ การเป็นพ่อหม้าย แม่หม้าย โดดเดี่ยว เหงา และพิการ
[2] ข้อบกพร่องสามประการ ความมั่งคั่ง โชค และอำนาจ