เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 850 ไม่เคยรู้ว่าค่าครองชีพแพงแค่ไหนจนกระทั่งมีครอบครัว
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 850 ไม่เคยรู้ว่าค่าครองชีพแพงแค่ไหนจนกระทั่งมีครอบครัว
บทที่ 850 ไม่เคยรู้ว่าค่าครองชีพแพงแค่ไหนจนกระทั่งมีครอบครัว
ข่าวการเกษียณก่อนกำหนดของเนี่ยอวี้ฮว๋าและกู้ฉางอันลอยไปถึงหูกู้หนานอย่างรวดเร็ว
สำหรับเรื่องนี้ ลู่ฮ่าวรู้สึกว่าพวกเขารีบร้อนเกินไปเล็กน้อย พวกเขายังเหลือเวลาอีกตั้งหลายปีกว่าจะเกษียณ การที่พวกเขาลาออกตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ว่างงาน พวกเขาจะต้องนึกเสียดายเอาภายหลังแน่
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ทำงานในองค์กรมาหลายสิบปี จนกระทั่งงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ถ้าออกจากงานอย่างหุนหันพลันแล่น ในอนาคตต้องมีช่องว่างบางอย่างแน่นอน
แต่ความคิดเห็นของกู้หนานกลับตรงกันข้ามกับลู่ฮ่าวโดยสิ้นเชิง
ก่อนปลดเกษียณ กู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนจะตัดสินใจแล้ว
ต่อให้ไม่ลาออกตั้งแต่ตอนนี้ แล้วจะให้อยู่ต่อเพื่ออะไร?
“การตัดสินใจของคุณลุงกับป้าสะใภ้เป็นอะไรที่ฉลาดจริง ๆ อาศัยเงินบำนาญจากนายจ้างเดิม ถ้าพวกเขาย้ายมาอยู่ที่จิงตูจริง ๆ พวกเขาก็สามารถเอาเงินมาลงทุนเริ่มต้นอาชีพใหม่ได้ด้วยตัวเอง โดยที่มีความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตถึงสองเท่า สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเขาได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และช่วยแบ่งเบาภาระของรั่วหลิน การอยู่ดูแลหลานเป็นอะไรที่วิเศษมากแล้ว”
ยุคสมัยนี้ การย้ายไปทำธุรกิจในต่างเมืองกลายเป็นกระแสที่กำลังมาแรง หลายหน่วยงานที่ทำกำไรได้ไม่มากพอถึงกับสนับสนุนให้พนักงานลางานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เพื่อหาลู่ทางอื่น
เนี่ยอวี้ฮว๋ากับกู้ฉางอันตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะเกษียณก่อนกำหนด และตั้งใจจะย้ายมาอยู่ที่เมืองจิงตูทันที กู้หนานรู้สึกว่าความจริงแล้วคนอย่างเนี่ยอวี้ฮว๋าคงไม่คิดจะย้ายมาเพื่อเลี้ยงหลานชายแค่อย่างเดียว
เธอกำลังหาลู่ทางประกอบอาชีพอื่นอยู่แน่ ๆ
เฉินรั่วหลินก็ตั้งตารอคอยการมาถึงของพ่อแม่สามีของเธอเช่นกัน
“หนานหน่าน พูดถึงเรื่องนี้แล้วฉันมีความสุขมาก พูดตามตรง ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับกู้ย่าฮุยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันต้องอยู่บ้านดูแลลูกตลอดทั้งวัน อารมณ์ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ และฉันก็คิดถึงบ้านมาก พอเขากลับมาก็เอาแต่บ่นว่าฉันนิสัยไม่ดี ไม่ยิ้มแย้ม พักหลังเลยทะเลาะกันบ่อย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ถ้าพ่อกับแม่สามีมาถึง ฉันก็จะออกไปเปิดร้านได้โดยที่มีคนช่วยดูแลลูก ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แค่คิดก็มีความสุขแล้วละ”
ไม่นานหลังจากวันนั้น เนี่ยอวี้ฮว๋าโทรกลับมาเพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการเดินทางของพวกเขา
ช่วงสุดสัปดาห์ กู้ย่าฮุยกับเฉินรั่วหลินโทรหาลู่ฮ่าวกับกู้หนาน เพื่อขอให้ช่วยขับรถออกไปซื้อเตียงใหม่สำหรับพ่อแม่ของเขา และข้าวของเครื่องใช้สำหรับตกแต่งบ้านเพิ่มเติม
เขารู้ว่าพ่อกับแม่เคยชินกับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี จึงตกแต่งบ้านที่ว่างเปล่าให้หรูหราที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้แต่เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในชีวิตประจำวันก็เลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด
ถึงอย่างนั้นค่าใช้จ่ายก็บาดเข้าเนื้อ
กู้ย่าฮุยเอาแต่นับเงินสดในกระเป๋าตัวเองขณะซื้อของ จนกู้หนานทนดูไม่ไหว และพูดอย่างเสียไม่ได้ “พี่ชาย อย่าจู้จี้จุกจิกขนาดนั้นไปหน่อยเลย ถ้าป้าสะใภ้มาถึง เธอต้องจ่ายเงินคืนให้นายแน่”
“ฉันจะกล้าเอ่ยปากขอเงินคืนได้ยังไง”
กู้ย่าฮุยถือหมอนสองใบไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะต่อรองราคาเป็นเวลานาน จนได้มาในราคาที่ถูกกว่าสองหยวน
“เราไม่เคยรู้ว่าค่าครองชีพแพงแค่ไหนจนกระทั่งมีครอบครัว เมื่อก่อนฉันแค่ทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง แต่ตอนนี้ฉันรู้ซึ้งแล้วว่าชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น ฟืน ข้าว น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ชา ทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมของจิปาถะต่าง ๆ โดยเฉพาะหลังจากมีลูก พอเขาปวดหัวหรือเป็นไข้ ใจคนเป็นพ่อก็แทบแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่สามารถใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเพื่อความสุขของตัวเองเหมือนเมื่อก่อนได้อีกต่อไป เพราะมีภาระรับผิดชอบแบกไว้บนบ่า”
กู้ย่าฮุยเริ่มพร่ำพรรณนาถึงสิ่งต่าง ๆ ขณะเดินช็อปปิง
“คนทุกช่วงวัยต่างก็มีภาระรับผิดชอบเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น แม้แต่เด็กที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมปีที่สามก็มีความรับผิดชอบเหมือนกัน”
“ไหน ๆ ก็ซื้อของที่จำเป็นครบแล้ว งั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะ”
วันนี้เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของเฉินรั่วหลินรู้ความมาก เขาไม่ร้องไห้งอแง เอาแต่หันมองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เฉินรั่วหลินพูดด้วยรอยยิ้ม “ดูสิ ตงตงของฉันต้องมีความสุขมากแน่ ๆ เมื่อได้ยินว่าคุณปู่คุณย่าของเขากำลังจะมา”
กู้หนานเห็นด้วย “แน่นอนอยู่แล้ว ลูกของเราจะผูกพันกับปู่ย่าตายายของเขามากกว่า เดี๋ยวนี้ถงถงของฉันเองก็ไม่ติดพ่อกับแม่อีกต่อไป วันธรรมดาเมื่อเราสองคนกลับบ้าน เธอแทบไม่คุยกับเราด้วยซ้ำ”
“มาเถอะ กลับบ้านกัน”
“เดี๋ยวก่อน ฉันอยากซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่สักชุดให้ตงตง เขาเริ่มใส่เสื้อผ้าตัวเก่า ๆ วนแล้ว เดี๋ยวคุณปู่คุณย่าของเขาจะต่อว่าพวกเราเอาได้ ถ้าพวกเขาเห็นหลานชายแต่งตัวแบบนี้”
เฉินรั่วหลินจ่ายเงินซื้อชุดแบรนด์เนมให้ลูกชายใส่
กู้ย่าฮุยเห็นว่าเงินในกระเป๋าของตัวเองเริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ เขาก็ร้องบอกให้ทุกคนรีบกลับบ้านกันซะที ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากสถานที่ผลาญเงิน
ลำพังราคาสินค้าในเมืองจิงตูก็แพงกว่าที่อื่นอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเขาไม่มีรายได้ ยิ่งไม่กล้าใช้จ่ายสุ่มสี่สุ่มห้า
เนี่ยอวี้ฮว๋ากับกู้ฉางอันจัดการเรื่องต่าง ๆ ในหลันเฉิงจนเสร็จอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พวกเขาก็เดินทางมาถึงจิงตูพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระมากมาย
กู้หนานอาสาขับรถพาเฉินรั่วหลินไปรับพวกเขาถึงสนามบินด้วยตัวเอง
เฉินหย่าจือช่วยเฉินรั่วหลินดูแลลูกก่อนชั่วคราว พร้อมกำชับให้พวกเธอพาเนี่ยอวี้ฮว๋าและกู้ฉางอันกลับมาบ้านก่อน
ไม่นานหลังจากมาถึงสนามบิน พวกเธอก็เห็นกู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋า พวกเขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตกันลมทันสมัย สวมแว่นกันแดด กำลังลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากตัวอาคาร
“คุณลุง ป้าสะใภ้ ทางนี้ค่ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าเห็นกู้หนานกับเฉินรั่วหลิน ก็โบกมือให้พวกเธออย่างแรง
“ว้าว ทำไมพวกคุณถึงได้แต่งตัวทันสมัยขนาดนี้นะ?”
“มาเยือนจิงตูทั้งทีก็ต้องแต่งตัวให้ทันสมัยหน่อย เป็นผู้ใหญ่ก็ควรตามกระแสสังคมโลกให้ทัน ฉันไม่อยากทำให้พวกเธออับอาย”
“สมแล้วค่ะที่ป้าสะใภ้เป็นผู้นำเทรนด์ของยุคสมัยมาโดยตลอด”
กู้ฉางอันถามเฉินรั่วหลิน “รั่วหลิน เด็กอยู่ไหน? ฝากใครดูแลแทนหรือ?”
เฉินรั่วหลินอธิบาย “คุณพ่อ คุณอาและคนอื่น ๆ ช่วยดูแลลูกให้ฉันอยู่ค่ะ วันนี้อาไม่ได้ออกไปทำงาน ตั้งใจอยู่รอต้อนรับพวกคุณที่บ้านโดยเฉพาะ”
“แม่เองก็คิดถึงพี่หย่าจือเหมือนกัน งั้นพวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ” เนี่ยอวี้ฮว๋ารีบกลับไปเจอเพื่อนรุ่นพี่ของตัวเองโดยเร็วที่สุด
กู้หนานวางกระเป๋าเดินทางไว้ตรงท้ายรถ จากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน
เฉินหย่าจือ ผู้เฒ่าลู่ และเด็กน้อยทั้งสองคนกำลังนั่งเล่นอยู่ในลานหน้าวิลล่าขณะรอให้เนี่ยอวี้ฮว๋าและคนอื่น ๆ มาถึง
เฉินหย่าจืออุ้มตงตงซึ่งสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ในอ้อมแขน
พี่เลี้ยงเด็กพาถงถงวิ่งเล่นไปรอบ ๆ ส่วนผู้เฒ่าลู่กำลังถอนหญ้าพรวนดินอยู่ในสวน เพลิดเพลินและสงบสุขไปกับความเขียวขจีของธรรมชาติ
“ทำไมพวกเขายังไม่มาอีกนะ?” เฉินหย่าจือมองที่ประตูบ้านพร้อมอุ้มเด็กน้อยเอาไว้
“ตงตง ทำไมคุณปู่คุณย่าของหนูยังไม่มาสักที? หนูคิดถึงพวกเขาแย่เลยใช่ไหม?”
เฉินหย่าจือจึงเดินออกไปที่ริมถนนโดยไม่ลืมอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน
“นั่นไง มาแล้ว มาแล้ว”
เมื่อเฉินหย่าจือออกไปก็เห็นรถขับตรงเข้ามาหาเธอทันที มือข้างหนึ่งอุ้มเด็กไว้ มืออีกข้างโบกมือให้ด้วยความตื่นเต้น
พอรถจอด กู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าก็ก้าวลงจากรถ เมื่อพวกเขาเห็นเฉินหย่าจือออกมารออยู่ริมถนนโดยอุ้มหลานชายของพวกเขาไว้ในอ้อมแขน เนี่ยอวี้ฮว๋าก็อ้าแขนวิ่งถลาเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น กอดเฉินหย่าจือพร้อมกับเด็กอย่างแนบแน่น
“พี่หย่าจือ ฉันคิดถึงพี่มากเลยนะ”
เฉินหย่าจือตอบกลับ “พวกเราก็คิดถึงเธอมากเหมือนกัน หลานชายเธอรอย่าของเขาตั้งนานแน่ะ”
“มาเร็ว ขอย่าอุ้มหลานชายคนโตของย่าหน่อยซิ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารับเด็กไปจากเฉินหย่าจือ
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน ไม่น่าเชื่อว่าตงตงจะไม่ปฏิเสธผู้เป็นย่า ทั้งยังยอมให้เธอกอดและอุ้ม โดยไม่ร้องไห้งอแงหรือสร้างปัญหาขณะอยู่ในอ้อมแขนของเนี่ยอวี้ฮว๋า
เมื่อกู้ฉางอันเห็นหลานชายคนโต เขาก็ไม่สามารถละสายตาจากอีกฝ่ายได้อีก หลังจากทักทายเฉินหย่าจือ เขากับเนี่ยอวี้ฮว๋าก็รุมล้อมหยอกล้อเด็กชายตัวน้อยด้วยความอบอุ่น
กู้หนานบอกว่า“คุณลุง ป้าสะใภ้ เข้าบ้านกันก่อนเถอะค่ะ”
“ไป เข้าไปข้างในกันเถอะ เดี๋ยวหลานชายฉันตากแดดจนผิวกลายเป็นสีแทนกันพอดี”
ผู้เฒ่าลู่ซึ่งทำสวนอยู่ในลานบ้าน เมื่อเห็นว่ากู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋ามีความสุขมาก ก็ทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
“อาลู่ครับ คุณคุ้นเคยกับการอยู่ที่นี่บ้างหรือยังครับ?” กู้ฉางอันถาม
ผู้เฒ่าลู่ตอบกลับยิ้ม ๆ “ตอนแรกฉันไม่ค่อยชินเท่าไหร่หรอก แต่ตอนนี้ชินเสียแล้ว”
“ไอหยา ถงถงโตขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย” เนี่ยอวี้ฮว๋าส่งหลานชายให้กู้ฉางอันอุ้มต่อ จากนั้นก็ไปกอดถงถง