เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 838 เข้าห้องคลอด
บทที่ 838 เข้าห้องคลอด
กู้ย่าฮุยรีบวิ่งไปหาถงถง “หลานสาว มาให้ลุงกอดหน่อยซิ ดูสิตัวโตขึ้นอีกแล้ว”
ลู่ฮ่าวหลบเลี่ยงไม่ยอมส่งลูกสาวให้ ปฏิเสธไม่ให้เขาแตะต้องเธอ “ไปล้างมือก่อนเร็ว”
“นายเองก็ยังไม่ได้ล้างเหมือนกันนี่?” กู้ย่าฮุยดุเขา
“ไปล้างมือกันทั้งคู่นั่นแหละ”
ลู่ฮ่าวยอมปล่อยมือจากลูกสาวของเขาอย่างเชื่อฟัง ไปล้างมือฆ่าเชื้อพร้อมกับกู้ย่าฮุย
กู้ย่าฮุยกอดถงถง ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาแล้วถอนหายใจ
“ฉันกำลังจะเริ่มต้นเส้นทางชีวิตครั้งใหม่แท้ ๆ แต่ฉันกลับรู้สึกโหวงในใจแปลก ๆ”
ไม่คาดคิดเลยว่าเขาสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ ทำให้เต็มไปด้วยความคาดหวังและโหยหาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ถ้าแพทย์ปริญญาเอกสำเร็จการศึกษา การทำงานอยู่ในโรงพยาบาลจิงตูอย่างต่อเนื่องก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถศึกษาหัวข้อใหม่ ๆ กับอาจารย์ผู้สอน ส่งเสริมความก้าวหน้าด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ ทั้งยังมีโอกาสได้สัมผัสกับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเทียมขั้นสูงในระดับสากล แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว แทบรอไม่ไหวที่จะลงมือทำและเรียนรู้ทันที
ลู่ฮ่าวไม่ชวนเขาทะเลาะอีก “ฉันก็เหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นมาก”
เขาพูดกับกู้ย่าฮุยว่า “จากนี้ไปนายจะอยู่บ้านกับพวกเราก็ได้ ไม่ต้องย้ายไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยหรอก”
“มันจะดูไม่เหมาะหรือเปล่า?” กู้ย่าฮุยเหลือบมองกู้หนาน แล้วพูดด้วยความละอายใจ
กู้หนานซึ่งกำลังปอกแอปเปิลอยู่ด้านข้างพูดว่า “ไม่เหมาะสมอะไรกัน? ตลอดทั้งปีนี้พี่มาอยู่บ้านเดียวกันกับเราเถอะ รอจนกว่ารั่วหลินจะคลอดลูกแล้วค่อยย้ายมาที่นี่ตอนปีหน้า แล้วเราค่อยมาว่ากันใหม่ ถ้าพี่พอจะมีเงินเก็บส่วนหนึ่ง ฉันแนะนำให้พี่ซื้อบ้านในจิงตูสักหลัง”
กู้ย่าฮุยไม่สนใจที่จะซื้อบ้านหรืออะไรทำนองนั้น “หลังจากนั้นฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ทำงานที่จิงตูหรือเปล่า การซื้อบ้านอาจจะยังเร็วไปหน่อย”
“ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่พี่ก็ควรซื้อไว้ อีกหน่อยมูลค่าบ้านและที่ดินกลางเมืองจิงตูจะขยับราคาขึ้นไปอีกเยอะ ถ้ายังไม่พร้อมซื้อตอนนี้ ปีหน้าค่อยซื้อก็ยังไม่สาย” กู้หนานไม่ได้บอกเขาว่าก่อนหน้านี้เธอใช้เงินที่ได้รับจากโรงงานแปรรูปวัสดุยาเจียดมาซื้อเรือนสี่ประสานไว้หลังหนึ่ง
ราคาไม่ถึงแสนด้วยซ้ำ
ตอนนี้ผู้คนต่างกระตือรือร้นที่จะย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในอาคารมากกว่า แต่ละอาคารก็แบ่งออกเป็นหลายห้องชุด
ที่อยู่อาศัยประเภทเรือนสี่ประสานจึงไม่เป็นที่สนใจ
เธอจึงอาศัยสถานการณ์นี้เพื่อกอบโกยผลประโยชน์
แต่เธอรู้ดีว่าคนจุกจิกอย่างกู้ย่าฮุย ถ้าต้องซื้อบ้านจริง ๆ เขาคงเลือกอาคารสไตล์ตะวันตกแน่
ถึงเวลานั้นเธออาจจะต้องไปคุยกับเฉินรั่วหลินให้ไปเกลี้ยกล่อมเขาอีกทอดหนึ่ง
เมื่อเร็ว ๆ นี้กู้หนานได้สำรวจว่ามีใครที่ต้องการจะขายเรือนสี่ประสานบ้าง
ยังไงซะเธอก็หาช่องทางทำเงินได้แน่ หากมีคนขาย เธอก็จะซื้อเก็บไว้
ให้มีบ้านอยู่ในครอบครองสักสองสามหลัง
หลังจากที่เธอคุยกับเดวิด เดวิดบอกว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กำลังเป็นที่นิยมสูงขึ้น หนุ่มใหญ่หลายคนที่เขารู้จักต่างก็หันมาจับธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กันบ้างแล้ว เขาจึงมาถามกู้หนานว่าเธอสนใจหรือไม่
กู้หนานไม่อยากกินจนเคี้ยวไม่ได้*[1] เธอจึงมุ่งความสนใจไปที่สูตรยาและการรักษาพยาบาลมากกว่า
ที่กว้านซื้อบ้านเก็บไว้ก็เพื่อประโยชน์ในอนาคต ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
วันรุ่งขึ้น กู้หนานก็อุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขน แล้วไปส่งพวกเขาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัยการแพทย์จิงตูด้วยตัวเอง
ขณะที่อุ้มเด็กก็โบกอีกมือหนึ่งให้พวกเขา “ถงถง เป็นกำลังใจให้พ่อกับลุงด้วย”
“พ่อ… พ่อ สู้ สู้”
ถงถงเริ่มฝึกพูดเป็นคำสั้น ๆ ได้บ้างแล้ว
“ลูกสาว หลังเลิกเรียนพ่อจะรีบกลับบ้านทันที รอพ่ออยู่ที่บ้านดี ๆ นะ”
ลู่ฮ่าวจูบถงถง ก่อนจะเดินเข้าไปในประตูมหาวิทยาลัยอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
แต่ละวันของการเรียนปริญญาเอกนั้นยุ่งเหยิงและอัดแน่นไปด้วยองค์ความรู้มหาศาล ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเรียน พวกเขาได้ทำการทดลองอย่างไม่รู้จบ อ่านเอกสารรายงานทางวิชาการต่าง ๆ บางครั้งก็มีเคสผ่าตัด
กู้หนานเองก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างเต็มที่
สามเดือนผ่านไปในชั่วพริบตา
เฉินรั่วหลินใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว กู้ย่าฮุยจึงลากลับบ้านเพื่อมาเฝ้าเธอคลอดโดยเฉพาะ
กู้หนานก็กลับหลันเฉิงกับเขาด้วย ตั้งใจว่าจะกลับไปที่บ้านเกิดเสียหน่อย
สมุนไพรทั้งหมดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงถูกเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว เธอมาดูแลการแปรรูปวัสดุยาด้วยตัวเอง เนื่องจากวัสดุยาชุดนี้จำเป็นต้องขนส่งไปยังโรงงานผลิตยาของเธอเองในเมืองจิงตู
พืชสมุนไพรท้องถิ่นอย่างหวงฉี ตังเซียม และตังกุย เรียกได้ว่าเป็นสมบัติสำคัญสามประการของยาจีน ซึ่งนิยมใช้กันทั่วไปในใบสั่งยาหลายรายการ
โดยเฉพาะโรงงานผลิตยาของพวกเขา นับวันยิ่งต้องการวัตถุดิบเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
กู้หนาน ฟางกั๋วผิง และสวี่เจิงกำลังตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานแปรรูปวัสดุยา ฟางกั๋วผิงถามว่า “หนานหน่าน จากนี้ไปวัสดุยาที่ได้รับการแปรรูปแบบหยาบของเราจะถูกส่งไปที่โรงงานผลิตยาในจิงตูโดยตรงเลยหรือ?”
กู้หนานตอบว่า “ใช่ค่ะ นับจากนี้เราจะผลิตแล้วส่งให้กับโรงงานของตัวเอง ส่วนที่เหลือจากโรงงานผลิตยาถึงค่อยส่งต่อไปที่อื่น”
“ปีนี้ปริมาณผลผลิตสมุนไพรในเขตเทศมณฑลของเราสูงมาก ชาวนาชาวไร่ครึ่งอำเภอเริ่มหันมาปลูกสมุนไพรกันแล้ว พอมีช่างเทคนิคมืออาชีพคอยให้คำแนะนำ เทคโนโลยีการปลูกก็มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นและให้ผลผลิตที่ดี”
สวี่เจิงพูดเสริมว่า “ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าเมืองอื่นก็เริ่มเปิดโรงงานแปรรูปวัสดุยาแล้วเหมือนกัน แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อเรา”
“เราแค่ต้องให้ความสำคัญกับชุมชนของเราให้มาก หากสมุนไพรจากหมู่บ้านใกล้เคียงมีเพียงพอจนส่งมาแปรรูปกับโรงงานเราอย่างต่อเนื่อง อุปทานก็จะไม่ถูกตัดขาด”
กู้หนานตรวจสอบกระบวนการล้างและอบสมุนไพรให้แห้ง จากนั้นก็หันไปบอกกับสวี่เจิงว่า “สวี่เจิง เราต้องควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องแหล่งเพาะปลูกดีพอ ประสิทธิภาพของตัวยาจะลดลงไปมาก”
“พี่สะใภ้ ไม่ต้องกังวลเลยครับ พวกเราควบคุมคุณภาพการผลิตกันอย่างเข้มงวดมาก”
เจียงผิงให้กำเนิดลูกชาย สวี่อี้ฉินจึงอยู่บ้านดูแลเขา ส่วนเจียงผิงมาทำงานในโรงงานแปรรูปวัสดุยา หลังจากที่กู้หนานและฟางกั๋วผิงคุยกันจบ เธอก็วิ่งไปหาและตะโกนว่า “หนานหน่าน คุณป้ากับฉันทำซาลาเปาของโปรดไว้ให้เธอด้วย กลับบ้านไปกินเร็วเข้า”
“ไปกันเถอะ”
กู้หนานหันไปประคองผู้เฒ่าลู่ที่ซวนเซจนเกือบจะล้ม “คุณปู่ เดินช้าลงหน่อยค่ะ”
ตั้งแต่ต้นปีมานี้ผู้เฒ่าลู่ดูแก่ชราลงมาก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้อย่างกระฉับกระเฉงอีกต่อไป หากเดินสะดุดหลุมเล็ก ๆ ใต้ฝ่าเท้า เขาก็พร้อมจะล้มลงได้ง่าย ๆ
ถึงอย่างนั้นก็ยังยืนกรานที่จะเฝ้าโรงงานแปรรูปวัสดุยา
หลังจากกลับถึงบ้าน ลู่เซิ่งหมินได้ยินว่ากู้หนานกลับมาแล้วจึงแวะมาหา
“คุณพ่อ ช่วงนี้สบายดีไหมคะ?” กู้หนานถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นลู่เซิ่งหมิน
ลู่เซิงหมินพูดว่า “พ่อสบายดี แต่คุณปู่ของเธอน่ะสิ…”
ก่อนที่ลู่เซิ่งหมินจะได้พูดอะไรต่อ ผู้เฒ่าลู่ก็จงใจกระแอมไอเสียงดังแทรกขึ้นมา
ป้องกันไม่ให้ลู่เซิ่งหมินพูดประโยคถัดไป
ลู่เซิ่งหมินไม่กล้าพูดอะไรอีก
เขาส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้แล้วเดินเข้าไปในบ้าน
กู้หนานเองก็เห็นว่าชายชราไม่ได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเหมือนแต่ก่อน เธอจึงเสนอว่า “คุณปู่ ฉันคิดว่าคุณปู่ควรตามฉันกลับไปที่จิงตู และอยู่กับถงถงให้มากขึ้นนะคะ”
“หนานหน่าน ฉันคงไปอยู่ที่นั่นไม่ได้ ฉันยังต้องเฝ้าประตูโรงงาน” ผู้เฒ่าลู่ไม่ยอมละทิ้งอาชีพของตัวเองท่าเดียว
กู้หนานช่วยประคองชายชราเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจัดแจงให้เขานั่งลงหน้าเตาผิงเพื่อให้ความอบอุ่น แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เราไปหาคนอื่นมาเฝ้าประตูโรงงานแทนดีกว่าค่ะ คุณปู่ไปหาเหลนเถอะ ไม่อย่างนั้นปีหน้าถ้าเธอเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอเธออีก”
“ไว้ฉันจะลองคิดดู”
ผู้เฒ่าลู่เองก็คิดถึงถงถงมากเช่นกัน แต่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับการอยู่อาศัยในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะบ้านอันหรูหรางดงามของเฉินหย่าจือ เขารู้สึกเสมอว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นในฐานะคนธรรมดา อาจทำให้อายุของเขาสั้นลง
“ฉันเหนื่อยแล้ว ว่าจะเข้าไปนอนพักในห้องสักหน่อย หนานหน่าน นั่งคุยกับผิงผิงไปก่อน” ซาลาเปายังไม่สุกพร้อมกิน ผู้เฒ่าลู่ก็เหนื่อยมาก จึงขอตัวเข้าไปงีบในห้องสักครู่
ทันทีที่ผู้เฒ่าลู่เข้าไปในห้อง ฟางกั๋วผิงก็ลดเสียงลงและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “ปู่ของเธอยึดติดกับงานมากเกินไป นอกจากเขาจะยืนกรานอยากเฝ้าประตูโรงงานแล้ว ยังเป็นกังวลเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตวัสดุยาด้วย เขาอาจลืมไปว่าตัวเองอายุมากแล้ว บางครั้งพฤติกรรมบางอย่างก็เกินรับไหวจริง ๆ ช่วงหลังมานี้เขาเริ่มงกไม่ยอมใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เปลืองพลังงานไฟฟ้า และจะเดินมาปิดเครื่องทันทีที่มันหยุดทำงาน แต่ความจริงแล้วอุปกรณ์จ่ายไฟจะยิ่งกินไฟมากขึ้นเมื่อปิดและเปิดเครื่องบ่อย ๆ พอฉันพูดมากเกินไปเขาก็ต่อว่าฉันอีก”
สวี่เจิงก็เศร้าใจเช่นกัน “ใช่ คุณปู่แก่มากแล้ว ความคิดของเขาเริ่มตามไม่ทันกระแสโลกยุคสมัยใหม่”
ฟางกั๋วผิงกับสวี่เจิงไม่กล้าหักล้างแนวคิดของชายชรา เพราะท้ายที่สุดโรงงานนี้ก็เป็นของกู้หนาน ซึ่งถือว่าเป็นของลู่ฮ่าวด้วยเช่นเดียวกัน
ถึงแม้พวกเขาจะเป็นถึงผู้จัดการโรงงาน แต่ก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง
ชายชราต่างหากที่เป็นเจ้านายที่แท้จริง
กู้หนานมองเห็นความยากลำบากที่พวกเขาทั้งสองเผชิญอยู่ เธอจึงพูดว่า “ฉันจะพาคุณปู่กลับไปอยู่ด้วยกันที่จิงตูค่ะ พวกคุณควรทำงานกันอย่างมีอิสระ ไม่สามารถยึดติดกับรายละเอียดหรือความสิ้นเปลืองเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำธุรกิจต้องเปิดใจให้กว้าง เรียนรู้ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการเทคโนโลยี ฉันมีคำขอเดียวเท่านั้น พวกคุณต้องควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ทันทีที่รวบรวมผลผลิตแล้วต้องนำเข้าสู่กระบวนการอบแห้งทันที ห้ามใช้การรมควันกำมะถันเด็ดขาด”
เธอบอกกับฟางกั๋วผิงว่า “ในอนาคตแม้ว่าความต้องการซื้อยาสมุนไพรจะสูงขึ้น แต่ปริมาณการผลิตก็ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม ต้องไม่เกินมาตรฐานการตรวจสอบ”
“เข้าใจแล้ว”
ในที่สุด กู้หนานก็ชักชวนผู้เฒ่าลู่ให้กลับไปอยู่จิงตูพร้อมกับเธอได้สำเร็จ
ฟางกั๋วผิงและสวี่เจิงถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก
กู้หนานพาชายชราไปต่อเครื่องบินที่หลันเฉิง ฟางอวี๋ก็เพิ่งจะสอบติดเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยการเกษตรหลันเฉิงเมื่อปีที่แล้ว ลู่ฮุ่ยฟางบอกว่าเธอคิดถึงลูกชาย จึงต้องการเข้าเมืองไปเยี่ยมเขาด้วย ในที่สุดก็เดินทางเข้าหลันเฉิงไปพร้อมกับกู้หนานและผู้เฒ่าลู่
หลังจากมาถึงเมืองหลันเฉิงแล้ว เธอก็แวะไปเยี่ยมลูกสาวของหวังชุ่ยผิงสักหน่อย
“คุณปู่ เราแวะไปหาคุณปู่คุณย่าของฉันก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเดี๋ยวไปเยี่ยมรั่วหลินสักหน่อย แล้วเราค่อยไปเยี่ยมหลานสาวด้วยกัน”
กู้หนานไปส่งผู้เฒ่าลู่ที่บ้านของปู่กับย่าตระกูลกู้ จากนั้นจึงไปต่อที่โรงพยาบาล
ทันทีที่พวกเขามาถึงทางเดินของวอร์ดผู้ป่วยใน ก็เห็นว่ากู้ย่าฮุยกับเนี่ยอวี้ฮว๋าวิ่งไปทางห้องคลอดอย่างเร่งรีบ
“ป้าสะใภ้ เธอจะคลอดแล้วหรือคะ?” กู้หนานถามอย่างร้อนใจ
เนี่ยอวี้ฮว๋าหอบผ้าห่ม เสื้อผ้าเด็กอ่อน และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ไว้พลางอ้าปากตอบ “รั่วหลินเพิ่งเข้าห้องคลอดเมื่อกี้นี้”
[1] กินจนเคี้ยวไม่ได้ อุปมาถึงเรื่องเรียนหรือเรื่องงานว่า ถ้าทำพร้อมกันหลายอย่างในคราวเดียว หรือเกินกำลังตัวเอง อาจจะทำให้ทำผลงานออกมาไม่ดีพอเพราะตกรายละเอียดบางอย่างไป