ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 991 หยางหงเสียเปลี่ยนไป
ตอนที่ 991 หยางหงเสียเปลี่ยนไป
………………..
ตอนที่ 991 หยางหงเสียเปลี่ยนไป
หลังจากพายุรักสงบลง หยางหงเสียก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฉินเจียซิ่ง และเริ่มคุยเรื่องงานกับเขา “เจียซิ่ง วันนี้พี่สะใภ้บอกว่าต่อไปจะให้ฉันทำงานที่ร้านเช่าชุดแต่งงาน คุณเองก็ทำงานที่ร้านเช่าชุดแต่งงานเหมือนกัน ถ้าเราสองคนอยู่ที่นั่นด้วยกัน มันจะเหมาะสมไหม?”
“ฉันรู้สึกว่าพี่สะใภ้ดูเหมือนจะไม่อยากให้เราทั้งคู่ทำงานที่ร้านเช่าชุดแต่งงาน หล่อนให้ฉันคุยกับคุณเรื่องนี้ คุณคิดยังไงบ้าง? ช่วงนี้คุณไม่ได้มีปัญหากับพี่สะใภ้ใช่ไหม?”
หยางหงเสียเงยหน้าขึ้นมองเขาและถาม
วันนี้ท่าทีของหลินเซี่ยทำให้หล่อนรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
เฉินเจียซิ่งกำลังกังวลว่าจะหาเหตุผลที่เหมาะสมมาพูดเรื่องนี้กับหยางหงเสียไม่ได้
ไม่คิดว่าหล่อนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
โดยเฉพาะคำพูดของหล่อนในตอนหลัง ที่ให้แนวทางแก้ปัญหาแก่เขาโดยตรง
เขารีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
“ใช่ๆๆ ที่รัก คุณคิดเหมือนกับผมเลย ฉันก็รู้สึกว่าต่อไปถ้าพวกเราสองคนอยู่ที่ร้านเช่าชุดแต่งงานด้วยกันมันคงไม่เหมาะ พี่สะใภ้ใหญ่น่าจะไม่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ถึงยังไงมันก็เป็นร้านที่หล่อนเปิด ถ้าพวกเราทำงานด้วยกันที่นั่น อำนาจก็จะกระจุกตัวมากเกินไป ในอนาคตก็คงจัดการลำบาก อีกอย่างระหว่างคนในครอบครัวบางครั้งก็ไม่สามารถทำตามกฎระเบียบได้ ตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาควบคุม ผมก็กังวลว่าต่อไปปัญหาเรื่องงานอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับพี่สะใภ้ใหญ่”
“แล้วคุณจะให้ทำยังไงล่ะ?” หยางหงเสียมองเฉินเจียซิ่งด้วยสีหน้ากังวล
“หงเสีย ที่จริงผมคิดวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว” เฉินเจียซิ่งเม้มริมฝีปากด้วยความประหม่า มองหยางหงเสียแล้วเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “ถ้าผมพูดออกไปแล้ว คุณจะไม่โกรธใช่ไหม?”
หยางหงเสียเห็นสีหน้าละอายใจของเฉินเจียซิ่ง หล่อนก็หรี่ตาถาม “คุณคงไม่ได้คิดจะลาออก และบอกพี่สะใภ้ใหญ่ไปแล้วใช่ไหม?”
ก่อนหน้านี้เฉินเจียซิ่งเคยบอกว่าอยากออกไปหางานข้างนอก แต่หล่อนก็ยับยั้งเอาไว้ตลอด
ตอนที่หล่อนไม่อยู่ ใครจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรแปลกๆ อีก?
ถึงตอนนี้ เฉินเจียซิ่งได้แต่พยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ครับ”
เขามองหยางหงเสียที่ทำหน้าบึ้งตึงแล้วอธิบายอย่างจริงจัง “คุณวางใจได้ มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพี่สะใภ้เลย ผมเพิ่งขอลาออก หล่อนก็ให้พนักงานใหม่เข้ามาทำงานทันที พวกเราส่งมอบงานกันอย่างเป็นมิตรและราบรื่นมาก”
“ผมกลัวว่าคุณที่อยู่เซี่ยงไฮ้จะกังวล เลยไม่ได้บอกเรื่องนี้”
หยางหงเสียผลักเขาออก แต่เฉินเจียซิ่งใช้แรงมหาศาลดึงหล่อนกลับเข้ามาในอ้อมกอด “หงเสีย อย่าเพิ่งโกรธนะ ผมมีงานใหม่แล้ว”
เฉินเจียซิ่งมองหล่อน ยังคงระมัดระวังอย่างมาก กลัวว่าหล่อนจะโกรธและเตะเขาลงจากเตียง “ผมได้เช่าร้านถ่ายรูปมาหนึ่งร้าน ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูปแล้ว ถือว่าผมได้เริ่มธุรกิจของตัวเองแล้ว ผมจะบริหารจัดการให้ดีที่สุด”
“เช่าร้านถ่ายรูปมาหรือ?” หยางหงเสียได้ยินแล้วตกใจมาก ผลักเฉินเจียซิ่งออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มเลื่อนลงเผยให้เห็นผิวขาวเนียนของหล่อน
หล่อนรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดส่วนสำคัญของร่างกาย “คุณเอาเงินมาจากไหน? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉัน? ในใจคุณมีฉันอยู่บ้างหรือเปล่า?”
“หงเสีย อย่าโกรธนะ อย่าโกรธเลย ฟังผมอธิบายก่อน”
เฉินเจียซิ่งมองหยางหงเสียที่กำลังโมโห เขาก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน กอดหล่อนแน่นเข้าสู่อ้อมกอด ลูบหลังหล่อนเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่มนวล “อย่าโกรธนะ ฟังผมก่อน”
“แม่เป็นคนสนับสนุนผม หล่อนเป็นคนจ่ายเงินให้ฉันซื้อร้านนั้น” เฉินเจียซิ่งอ้างถึงโจวลี่หรงในช่วงเวลาสำคัญ เขาพูดอย่างจริงจัง “แม่ก็สนับสนุนผมในการเริ่มธุรกิจมาก หล่อนคิดว่าร้านถ่ายรูปนั้นอยู่ในทำเลดี มีลูกค้าประจำ ถ้าทำงานหนักต่อไป อนาคตเมื่อทำเงินได้ก็สามารถขยายกิจการได้ มีแนวโน้มที่ดีทีเดียว”
เมื่อได้ยินเฉินเจียซิ่งพูดว่าร้านนั้นเป็นร้านที่โจวลี่หรงเป็นคนตัดสินใจซื้อ หยางหงเสียที่เดิมทีตกใจและโกรธก็รู้สึกสงบลงในทันที
หล่อนกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย มองเข้าไปในดวงตาของเฉินเจียซิ่งอย่างสำรวจ “คุณไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม? จริงๆ แล้วแม่สนับสนุนคุณจริงๆ หรือ?”
เฉินเจียซิ่งฉวยโอกาสพูดว่า “เงินนี้ถือว่าแม่ให้ผมยืม ต่อไปเมื่อทำเงินได้ฉันจะคืนให้หล่อน”
“เพื่อไม่ให้คนอื่นมีความเห็นต่างๆ นานา เรื่องนี้เลยต้องปิดเป็นความลับ ห้ามให้คนในบ้านรู้ว่าแม่ให้เงินผมจำนวนมากในการเปิดร้าน”
“พวกเรามีกันอยู่สามพี่น้อง ถ้าพี่ใหญ่กับน้องสามไม่เห็นด้วย แม่ที่เป็นคนกลางจะทำตัวลำบาก”
หยางหงเสียเริ่มเชื่อว่าร้านนี้เป็นของจ้าวลี่หรง หล่อนจึงถามว่า
“ถ้าคุณเปิดร้านถ่ายรูป แล้วงานวางแผนตลาดล่ะจะทำยังไง?”
พอหยางหงเสียถามออกไป ดวงตาของหล่อนก็หรี่ลง มองไปที่เฉินเจียซิ่งแล้วถาม “คุณคงไม่ได้ลาออกใช่ไหม?”
เฉินเจียซิ่งยิ้มอย่างมีพิรุธ “ภรรยา ผมไม่มีทางเลือกหรอก ทำงานอย่างเดียวต้องมุ่งมั่น ถ้าทำงานสองที่จะไม่สามารถดูแลได้ทั้งสองฝั่ง ก็จะทำได้ไม่ดี”
“จากนี้ไปผมจะมุ่งมั่นทำงานที่ร้านถ่ายรูป ใช้ทักษะที่เรียนมาให้ผู้คนได้ภาพที่สวยที่สุด ผมคิดว่างานนี้ช่วยบำบัดจิตใจคนได้ดี พอดูรอยยิ้มของลูกค้าเมื่อถ่ายรูป ก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นด้วย”
“คุณมั่นใจไหมว่าจะทำได้ดี?” หยางหงเสียรู้สึกผิดหวังกับเฉินเจียซิ่งมาก โดยเฉพาะเรื่องงาน
ไม่มีความสามารถยังไม่พอ ยังมีนิสัยชอบลาออกด้วย
“ครั้งที่แล้วคุณก็เคยพูดแบบนี้”
เฉินเจียซิ่ง “……..”
“ครั้งนี้เป็นเรื่องจริง”
หยางหงเสียผลักเขาออกห่าง หันหลังให้เขา และพูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “ตอนนี้ฉันไม่เชื่อคุณเลยสักคำ คุณไม่เคยมีความน่าเชื่อถือเลย”
หยางหงเสียรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เรื่องสำคัญขนาดนี้ เฉินเจียซิ่งกลับปิดบังหล่อน จนกระทั่งหล่อนกลับมา
“ภรรยา อย่าโกรธเลย เชื่อผมอีกครั้ง แม่ยังเชื่อผมเลยนะ เป็นหล่อนเองที่เสนอให้ผมเปิดร้านนี้ แสดงว่าหล่อนมั่นใจในความสามารถของผม คุณในฐานะภรรยาควรสนับสนุนและให้กำลังใจผมด้วยสิ”
เฉินเจียซิ่งพูดจนเหนื่อย แต่หยางหงเสียก็ยังโมโห ไม่คิดจะหันกลับมา
เช้าวันถัดมา เฉินเจียซิ่งยืนยันจะพาหยางหงเสียไปดูร้านถ่ายรูป
หยางหงเสียไม่พูดคุยกับเขาเลยตลอดทั้งคืน แต่เช้าก็ถูกเขาโน้มน้าวให้ไปด้วยกัน
หล่อนอยากเห็นว่าเขาจะทำอะไรต่อไป
เป็นนักเรียนหญิงมัธยมต้นสองคนมัดผมหางม้า แต่ดูยุ่งเหยิงเพราะมีผมสั้นใหม่งอกออกมาเยอะ
เฉินเจียซิ่งให้หยางหงเสียช่วยจัดทรงผมให้พวกหล่อน จากนั้นเริ่มถ่ายรูป
เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล ช่วยให้สาวน้อยนั่งตัวตรงและมองไปข้างหน้า ก่อนจะถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็วและมืออาชีพ
“เสร็จแล้ว กลับไปได้เลย ผ่านไปห้าวันค่อยมารับนะ”
หยางหงเสียยืนดูเฉินเจียซิ่งพูดคุยกับลูกค้าอย่างใจดี
ต้องบอกว่าหล่อนไม่ค่อยได้เห็นเขาทำงานด้วยความมีระเบียบแบบนี้
เขาอ่อนโยนและมีความอดทนมาก
ก่อนหน้านี้เมื่อพวกเขาทำงานที่ฝ่ายจัดการการตลาด เฉินเจียซิ่งจะอารมณ์เสียทุกวัน เริ่มแรกเขาก็ไม่ใส่ใจในงานนั้น แต่หลังจากที่เขาสร้างความสัมพันธ์ได้ดี ก็เริ่มปล่อยตัว
ตอนนี้เห็นเขาเป็นคนที่อ่อนโยนแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีมาก
หยางหงเสียอัดอั้นตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ หล่อนรู้สึกผิดหวังอย่างที่สุดกับเฉินเจียซิ่ง
แม้ว่าเฉินเจียซิ่งจะอ้างถึงแม่สามี หล่อนก็ยังคงไม่พอใจอยู่ดี
ตอนนี้เฉินเจียซิ่งถ่ายรูปให้ลูกค้าเสร็จแล้ว จากนั้นก็มีคนเข้ามารับรูปถ่าย
เฉินเจียซิ่งหยิบรูปถ่ายของลูกค้าส่งให้ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เป็นยังไงบ้างครับ? พอใจไหม?”
หญิงวัยกลางคนตรวจดูรูปถ่ายแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “ดีมากค่ะ ขอฟิล์มด้วยนะคะ เผื่อภายหลังฉันอยากล้างรูปเพิ่ม”
“ได้ครับ ถ้าอยากล้างรูป มาที่ร้านผมได้เลยนะครับ”
เฉินเจียซิ่งใส่ฟิล์มลงในซองพร้อมกับรูปถ่ายให้ลูกค้า หลังจากลูกค้าจ่ายเงินแล้วก็จากไป
หยางหงเสียนั่งอยู่ข้างๆ มองเฉินเจียซิ่งต้อนรับลูกค้าหลายคน อารมณ์ของหล่อนก็ค่อยๆ สงบลง
แม้เฉินเจียซิ่งจะลาออก แต่เขาก็ไม่ได้ทำตัวไร้ประโยชน์ อย่างน้อยเขาก็มีงานทำ
หล่อนไม่ควรคาดหวังและเรียกร้องเขามากนัก ขอแค่เขาทำงานหาเงินได้ก็พอ
“หงเสีย คุณดูสิว่าร้านนี้ดีไหม?” เขาจับมือหล่อนไว้ และพยายามทำให้หล่อนสบายใจ “อย่าโกรธเลยนะ ผมรู้ว่าผมไม่ควรตัดสินใจเองโดยไม่บอกคุณ ผมไม่กล้าพูดทางโทรศัพท์ เพราะรู้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วย เรื่องนี้มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน คุณดูนี่สิ ผนังใหม่ที่ผมทาสี ผมแค่รอให้คุณกลับมาเพื่อให้คุณเห็นร้านถ่ายรูปใหม่ ผมจะดูแลให้ดี ผมสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ คุณเชื่อผมได้ไหม?”
หยางหงเสียมองเขาด้วยสีหน้าไม่แยแส น้ำเสียงเย็นชา “เรื่องของคุณฉันจะไม่ยุ่งอีกแล้ว ถ้าคุณอยากทำดีก็ดีไป แต่ถ้าอีกหน่อยปิดร้านแล้วก็ไม่เป็นไร ฉันมีงานและความฝันของตัวเอง ฉันไม่ต้องการให้คุณเลี้ยง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่สามารถเลี้ยงคุณได้ คนเราจะต้องเป็นอิสระทางการเงิน หากคุณใช้ชีวิตอย่างไร้สาระ ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน ฉันก็แค่ตัดคุณออกจากชีวิตของฉันอย่างเด็ดขาดเท่านั้นเอง”
ก่อนหน้านี้หยางหงเสียเคยพูดว่าจะให้เฉินเจียซิ่งทำงานให้มั่นคง หาเงินสองคนมาร่วมกันดูแลครอบครัว
แต่ตอนนี้หล่อนไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว
เฉินเจียซิ่งในฐานะผู้ชายและสามีของเธอไม่ควรให้หล่อนต้องคอยบอกคอยสั่งตลอด เขาควรมีความรับผิดชอบและความตระหนักขั้นพื้นฐาน
หล่อนแค่ดูแลตัวเองให้ดี
พร้อมกันนั้นหล่อนจะแสดงจุดยืนของตัวเอง
หล่อนไม่ใช่คนที่จะอยู่ไม่ได้หากไม่มีเขา
ถ้าเขาไม่อยากร่วมทางกับหล่อน หล่อนก็ไม่มีปัญหาหากต้องแยกทาง
“หงเสีย ผมจะทำงานให้ดี”
เฉินเจียซิ่งเมื่อเห็นหยางหงเสียเปลี่ยนไป ก็รู้สึกตกใจวูบ
หยางหงเสียเปลี่ยนไปแล้ว
ความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวหล่อน เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน หล่อนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านความคิดแล้ว
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คราวนี้ห้ามทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายเลยนะเจียซิ่ง หงเสียคราวนี้ดูพร้อมจะไปจากนายได้ทุกเมื่อเลยนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..
puddingMT
รอให้ภรรยารู้ความจริงก่อนเหอะ จะยิ่งกว่าเปลี่ยนไปเลยแหละ พ่อคนจับจดเอ๊ยยยยยยยยยยย