เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 854 เวิงอิ่งท้อง
บทที่ 854 เวิงอิ่งท้อง
กู้ย่าฮุยบ่นว่าช่วงนี้ตัวเองเหนื่อยมาก แต่เขาก็พยายามอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่แม่ของเขายังคงคิดบวกอยู่ เขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะโอดครวญอะไร
ถ้าเขาทำงานอยู่ที่จิงตูไม่ได้ ในอนาคตคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บข้าวของ และกลับไปยังเมืองหลันเฉิงเพียงลำพัง
แค่คิดแบบนั้นก็น่ากลัวแล้ว
กู้ย่าฮุยอยู่บ้านตลอดช่วงเย็น และไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่เช้าของวันถัดมา พอเห็นลูกชายทำงานหนักแบบนี้แล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็รู้สึกเสียใจที่พูดจารุนแรงกับเขามากเกินไป
เนี่ยอวี้ฮว๋าเรียนการเสริมสวยมาสามเดือน กอปรกับร้านเสริมสวยของเฉินรั่วหลินได้รับการปรับปรุงใหม่พอดี เธอจึงสามารถเปิดร้านได้ตามสิ่งที่เรียนรู้มา
ขณะเฉินรั่วหลินกำลังเตรียมเปิดร้านเสริมสวย กู้หนานก็วางแผนจะเปิดคลินิกในจิงตูด้วย
เธอมีใบประกอบโรคศิลป์ติดตัวมาหลายปี แต่ไม่เคยเปิดคลินิกเพราะคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ตอนนี้โรงงานผลิตยามาถูกทางแล้ว ยาสิทธิบัตรจีนหลายชนิดที่พวกเขาพัฒนาและวิจัยโดยใช้ใบสั่งยาของตนเองล้วนเป็นที่นิยมอย่างมากในท้องตลาด ทั้งยังมีชื่อเสียงที่ดีมากด้วย
สิ่งสำคัญที่สุดคือหลังจากสะสมประสบการณ์มาหลายปี คลินิกสี่เล่อถางในเมืองหลันเฉิงก็มีพัฒนาการมากและได้รับชื่อเสียงเพิ่มขึ้น ทักษะทางการแพทย์ของเนี่ยเหล่าและหวงอิงช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับท้องถิ่น และยังถูกนำเสนอทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์
ผู้ป่วยจำนวนมากจากที่อื่นยังต้องมาที่นี่ เป็นเพราะชื่อเสียงด้านการรักษาล้วน ๆ พวกเขาจึงคิดจะคว้าโอกาสเปิดคลินิกสาขาใหม่ในเมืองจิงตู เพื่อให้หวงอิงและเนี่ยอวิ๋นมาทำงานตรงนี้ด้วย
“พี่ฮ่าว คุณคิดยังไงบ้างกับข้อเสนอของฉัน? เป็นไปได้ไหมที่จะเปิดคลินิกใกล้โรงพยาบาลจิงตู?”
ลู่ฮ่าวอธิบาย “หนานหน่าน เธอต้องพิจารณาอย่างรอบคอบซะก่อน จิงตูไม่ได้ดีเท่าหลันเฉิงหรอกนะ โดยเฉพาะระดับการแพทย์ของโรงพยาบาลจิงตูแล้ว ถ้าเธอแข่งขันกับโรงพยาบาลจิงตูเพื่อชิงผู้ป่วย เกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้เกิด”
ลู่ฮ่าวแนะนำต่อ “สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือ เราอาจต้องขยับออกไปให้ไกลหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงคู่แข่งที่แข็งแกร่ง”
“เอาละ ฉันพอจะคิดแผนบางอย่างได้แล้ว” กู้หนานพูดเสริม “ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ถึงแม้ฉันจะต้องการเปิดคลินิก แต่ก็ต้องรอให้คุณสำเร็จการศึกษาซะก่อน เพราะใบประกอบวิชาชีพของฉันไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ และยังต้องรออีกครึ่งปี
ลู่ฮ่าวเอื้อมแขนไปโอบไหล่อีกฝ่ายแล้วพูดเบา ๆ “เตรียมตัวให้พร้อม ฉันสนับสนุนการตัดสินใจที่จะเปิดคลินิกของเธออยู่แล้ว ฉันแค่กังวลว่าเธอจะเหนื่อยเกินไป พ่อแม่ของเธอก็ตั้งใจว่าจะส่งมอบบริษัทให้เหมือนกันนี่ เมื่อถึงเวลานั้นเธออาจทำทุกอย่างพร้อมกันได้ แต่เกรงว่าอาจจะยุ่งเกินไปจนทำงานทั้งหมดไม่ทัน”
“ตอนนี้บริษัทและโรงงานผลิตยามาถูกทางแล้ว แถมทีมผู้บริหารก็มีความสามารถ เราไม่ต้องกังวลมากนักหรอก ฉันยังอยากเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาตัวยามากกว่า ถ้าไม่ทำแบบนั้น การใช้ยารักษาคนไข้เป็นเวลานานจะล่าช้าสู้คู่แข่งไม่ได้ รวมถึงการพัฒนายาจีนด้วย การแพทย์แผนจีนต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการเขียนใบสั่งยา ไม่ใช่จากการขายยาแค่อย่างเดียว”
สุดท้ายเธอในฐานะแพทย์แผนจีนก็ต้องรับมือกับคนไข้อยู่ดี
“เอาละ เรามาเลือกสถานที่กันก่อนดีกว่า ไม่ต้องรีบร้อน”
ขณะที่พวกเขาทั้งสองนอนคุยกันบนเตียงท่ามกลางค่ำคืนแสนสงบ โทรศัพท์ของกู้หนานก็ดังขึ้น
โทรศัพท์สายนี้มาจากเวิงอิ่ง
“เสี่ยวอิ่ง ยังไม่นอนอีกหรือ?” กู้หนานถามพร้อมเผยรอยยิ้ม หลังจากได้ยินเสียงของเวิงอิ่ง
“หนานหน่าน ทางนี้ยังไม่ได้นอนเลย”
เวิงอิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเขินอาย “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่อยากจะมาบอกข่าวดีกับเธอ”
กู้หนานรู้สึกจริงจังขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย ก่อนถามว่า “ข่าวดีอะไรหรือ? หรือเธอท้องแล้ว?“
เวิงอิ่งไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดาง่ายขนาดนี้ เธอถอนหายใจแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว”
“ท้องจริง ๆ หรือ?” กู้หนานถามอย่างสบาย ๆ แต่เธอคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะถามได้ตรงประเด็นขนาดนั้น
เวิงอิ่งตอบกลับ “อืม หมอบอกว่าตั้งท้องมาได้สองเดือนแล้วละ”
“ยินดีด้วยนะ ในที่สุดเธอก็ท้องสักที”
ลู่ฮ่าวซึ่งนอนดูโทรทัศน์อยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดของกู้หนาน ก็หันมามองเธอ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความยินดีเช่นเดียวกัน
เวิงอิ่งกับซุนเฉิงเตรียมตัวสำหรับการมีลูกมาเกือบปี แต่กลับไม่มีข่าวดีเลย เมื่อไม่นานมานี้กู้หนานขอให้ทั้งคู่ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล จึงพบว่าสุขภาพของเวิงอิ่งอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะด้านนรีเวชค่อนข้างปกติ ไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์ไม่ได้
“ขอบคุณนะ แต่…” เวิงอิ่งกลับกล่าวเสียงขรึม “หมอที่หลันเฉิงบอกว่าฉันเป็นโรคข้ออักเสบ กลัวว่าโรคอาจจะกลับมาเป็นอีกเมื่อผ่านไปหนึ่งเดือน และอาจส่งผลต่อเด็กในท้องด้วย ร่างกายของฉันเองก็มีปัญหามากเกินไป สรุปแล้วหมอเลยให้ฉันปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อเตรียมแผนการรับมือในภายหลัง”
น้ำเสียงของกู้หนานเริ่มจริงจังหลังจากได้ยินคำพูดอีกฝ่าย ก่อนตอบกลับไปว่า “เสี่ยวอิ่ง นี่คือเหตุผลที่การรักษาครั้งก่อนของเรามีประสิทธิภาพมาก โรคข้ออักเสบยังอยู่ในสภาวะคงที่ ระดับฮอร์โมนอาจไม่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อได้น้อยมาก แต่ก็ต้องใช้เวลานานในระหว่างการเตรียมตั้งครรภ์ และใช้เวลานานกว่าจะหยุดยาได้ จึงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโรคจะกลับมาเป็นอีกในภายหลังหรือเปล่า”
เวิงอิ่งหยุดทานยามาเกือบสองปีแล้ว
แผนเดิมของเธอคือหยุดกินยาเป็นเวลาครึ่งปี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ หลังคลอดหากโรคข้ออักเสบมีการเปลี่ยนแปลง เธอก็สามารถหยุดให้นมลูก และเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา
ตอนนี้อีกฝ่ายหยุดกินยามานาน อีกทั้งเธอก็ไม่ได้เจอเวิงอิ่งมานานแล้วด้วย จึงไม่ทราบถึงสภาพร่างกายของเธอโดยเฉพาะเจาะจง
“แล้วเราควรทำยังไงดี?”
กู้หนานพูดอย่างจริงจัง “อย่าเพิ่งกังวลไป เราควรตรวจสอบอีกครั้ง ถ้ามีอาการจริง ๆ ก็ทานยาได้เหมือนเดิม ยารักษาโรคบางชนิดไม่ดูดซึมผ่านสายรกอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบใดกับตัวเด็กในท้อง ตอนนี้เราต้องตัดสินใจตามสถานการณ์ไปก่อน”
“อืม หนานหน่าน ฉันรู้สึกโล่งใจมากเลยเวลาเธอพูดแบบนี้”
ซุนเฉิงที่อยู่ด้านข้างรับโทรศัพท์มาจากเวิงอิ่ง “หนานหน่าน ผมวางแผนจะไปพบคุณที่จิงตูกับเสี่ยวอิ่งซะหน่อย เสี่ยวอิ่งจะได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณด้วย เผื่อมีปัญหาเราจะได้แก้ไขทันเวลา ระดับการแพทย์หลาย ๆ ด้านในหลันเฉิงยังตามโลกไม่ทัน ผมจึงค่อนข้างเป็นกังวล”
ตอนแรกรู้สึกกังวลเมื่อไม่ตั้งครรภ์สักที พอตั้งครรภ์จริง ๆ ก็ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่
อันที่จริงซุนเฉิงเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าถ้าเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องมีลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเวิงอิ่งเองด้วย
แค่พวกเขาอยู่กันเป็นคู่สามีภรรยาก็มีความสุขได้เหมือนกัน
แต่ติดตรงที่เวิงอิ่งยืนกรานจะมีลูกให้ได้
เธอบอกว่าต่อให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน แล้วเธอไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้อยู่ดี นอกจากนี้ ครอบครัวของเธอที่เมืองกั่งเฉิงยังคอยกดดันด้วย ทำให้พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักเป็นเวลานานก่อนจะตั้งครรภ์
กู้หนานถาม “ถ้าคุณมาที่นี่ แล้วโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าล่ะจะทำยังไง?”
ตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างพ่อของเธออยู่ที่เมืองปินเฉิงเป็นหลัก ถ้าซุนเฉิงย้ายมาอยู่ที่จิงตูอีกคน กิจการโรงงานอาจจะสะดุดเอาได้
ซุนเฉิงตอบว่า “ไม่เป็นไร ผมค่อยเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างสองเมืองได้”
“เอาละ คุณคงเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว ระดับการรักษาในจิงตูนั้นก้าวหน้ามากจริง ๆ ในอนาคตต้องมีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเคสที่คุณแม่ตั้งครรภ์”
ในกรณีของเวิงอิ่ง ระหว่างการคลอดบุตร ถ้าอุ้งเชิงกรานไม่ขยายเนื่องจากปัญหากระดูกข้ออักเสบ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เธออาจต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อคลอดบุตรแทน
แน่นอนว่าพวกเขาต้องรู้สึกสบายใจมากขึ้นถ้าเข้ารับการรักษาที่จิงตู
หัวข้อนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักใจเมื่อพูดถึง กู้หนานกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเวิงอิ่งเช่นกัน ในขณะที่กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ ซุนเฉิงก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “หนานหน่าน เสี่ยวอิ่งมีข่าวดีอีกอย่าง”
กู้หนานยิ้มและถามว่า “มีข่าวดีอะไรอีกหรือคะ?”
ซุนเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจมาก “หนังสือเล่มใหม่ของเสี่ยวอิ่งได้รับการตีพิมพ์แล้ว คราวนี้เธอร่วมมือกับสำนักพิมพ์จิงตู บรรณาธิการที่นั่นต้องการพบกับเสี่ยวอิ่ง แล้วคุณยังจำได้ไหมว่าครั้งล่าสุดเธอก็เพิ่งจะขายลิขสิทธิ์นิยายให้บริษัทภาพยนตร์ไป ก่อนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ พวกเขาจึงอยากเชิญเสี่ยวอิ่งไปพบกับผู้เขียนบทและผู้กำกับเพื่อหารือเกี่ยวกับการดัดแปลงเนื้อหา ดังนั้นพวกเราจะออกเดินทางไปถึงจิงตูในเร็ว ๆ นี้ ไว้เราค่อยหารือเรื่องอื่น ๆ โดยละเอียดเมื่อไปถึงที่นั่น”
“สุดยอดไปเลย! อีกหน่อยนักเขียนชื่อดังของเราคงจะงานยุ่งมากแน่ ๆ”