บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 842 รู้สึกไม่มั่นคง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
  4. บทที่ 842 รู้สึกไม่มั่นคง
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 842 รู้สึกไม่มั่นคง

เจียงจื้อกังไม่ต้องการเป็นคุณพ่ออยู่ที่บ้านเต็มเวลา หวังชุ่ยผิงจึงพูดว่า “เงินเดือนของเราพอ ๆ กัน ฉันเองก็สามารถออกไปทำงานข้างนอกเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเราได้”

“แล้วผมทำงานนอกบ้านไม่ได้หรือ? ผู้ชายที่เป็นพ่อคนจะอยู่บ้านและหวังพึ่งรายได้ของภรรยาทางเดียวได้ยังไง? หนานหน่าน ช่วยบอกพี่สะใภ้ของเธอหน่อยสิว่าเธอคิดผิด” เจียงจื้อกังก็เหมือนกับผู้ชายสมัยก่อนทั่วไป จากความเห็นของเขา ผู้ชายควรเป็นฝ่ายออกไปทำงานหาเงินข้างนอก ไม่ควรส่งภรรยาออกไปทำงาน แล้วตัวเองดูแลลูก ๆ กับทำงานบ้านจุกจิกอยู่ที่บ้านเหมือนผู้หญิง

เขาฝากความหวังไว้ที่กู้หนาน หวังว่าเธอจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้หวังชุ่ยผิงเปลี่ยนความคิด

กู้หนานยิ้มและพูดว่า “ไม่เห็นเป็นความคิดที่ผิดตรงไหน พวกพี่สองคนค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ถ้าพี่สะใภ้ไม่อยากอยู่บ้านแล้วจริง ๆ อีกหน่อยจะสลับหน้าที่กันก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก อย่าปล่อยให้เธออยู่แต่ในบ้าน เดี๋ยวจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าเอา”

หวังชุ่ยผิงพูดอย่างภาคภูมิใจ “แม้แต่หนานหน่านยังสนับสนุนฉันเลย เดี๋ยวนี้ผู้หญิงครอบครองท้องฟ้าอีกครึ่งหนึ่งแล้วนะ”

“คุณปู่ลู่ ช่วยพิจารณาเถอะว่าผมควรออกไปหาเงินนอกบ้านมาเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเองไหม? ถ้าผมเลี้ยงลูกอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน คนอื่นจะมองผมเป็นคนแบบไหน? คราวนี้ถ้าผมออกไปข้างนอกคงไม่กล้าเงยหน้ามองใครอีก อีกอย่างถ้าชุ่ยผิงออกไปทำงานข้างนอก แล้วใครจะให้นมลูกล่ะ”

คำพูดสุดท้ายของเจียงจื้อกังสามารถดับความคิดของหวังชุ่ยผิงได้สำเร็จ

เธอคร่ำครวญ “โอ้ ฉันยังต้องให้นมลูกนี่นา ไม่อย่างนั้นฉันคงฝากเด็กสองคนนี้ไว้กับคุณในขณะที่ฉันออกไปทำงานแล้ว”

ค่าใช้จ่ายในการให้ลูกดื่มนมผงสูงเกินไป เฉพาะค่านมก็เกือบเท่าเงินเดือนของครอบครัวทั้งเดือนแล้ว

ลูกสาวเธอยังเล็กมาก ยังไม่สามารถหย่านมแม่ได้

กู้หนานเสนอว่า

“งั้นก็รอไปก่อน รอให้ลูกโตจนเข้าโรงเรียนอนุบาลได้ก่อนแล้วค่อยกลับไปทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าก็ไม่สาย ใช่ว่าพลาดงานตอนนี้แล้วจะไม่มีงานทำแล้วซะที่ไหน จะกลัวอะไรกัน? หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยกลับไปทำงานหลังลูกหย่านมแล้วก็ได้ สลับกับสามีดูแลเธอสักปี ถ้าหัวหน้าแผนกไม่ยินยอมก็โทรมาหาฉัน ฉันจะช่วยคุยกับเขาให้”

กู้หนานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจหวังชุ่ยผิงเมื่อเห็นเธอเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกแบบนี้ สมัยแต่งงานครั้งแรก เธอก็เป็นแม่บ้านเต็มเวลามาแปดปี เลี้ยงดูลูกชาย ทั้งยังต้องดูแลพ่อแม่สามีด้วย

ท้ายที่สุดสามีของเธอก็นอกใจจนเกิดการหย่าร้าง ตอนนี้พอเธอได้แต่งงานใหม่ แม้ว่าพี่ชายของเธอจะซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ แต่ก็ติดปัญหาไม่มีใครช่วยดูแลลูก ทำให้หวังชุ่ยผิงกลายมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาอีกครั้ง

เมื่อก่อนเธอไม่เคยทำงาน จึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเลี้ยงลูกอยู่บ้านได้ แต่หลังจากทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าได้สองปี เธอจึงกังวลเมื่อกลับมาเป็นแม่เต็มเวลาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือหวังชุ่ยผิงเคยประสบกับการแต่งงานที่ล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้เธอเหมือนกลับคืนสู่สภาพเดิมในเวลานั้นอีกครั้ง แน่นอนว่าในใจเธอย่อมรู้สึกไม่มั่นคง

ขณะหวังชุ่ยผิงกินข้าว เธอเสนอความคิดว่า “ถ้าไม่ได้ยังไง ฉันจะลองเรียกแม่ให้มาอยู่ช่วยดูแลหลานแทน ลูก ๆ ของพี่รองฉันโตจนเรียนชั้นมัธยมกันแล้ว ตอนนี้แม่ของฉันก็ทำนาอยู่ที่บ้านตามประสา ถ้าเธอยอมมาช่วยดูแลหลานสักระยะ คราวนี้ฉันน่าจะปลีกตัวไปทำงานหาเงินได้ จะได้ถือโอกาสพาเธอเข้ามาดูแสงสีในเมืองด้วย”

กู้หนานยิ้มและพยักหน้า “ดีค่ะ ถ้าพี่ไม่อยากให้คุณกลับไปทำงานจริง ๆ งั้นก็ลืมมันไปซะ อย่าสร้างความร้าวฉานในบ้านแค่เพราะเรื่องนี้เลย”

“อืม ได้”

หลังอาหารค่ำที่บ้านของเจียงจื้อกัง กู้หนานและผู้เฒ่าลู่ก็กำลังจะเตรียมตัวกลับบ้าน

หวังชุ่ยผิงลังเลที่จะปล่อยพวกเขาไป จึงชักชวนให้พวกเขาอยู่ต่อ “หนานหน่าน เธอกับคุณปู่อย่าเพิ่งกลับไปเลย อยู่ค้างที่บ้านเราสักคืนเถอะ ให้จื้อกังไปนอนกับคุณปู่และเถี่ยตัน ส่วนเธอมานอนกับฉัน”

กู้หนานค่อนข้างลำบากใจ “ฉันสัญญากับคุณปู่คุณย่าแล้วว่าจะกลับไปนอนค้างด้วย คราวนี้ฉันยังไม่ได้อยู่พูดคุยกับพวกท่านอย่างจริงจังเลย ต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาซะหน่อย วันพรุ่งนี้ฉันกับคุณปู่ก็จะเดินทางกลับแล้ว”

“รีบขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตแล้ว เวลาว่างชักจะน้อยลงทุกที ทุกครั้งที่กลับมาก็รีบเร่งจนได้เจอกันแค่ปีละสองครั้งเอง”

เมื่อเห็นว่าชักชวนให้กู้หนานกับผู้เฒ่าลู่อยู่ต่อไม่ได้ ใบหน้าของหวังชุ่ยผิงก็เต็มไปด้วยความเสียดาย

กู้หนานยิ้มและพูดว่า “เป็นธรรมดา ตอนที่ยังมีเรี่ยวแรงก็ควรทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน พี่กับพี่ชายควรดีต่อกันเข้าไว้ เมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาต้องรีบหารือกัน จำสิ่งที่ฉันแนะนำพี่ไว้ให้ดี และให้ความสนใจกับการศึกษาของเถี่ยตันให้มากขึ้น”

หวังชุ่ยผิงเสนอว่า “งั้นก็ให้จื้อกังพาเธอกลับไปส่งที่บ้าน แล้วให้คุณปู่ลู่อยู่กับพวกเราเป็นไง ให้เขาอยู่กับเถี่ยตันสักคืนหนึ่งเถอะ เถี่ยตันเอาแต่บ่นคิดถึงปู่ทวดของเขามาหลายวันแล้ว”

หลังจากได้ยินคำพูดของหวังชุ่ยผิง ผู้เฒ่าลู่ก็รีบพยักหน้า “ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะนอนที่นี่กับเถี่ยตันสักหนึ่งคืน ฉันเองก็อยากอยู่คุยกับเหลนเหมือนกัน”

ผู้เฒ่าลู่ไม่อยากเข้าไปนอนค้างในอาคารสองชั้นของตระกูลกู้จริง ๆ ทุกครั้งที่ได้ไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่เขาจะรู้สึกไม่สบายใจเสมอ

กู้หนานพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ งั้นคุณปู่อยู่ที่นี่กับเถี่ยตันสักวันหนึ่ง แล้วฉันจะกลับมารับคุณในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ แล้วเราจะขึ้นเครื่องกันตอนเย็น”

“ได้ ให้จื้อกังนั่งรถพาเธอกลับไปส่งที่บ้านแล้วกัน ดึกมากแล้ว กลับคนเดียวไม่ปลอดภัย”

เจียงจื้อกังขึ้นแท็กซี่ไปกับกู้หนานเพื่อพาเธอกลับไปส่งถึงบ้าน

ระหว่างทาง กู้หนานพูดคุยกับเจียงจื้อกังมากมาย โดยขอให้เขาคำนึงถึงจิตใจของหวังชุ่ยผิงให้มากกว่านี้

ตอนนี้หวังชุ่ยผิงรับหน้าที่ดูแลลูก ๆ อยู่ที่บ้าน ในขณะที่เธอไม่มีความรู้สึกมั่นคงใด ๆ เลย ถ้าเธอต้องการไปทำงานจริง ๆ ในอนาคต เจียงจื้อกังก็ไม่ควรดื้อรั้นเกินไป

ทันใดนั้นเจียงจื้อกังก็ตระหนักถึงบางสิ่งจากการพูดคุยกับกู้หนาน

เขาเกือบลืมไปแล้วว่าหวังชุ่ยผิงเคยถูกชายแซ่หลิวคนนั้นทำร้ายจิตใจอย่างสาหัส ตอนนี้เธอก็ตกอยู่ในสภาวะขาดรายได้เช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกที่เธอจะกังวลและฟุ้งซ่าน

“หนานหน่าน ฉันจะฟังคำแนะนำของเธอ”

หลังจากที่กู้หนานกลับมาถึงบ้านตระกูลกู้ เธอก็เข้าไปนอนกับปู่และย่าในห้อง ผู้สูงอายุทั้งสองคนปกติเป็นคนหลับยากอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมีหลานสาวมาอยู่ด้วยแบบนี้ พวกเขายิ่งนอนไม่หลับมากกว่าเดิม เพราะอยากพูดคุยกับหลานให้เต็มอิ่ม

กู้หนานยังไม่ง่วง จึงเล่าให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับกระบวนการเริ่มต้นทำธุรกิจที่เมืองจิงตูในปีนี้

เมื่ออายุมากขึ้น พวกเขาไม่สามารถออกไปสำรวจโลกกว้างภายนอกได้ตลอดเวลาเหมือนคนหนุ่มสาว จึงทำได้เพียงอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนกัน และค่อย ๆ เข้าสู่ช่วงบั้นปลายของชีวิต

เมื่อได้ยินหลานสาวเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความก้าวหน้าและทันสมัยของเมืองใหญ่ในตอนนี้ รวมถึงพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสูง จึงฟังดูแล้วแปลกใหม่และน่าสนใจมาก

กู้หนานบอกว่า “คุณปู่ คุณย่า ถ้ารั่วหลินพาลูกของเธอไปที่เมืองจิงตูหลังจากพักอยู่ไฟครบกำหนดแล้ว พวกคุณจะตามเธอไปเที่ยวที่โน่นก็ได้นะคะ บ้านพักของฉันกว้างขวางมาก มีที่อยู่อาศัยเหลือเฟือ ถ้าคุณไปจริง ๆ ฉันจะพาพวกคุณไปเที่ยวชมเมืองให้ทั่วเลย”

คุณย่ากู้บอกว่า “สมัยยังหนุ่มยังสาว พวกเราก็เคยไปเมืองใหญ่เหมือนกัน ตอนนี้ได้ยินเธอพูดแล้ว สภาพแวดล้อมที่นั่นน่าจะเปลี่ยนไปมากจริง ๆ คงแตกต่างจากที่เราเคยเห็นเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ฉันชักอยากไปดูกับตาซะแล้ว”

“ใช่ค่ะ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงทุกวัน เมืองต่างออกไปทุกวันเลย เดี๋ยวนี้ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยอาคารสูง มีห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์หลายสิบแห่ง ขายสินค้าพร้อมสรรพอยู่ในนั้น”

“อาคารสูงอยู่รอบทิศแบบนั้น คนที่นั่นไม่เวียนหัวตายหรอกหรือ?”

“คุณย่า ถึงอาคารสูงแต่ก็ปลอดภัยค่ะ แม้แต่ในหลันเฉิงเรายังมีตึกสูงเป็นสิบชั้นเลยนะคะ”

“เอาละ เมื่อรั่วหลินไปที่นั่นครั้งหน้า ฉันกับย่าของเธอก็จะตามไปดูด้วยเหมือนกัน ถ้าชีวิตนี้พวกเราได้ไปเยือนจิงตูอีกครั้ง ชีวิตของเราสองคนคงสมบูรณ์แล้ว”

พวกเขาทั้งสามคุยกันจนถึงเที่ยงคืนก่อนจะผล็อยหลับไป หลังจากตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เฒ่าทั้งสองก็ไปส่งอาหารให้เฉินรั่วหลินและคนอื่น ๆ ที่โรงพยาบาล กู้หนานก็ไปพร้อมกับพวกเขาด้วย

คุณย่ากู้ทำโจ๊กลูกเดือยมาให้เฉินรั่วหลินกินโดยเฉพาะ ทั้งยังมีซาลาเปากับนมถั่วเหลืองสำหรับเนี่ยอวี้ฮว๋าและกู้ย่าฮุย

เมื่อเธอมาถึงโรงพยาบาล เนี่ยอวี้ฮว๋ากำลังอุ้มเด็กน้อยไว้ และร้องเพลงอย่างมีความสุขอยู่ในวอร์ด

ย่าฮุยกำลังคุยกับเฉินรั่วหลินอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข

เมื่อเห็นพวกเขาเข้ามา เนี่ยอวี้ฮว๋าก็ยิ้มแล้วพูดว่า “หลานรัก ดูสิ นั่นคุณปู่ทวด คุณย่าทวด และอาเล็กของหนูไงจ๊ะ พวกเขามาหาหนูโดยเฉพาะเลยนะ”

คุณย่ากู้โน้มตัวไปมองด้วยรอยยิ้ม “เด็กน้อยคนนี้งอแงหรือเปล่า?”

“เขาเป็นเด็กดีมากค่ะ ไม่ร้องไห้หรือโวยวายเวลาหิว เลี้ยงง่ายมากจริง ๆ”

“นี่อาหารเช้าสำหรับพวกคุณค่ะ”

กู้หนานมอบกล่องอาหารให้กับกู้ย่าฮุย

คุณย่ากู้กล่าวว่า “โจ๊กลูกเดือยนั่นของรั่วหลิน ซาลาเปากับนมถั่วเหลืองเป็นของเธอกับแม่ของเธอ”

กู้ย่าฮุยจัดแจงเทโจ๊กลูกเดือยให้เฉินรั่วหลิน ตอนแรกเขาต้องการจะป้อนเธออีกครั้ง แต่เฉินรั่วหลินหยิบชามมาถือเองอย่างเด็ดเดี่ยว

“ฉันกินเอง คุณป้อนให้ฉันช้าเกินไป”

ก่อนจะป้อนเขาเอาแต่เป่าให้หายร้อนทุกช้อนไป

กว่าจะได้กินช้อนที่สองอย่างต่อเนื่อง ช้อนแรกก็ย่อยลงกระเพาะไปหมดแล้ว

กู้ย่าฮุยทำได้เพียงส่งชามให้กับเฉินรั่วหลินเท่านั้น

เขาถามผู้เฒ่ากู้ว่า

“คุณปู่ ได้ลองเลือกชื่อจริงให้เหลนคนโตของปู่แล้วหรือยังครับ?”

“เลือกแล้ว ฉันเขียนไว้บนกระดาษด้วย มีหลายชื่อ พวกเธอไปเลือกชื่อที่ชอบกันเอาเอง”

ผู้เฒ่ากู้หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 842 รู้สึกไม่มั่นคง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

c2aa010
เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80
2025-02-11
browniee.online40b3
ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
2026-06-14
20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
2023-07-30
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-06-14

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน