ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 999 ลินดาตั้งครรภ์
ตอนที่ 999 ลินดาตั้งครรภ์
………………..
ตอนที่ 999 ลินดาตั้งครรภ์
เสี่ยวเย่จือเรียนรู้ที่จะเดินได้แล้ว หล่อนสวมเสื้อขนเป็ดสีแดงสวยงามทันสมัย ผมถักเปียเล็กๆ สวมรองเท้าบู๊ทหนังประดับเพชรเม็ดเล็กๆ โดยมีพ่อแม่จูงมือพาเดินเข้ามา ทันทีที่เข้าประตูมาก็ส่งเสียงเรียกคุณย่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เด็กยังเล็กอยู่ เสียงไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่คุณแม่เซี่ยรู้ว่าเรียกนาง เมื่อเห็นเสี่ยวเย่จือ หัวใจของหญิงชราก็ละลายไปหมด
นางเดินเข้าไปต้อนรับโดยใช้ไม้เท้าช่วยพยุง
หู่จือเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่สวยงามราวกับตุ๊กตาฝรั่ง เขาก็วิ่งเข้าไปหา อยากจะจับมือน้อยๆ ของหล่อน
เขาอยากจะเรียกสาวน้อยผู้น่ารักคนนี้ว่าน้องสาวสักครั้ง
น่าเสียดายที่หล่อนเป็นผู้อาวุโสกว่าเขา
เขาต้องเรียกหล่อนว่าน้าเล็กเสี่ยวเย่จือ
หู่จือรู้สึกลำบากใจมาก ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าจะทักทายเย่จืออย่างไรดี
เซี่ยอวี่เห็นหู่จือยืนมองลูกสาวของตัวเองอยู่ตรงนั้นแต่ไม่กล้าขยับ จึงพูดเสียงนุ่มนวลว่า “หู่จือ อยากจูงมือเย่จือใช่ไหม? มาสิ จูงมือได้เลย”
เย่ไป๋จำใจต้องยื่นมืออีกข้างของลูกสาวแก่เสี่ยวหู่ “พวกเธอเดินช้าๆ หน่อยนะ เสี่ยวเย่จือยังเล็ก เดินไม่ค่อยมั่นคง อย่าให้น้องล้มล่ะ”
สองหนุ่มน้อยตระกูลเฉินปกติชอบวิ่งชนโน่นชนนี่ แต่ต่อหน้าสาวน้อยสุดน่ารัก พวกเขากลับสุภาพและระมัดระวังมาก
ก้าวเท้าเล็กๆ กลัวว่าจะทำให้เสี่ยวเย่จือล้ม
เซี่ยไห่กับลินดาเข้ามา เซี่ยไห่วางใบตรวจครรภ์ลงบนโต๊ะอย่างไว้ท่า แล้วมองหญิงชราด้วยสายตาภาคภูมิใจราวกับกำลังรอรับคำชม
คุณแม่เซี่ยตาฝ้าฟางมองไม่เห็น ไม่สามารถอ่านตัวอักษรบนนั้นได้อย่างชัดเจนเลย
“นี่มันอะไรกัน?”
นางถามเซี่ยไห่
เซี่ยไห่ภูมิใจ “คุณลองดูให้ดีๆ สิครับ”
เซี่ยอวี่ที่กำลังเล่นกับเด็กน้อยอยู่ข้างๆ หยิบใบตรวจสอบบนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว
“ตั้งครรภ์แล้วเหรอ?” หล่อนจ้องมองหลายครั้ง แล้วถามลินดาด้วยความยินดี
เมื่อได้ยินคำพูดของลินดา ทุกคนในห้องต่างเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
สามเดือนแล้วเหรอ?
ทำไมไม่เคยได้ยินพวกเขาพูดถึงเรื่องนี้เลย?
เซี่ยอวี่ทำเสียงจุ๊ปากสองครั้ง “โอ้พระเจ้า เธอเพิ่งรู้เหรอ? หรือว่าปิดบังมาตลอด?”
“ปิดบังไว้” ลินดาตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
ถ้าบอกครอบครัวเร็วกว่านี้ หญิงชราคงไม่ให้หล่อนออกไปทำงาน คงให้หล่อนอยู่ดูแลครรภ์ที่บ้านแน่นอน
หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
“น่าทึ่งจริงๆ ที่อุตส่าห์ปิดบังมานานขนาดนี้”
“ลินดาท้องจริงหรือ?” คุณแม่เซี่ยถามด้วยท่าทางตื่นเต้น มองดูเซี่ยไห่แล้วหันไปมองลินดา ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ
“ใช่ ท้องแล้วครับ” เซี่ยไห่ตอบพร้อมรอยยิ้ม “แม่ ตอนนี้ดีใจแล้วใช่ไหม? คงไม่ต้องกังวลอีกแล้วนะ?”
คุณแม่เซี่ยไม่เพียงแค่ดีใจ แต่ยังรู้สึกซาบซึ้งใจมาก
ในที่สุดเซี่ยไห่ก็มีลูกเป็นของตัวเองแล้ว เขามีทายาทแล้ว
หญิงชราดีใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงกับหมุนตัวอยู่กับที่
เมื่อนางสงบลงแล้วก็มองไปที่ลินดา พูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ลินดา เธอต้องกลับบ้านมาพักดูแลท้องให้ดีๆ นะ ไม่ต้องออกไปทำงานแล้ว ต้องระวังตัวให้มากๆ ย้ายมาอยู่ที่นี่เถอะ ฉันกับพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอจะช่วยกันดูแลเธอเอง”
ลินดาไม่พูดอะไร เซี่ยไห่รีบเอ่ยปากก่อน “แม่ครับ เรื่องนี้แม่ไม่ต้องกังวลหรอก ผมจ้างพี่เลี้ยงไว้แล้ว หล่อนจะดูแลลินดาเป็นอย่างดี พวกเราไม่ย้ายมาอยู่ที่นี่หรอกครับ”
ไม่มีทางที่ลินดาจะย้ายกลับมาให้พี่สะใภ้ดูแลตอนท้องได้หรอก?
มันไม่ควรเป็นแบบนั้นเลย
พวกเขาก็ใช่ว่าจะจ้างพี่เลี้ยงไม่ได้นี่
ทำไมต้องไปรบกวนพี่สะใภ้ด้วย?
เซี่ยไห่ตอบว่า “ผมจ้างพี่เลี้ยงมืออาชีพที่มีชื่อเสียงด้วยค่าจ้างสูง พวกเขายังเรียนเรื่องการจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาด้วย มีความเป็นมืออาชีพมากๆ คุณวางใจได้เลย แค่รอคอยอย่างใจเย็นเพื่อที่จะได้อุ้มหลานในปีหน้าก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องกังวล”
เซี่ยอวี่และหลินเซี่ยรวมทั้งคนอื่นๆ ก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเซี่ยไห่
มีเงินแล้วจะหาพี่เลี้ยงแบบไหนไม่ได้กัน? ไม่จำเป็นต้องให้มาอยู่ที่บ้านเพื่อให้ครอบครัวดูแลหรอก
ประเด็นสำคัญคือหญิงชราเองก็อายุมากแล้ว ยังต้องการคนดูแลเลย
หลิวกุ้ยอิงเป็นพี่สะใภ้ของลินดา ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ หรือแม่แท้ๆ ถึงแม้หล่อนจะไม่บ่นเลยและเต็มใจดูแลลินดา แต่ตัวลินดาเองก็คงรู้สึกเกรงใจ
ที่สำคัญคือหลิวกุ้ยอิงยังต้องเลี้ยงเสี่ยวหู่ไปด้วย
เด็กคนนี้ติดย่าของเขาแล้ว ตอนนี้ใครพาไปก็ไม่ได้ผล
รอถึงปีหน้าเมื่อเด็กเข้าโรงเรียนอนุบาล หลิวกุ้ยอิงถึงจะมีเวลาว่าง
คุณแม่เซี่ยเห็นว่าทุกคนไม่พูดอะไร จึงได้แต่พยักหน้า “ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ตามที่พวกเธอว่า หากย้ายมาอยู่ที่บ้าน พวกเราก็ดูแลไม่ค่อยเต็มที่จริงๆ”
เซี่ยเหลยพูดกับลินดาว่า “น้องสะใภ้ ต่อไปนี้อยากกินอะไรก็โทรหาพวกเราได้เลย พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอะไรที่จะเป็นการรบกวนหรอก เธอก็เห็นว่าพวกพี่เป็นพ่อครัวแม่ครัว พวกเราสองคนทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น เธออยากกินอาหารอะไรก็บอกพวกเราได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ แค่เธอเอ่ยปาก พวกเราก็จะทำเสร็จแล้วส่งไปให้เธอทันที”
ลินดาฟังคำพูดของเซี่ยเหลยแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง หล่อนพยักหน้า “ขอบคุณพี่ใหญ่ค่ะ”
หลินเซี่ยก็พูดว่า “อาสะใภ้รอง ถ้างานของคุณมีอะไรที่ต้องวุ่นวาย ก็บอกฉันได้นะคะ ฉันจะช่วยวิ่งเต้นให้เอง ไม่มีปัญหาแน่นอน”
ลินดายิ้มและพูดว่า “ดีจ้ะ คราวหน้าถ้ามีประชุมที่ต้องไป เธอไปแทนฉันทีนะ”
“ไม่มีปัญหา”
มีคนในครอบครัวให้พึ่งพาได้อย่างเต็มที่ทั้งในด้านการใช้ชีวิตและการทำงานแบบนี้ ลินดาจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าการตั้งครรภ์จะทำให้จังหวะชีวิตปกติของหล่อนสับสนวุ่นวาย
ครอบครัวของเซี่ยไห่ช่างอบอุ่นและมีความสามารถมาก พวกเขาช่วยเหลือได้ในทุกๆ ด้าน
ลินดารู้สึกปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยม
ทั้งตระกูลเฉินและตระกูลเซี่ยต่างจมดิ่งอยู่ในความสุขของการต้อนรับชีวิตใหม่
หู่จือและเสี่ยวหู่ได้รับเงินอั่งเปาเป็นจำนวนมากทุกปีในช่วงเทศกาลปีใหม่
จนถึงตอนนี้ หลินเซี่ยและเฉินเจียเหอไม่เคยจัดการเงินอั่งเปาของเสี่ยวหู่เลย โดยให้หู่จือเป็นผู้เก็บรักษาเงินให้พี่น้องทั้งสอง
หลินเซี่ยบอกว่าหลังเทศกาลปีใหม่ เธออยากพาเด็กๆ ไปเที่ยวประเทศ M
เจียงอวี่เฟยได้เข้าร่วมการประกวดนางแบบระดับนานาชาติที่นั่นตามที่หล่อนปรารถนา หล่อนต้องการความช่วยเหลือจากภายนอกโทรศัพท์ทางไกลข้ามทวีปมาขอให้หลินเซี่ยไปอยู่เป็นเพื่อนหล่อนที่ประเทศ M ในช่วงที่เธอแข่งขัน เพื่อช่วยเลือกเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผมให้
หลังจากที่หลินเซี่ยได้รับโทรศัพท์จากเจียงอวี่เฟย เธอก็เริ่มเตรียมทำหนังสือเดินทาง
ถ้าเป็นไปได้ เธออยากพาลูกๆ ไปด้วย เพื่อให้พวกเขาได้ออกไปเห็นโลกที่แตกต่าง
หู่จือเริ่มวางแผนที่จะเก็บเงินอั่งเปาของพี่น้องทั้งสองคนไว้ทั้งหมดเพื่อใช้ตอนที่แม่พาพวกเขาไปต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อเสี่ยวหู่บอกว่าอยากให้พี่ชายซื้อรถของเล่นให้ หู่จือก็ปฏิเสธ
เมื่อเห็นหูวางแผนและคำนวณอย่างรอบคอบเช่นนี้ เซี่ยไห่ก็หัวเราะพูดว่า “ไอ้หนูนี่เก่งเรื่องการเงินจริงๆ”
หลินเซี่ยพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนสิคะ ดูสิว่าเป็นลูกใคร ฉันสั่งสอนมาเองกับมือ จะไม่เก่งเรื่องการเงินได้ยังไง?”
“ใช่ๆๆ หลานสาวของฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินนี่นา”
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเซี่ยไม่ยอมกลับมา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวในเซี่ยงไฮ้ และตอนนั้นเขาก็คงจะยอมแพ้ไปแล้ว
โชคดีที่เขาไม่ได้ยอมแพ้
ก็เพราะเขาไม่ได้ยอมแพ้นี่แหละ ถึงได้ตามหลานสาวไปทำกำไรในตลาดหุ้นจนเต็มกระเป๋า
จนถึงตอนนี้เซี่ยไห่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลานสาวของเขาถึงได้มั่นใจนักว่าการซื้อหุ้นจะต้องทำกำไรได้แน่ๆ
และยังต้องเป็นหุ้นในตลาดเซินเจิ้นที่เธอระบุเท่านั้นด้วย
เธอเกือบจะเอาเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในมือลงทุนไปหมด
ยังไปยืมเงินคนอื่นมาอีก
แถมเธอยังโน้มน้าวให้เขาซื้อด้วยกันอีกด้วย
แม้ว่าปากของเขาจะพูดว่าหลินเซี่ยบ้าไปแล้ว แต่เพราะมีกรณีที่ประสบความสำเร็จมาก่อน ดังนั้นในจิตใต้สำนึกเขาก็ยังเชื่อหลินเซี่ยอยู่
ในขณะที่สงสัย ก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากลงทุนตามเธอไปด้วยเป็นเงินก้อนหนึ่ง
หุ้นที่พวกเขาซื้อนั้นราวกับมีปีกงอกออกมา ดัชนีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกมาตลอดว่าหลานสาวของเขาเป็นคนที่มีความพิเศษมาก
เธอดูเหมือนจะมีความสามารถในการทำนายอนาคต
ความจริงแล้ว เธอก็พูดเช่นนั้นด้วยตัวเอง
เรื่องที่ทั้งสองคนทำเงินได้จากตลาดหุ้นนั้น พวกเขาไม่ได้ประกาศอย่างเปิดเผย แต่เก็บเงินก้อนนี้ไว้อย่างเงียบๆ และนำไปลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ในสายตาของเซี่ยไห่ หลินเซี่ยคือเทพเจ้าแห่งการบริหารการเงิน
เนื่องจากหลินเซี่ยบอกว่าจะพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาที่ต่างประเทศ และไปเยี่ยมอาสามกับน้าอวี่เฟยของพวกเขา หู่จือจึงตั้งตารอเป็นอย่างมาก เขานับปฏิทินทุกสองสามวันด้วยความตื่นเต้น รอคอยการมาถึงของฤดูร้อน
เซี่ยอวี่บอกว่าไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศมานานแล้ว จึงวางแผนจะไปกับหลินเซี่ยด้วย
พอถึงฤดูร้อน ท้องของลินดาก็โตขึ้นมาก ไม่สะดวกที่จะเดินทางไกล เซี่ยอวี่จึงวางแผนจะไปประเทศ M เพื่อดูการแข่งขันซูเปอร์โมเดลที่เจียงอวี่เฟยเข้าร่วม และให้กำลังใจหล่อน
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เก็บเรื่องท้องไว้เงียบมากครอบครัวนี้ มาประกาศอีกทีก็ตอนสามเดือนให้หลังแล้ว
ชีวิตในต่างประเทศจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..
puddingMT
แม่ของแม่ คือ ยาย
ไม่ใช่ ย่า นะคะ
ลูกสาวของเซี่ยอวี่ จึงต้องเรียกคุณแม่เซี่ย ว่า คุณยาย
ลูกชายของนางเอก ก็ต้องเรียก หลิวกุ้ยอิง ว่า คุณยาย