เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 837 พ่อ แม่ ขอบคุณครับ
บทที่ 837 พ่อ แม่ ขอบคุณครับ
ครึ่งปีให้หลัง
วันนี้กู้ย่าฮุยกำลังจะเดินทางไปรายงานตัวที่เมืองจิงตู เฉินรั่วหลินท้องเริ่มใหญ่แล้ว จึงไม่สามารถติดตามเขาไปได้อีก ตอนนี้กระเป๋าของกู้ย่าฮุยถูกเก็บไว้เรียบร้อย แต่ทั้งคู่ยังทำใจแยกจากกันไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้
เมื่อเห็นว่าถ้าช้ากว่านี้ตัวเองอาจจะตกเครื่อง กู้ย่าฮุยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินออกจากห้องนอนอย่างเชื่องช้าพร้อมกระเป๋าเดินทางของเขา
เนี่ยอวี้ฮว๋า กู้ฉางอัน และผู้เฒ่าทั้งสองคนของตระกูลกู้ต่างก็รออยู่ในห้องนั่งเล่น
ทันทีที่เขาเห็นลูกชายของเขาออกมา เนี่ยอวี้ฮว๋าก็ก้าวไปกำชับเตือนว่า “ย่าฮุย ลูกต้องตั้งใจเรียนให้มากนะ ไปถึงแล้วอย่าลืมโทรกลับมาหารั่วหลินบ่อย ๆ ตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ก็อย่านอกลู่นอกทาง”
“แม่ แม่เตือนผมเรื่องเดิม ๆ มาหลายเดือนแล้ว ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย แม่ก็รู้ดีนี่ครับ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดอย่างมีเหตุผล “แม่ก็แค่อยากเตือนลูกให้มีสติให้มากเท่านั้นเอง ลูกทั้งหล่อและเรียนเก่ง ต่อให้ลูกจะไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่ใช่ว่าผู้หญิงคนอื่นจะไม่หมายตาลูกซะหน่อย ตอนอยู่ข้างนอกต้องป้องกันตัวเองให้มาก”
เมื่อไม่กี่วันก่อน เนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินเพื่อนร่วมงานหยิบยกเรื่องหนึ่งมานินทา พวกเขาเล่าว่าผู้อำนวยการแผนกที่โรงพยาบาลหลันเฉิงคนหนึ่ง แอบลักลอบมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูกศิษย์ของเขาที่อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานาน
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้สึกหวาดระแวงอยู่พักหนึ่ง
“ผมจะทุ่มเทให้กับการเรียนเป็นหลัก การเรียนปริญญาเอกไม่ได้มีเวลาว่างอย่างที่ใคร ๆ คิด โดยเฉพาะแพทย์วิชาชีพอย่างพวกเรา ลำพังงานประจำก็ยุ่งพออยู่แล้ว นอกจากจะต้องเข้าไปเรียนทฤษฎีในมหาวิทยาลัย เรายังต้องผ่าตัดศัลยกรรมอีกด้วย ไหนจะทำการทดลอง เขียนรายงาน ถ้าผมทำแบบนั้นคงต้องแยกร่างแล้วละ”
กู้ย่าฮุยมองไปที่เฉินรั่วหลิน เตือนเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หลินหลิน คุณอยู่ดูแลสุขภาพและลูกในท้องของเราที่บ้านให้ดีนะ ใกล้วันคลอดเมื่อไหร่ ผมจะขอลาแล้วกลับมาทันที”
“ถ้าคุณงานยุ่งจนกลับมาไม่ได้ ต่อให้ไม่ได้กลับก็ไม่เป็นไร” เฉินรั่วหลินพูดอย่างมีน้ำใจ
“ผมต้องกลับสิ”
“ไว้ผมจะนัดหมายวันลากับอาจารย์ล่วงหน้า”
เขายังคงลังเลที่จะจากไป หันไปพูดกับเธอต่อไปว่า “กินให้อิ่ม พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง จะช่วยให้คุณคลอดได้ง่ายขึ้น”
“รู้แล้วค่ะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว คุณรีบไปขึ้นเครื่องเถอะ”
กู้ย่าฮุยเข้าไปกอดเธอพร้อมกับพรมจูบเบา ๆ ที่หน้าผาก
“ผมไปแล้วนะ” กู้ย่าฮุยหันไปโบกมือให้ชายชรา “คุณปู่ คุณย่า ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ถ้าผมไปถึงที่นั่นแล้วจะรีบโทรกลับมาหา”
“รีบไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา”
เฉินรั่วหลินและผู้อาวุโสทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าประตู เฝ้าดูกู้ย่าฮุยก้าวเข้าไปในรถ
เนี่ยอวี้ฮว๋ากับกู้ฉางอันกำลังจะขับรถพาเขาไปส่งที่สนามบิน กู้ย่าฮุยก้าวขึ้นรถไปนั่งเบาะหลังกับเนี่ยอวี้ฮว๋า จากนั้นก็เปิดหน้าต่างและยังคงโบกมือให้พวกเขา
เมื่อเห็นภรรยาที่กำลังอุ้มท้องยืนส่งเขาออกจากบ้านอยู่ที่นั้น น้ำตาก็ไหลรินลงมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
กู้ย่าฮุยนั่งอยู่ในรถ ปาดน้ำตาแล้วพูดด้วยเสียงเจือสะอื้น “แม่ครับ แม่ต้องดูแลรั่วหลินให้ดีนะ อย่าปล่อยให้เธอต้องลำบากใจกายเด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ แม่ไม่ใช่แม่สามีใจร้ายซะหน่อย แถมตอนนี้เธอก็กำลังตั้งท้องหลานของแม่อยู่ด้วย มีเหตุผลอะไรที่แม่ต้องปฏิบัติต่อเธออย่างเลวร้าย? ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่ท้องแม่เคยไม่ดีต่อเธอที่ไหนกันล่ะ?”
“แม่ แม่ใจดีมากเลย” กู้ย่าฮุยซบพิงไหล่ของเนี่ยอวี้ฮว๋า กล่าวอย่างจริงใจว่า “ผมโชคดีเหลือเกินที่มีแม่แบบแม่ แม่คือทุกอย่างของผม”
“ผมเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้ก็เพราะมีแม่กับพ่อคอยอยู่เคียงข้าง ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีความสุข ไม่เคยต้องอดอยากเรื่องอาหารและเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก มีพวกคุณอยู่ผมก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก ผมขอบคุณพ่อกับแม่มากจริง ๆ”
ความรู้สึกอ่อนโยนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของกู้ย่าฮุย ทำให้เนี่ยอวี้ฮว๋าสะท้อนใจเล็กน้อย จนเธอก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา “เด็กคนนี้นี่ยังไงกัน ทำไมจู่ ๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา?”
“ผมแค่รู้สึกว่าไม่อยากจากพวกคุณไปอยู่ไกล ๆ เลย”
“ใช่ว่าทั้งชีวิตนี้พวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วซะหน่อย ลูกออกจากบ้านไปก็เรียนให้หนัก ทำให้พวกเราภาคภูมิใจ” เนี่ยอวี้ฮว๋าผลักหัวของเขาออกไปจากไหล่ “ลูกเป็นผู้ชายนะ ใกล้จะได้เป็นพ่อคนแล้ว ไม่ต้องมาอ้อนแม่เลย”
ถึงพูดอย่างนั้น แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดอันอบอุ่นใจจากปากลูกชาย แต่พยายามอดกลั้นไว้ไม่ร้องไห้ออกมา
หลังจากมาถึงสนามบิน กู้ย่าฮุยก็เอื้อมมือไปถือสัมภาระไว้เอง ไม่ให้พวกเขาเข้าไปส่งข้างใน “พ่อ แม่ เราลากันตรงนี้เถอะ แม่กับพ่ออย่าลืมดูแลตัวเองด้วย”
กู้ย่าฮุยกอดพวกเขาทีละคน โบกมือ แล้วเดินจากไป
เมื่อกู้ย่าฮุยเข้าไปในตัวอาคารสนามบินแล้ว ในที่สุดเนี่ยอวี้ฮว๋าก็หลั่งน้ำตาอย่างไม่อายใครอีก
“ลูกชายของฉันโตแล้ว”
กู้ฉางอันหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วเช็ดน้ำตาให้เธอ “เขากำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว จะไม่ให้โตได้ยังไง? รอให้ลูกชายเรากลายเป็นพ่อคนอย่างเต็มตัวซะก่อน เขาถึงจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นคงอย่างแท้จริง”
เมื่อกู้ย่าฮุยมาถึงเมืองจิงตู ลู่ฮ่าวกำลังทำงานร่วมกับกู้หนานอยู่ในโรงงานผลิตยา จึงไม่มีเวลาไปรับเขา
กู้ย่าฮุยจึงโบกแท็กซี่ แล้วตรงไปที่โรงงานผลิตยาโดยไม่หยุดพัก
ตอนนั้นกู้หนานกับลู่ฮ่าวเพิ่งออกมาจากโรงผลิตยาพอดี และกำลังถอดชุดป้องกันฝุ่นออก
กู้ย่าฮุยมองไปยังโรงงานผลิตยาที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว “ขอเข้าไปเยี่ยมชมหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิ แต่นายยังเข้าไปในไลน์ผลิตไม่ได้นะ ทำได้แค่เดินไปรอบ ๆ บริเวณโรงงานและอาคารสำนักงานเท่านั้น”
กู้หนานเห็นกู้ย่าฮุยมาคนเดียว จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมถึงมาคนเดียวล่ะ? ทำใจปล่อยให้รั่วหลินอยู่ที่บ้านได้แล้วหรือ?”
“ปู่กับย่าบอกว่ารั่วหลินตั้งครรภ์แบบนี้ไม่ควรเดินทางไกล สู้ให้เธออยู่เลี้ยงลูกที่หลันเฉิงดีกว่า รอลูกใกล้คลอดเมื่อไหร่ฉันค่อยลางานกลับไปหา”
เมื่อพูดถึงภรรยาของเขา ตอนนี้ยังผ่านไปไม่ถึงวันด้วยซ้ำ เขากลับคิดถึงเธออีกแล้ว
เขาตั้งใจว่าหลังจากตามพวกเขากลับบ้านแล้วจะรีบโทรศัพท์ไปหาเธออย่างไม่รีรอ
กู้ย่าฮุยติดตามกู้หนานและคนอื่น ๆ เข้าไปเยี่ยมชมสำนักงาน รวมถึงสภาพแวดล้อมภายในโรงงานผลิตยา
เขามองน้องสาวด้วยความชื่นชม “หนานหน่าน เธอนี่สุดยอดจริง ๆ ไม่ทันไรก็เปิดโรงงานผลิตยาได้แล้ว”
กู้หนานยิ้มและตอบกลับว่า “ทั้งหมดไม่ใช่เพราะฉันคนเดียว ต้องขอบคุณมืออาชีพอย่างพ่อสามีที่ช่วยเหลือ ฉันยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก”
“แต่ถึงยังไงก็เป็นเพราะสูตรยาจีนแผนโบราณของเธอนั่นแหละ ถ้าไม่มีมันเราคงไม่เกิดความคิดว่าจะเปิดโรงงานผลิตยา” หลังจากเข้าไปในสำนักงาน กู้หนานก็นำตัวยาจีนที่จดสิทธิบัตรและบรรจุใส่กล่องอย่างดีมาให้เขาดูสองกล่อง
“ดูสิ ยากุยผีหวาน*[1]ที่เราเป็นผู้ผลิตผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว และจะเปิดตัววางขายในเดือนหน้า นอกจากนี้ยังมีพลาสเตอร์ยาแผนจีนโบราณที่อยู่ระหว่างการทดสอบ”
หลังจากที่กู้ย่าฮุยอ่านเนื้อหาทั้งหมดบนฉลากข้างกล่องแล้ว เขาก็แสดงความคิดเห็นแค่คำเดียวว่า “เจ๋ง”
“เอาละ กลับบ้านกันเถอะ”
ระหว่างทาง กู้หนานถามเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ “นายได้ไปเยี่ยมลูกสาวของพี่สะใภ้ชุ่ยผิงหรือยัง? เธอหน้าตาน่ารักไหม?”
กู้ย่าฮุยตอบว่า “จื้อกังฝากรูปถ่ายของลูกสาวเขามาให้เธอด้วย เหมือนจะอยู่ในกระเป๋า เดี๋ยวฉันหยิบมาให้”
หวังชุ่ยผิงให้กำเนิดลูกสาว แต่กู้หนานยังไม่มีโอกาสได้เห็นหลานสาวของเธอเลย จึงรู้สึกโหยหาอยากเจออยู่ตลอด เมื่อได้ยินว่าพวกเขาฝากรูปถ่ายมา เธอก็ยิ่งอยากเห็นหน้าหลานมากขึ้น
ทันทีที่เข้าไปในบ้าน กู้ย่าฮุยก็หยิบรูปถ่ายของเด็กแรกเกิดออกจากกระเป๋าของเขาแล้วยื่นให้ กู้หนานรีบคว้าไปถือไว้ในมือแล้วดูอย่างละเอียด
ทั้งยังเรียกลู่ฮ่าวให้มาดูด้วยกัน
“น่ารักจังเลย อ้วนจ้ำม่ำมากด้วย”
หลังจากดูรูปแล้ว ลู่ฮ่าวก็แสดงความคิดเห็นว่า “น่ารักมากจริง ๆ แต่เธอไม่น่ารักเท่าลูกสาวของเราหรอก”
กู้หนานคร้านเกินกว่าจะโต้เถียงกับลู่ฮ่าว ในสายตาของลู่ฮ่าว เขามองว่าลูกสาวของตัวเองสวยที่สุดในโลกนี้แล้ว ไม่มีเด็กคนไหนเทียบเธอได้ทั้งนั้น
เฉินหย่าจือกับเดวิดเพิ่งกลับมาจากสำนักงานใหญ่ประจำประเทศ Y ตอนนี้พี่เลี้ยงเด็กกำลังพาถงถงหัดเดินอยู่ในห้องนั่งเล่น
ลู่ฮ่าวอุ้มเด็กน้อยไว้ ช่วยประคองให้เธอเดินไม่กี่ก้าว โดยจับแขนเด็กด้วยมือทั้งสองข้าง
ถงถงเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวสั้น ๆ ทันใดนั้นลู่ฮ่าวก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น “ลูกสาวเราเดินได้แล้ว ดูสิ ลูกสาวของเราเดินได้แล้ว”
กู้หนานรินน้ำเย็นใส่แก้วพลางตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ “เธอเดินได้ก็เพราะคุณช่วยจับให้เธอเดินไงล่ะ เธอยังเดินให้มั่นคงด้วยตัวเองไม่ได้ซะหน่อย อย่ากระโตกกระตากไปหน่อยเลย”
ผู้ชายคนนี้มักจะตื่นเต้นกับทุกพัฒนาการแม้เพียงเสี้ยวเดียวของลูกสาว ทำให้เธอไม่ค่อยตื่นเต้นตามสักเท่าไหร่
กู้ย่าฮุยก็พูดเสริมขึ้นมา “ใช่ เมื่อกี้ฉันเห็นอยู่ว่านายจูงให้เธอเดิน”
[1] กุยผีหวาน เป็นตำรับยาจีนที่ช่วยบำรุงลมปราณ เลือด ช่วยทำให้ใจสงบ และปรับสมดุลของลมปราณ ซึ่งเหมาะสำหรับการรักษาอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น ขี้หลงขี้ลืม และอ่อนเพลียง่าย