ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 571 ของที่มีสีดำๆ นั้นคืออะไร / ตอนที่ 572 ตะกร้าเหมือนกัน
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 571 ของที่มีสีดำๆ นั้นคืออะไร / ตอนที่ 572 ตะกร้าเหมือนกัน
ตอนที่ 571 ของที่มีสีดำๆ นั้นคืออะไร / ตอนที่ 572 ตะกร้าเหมือนกัน
ตอนที่ 571 ของที่มีสีดำๆ นั้นคืออะไร
คดีฆาตกรรมหิ่งห้อยน่าจะเกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ส่วนลูกหลานของตระกูลหลี่เริ่มตกต่ำเสื่อมโทรมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
และวัดนี้ก็สร้างขึ้นเมื่อยี่สิบปีที่แล้วด้วย
ละแวกนี้ไม่มีหมู่บ้านหรือเมือง และไม่มีถนนเส้นหลักหรือถนนใหญ่ใกล้ๆ การมีวัดเพิ่มเข้ามาแห่งหนึ่งช่างน่าแปลกจริงๆ อีกอย่างวัดนี้ก็ดูเหมือนไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ส่วนเรื่องของตำแหน่งนั้น…
เซี่ยเฉียวใช้เข็มทิศคำนวณ…
ตำแหน่งก็ไม่ถูกต้อง มันปะทะขัดแย้งกับหลุมฝังศพนี้พอดิบพอดีซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญเกินไป
เซี่ยเฉียวสาวเท้าเดินไปที่นั่นทันที
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าและหลานชายเดินไปด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด โดยเฉพาะราชครูผู้เฒ่าที่ดูเหมือนเขาได้พบฆาตกรแล้วกระนั้น ท่าทางของเขาน่ากลัวมากในเวลานี้
วัดนั้นอยู่ไม่ไกล
ตอนที่เซี่ยเฉียวมาถึงนางก็พบว่าจ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งต่างก็อยู่ข้างในวัดแล้ว
วัดนี้มีขนาดเล็กมาก ด้านในมีลานลานหนึ่ง ตรงกลางวางแท่นปักธูปเทียนบูชา ถัดจากนั้นก็เป็นห้องโถงด้านในที่ค่อนข้างมืดเล็กน้อย ด้านในมีพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์
ภายในวัดมีใยแมงมุมระโยงระยาง ฝุ่นก็เกาะหนาขึ้นเป็นชั้นๆ จนแทบจะมองไม่เห็นสีเดิมของพระพุทธรูปแล้ว
ที่แห่งนี้ดูชั่วร้ายเสียจนแม้แต่บัณฑิตที่ผ่านไปมาเป็นครั้งคราวยังไม่กล้าเข้ามา…
“ฝ่าบาท เหตุใดบัณฑิตจึงมาพักที่นี่ได้ แถวใกล้ๆ นี้ก็ไม่มีถนนหลักหรือถนนเส้นเล็กเส้นน้อยเลยนี่” เซี่ยเฉียวอดถามไม่ได้
“นั่นก็ถูก แต่ทุกปีตอนช่วงการสอบฤดูใบไม้ผลิ บัณฑิตที่เร่งรีบเดินทางเข้าเมืองหลวงมีจำนวนมาก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีบัณฑิตผู้ไม่รู้ทางหลงผ่านเข้ามาใกล้ๆ แถวนี้ได้บ้าง การพักค้างแรมที่วัดนี้ก็ยังดีกว่าในป่าเขาที่อย่างๆ น้อยก็กำบังลมฝนได้” จ้าวเสวียนจิ่งอยู่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เอ่ย
ผู้ช่วยนายอำเภอผู้นั้นมีท่าทางอึกอักลังเลเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
จ้าวเสวียนจิ่งสังเกตเห็นพอดี “ผู้ช่วยมีอะไรอยากจะพูดก็พูดมาเถอะ ไม่ต้องกลัว”
ผู้ช่วยนายอำเภอชราลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ก่อนที่จะเกิดคดีนั้นไม่นานเคยมีผีพนันเกียจคร้านและติดเหล้าเกิดจับพลัดจับผลูผ่านมาที่นี่โดยบังเอิญ และถูกฟ้าผ่าจนตายในวัดนี้ คนในหมู่บ้านตามหาอยู่นานกว่าจะเจอเขา…หลังจากนั้นก็เป็นที่ลือกันว่า วัดนี้ได้รับการคุ้มครองจากเทพเจ้า ชายที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายนี้จึงได้ถูกสวรรค์ลงโทษเมื่อมาถึงที่นี่ จึงทำให้มีชาวบ้านบางส่วนมาสักการะอยู่บ้างตอนนั้น เพียงแต่วัดนี้อยู่ไกลและไม่มีคนคอยดูแล จึงได้สกปรกและเลอะเทอะได้ง่าย ดังนั้นหลังจากนั้นไม่นานก็ไม่มีคนมาที่นี่อีก…”
“แม้ว่าวัดจะเงียบร้าง แต่ชื่อเสียงที่เล่าลือกันภายนอกยังคงอยู่ มีบัณฑิตจำนวนมากที่มีความจริงใจและไม่ได้สนใจระยะทางที่ห่างไกล ขอเพียงให้พระโพธิสัตว์ช่วยคุ้มครองเท่านั้น…” ผู้ช่วยชราเอ่ย
เมื่อเขาพูดเช่นนั้นทุกคนก็เข้าใจได้ทันที
สาเหตุที่บัณฑิตบางคนเสียชีวิตในตอนแรกและถูกผู้อื่นพบเห็นเข้าพอดี ทั้งหมดเป็นเพราะสถานที่นี้มี ‘พระโพธิสัตว์ศักดิ์สิทธิ์’ นั่นเอง!
พอพวกเขามาค้างคืนก็มาขอพรกัน!
เพียงแต่วัดนี้ห่างไกลกันดาร ถ้าหากพูดออกไปแล้วคนอื่นก็คงเป็นที่ขบขัน จึงได้แต่ต้องบอกคนภายนอกว่าบังเอิญผ่านมาเท่านั้น!
หลี่ชิงอวี๋และเซี่ยผิงกั่งทำการค้นพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในรอบหนึ่ง
“ข้าเคยเห็นวัดร้างเช่นนี้มาก่อน ไม่มีอะไรพิเศษ” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกได้ถึงกลิ่นของฝุ่นและปิดจมูกของเขาด้วยความรังเกียจ
“ข้าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน” หลี่ชิงอวี๋ส่ายศีรษะ
เซี่ยเฉียวมองซ้ายมองขวาแล้วกลับออกไปด้านนอก
นางค่อนข้างมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการสร้างค่ายกลพิฆาตอยู่บ้าง หากนางเปลี่ยนมุมมองให้ตนเองเป็นผู้ไม่ประสงค์ดี และคิดที่จะมุ่งเป้าไปที่ตระกูลหลี่แล้วล่ะก็ นางก็ควรที่จะ…
เซี่ยเฉียวชี้ไปที่ป้ายทั้งสองข้างและด้านบนเพดาน นางเห็นสิ่งที่ไม่เข้ากัน
“พี่…” เซี่ยเฉียวเรียกเซี่ยผิงกั่งตามสัญชาติญาณ พออ้าปากก็เพิ่งนึกได้ถึงสถานะของตนเอง นางจึงเปลี่ยนคำ “ใต้เท้า รบกวนท่านเข้าไปดูหน่อยว่า ของที่มีสีดำๆ นั้นคืออะไร”
ตอนที่ 572 ตะกร้าเหมือนกัน
เซี่ยผิงกั่งก้าวเท้าไปข้างหน้า เขาเป็นคนตัวสูง แค่ยื่นมือออกไปเล็กน้อยก็สามารถสัมผัสของที่อยู่เหนือศีรษะได้แล้ว
“จับเบาหน่อย ข้าดูแล้วมันน่าจะแหลมคม อย่าได้บาดเจ็บเอา” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสริม
เซี่ยผิงกั่งหันกลับมามองนางด้วยสายตาแปลกประหลาด
ท่านปรมาจารย์อ่อนโยนเกินไปหน่อยไหม
“ข้าไม่ได้ทำมาจากรูปปั้นดินเผาเสียหน่อย ไหนเลยจะถูกเจาะได้ง่ายขนาดนั้น” เซี่ยผิงกั่งมีสีหน้ารังเกียจ
ปรมาจารย์นี้อ่อนโยนก็จริง แต่นี่หมายถึงว่านางกำลังดูถูกเขาหรืออย่างไร
เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งจะอ่อนแอบอบบางขนาดนั้น?
เขาไม่ใช่น้องสาวของเขาคนนั้นที่แค่ถูกลมพัดก็ล้มลงแล้วเสียหน่อย!
เซี่ยเฉียวเม้มริมฝีปากของนาง
หัวใจดวงน้อยๆ ของหลี่ชิงอวี๋อดที่จะเต้นเร็วขึ้นมาไม่ได้เล็กน้อย เขาอดเหลือบไปมองรัชทายาทไม่ได้
จึ๊ ความรักนี้ช่างซับซ้อนจริงๆ รัชทายาทอ่อนโยนกับปรมาจารย์โม่ แต่ปรมาจารย์โม่ดูเหมือนจะปฏิบัติกับเซี่ยผิงกั่งไม่เหมือนคนอื่น ดูสายตานั่นสิ ห่วงใยอย่างยิ่ง!
น่าเสียดายที่รัชทายาทมองไม่ออก หากไม่ใช่ไหน้ำส้ม[1] คงจะหกคว่ำแล้วกระมัง
เซี่ยผิงกั่งลูบมันเล็กน้อยก่อนจะจับๆ อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว “อาวุธมีคมทำจากเหล็ก มีสนิมอยู่บ้าง”
เขาปัดฝุ่นที่มือ มีสนิมเปื้อนมือเขาไม่น้อย
“อาวุธมีคมสามอย่างที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ความจริงแล้วเมื่อประกอบกับวัดนี้ และไปทางหลุมฝังศพ คล้ายคลึงกับค่ายกลพิฆาตสามคม และวัดนี้ก็สร้างมากกว่ายี่สิบปีแล้ว สนิมที่เกาะอยู่นี้ยังมีเพียงชั้นเดียว และอาวุธแหลมคมทั้งหมดยังไม่ได้สึกกร่อน แสดงให้เห็นว่าของพวกนี้เป็นอาวุธพิฆาตที่น่าจะเคยถูกฝังอยู่กับซากศพโบราณและสัมผัสกับพลังชั่วร้ายมาก่อน” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
ก็เหมือนกับอาวุธวิเศษที่ผ่านการเบิกเนตรต่อหน้ารูปเทพเจ้ามาแล้ว
แต่ให้ผลกลับกันเท่านั้น
ราชครูหลี่ผู้เฒ่ารู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัวทันทีที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉียว
เขาครุ่นคิดในหัวไม่หยุดว่า ตอนนั้นตนเองไปล่วงเกินใครเข้าจึงได้ก่อเรื่องใหญ่โตขนาดที่ทำให้ลูกหลานกว่าครึ่งต้องตกต่ำล้มตายไปแบบนี้!
เซี่ยเฉียวหยิบยันต์ออกมาแผ่นหนึ่งแล้วส่งให้เซี่ยผิงกั่ง
จากนั้นนางก็เอ่ย “รบกวนใต้เท้าเซี่ยเอามันออกมาเถอะ ข้าจะนำมันกลับไปด้วยเพื่อกำจัดพลังชั่วร้าย มิฉะนั้นของเช่นนี้จะเอาไว้ที่ใดก็ไม่ดีทั้งนั้น”
นางมีเรี่ยวแรงน้อยจึงไม่สามารถลงมือทำเองได้
เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง เขาหันกลับไปรื้อคานลงมาทันที
ด้วยการเคลื่อนไหวดังกล่าวเซี่ยเฉียวจึงได้กลิ่นเหม็นเน่าขึ้นมา
นางลูบจมูกของตนเอง แต่มองไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ อีกอย่างตอนนี้นางก็ไม่เห็นวิญญาณใดๆ ในวัดนี้…
กลิ่นมาจากไหน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว “หาสุนัขมาสักตัวดีไหม หากหาสุนัขที่ตัวดำปลอดมาได้จะดีที่สุด”
จมูกของนางไวกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็สู้สุนัขไม่ได้
จ้าวเสวียนจิ่งรีบสั่งให้โจวเว่ยจงขี่ม้าออกไปหามาทันที
แม้ว่าจะไม่มีหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียง แต่หากเขาขี่ม้าไป ก็จะพบเห็นผู้คนได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เขากลับมาพร้อมกับ…ลูกสุนัขตัวโตๆ อายุประมาณสี่หรือห้าเดือนในอ้อมอก
“ข้า…หาสุนัขสีดำตัวใหญ่ไม่เจอเลยจริงๆ มีสุนัขแบบนี้แค่ตัวเดียว แม้มันจะตัวเล็กไปหน่อย แต่ข้าคิดว่าปรมาจารย์โม่เพียงแค่อยากจะใช้เลือดของมันเท่านั้น ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะต่างอะไรเท่าไรนัก” โจวเว่ยจงเคอะเขินเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจออกมาทันที
สุนัขตัวน้อยออกจะน่ารักขนาดนั้น ใครบอกกันว่านางจะเอาเลือด!
นางแค่ชอบที่สุนัขสีดำปัดเป่าพลังชั่วร้ายได้เท่านั้น
เซี่ยเฉียวนำสุนัขสีดำตัวนั้นลงมาจากหลังม้า และอาจจะเป็นเพราะว่าโจวเว่ยจงขี่ม้าเร็วเกินไป สุนัขตัวนี้จึงถูกโยกโยนขึ้นลงจนสับสนมึนงงไปหมดแล้ว
มันดูน่าสงสารมากเป็นพิเศษ
เซี่ยเฉียววางมันลง แล้วหยิบเนื้อแห้งชิ้นหนึ่งออกมาจากตระกร้าไม้ไผ่
“ปรมาจารย์โม่ ทำไมตะกร้าไม้ไผ่ของท่านนี้อะไรๆ ก็มีไปหมดทุกอย่าง…” โจวเว่ยจงมองตะกร้าไม้ไผ่ใบนั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกคุ้นตาขึ้นมาทันที “เอ่อ…แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนก็ดูเหมือนจะมีตะกร้าแบบนี้เหมือนกันเปี๊ยบ…”
—————————————————
[1] ไหน้ำส้ม สื่อถึงอาการหึงหวง
tom110
อย่าสงสัยอะไรแล้วพูดออกมา 555
Yuki03
อย่าแฉแม่นางเซี่ยโว้ย55555