เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 840 บทเรียนจากอดีต
บทที่ 840 บทเรียนจากอดีต
เฉินรั่วหลินรู้ว่าเด็กแรกเกิดยังไม่โตพอที่จะเห็นโครงหน้าชัดเจน เธอจึงเตรียมใจไว้แล้ว ก่อนกล่าวว่า “ค่ะ อีกหน่อยเขาโตขึ้นต้องคิ้วหนาตาโตอย่างที่แม่ว่าแน่ ๆ”
ทั้งเธอและกู้ย่าฮุยไม่ใช่คนตาเล็ก ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะเติบโตขึ้นมาโดยที่ดวงตาหรี่เล็กเป็นเส้นขีด
ในไม่ช้า กู้ฉางอันก็ถือถุงบรรจุซุปเข้ามา กู้ย่าฮุยจึงจัดแจงเทซุปใส่ชามเล็ก ๆ แล้วป้อนให้เฉินรั่วหลิน
“ฉันกินเองได้ค่ะ”
“ให้ผมป้อนเถอะ คุณอย่าขยับตัวเยอะ”
กู้ย่าฮุยในฐานะหมอเลือกที่จะไม่นั่งบนเตียงคนไข้ แต่ยืนก้มตัวลงป้อนซุปให้ภรรยาเป็นระยะ ๆ
เขามองภรรยาด้วยสายตาที่เป็นทุกข์และอ่อนโยน
จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะตระหนักอย่างแท้จริงแล้วว่าเขากลายเป็นพ่อคน
ความรับผิดชอบบนบ่าของเขาจะยิ่งมากขึ้นในอนาคต
กู้หนานเห็นว่าเฉินรั่วหลินค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้ว จึงพูดกำชับว่า “รั่วหลิน อย่าลืมพักผ่อนเยอะ ๆ นะ ฉันขอตัวก่อน ยังต้องแวะไปหาพี่ชายอีก”
เสียงของเฉินรั่วหลินอ่อนระโหยโรยแรง “เข้าใจแล้ว หนานหน่าน ไปทำธุระของตัวเองเถอะ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”
“หนานหน่าน เธอจะกลับเมื่อไหร่?” กู้ย่าฮุยถาม
“ไม่วันพรุ่งนี้ก็วันมะรืน”
กู้หนานมองกู้ย่าฮุย “แล้วพี่ล่ะ?”
กู้ย่าฮุยตอบ “ฉันว่าจะขยายวันลาเพิ่มอีกสองวัน ยังไม่กลับเร็ว ๆ นี้หรอก”
เมื่อเขาพูดแบบนั้น เฉินรั่วหลินก็ปฏิเสธทันควัน “ไม่ได้ คุณลาพักร้อนมาหลายวันแล้ว ฉันสบายดีจริง ๆ คุณได้เจอหน้าลูกแล้ว อย่าลางานเพิ่มอีกเลย”
กู้ย่าฮุยพูดเบา ๆ “หลินหลิน คุณอยู่บ้านดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นให้ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น”
หลังจากได้ยินสิ่งที่กู้ย่าฮุยพูด กู้หนานก็พยักหน้า “อืม พี่ไปทำธุระเถอะ”
เฉินรั่วหลินเพิ่งคลอดลูก จึงพอเข้าใจได้ว่ากู้ย่าฮุยไม่เต็มใจจะจากไป หากเขายังมีวันลาเหลือพอก็อยู่ต่อได้
หลังกู้หนานออกจากโรงพยาบาล เธอก็ไปรับผู้เฒ่าลู่ที่บ้านตระกูลกู้มาด้วยกัน
หลังจากเข้าไปในห้องหลัก กู้หนานกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คุณปู่ คุณย่า รั่วหลินคลอดแล้วค่ะ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ไม่ต้องกังวลแล้วนะคะ ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยไปโรงพยาบาลก็ได้”
“ดี คลอดแล้วปลอดภัยก็ดีแล้ว” คุณย่ากู้จับมือกู้หนานแล้วถามอย่างตื่นเต้น “เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนใคร? เหมือนย่าฮุยหรือรั่วหลิน?”
“ยังบอกไม่ได้ค่ะคุณย่า แต่ป้าสะใภ้เธอบอกว่าเขามีคิ้วหนาเข้มและตาโต”
ผู้เฒ่ากู้บอกว่า “คิ้วหนาตาโต ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนย่าฮุย”
“หนานหน่าน คืนนี้อยู่ค้างคืนที่บ้านเรานะ”
กู้หนานคิดสักพักแล้วพยักหน้า “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้หนูกับคุณปู่ขออยู่ด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหา บ้านนี้มีตั้งหลายห้อง”
กู้หนานบอกว่า “คุณปู่คุณย่า พวกคุณไปพักผ่อนกันก่อนนะคะ หนูจะพาคุณปู่ไปเยี่ยมลูกสาวที่บ้านพี่ชายก่อน หนูยังไม่เคยเห็นหน้าเธอเลยหลังจากเธอคลอดมาสักพักแล้ว”
“อืม ไปเยี่ยมเธอเถอะ แต่อย่าลืมกลับมาค้างคืนที่นี่นะ จะนอนค้างที่บ้านพี่ชายของเธอไม่ได้ พวกเรานับวันคอยแล้วคอยเล่ากว่าเธอจะกลับมา พอกลับมาแล้วก็ควรนอนค้างที่บ้านเราสักหนึ่งคืน”
คุณย่ากู้มองไปที่กู้หนานและพูดกับเธอต่อไป “ย่าอยากคุยกับเธอ ต้องกลับมานะ”
กู้หนานจับมือคุณย่ากู้แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ค่ะ ไม่ต้องกังวล บ้านเช่าของพี่ชายหนูคงไม่มีห้องพอให้นอนค้างอยู่แล้วค่ะ”
กู้หนานและผู้เฒ่าลู่ซื้อแฮมกระป๋องและผลไม้บางชนิดจากร้านค้าไปด้วย จากนั้นก็ขึ้นรถประจำทางไปยังตรอกที่เจียงจื้อกังและคนอื่น ๆ อาศัยอยู่
ตอนนี้บ่ายคล้อยแล้ว ขณะที่เดินอยู่ในตรอก ก็บังเอิญเจอกับเถี่ยตันซึ่งเพิ่งกลับจากโรงเรียนพอดี
เถี่ยตันวิ่งเข้าไปในตรอกไม่นาน เมื่อเห็นพวกเขาก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น “คุณปู่ คุณอา กลับมาแล้วหรือครับ?”
“เถี่ยตัน” เมื่อผู้เฒ่าลู่เห็นเถี่ยตัน เขาก็หยุดเดินและรอจนกว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาใกล้
เถี่ยตันโผเข้ากอดผู้เฒ่าลู่ด้วยความรักใคร่
ปีนี้เถี่ยตันตัวสูงขึ้นมาก ศีรษะของเขาสูงเกือบถึงหน้าอกของผู้เฒ่าลู่แล้ว
ผู้เฒ่าลู่ลูบหัวเถี่ยตันพลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เถี่ยตันตัวสูงขึ้นอีกแล้ว”
“ใช่ครับ ผมโตไวมากเลย”
“เข้าไปข้างในกันเถอะ”
เถี่ยตันเปิดประตูปุ๊บ เสียงจู้จี้จุกจิกของหวังชุ่ยผิงก็ดังมาจากภายในตัวบ้าน “เสี่ยวเหว่ย วันนี้ลูกกลับมาหลังจากเลิกเรียนสายนะ แม่บอกให้ลูกรีบกลับบ้านทันทีหลังเลิกเรียน จะได้มาช่วยแม่ดูแลน้องสาวขณะที่แม่เข้าครัว ทำไมถึงได้เถลไถลนัก?”
“แม่ ปู่ทวดกับคุณอาก็กลับมากับผมด้วย” เถี่ยตันตะโกนบอก
“ว่าไงนะ?”
หวังชุ่ยผิงอุ้มเด็กไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือเลิกม่านกั้นประตูขึ้น
เมื่อกู้หนานเห็นภาพตรงหน้า เธอก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ดูเหมือนว่าน้ำหนักของหวังชุ่ยผิงจะลดลงไปมาก
เมื่อหวังชุ่ยผิงเห็นคนที่ปรากฏตัวในสนามหญ้าพร้อมกับเถี่ยตัน เธอก็อุทานด้วยความตื่นเต้นว่า “คุณปู่ลู่ หนานหน่าน ทำไมถึงมาที่นี่ได้?”
“พวกเราแวะมาดูน่ะสิ ว่าหลานสาวคนโตของฉันโตแค่ไหนแล้ว”
กู้หนานเดินไปหาเธอด้วยรอยยิ้ม เข้ามาอุ้มเด็กมาจากอ้อมแขนของหวังชุ่ยผิง
ยามเธอมองเด็กน้อยผู้มีใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาของเธอพลันเต็มไปด้วยความรัก “ไอหยา หลานสาวคนโตของฉันโตขนาดนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่อาได้เจอหน้าหนูเลยนะ”
“หลานฉันชื่ออะไรหรือคะ?” กู้หนานถามหวังชุ่ยผิง
หวังชุ่ยผิงตอบว่า “ชื่อเจียงเยี่ยนฟาง พี่ชายเธอเป็นคนตั้ง ชื่อเล่นคือฟางฟาง”
“ฟางฟางจ๋า”
“คุณปู่ลู่คะ เข้ามาดูหน้าเหลนเร็วเข้า”
กู้หนานอุ้มเด็กและเดินเข้าไปในห้องของหวังชุ่ยผิงพร้อมกับผู้เฒ่าลู่
ห้องนอนค่อนข้างยุ่งเหยิง มันเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมถึงผ้าอ้อมที่ปูอยู่บนโซฟา หวังชุ่ยผิงรีบเก็บผ้าพวกนั้นโยนไปทางด้านข้างลวก ๆ
การกระทำนี้คล้ายกับตอนที่กู้หนานไปเยี่ยมบ้านของเธอครั้งแรก สมัยที่เธอยังอยู่ในห้องชุดของบุคลากรในโรงพยาบาล
กู้หนานกับผู้เฒ่าลู่นั่งลง หวังชุ่ยผิงก็ยุ่งอยู่กับการค้นหาผ้าห่มและรินน้ำให้
“พี่สะใภ้ ช่วงนี้การเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านเต็มเวลาเป็นยังไงบ้างคะ?”
หวังชุ่ยผิงถอนหายใจ “เธอร้องไห้งอแงบ่อยมาก ก็เพราะพี่ชายของเธอนั่นแหละ เขามักอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนตลอดเวลาเมื่อเขาอยู่บ้าน พอไปทำงานก็ตกเป็นหน้าที่ของฉัน ฉันแทบปลีกตัวไปทำงานบ้านไม่ได้เลย ต้องคอยอุ้มเธอไว้ตลอด”
กู้หนานแนะนำ
“งั้นต้องวางเธอไว้บนเตียงแล้วเข้ามาเล่นกับเธอเป็นระยะแล้วละค่ะ เปลี่ยนนิสัยทีละนิดละหน่อย อย่าเอาแต่กระเตงเธอติดตัวตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้าน”
หวังชุ่ยผิงมองห้องที่สกปรกของตัวเอง แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า “ใช่ ฉันแทบไม่มีเวลาเลย…”
“ปกติฉันจะทำอาหารได้ก็ต่อเมื่อเถี่ยตันกลับมาช่วยดูน้องสาวของเขาแล้วเท่านั้น พี่ชายเธอมักบอกฉันเสมอว่าให้รอเขากลับจากเลิกงานก่อน แต่เขาเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวันแล้ว จะทำให้เขาเหนื่อยเกินไปไม่ได้”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หวังชุ่ยผิงก็ถามว่า “จริงสิ กินข้าวกันมาหรือยัง? ฉันจะไปทำอาหาร”
“ยังไม่ได้กินเลย ฉันเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล รั่วหลินคลอดลูกแล้ว” กู้หนานตอบ
หวังชุ่ยผิงมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ “คลอดแล้วหรือ? เด็กชายหรือเด็กหญิง?”
“เด็กผู้ชายตัวอ้วนใหญ่เชียวละ”
หวังชุ่ยผิงเดาะลิ้นสองครั้งแล้วพูดว่า “สวรรค์อวยพร ครอบครัวของพวกเขาได้ลูกชาย ถือเป็นพรอันประเสริฐจริง ๆ”
กู้หนานกลอกตาใส่ทันทีอย่างหมดคำจะพูด
หวังชุ่ยผิงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “แต่ชีวิตของฉันก็ดีเหมือนกัน ฉันมีลูกตั้งสองคน”
“ใช่แล้ว พี่คือผู้ที่ได้รับพรอันประเสริฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน”
“มา ให้คุณปู่ทวดอุ้มหนูแทนนะ” ว่าแล้ว กู้หนานก็ส่งเด็กให้กับผู้เฒ่าลู่
ผู้เฒ่าลู่อุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาถอนหายใจ “ยิ่งเราอายุมากขึ้น ก็ยิ่งชอบมองเห็นการเติบโตของเด็กแบบนี้ รู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความหวัง”
“คุณปู่ ถ้าอย่างนั้นคุณต้องอุ้มเธอให้หนำใจแล้วค่ะ”
หวังชุ่ยผิงกำลังจะเข้าครัวไปทำอาหาร กู้หนานก็เดินตามเธอไปที่ห้องครัวเช่นกัน
ทันทีที่เธอเข้าไปในครัว หวังชุ่ยผิงก็หมุนตัวไปมารอบห้องเพราะไม่รู้ว่าจะทำอาหารอะไรดี
เธอมีความสุขมากที่แขกมาเยือน จึงอยากทำอาหารดี ๆ เลี้ยงพวกเขาด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุดในบ้าน
“ฉันจะออกไปซื้อผักของเพิ่มหน่อย” หวังชุ่ยผิงควานหาวัตถุดิบ แต่พบว่าในครัวเหลือแค่มันฝรั่ง พริก กะหล่ำปลีและอย่างอื่นอีกนิดหน่อย
เธอต้องออกไปซื้อเนื้อสัตว์หน่อยแล้ว
กู้หนานบอกว่า “อย่าไปเลย ทำบะหมี่ตุ๋นให้พวกเราก็พอ ฉันคิดถึงบะหมี่ร้อน ๆ ฝีมือพี่อยู่พอดี”
“ได้ยังไงกัน? การที่เธอกับคุณปู่ลู่จะมาเยี่ยมเราถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ฉันต้องทำของอร่อย ๆ ไว้ต้อนรับสิ เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อไก่ เป็ด และปลาเข้ามาทำกับข้าวให้นะ”
หวังชุ่ยผิงตั้งท่าจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง แต่กู้หนานยืนกรานและรั้งเธอไว้ “ไม่เห็นต้องซื้อไก่ เป็ด ปลาเลย พวกเราทุกคนล้วนแต่เป็นคนกันเองทั้งนั้น อย่าสุภาพนักเลย ฉันแค่อยากจะกินบะหมี่ฝีมือพี่จริง ๆ”
“มาเถอะ พี่ไปทำเส้นบะหมี่ เดี๋ยวฉันจะหั่นผักเอง”
กู้หนานล้างมือที่อ่างล้างจาน จากนั้นก็เริ่มหั่นผักเป็นท่อน ๆ
หวังชุ่ยผิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขุดแป้งทำเส้นบะหมี่
“พี่สะใภ้ พี่ต้องเรียนรู้การเลี้ยงลูกของคนอื่นให้มากกว่านี้ อย่าเอาแต่ตามใจลูกตลอดเวลา เพราะถึงยังไงพี่ก็มีเถี่ยตันที่ต้องดูแลอีกคน เราจะสั่งให้เขาสละเวลาว่างที่มีเพื่อกลับมาดูแลน้องสาวได้ยังไง?”
ตอนแรกกู้หนานตั้งใจจะพูดว่าเธอควรเรียนรู้บทเรียนจากการแต่งงานครั้งก่อนของตัวเอง แต่เธอกลัวว่าถ้าพูดแบบนั้นออกไป อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในตัวเองของหวังชุ่ยผิง
เธอเข้าใจความยากลำบากในการเลี้ยงลูกอย่างถ่องแท้ที่สุด เด็กควรได้รับการปลูกฝังและพัฒนานิสัยที่ดีตั้งแต่ยังเป็นทารก ส่วนผู้ใหญ่ก็มีหน้าที่จัดแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม เพื่อที่อะไร ๆ จะได้ง่ายขึ้นอีกหน่อย
“เถี่ยตันต้องไปโรงเรียน พี่จะออกคำสั่งให้เถี่ยตันรีบกลับมาจากโรงเรียนเพื่อมาดูแลน้องสาวในขณะที่พี่เข้าครัวทำอาหารเสมอไปไม่ได้ เด็ก ๆ วัยเขายังมีการบ้านที่ต้องทำ พี่ควรตระหนักถึงความจริงว่าเถี่ยตันกับฟางฟางไม่ได้เกิดมาจากพ่อคนเดียวกัน ขืนพี่ใช้งานเถี่ยตันแบบนี้เรื่อย ๆ จะยิ่งส่งผลต่อความรู้สึกที่เขามีต่อน้องสาว จนอาจเกิดการต่อต้าน”