เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 845 การพรากจาก
บทที่ 845 การพรากจาก
กู้หนานและผู้เฒ่าลู่อยู่ที่บ้านกับหวังชุ่ยผิงในตอนบ่าย ลู่ฮุ่ยฟางกับฟางอวี๋ก็กลับมาจากโรงเรียน จากนั้นหวังชุ่ยผิงจึงไปส่งพวกเขาไปสนามบิน
เที่ยวรถไฟของลู่ฮุ่ยฟางก็กลับมาบ้านในคืนนี้
เนี่ยอวี้ฮว๋าโทรมาบอกพวกเขาว่าจะออกจากบ้านทันที ให้พวกเธอเตรียมตัวได้
เจียงจื้อกังก็ลางานสองชั่วโมงก่อนเลิกงาน แล้วกลับมาที่บ้าน
หวังชุ่ยผิงไม่รู้จะให้อะไรแก่พวกเขา จึงว้าวุ่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตรงไปทำอาหารอยู่ในครัว
กู้หนานรีบปรามหวังชุ่ยผิงทันที “พี่สะใภ้ หยุดก่อนค่ะ พวกเราไม่ต้องการอะไรหรอก ดูสิ ซุนเฉิงเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาให้แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเอากลับไปยังไงดีเลย”
หวังชุ่ยผิงเองก็ไม่มีอะไรให้ต้องอวด ก่อนกล่าวว่า “ฉันเพิ่งจะทอดแพนเค้กไข่กับผัดผัก พวกเธอรีบกินก่อนออกไปเถอะ อาหารที่สนามบินกับรถไฟราคาแพงมาก แถมยังไม่ค่อยอร่อยด้วย กินสิ ถ้าเธอเมาเครื่องเพราะกินไม่อิ่มจะทำยังไง”
“ค่า พวกเราจะกินหน่อยแล้วกัน”
กู้หนานพาผู้เฒ่าลู่กับลู่ฮุ่ยฟางนั่งลงกินข้าว ส่วนหวังชุ่ยผิงก็มองเขาทั้งที่ยังอุ้มลูกอยู่ จากนั้นเธอร้องไห้ออกมา
ผู้เฒ่าลู่เห็นอีกฝ่ายร้องไห้ ก็ถามขึ้นว่า “ชุ่ยผิง ทำไมถึงร้องไห้เล่า?”
“ฉันแค่ทนไม่ได้ที่จะแยกกับหนานหน่านและคุณปู่น่ะค่ะ เราห่างกันไปนาน ทั้งยังไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ด้วย ทุกครั้งที่ฉันกลับมาก็มัวแต่ยุ่งก่อนออกจากบ้าน หากอยู่ที่บ้านพักของโรงพยาบาลก็คงดีกว่านี้ อาจจะได้เจอพวกคุณตลอด”
เจียงจื้อกังกล่าว
“ตอนนี้หนานหน่านกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยในจิงตูแล้ว ไหนจะมีลู่ฮ่าวอีก เขาเป็นนักศึกษาปริญญาเอกนะ พวกเขาจะอยู่กับพวกเราที่หลันเฉิงต่อไปได้ยังไง ต่างคนต่างก็มีเรื่องของตัวเองต้องทำนะ”
หวังชุ่ยผิงบ่นงึมงำ “ฉันรู้สึกภูมิใจนะ แต่ก็ผิดหวังในเวลาเดียวกัน”
กู้หนานคลี่ยิ้มก่อนกล่าวว่า “มีอะไรน่าผิดหวังกันคะ? พี่ชายฉันก็ทำงานหนัก พี่ก็เลี้ยงลูกอยู่บ้านอย่างดี พอเด็ก ๆ โตแล้ว พวกพี่อยากไปไหน ฉันจะพาทัวร์รอบจิงตูเลย แล้วยังมีเถี่ยตันอีก ถ้าเขากลับมา ก็บอกให้เขาตั้งใจเรียนและสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่จิงตูนะคะ”
เมื่อกู้หนานพูดแบบนั้น หวังชุ่ยผิงก็เช็ดน้ำตา แล้วกล่าวทั้งรอยยิ้มว่า…
“อื้อ เถี่ยตันเองก็บอกว่าถ้าโตขึ้น เขาอยากจะเป็นหมอเหมือนอาเขยกับอากู้ ช่วงนี้เจ้าตัวก็ดูจะมีแรงกระตุ้นในการเรียนเหมือนกัน กระทั่งได้ที่สองของการสอบกลางภาครอบที่แล้วด้วย”
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ พี่จะได้มีอะไรให้ตั้งหน้ารอในอนาคต”
ก่อนออกเดินทาง ผู้เฒ่าลู่ก็กล่าวกับหวังชุ่ยผิงอย่างจริงจังว่า “ชุ่ยผิง เธอควรจะมีความสุขมาก ๆ นะ เมื่อเธอมีความสุข เด็ก ๆ ก็จะซึมซับนิสัยที่ดีเหล่านั้น ไม่อย่างนั้น อารมณ์ของเด็กพวกนี้ก็จะไม่คงที่ และเธอเองก็ต้องเชื่อมั่นว่าจื้อกังเป็นผู้ชายที่ดีต่างกับสามีคนก่อน อย่าปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านเพียงเพราะอยู่บ้านเลย ”
“ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไร พวกเธอต้องปรึกษากัน หากสิ่งนั้นยากจะแก้ไข ก็โทรมาหาเรานะ”
หวังชุ่ยผิงมองชายชรา ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “คุณปู่ลู่ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
ลู่ฮุ่ยฟางมองเจียงจื้อกังกับหวังชุ่ยผิงปฏิบัติต่อผู้เฒ่าลู่ผู้เป็นพ่อของเธอราวกับคุณปู่แท้ ๆ พลันรู้สึกตื้นตันใจ พ่อของเธอเป็นคนอบอุ่นไม่ว่าเขาจะไปที่ใดก็ตาม ล้วนได้รับความเคารพจากผู้คน
“เอ้า ให้ฉันกอดหลานสาวหน่อยสิ”
กู้หนานกำลังอุ้มเด็กน้อยอยู่ ตอนที่ทุกคนกำลังคุยกันและไม่ได้สนใจทางนี้ เธอก็แอบใส่เงินในกระเป๋าเสื้อเด็ก
เพิ่งกินข้าวเสร็จ เนี่ยอวี้ฮว๋าก็โทรมาบอกว่ามาถึงทางเข้าสถานีแล้ว
กู้หนานกล่าวกับผู้เฒ่าลู่ว่า “คุณปู่ ลุงฉันมาแล้วค่ะ พวกเราก็ควรไปได้แล้วนะคะ”
“อาครับ รอให้เสี่ยวอวี๋ไปส่งที่สถานีรถไฟด้วยกันนะครับ แล้วเดี๋ยวพวกผมจะไป”
กู้หนานกล่าวลากับพวกลู่ฮุ่ยฟาง
“เดินทางปลอดภัยนะ”
ลู่ฮุ่ยฟางจับมือผู้เฒ่าลู่และกล่าวอย่างไม่เต็มใจว่า “พ่อคะ พ่อต้องดูแลตัวเองและกลับมาบ้างนะคะ”
ผู้เฒ่าลู่กล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันยังแข็งแรงดี แต่ลูกน่ะ ไม่ว่ายังไงก็เป็นผู้หญิง อย่าห้าวนักแล้วก็อย่าหักโหมร่างกายเกินไปด้วย ควรจะรักษามันไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นตอนที่เสี่ยวอวี๋แต่งงานในอนาคต คงไม่มีคนอุ้มลูกไหวแล้ว”
ลู่ฮุ่ยฟางตอบ “พ่อ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
ฟางอวี๋เองก็ให้คำมั่นแก่ผู้เฒ่าลู่เช่นกัน “คุณตา ไม่ต้องห่วงนะครับ พวกเราล้วนทำงานกันอย่างหนัก ผมบอกพ่อไว้แล้วว่าให้จ้างคนมาช่วย จะได้แบ่งเบาภาระคุณแม่”
“ดีแล้ว รู้ความขนาดนี้ก็ดีแล้ว”
กู้หนานเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่ได้มาจากซุนเฉิงวางไว้หลังรถ
“งั้นพวกเราไปแล้วนะคะ”
ทันทีที่พวกเขาจากไป หวังชุ่ยผิงกับลู่ฮุ่ยฟางพลันปาดน้ำตาทิ้ง กู้หนานจับมือพวกเธอไว้ “คุณอา พี่สะใภ้อย่าร้องไห้เลยนะคะ การพรากจากนี้ก็เพื่อการพบกันใหม่ที่ดีกว่าในครั้งหน้า ถ้าพวกคุณร้องไห้ทุกครั้งที่ฉันมาแบบนี้ คราวหน้าคงไม่กล้ามาแล้ว”
หวังชุ่ยผิงกล่าวทั้งที่สำลัก “ไม่ได้ร้องสักหน่อย ใครร้องกัน เราเปล่านะ”
ขณะที่พูดแบบนั้น เธอกลับหันหลังให้
ลู่ฮุ่ยฟางเองก็เศร้าใจเช่นกัน ยามเห็นพ่อชราของตนต้องจากไปทั้งแบบนี้ ภายในใจรู้สึกขมเล็กน้อย
กู้หนานจับมืออีกฝ่ายไว้พลางกล่าวโน้มน้าว “อาคะ เดี๋ยวเราก็กลับมาแล้วค่ะ”
“อือ ถ้ามีเวลาก็แวะมาบ้างนะ”
“คุณจะร้องทำไมคะเนี่ย ฉันแค่กังวลเรื่องโรงงานนิดหน่อยก็เลยจะกลับไปดู แล้วบอกพี่สะใภ้สี่กับสวี่เจิงว่าอย่าเข้ามายุ่งเด็ดขาด ”
กู้หนานหันไปกล่าวกับหวังชุ่ยผิงว่า “รีบเข้าบ้านเถอะค่ะ พี่สะใภ้ ฉันคิดว่าผ้าอ้อมเด็กสกปรกนิดหน่อยนะคะ เพราะงั้นกลับไปเปลี่ยนให้ยัยหนูเถอะค่ะ”
“พี่ ดูแลพี่สะใภ้กับเด็ก ๆ ด้วยนะ มีเรื่องอะไรก็โทรมาหานะ”
“อื้อ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามารับพวกเขาที่สนามบิน ตรวจสัมภาระ รอจนพวกเขาขึ้นเครื่อง ถึงค่อยแยกย้าย
ตอนที่มาถึงเมืองจิงตู ก็ค่อนคืนพอดี เฉินหย่าจือกับลู่ฮ่าวมารับพวกเขา
หลังจากกลับมานอนงีบที่บ้าน กู้หนานก็บอกว่าจะไปที่โรงงานผลิตยาจีน ผู้เฒ่าลู่เองก็นั่งไม่ติดที่
ผู้เฒ่าลู่เอ่ยถามคร่าว ๆ “หนานหน่าน คนที่หลานจะหามาเฝ้าประตูโรงงานเป็นคนรู้จักหรือคนแปลกหน้าหรือ?”
กู้หนานมองหน้าชายชราแวบหนึ่ง พลันหัวเราะและกล่าวว่า “คุณปู่ ถามถึงเรื่องนี้ทำไมหรือคะ”
ผู้เฒ่าลู่กล่าว “ถ้าเธอต้องดูทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว คงไม่ไหวหรอก”
กู้หนานพลันเข้าใจความหมายของผู้เฒ่าลู่
เธออธิบายด้วยรอยยิ้ม “โรงงานผลิตยาของเราจ้างรปภ. มาแล้วค่ะ ไม่ใช่คนเฝ้าประตูทั่วไป”
ผู้เฒ่าลู่ประหลาดใจเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น “อ้อ ถ้างั้นรปภ. คนนั้นก็ต้องยังหนุ่มสิเนี่ย?”
ลู่ฮ่าวกล่าว “ครับ ทุกคนล้วนยังหนุ่มยังแน่น อีกทั้งยังเคยเป็นทหารผ่านศึกด้วย เพราะงั้นปลอดภัยแน่นอนครับ”
“อ้อ…” ผู้เฒ่าลู่อดไม่ได้ที่จะผิดหวัง
ดวงตาของเขาหม่นแสงลง
ก่อนถอนหายใจ “ถึงยังไงที่นี่ก็คือเมืองจิงตูละนะ คงไม่ต้องการคนเฒ่าคนแก่เฝ้าโรงงานหรอก”
“คุณปู่คะ คุณยังเหลือแรงทำงานอีกหรือเนี่ย?” กู้หนานกับลู่ฮ่าวมองเขาพร้อมแย้มยิ้ม
ชายชราคนนี้ยังคงไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่สินะ
ผู้เฒ่าลู่ไม่พูดอะไร เพียงถอนหายใจออกมา
กู้หนานกล่าวอย่างจริงจังว่า
“คุณปู่คะ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือปู่ต้องดูแลสุขภาพนะคะ แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนหลาน ปล่อยให้พวกเราที่เป็นคนหนุ่มสาวทำงานหาเงินเถอะค่ะ ทั้งคุณและลูกหลานควรจะมีความสุขอยู่ที่บ้าน พวกเราเองก็จะได้มีแรงกระตุ้นไปทำงานข้างนอกไงค่ะ”