ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 497 ชะตาไร้ทรัพย์ / ตอนที่ 498 คนโดดเดี่ยวเดียวดาย
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 497 ชะตาไร้ทรัพย์ / ตอนที่ 498 คนโดดเดี่ยวเดียวดาย
ตอนที่ 497 ชะตาไร้ทรัพย์ / ตอนที่ 498 คนโดดเดี่ยวเดียวดาย
ตอนที่ 497 ชะตาไร้ทรัพย์
การข่มขู่เมื่อวานได้ผลดีมาก เขายังไม่ทันได้ลงมือทรมานเลย หวงซงก็สารภาพออกมาหมดเปลือกแล้ว
แม้ว่าบิดามารดาของเวินหลันเฉิงจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขามีกิจการครอบครัวค่อนข้างมาก
เขาเข้าเมืองหลวงเพื่อการสอบพร้อมกับเด็กรับใช้ แรกเริ่มพวกเขาก็พักอยู่ในตึกจอหงวนก่อน หลังจากที่ซื้อคฤหาสน์แล้วจึงได้ย้ายออกไป จากนั้นจึงได้ชวนหวงซงไปอยู่ด้วยกันที่นั่น
หวงซงคิดว่าพวกเขาทั้งสองมีหน้าตาเหมือนกัน และมีประสบการณ์ชีวิตที่น่าสงสารเหมือนกันด้วย แต่เวินหลันเฉิงกลับมีทรัพย์สมบัติและความสามารถมากมาย เขาจึงคร่ำครวญถึงความอยุติธรรมของสวรรค์ เมื่อเกิดความริษยาขึ้น เขาจึงได้จับมัดไว้ เดิมทีก็ต้องการที่จะฆ่าเขา แต่ในระหว่างนั้นก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้น เขาจึงรีบพาเวินหลันเฉิงหนีไปทันที ส่วนเด็กรับใช้กลับถูกไฟคลอกตาย
สาเหตุที่เขานำตัวเวินหันเฉิงหนีไปด้วย ก็เพราะเพลิงได้เผาไหม้ทรัพย์สมบัติอื่นๆ ทั้งหมด ถ้าหากเวินหลันเฉิงตายไปแล้ว ความเป็นไปได้ที่เขาจะปลอมเป็นเวินหลันเฉิงก็จะน้อยลงไปอีก ด้านเงินทองก็จะไม่มีอะไรแตกต่างจากก่อนหน้านี้!
เขาจึงนำตัวเวินหลันเฉิงไปมัดไว้ที่ร้านขายกระดาษ
ทุกวันเวินหลันเฉิงก็จะถูกบังคับให้เขียนบทกวีและแต่งเพลงก่อนจะนำไปขายที่ร้านหนังสือหรือหอโคมเขียว เขาจึงพอมีชื่อเสียงและหาเงินมาได้บ้าง
“ทูลฝ่าบาท ตอนนี้เวินหลันเฉิงได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว แต่เนื่องจากถูกขังอยู่นาน ร่างกายของเขาจึงไม่ค่อยดีเท่าไรนักก็เลยต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ศาลตัดสินคดี เมื่อถึงเวลาสอบฤดูใบไม้ผลิ เขาก็น่าที่จะเข้าร่วมสอบได้พ่ะย่ะค่ะ!” เซี่ยผิงกั่งทูล
ต้องบอกว่าหวงซงผู้นั้นซวยจริงๆ
ชะตาชีวิตของเขาไร้ทรัพย์สมบัติ
ตอนที่เขาคิดจะสวมรอยเป็นเวินหลันเฉิง คฤหาสน์ของเวินหลันเฉิงก็ถูกเพลิงไหม้จนข้าวของถูกทำลายไปหมด
ส่วนเวินหลันเฉิงก็ตกใจกลัวจนเริ่มป่วยไข้
แต่แม้ว่าคนที่มีความสามารถผู้นี้จะล้มป่วยลง แต่สิ่งที่เขาเขียนออกมาก็ยังดีกว่าคนทั่วไป
หวงซงใช้เงินส่วนใหญ่ที่หามาได้เพื่อซื้อยาให้เวินหลันเฉิงกินด้วยกลัวว่า หากเขาตายไปแล้วโถเงินของเขาก็จะหายไปด้วย
นอกจากนี้ การปลอมแปลงเป็นบัณฑิตผู้หนึ่งก็ไม่ง่ายเลย เขายังต้องซื้อกระดาษ หมึก แท่นฝนหมึก และหนังสือต่างๆ เสื้อผ้าที่ใส่ก็จะดูแย่นักไม่ได้ ดังนั้นแม้ว่าหวงซงจะขายบทกวีไปมากเท่าไร เขาก็ยัง…ยากจนมากอยู่เหมือนเดิม!
เมื่อฟังเซี่ยผิงกั่งพูดจนจบ พวกขุนนางใหญ่ก็มึนงงไปหมด
ผู้เข้าสอบที่ถูกจับกุมคนนั้น…เป็นตัวปลอม?!
ไม่ใช่รัชทายาทและเซี่ยผิงกั่งดูหมิ่นผู้เข้าสอบ แต่เป็น…ช่วยชีวิตเวินหลันเฉิงไว้?!
เป็นไปไม่ได้?
แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็โกหกกันได้ยาก เวินหลันเฉิงจะเข้าร่วมการสอบ…อีกไม่กี่วันเขาก็ต้องปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนแล้ว
ขุนนางใหญ่ผู้มีคุณธรรมทั้งหลาย เวลานี้ต่างก็อยากจะเป็นลม
แย่แล้ว
เมื่อกี้พวกเขาพูดว่าอะไรนะ บอกว่ารัชทายาทให้ท้ายเซี่ยผิงกั่ง ดูหมิ่นผู้เข้าสอบ ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดดีชั่ว แถมยังให้รัชทายาทพิจารณาตัวเองอีกด้วย?!
ปฏิกิริยาของทุกคนรวดเร็วยิ่ง พวกเขารีบรับผิดทันทีโดยไม่ต้องรอให้ฮ่องเต้กล่าวโทษ “กระหม่อมสมควรตาย!”
สายตาของฮ่องเต้เต็มไปด้วยอำนาจ เขามองพวกงี่เง่าน่าสมเพชที่อยู่ด้านล่างด้วยความรู้สึกรังเกียจยิ่งขึ้น
“พวกเจ้าเองก็รู้ว่ารัชทายาทเป็นรากฐานของบ้านเมือง เหตุใดจึงคิดที่จะสั่นคลอนรากฐานของบ้านเมืองอนู่ตลอดเวลา!? เรื่องผู้เข้าสอบนี้ พวกเจ้ายังไม่ทันได้ตรวจสอบให้แน่ชัดก็ถวายฎีกาขึ้นมาฉบับแล้วฉบับเล่า เพียงเพื่อให้รัชทายาทต้องอับอาย?! ข้าว่าพวกเจ้าล้วนคิดจะสั่นคลอนแผ่นดินเฉียนหยวนมากกว่า!”
ฮ่องเต้ทรงพิโรธ
ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างสีหน้าสลด ต่างก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
ฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยจริงๆ
ก่อนที่รัชทายาทจะมีอายุสิบสองพรรษา ขุนนางใหญ่ฝ่ายบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักไม่เคยมีความเห็นคัดค้านการกระทำใดๆ ของรัชทายาท ทั่วทั้งใต้หล้าต่างก็รู้สึกว่าเขาเลือกรัชทายาทได้ดีแล้ว
แต่เนื่องจากแขนของเจ้าชายได้รับบาดเจ็บ มันก็ไม่เคยเหมือนเดิม
พวกเขามองไม่เห็นความฉลาดเฉลียวของรัชทายาท ไม่สนใจว่ารัชทายาทจะมีคุณธรรมหรือไม่ พวกเขาสนใจแต่แขนที่มีปัญหาเล็กน้อยนั่น และไม่สนใจเรื่องอื่นใดอีก!
แต่แขนของลูกชายเขาก็แค่ไม่ค่อยจะสะดวกเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้พิการอะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาพิการก็เถอะ ถึงอย่างไรมันก็เกิดจากการที่เขาช่วยบิดาของเขา คนที่มีความกตัญญูเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับใต้หล้า ทำไมเขาจะเป็นรัชทายาทไม่ได้!
ตอนที่ 498 คนโดดเดี่ยวเดียวดาย
ฮ่องเต้โยนฎีกาลงบนพื้นท้องพระโรง
ท่าทางของพระองค์คงจะกริ้วไม่น้อย
จากนั้นฮ่องเต้ก็เริ่มกล่าวโทษแต่ละคน
ที่ปรับเงินเดือนก็ปรับเงินเดือน ที่ลดตำแหน่งก็ลดตำแหน่ง แน่นอนว่าเขาจะลงโทษรุนแรงเกินไปไม่ได้
เพียงแต่ อันที่จริงแล้วในเวลานี้ฮ่องเต้ทรงต้องการที่จะยกคนของรัชทายาทขึ้นมา
แต่หลังจากที่เขามองไปแล้วกลับเห็นคนของฝ่ายรัชทายาทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
รัชทายาทอะไรก็ดีไปหมด เสียแต่ไม่ชอบหาขุนนางมาเป็นพวก ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักที่จะออกหน้าเพื่อเขา นอกจากขุนนางเก่าแก่ที่รู้ใจเขาแล้วก็แทบจะไม่มีใครอื่นแล้ว
นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นในวังตะวันออก คนสนิทของรัชทายาทก็มีแค่องครักษ์ข้างกายไม่กี่คนเท่านั้น
เดิมทีองครักษ์พวกนั้นก็เป็นคนที่รัชทายาทคัดเลือกมาจากตระกูลใหญ่ ซึ่งควรจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แต่รัชทายาทเป็นคนทำอะไรตรงไปตรงมา องครักษ์ที่เขาคัดเลือกมาจึงเป็นเพียงคนที่อยู่ชายขอบในตระกูลเท่านั้น
ดังนั้นน้ำใจที่ส่งคนไปให้ใช้จึงได้ประโยชน์ไปโดยปริยาย
เมื่อบวกกับนิสัยที่ทนความถูกต้องไม่ได้แม้แต่น้อยของรัชทายาท…
หลายปีมานี้ เขาออกไปทำคดีข้างนอก ไม่รู้ว่ามีคดีใหญ่ที่น่าสยดสยองกี่คดีที่ได้รับการสะสาง และในขณะเดียวกันก็มีขุนนางใหญ่ที่ถูกโค่นล้มไม่รู้ตั้งเท่าไร
เวลานี้ขุนนางใหญ่เหล่านี้มองดูเขาด้วยความร้สึกว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย กลัวว่าตนเองจะมีจุดอ่อนอะไรให้รัชทายาทเล่นงานได้…
เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าที่จะกล้าใกล้ชิดกับเขา
เขายังไม่ทันที่จะได้เป็นฮ่องเต้ก็ต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยวเดียวดายเสียแล้ว…
ฮ่องเต้ทรงถอนหายใจ
เขาได้เกลี้ยกล่อมรัชทายาทหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากที่แขนของบุตรชายเขาได้รับบาดเจ็บ เขาไม่มีงานอดิเรกอื่นใดอีก และชอบสร้างความขุ่นเคืองให้คนอื่น หากเขาไม่ปล่อยไปจะให้ทำอย่างไรเล่า
ในใจฮ่องเต้ก็รู้สึกกังวลจนลนลาน ขณะที่กำลังรู้สึกกังวลใจอยู่นั้นก็หันไปเห็นเซี่ยผิงกั่ง
จากนั้นเขาก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่องรอยของความสุขเล็กๆ น้อยๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าชรา
หรือว่ารัชทายาทจะ…ตาสว่างแล้ว
นี่ไม่ใช่คนสนิทหรอกหรือ ทั้งยังเป็นคนที่รัชทายาทปลูกฝังมาเองกับมือด้วย…
ดังนั้น ฮ่องเต้จึงมองเซี่ยผิงกั่งอย่างใจดีราวกับกำลังมองดูลูกสะใภ้ของตนเอง และกำลังพิจารณาว่าจะสามารถเลื่อนตำแหน่งให้เด็กคนนี้สูงขึ้นได้อีกหรือไม่
แต่เขาเองก็รู้ถึงสถานการณ์คดีใหญ่ของตระกูลโจวดี เรียกได้ว่าเซี่ยผิงกั่งเพิ่งจะได้รับตำแหน่งทางการนี้ไป หากเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ก็คงไม่เหมาะ…
ฮ่องเต้รู้สึกเสียดาย
ในเมื่อไม่สามารถที่จะเลื่อนตำแหน่งให้ได้ก็ให้อย่างอื่นแทน จะต้องทำให้คนอื่นรู้ว่า หากติดตามรัชทายาทก็เท่ากับได้ใจฮ่องเต้ด้วย มีผลประโยชน์มากมาย
ตบรางวัล ตบรางวัล ตบรางวัล!
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้พูดอะไรมากมาย เขาแค่อธิบายคดีของหวงซงเท่านั้น แต่ตอนที่เขาออกมาจากวัง…เบื้องหลังเขากลับมีขันทีไม้น้อยยกของรางวัลที่เขาได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้กลับตระกูลเซี่ย
ข่าวแพร่ไปไวมาก
ที่สำนักศึกษามีคนมากมายที่รู้ว่าเซี่ยผิงกั่งได้รับพระราชทานรางวัล
ตอนนี้ความนิยมของเซี่ยเฉียวนั้นดีมาก ดังนั้นทันทีที่รางวัลพระราชทานมาถึง ก็ไม่นานนักคำแสดงความยินดีของเพื่อนร่วมชั้นก็มาถึงเช่นกัน
ยังมีคนที่คอยดูสถานการณ์อยู่ ซึ่งต่างก็นั่งไม่ติดแล้วในเวลานี้
ในเมื่อคบหาเป็นเพื่อนกับคนคนนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะล่วงเกินเขา ดูสิว่ามีคนมากมายขนาดไหนที่ส่งของขวัญไปให้เขา ถ้าหากพวกเขาไม่รู้จักไปมาหาสู่กันไว้ก่อน ต่อไปหากมีจุดอ่อนใดๆ ตกไปอยู่ในมือของเซี่ยผิงกั่ง นั่นไม่ใช่ทางตายหรอกหรือ!
ด้วยเหตุนี้ วันถัดมาเซี่ยเฉียวจึงได้รับของขวัญจนมือไม้อ่อนไปหมด
นางไม่มีเวลาไปเข้าเรียนแล้ว
พ่อบ้านก็แทบจะบ้าแล้ว
“คุณหนูใหญ่ ในที่สุดคลังเก็บของในบ้านเราก็มีของบ้างแล้ว!” พ่อบ้านน้ำตาซึม “ไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยจริง!”
“…” เซี่ยเฉียหัวเราะแห้งออกมาทันที
มันน่าอนาถขนาดนั้นเลยหรือ
“ของพวกนี้ข้าลงรายการไว้หมดแล้ว ตอนนี้พวกเราได้รับของขวัญมามากขนาดนี้ แต่ต่อไปก็ยังต้องให้คืนไปอยู่ดี เฮ้อ…” พ่อบ้านถอนหายใจ หากมีแต่เข้าไม่มีออกก็จะยิ่งดีกว่านี้อีก
โชคดีที่ ไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะได้ของรางวัลพระราชทานเหมือนคุณชายใหญ่ของเขา เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อื่นก็ยังสามารถส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ได้
ท้ายที่สุดแล้วก็ถือว่าครอบครัวของพวกเขายังได้กำไรอยู่ดี
Yuki03
ดวงพิฆาตอะไรรนี่มันดาวนำโชคของครอบครัวแล้ววว