เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 839 คลอดลูกชายอย่างปลอดภัย
บทที่ 839 คลอดลูกชายอย่างปลอดภัย
กู้หนานรีบตามไปที่ห้องคลอดของเฉินรั่วหลิน จากนั้นรออยู่นอกห้องคลอดกับเนี่ยอวี้ฮว๋าและกู้ย่าฮุย กู้ย่าฮุยกับเนี่ยอวี้ฮว๋าต่างก็มีสีหน้ากังวลอย่างมาก
กู้หนานถามเนี่ยอวี้ฮว๋าด้วยเสียงกระซิบ “ป้าสะใภ้คะ รั่วหลินเข้าห้องคลอดไปนานเท่าไหร่แล้ว?”
ป้าสะใภ้กล่าวว่า “ชั่วโมงกว่าแล้ว เราแอดมิดที่นี่มาได้สามวัน เธอปวดท้องหน่วง ๆ มาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ได้เวลาคลอดซะที”
เนี่ยอวี้ฮว๋าซึ่งดูจะใจเย็นมาตลอด ตอนนี้กลับดูจริงจังและวิตกกังวลอย่างมาก
กู้ย่าฮุยก็ร้อนใจไม่แพ้กัน เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอด
เขาอดไม่ได้ที่จะถามเนี่ยอวี้ฮว๋า
“แม่ จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า? ทำไมถึงนานอย่างนี้? ผมกังวลไปหมดแล้ว”
เนี่ยอวี้ฮว๋าจับมือลูกชายของเธอแล้วพูดปลอบเบา ๆ “ไม่ต้องกลัวนะ เธอจะไม่เป็นอะไร เราทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนรอ”
เวลานี้เนี่ยอวี้ฮว๋ากลายเป็นที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวของกู้ย่าฮุย
กู้ย่าฮุยในฐานะหมอซึ่งยืนอยู่ที่นี่เอาแต่มองหลอดไฟสีแดงเหนือประตูห้องคลอด ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสถานการณ์อันตรายทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างคลอดบุตร
ไม่ว่าจะเป็นภาวะคลอดติดไหล่ ตกเลือด หรือทารกขาดออกซิเจน…
ยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น
บางครั้งการมีความรู้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี
ถ้าเขาเป็นหมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนไข้ พวกเขาต้องทำตัวเป็นเสมือนเครื่องบำบัดจิตใจคน สงบนิ่งและใจเย็น
แต่เขาในยามนี้เป็นเพียงสมาชิกในครอบครัวของคนไข้ ซึ่งภรรยาของเขาอยู่ข้างในห้องคลอดโดยที่ไม่ทราบชะตากรรม แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้ารอ
ที่แย่กว่านั้นคือความรู้ทางทฤษฎีทั้งหมดเอาแต่วิ่งวนอยู่ในหัวของเขา
“ถ้าผมรู้แต่แรกคงไปอยู่ในห้องคลอดด้วยแล้ว” กู้ย่าฮุยเดินไปมาที่หน้าประตูด้วยความกระวนกระวาย
“ยิ่งลูกเข้าไปข้างใน หมอจะยิ่งกดดันขึ้นไปอีก อีกอย่างลูกเป็นหมอศัลยกรรมกระดูก ต่อให้เข้าไปในแผนกสูตินรีเวชจะช่วยอะไรได้? รังแต่จะสร้างความวุ่นวายเท่านั้น”
เนี่ยอวี้ฮว๋ากังวลแทบตาย แต่ก็ยังต้องปลอบลูกชายของเธอ
“เอาน่า ไม่ต้องห่วง จะไม่มีใครเป็นอะไร ยังไงพวกเราก็ส่งกำลังใจให้เธออยู่ตรงนี้แล้ว สมัยนี้วิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ก้าวหน้ามาก แม้แต่สมัยก่อนที่การแพทย์ยังล้าหลังอยู่ ลูกคิดว่าแม่คลอดลูกกับพี่สาวออกมาอย่างปลอดภัยได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่แม่ตั้งท้องลูกแฝดด้วยซ้ำ?”
เมื่อกู้ย่าฮุยได้ยินแบบนั้น เขาก็มองสบตาผู้เป็นแม่ด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ “แม่ ตอนนั้นแม่คงทรมานน่าดู”
ว่าแล้วเขาก็โผเข้ากอดผู้เป็นแม่
“ตอนผู้หญิงคลอดลูกคือช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดในชีวิต เหมือนกับผู้ชายที่ต้องอดทนต่อความยากลำบากและแบกรับภาระของครอบครัว การมีชีวิตให้รอดอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าใคร ๆ ก็ลำบากทั้งนั้น”
กู้ย่าฮุยกับเนี่ยอวี้ฮว๋าที่ต่างก็เป็นคนอารมณ์ดีทั้งคู่ เมื่อมาอยู่ตรงหน้าประตูห้องคลอดและสัมผัสถึงบรรยากาศกดดันแบบนี้ ทำให้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะตอนที่แม่ของเขาตั้งท้องลูกแฝดเมื่อก่อน ความเจ็บปวดและอันตรายยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
กู้หนานยืนอยู่ข้าง ๆ มองกู้ย่าฮุยและเนี่ยอวี้ฮว๋าสวมกอดกันอย่างอบอุ่น ทันใดนั้นก็รู้สึกคัดจมูกเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาบ้าง
ช่างน่าอิจฉาที่พวกเขาสองแม่ลูกสนิทสนมกันมากขนาดนี้
ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม พวกเขาก็ไม่เคยลังเลเลยที่จะแสดงความรักต่อหน้าคนที่พวกเขารัก
กู้ย่าฮุยหันกลับมา เมื่อเห็นว่ากู้หนานเองก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาจึงรีบพูดว่า “หนานหน่าน ตอนนั้นเธอเองก็คงทรมานไม่น้อย แม่ทุกคนบนโลกนี้เก่งมากจริง ๆ”
กู้หนานยิ้มและพูดว่า “ต่อจากนี้ไปพี่ก็ทำดีกับรั่วหลินให้มาก ๆ การอดทนทรมานของเธอจะได้คุ้มค่า”
เนี่ยอวี้ฮว๋าได้รับโทรศัพท์จากกู้ย่าถิง ซึ่งตอนนี้เธอกำลังรออยู่ที่บ้านด้วยความร้อนรนเหมือนมดบนเตาไฟ
เนี่ยอวี้ฮว๋ายืนกรานไม่ให้กู้ย่าถิงมารอดูหน้าหลานที่หน้าห้องคลอดเด็ดขาด ด้วยกลัวว่าจะสร้างเงามืดในจิตใจเธอที่ยังไม่เคยผ่านการคลอดลูก จนหวาดกลัวการมีลูกไปเสียก่อน
เหมือนตอนที่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ด้วยความคาดหวังและความสุข เฝ้าคอยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ในแต่ละวัน เตรียมตัวเองให้พร้อมจนกระทั่งถึงวันคลอด สภาพจิตใจของคุณแม่จะไม่รู้สึกหวาดกลัวมากนัก แต่จะมุ่งความสนใจไปที่ชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมามากกว่า
แต่ถ้าจู่ ๆ ผู้หญิงที่ยังไม่ได้เตรียมใจพร้อมที่จะมีลูกมาสัมผัสบรรยากาศน่ากลัวและกดดันที่หน้าประตูห้องคลอด เธอจะตื่นตกใจไปเสียเปล่า ๆ
ก่อนที่เนี่ยอวี้ฮว๋าจะวางสาย ประตูห้องคลอดก็เปิดออก
“ครอบครัวของคุณเฉินรั่วหลินค่ะ”
กู้ย่าฮุยกับเนี่ยอวี้ฮว๋าวิ่งถลาเข้าไปอย่างรวดเร็ว “พวกเราอยู่นี่”
“คุณแม่คลอดน้องผู้ชายอ้วนจ้ำม่ำเชียวค่ะ หนักสามพันหกร้อยกรัมนะคะ”
“พระเจ้าช่วย มิน่าล่ะ ลูกสะใภ้ฉันถึงได้หายเข้าไปนานขนาดนี้ ที่แท้หลานฉันก็ตัวใหญ่มากนี่เอง”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารีบเอื้อมมือไปรับทารกน้อยที่พยาบาลห่อตัวไว้อย่างรวดเร็ว
เธออุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นอีกฝ่ายแล้ว ประกายแสงในดวงตาก็อ่อนโยนลง
“ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับ?” กู้ย่าฮุยรีบถามอย่างร้อนใจ
“ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณแม่ปลอดภัยดี อีกไม่นานคุณพ่อก็จะได้เจอเธอแล้ว”
กู้ย่าฮุยเหลือบมองลูกชายของเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็มุ่งความสนใจไปที่ห้องคลอด
เนี่ยอวี้ฮว๋ากับกู้หนานเดินกลับมาที่วอร์ดพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขน ขณะที่กู้ย่าฮุยยังคงรอเฉินรั่วหลิน อยู่ที่นอกห้องทำคลอด
“ในที่สุดเธอก็คลอดอย่างปลอดภัย ฉันตื่นเต้นไปหมด” เนี่ยอวี้ฮว๋าถอนหายใจขณะอุ้มทารกไว้แนบอก “สมัยฉันคลอดเอง ยังวิตกจะแย่ ตอนนี้พอเห็นลูกสะใภ้คลอดลูกอีกคนก็ยังไม่หายประหม่า”
“มาเร็ว ไหนขอดูหน้าหลานชายคนโตของย่าหน่อยซิ น่ามันเขี้ยวจังเลย”
เมื่อเข้าไปในวอร์ด เธอก็แหวกผ้าห่อตัวเล็กน้อยแล้วมองหลานชายอย่างระมัดระวัง “หลานรัก นี่คุณย่าเองนะ”
“ไหน ให้อาดูหน้าหน่อยซิ”
หลังจากแนะนำตัวเองกับทารกแล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็พูดว่า
“หนานหน่าน ช่วยป้าอุ้มเด็กหน่อย เดี๋ยวป้าจะป้อนน้ำให้เขาเอง”
จากนั้นเธอก็หันไปเติมน้ำจากขวดที่เตรียมไว้ให้ทารกแรกคลอดจนเต็ม และเปลี่ยนมาอุ้มหลานชายด้วยตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง “เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ไม่ทันไร ฉันก็กลายเป็นคุณย่าแล้ว”
กู้หนานมองหน้าตาสดใสของเนี่ยอวี้ฮว๋า และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ป้าสะใภ้ แต่คุณยังดูสาวสะพรั่งอยู่เลยนะคะ ดูไม่เหมือนเป็นย่าใครเลย”
เนี่ยอวี้ฮว๋าวางเด็กไว้บนเตียงอย่างระมัดระวังพลางพูดว่า “ป้าไม่ใช่สาว ๆ อีกแล้ว อีกหน่อยคงต้องปรับตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่านี้”
เมื่อกู้หนานได้ยินแบบนี้ ท่าทางของเธอก็ดูแปลกไปเล็กน้อย
คนอื่น ๆ เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อพวกเขากลายเป็นพ่อแม่คน ในขณะที่เนี่ยอวี้ฮว๋าเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อเธอกลายเป็นย่าของหลาน
ช่างเป็นผู้หญิงที่มีความสุขซะจริง ๆ
เนี่ยอวี้ฮว๋าโทรกลับไปรายงานที่บ้านว่าว่าลูกสะใภ้คลอดอย่างปลอดภัยแล้ว
เมื่อได้ยินว่าเฉินรั่วหลินให้กำเนิดหลานชาย ผู้เฒ่ากู้ก็ตื่นเต้นมากจนแทบผุดลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น
ผู้เฒ่าทั้งสองคนเริ่มกระวนกระวายและจะมาที่โรงพยาบาลให้ได้
แต่กู้ฉางอันปรามพวกเขาไว้เสียก่อน
จากนั้นกู้ฉางอันก็รีบตามมาสมทบพร้อมกับซุปไข่
หลังจากประกาศข่าวดีให้ครอบครัวของตัวเองทราบเรียบร้อยแล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็โทรกลับไปหาพ่อแม่ของเฉินรั่วหลินอีกครั้ง
“[แม่สามี คุณอยากให้พวกเราไปที่นั่นไหม?]” แม่ของเฉินรั่วหลินได้ยินว่าลูกสาวของเธอคลอดแล้ว จึงต้องการมาเยี่ยมเธอที่หลันเฉิง
“คุณจะมาอยู่ดูแลเธอในระหว่างอยู่ไฟหนึ่งเดือนหรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋าถาม
“อะไรกัน? ไม่ใช่ว่าพวกคุณคอยดูแลเธออยู่แล้วหรอกหรือ? ฉันคงไม่สะดวก รบกวนพวกคุณจัดแจงให้เธออยู่ไฟสี่สิบวันแทนแล้วกัน ถ้าคุณไม่ให้รั่วหลินอยู่ไฟหลังคลอดจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ พอเริ่มแก่ตัวไปเธอจะป่วยไข้ไม่แข็งแรง”
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว เนี่ยอวี้ฮว๋าก็อุ้มเด็กแล้วเริ่มบ่นว่า “อะไรของเขา? ฉันเป็นคนหลันเฉิงโดยกำเนิด แถมฉันก็เคยไปอยู่ที่ฮ่องกงตั้งหลายปี ตอนนั้นฉันยังไม่เห็นจะต้องอยู่ไฟอะไรนั่นเลย แก่ตัวมาร่างกายฉันก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ”
กู้หนานบอกว่า “บางทีสภาพอากาศของที่นั่นอาจจะอบอุ่นเกินไป ทำให้ร้อนเกินกว่าจะนั่งอยู่เฉย ๆ ก็ได้นะคะ”
“ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้เธอไปโดนลมนอกบ้านไม่ได้อยู่ดี”
ขณะที่เธอกำลังพร่ำบ่นอยู่นั้น เตียงของเฉินรั่วหลินก็ถูกเข็นกลับมาที่วอร์ด เนี่ยอวี้ฮว๋าช่วยพยุงเธอลงจากเปลหามอย่างรวดเร็ว จากนั้นกู้ย่าฮุยก็อุ้มเธอขึ้นไปนอนราบบนเตียงผู้ป่วย
ใบหน้าของเฉินรั่วหลินซีดเซียวและดูอ่อนแรงมาก กู้ย่าฮุยค่อย ๆ ประคองเธอเอนตัวนอนลง แล้วห่มผ้าห่มให้เธอ
“รั่วหลิน เหนื่อยหน่อยนะ” เนี่ยอวี้ฮว๋าพูด “เดี๋ยวแม่จะบอกให้พ่อเขาเทซุปร้อน ๆ มาให้”
เฉินรั่วหลินรู้สึกปลอดภัยมากเมื่อเห็นว่ากู้หนานเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
“แม่คะ ขอฉันดูหน้าลูกหน่อย”
เนี่ยอวี้ฮว๋าอุ้มทารกไปหาเฉินรั่วหลิน “ดูสิ เขาหน้าตาหล่อเชียว คิ้วเข้มหนา ตาก็โต”
เฉินรั่วหลินเปิดเปลือกตาขึ้นมองอย่างอ่อนแรง
จากนั้นเธอก็มองหน้าเนี่ยอวี้ฮว๋าโดยที่ไม่กล้าพูดอะไร
คิ้วเข้มหนาตาโต? มองยังไงว่าลูกชายของเธอตาโตกัน?
ตาของเขาเป็นเส้นขีดเดียวจนเธอแทบมองไม่เห็นตาเขาด้วยซ้ำ