เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 836 เสียไปก็มีได้คืน
บทที่ 836 เสียไปก็มีได้คืน
หลังจากได้ยินว่าลู่ฮ่าวกับกู้ย่าฮุยบอกว่าพวกเขาทำข้อสอบได้ดี ทั้งยังได้รับการยกย่องจากผู้อำนวยการหวังด้วย ทุกคนก็รู้สึกมั่นใจในทันที
“ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเธอทั้งคู่ก็ทุ่มเทความพยายามกันอย่างหนัก เสียทั้งแรงทั้งเวลาไปย่อมมีได้คืน อดทนรอข่าวดีกันเถอะ”
เฉินหย่าจือพูดต่อ “คืนนี้เรามาทำเกี๊ยวกินกัน ได้ยินคุณปู่ของเสี่ยวฮ่าวบอกว่าเขามักจะทำเกี๊ยวให้เสี่ยวฮ่าวเสมอหลังจากที่เขาสอบผ่านหรือได้รับรางวัลอะไรก็ตาม งั้นวันนี้เรามาทำเกี๊ยวฉลองความสำเร็จให้พวกเขากันเถอะ”
ลู่ฮ่าวมองไปที่แม่ของเขา แล้วพูดเบา ๆ “แม่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอเป็นไส้ไข่กับต้นหอมแล้วกัน”
“ได้ แม่จะไปเตรียมของก่อน”
“พวกเธอนั่งพักสักหน่อยเถอะ แม่ผสมไส้กับนวดแป้งไว้รอแล้ว เหลือแค่ห่อเกี๊ยวแล้วเอาไปนึ่ง”
แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะมีแม่บ้าน แต่เฉินหย่าจือก็ยังอยากเข้าครัวทำเกี๊ยวให้ลูกชายของเธอด้วยตัวเองในวันนี้
กู้ย่าฮุยเดินตามเฉินรั่วหลินกลับเข้าไปในห้อง
ลู่ฮ่าวถือโอกาสนี้ไปเล่นกับลูกสาวของเขา
เด็กน้อยเพิ่งตื่นได้ไม่นาน พี่เลี้ยงกำลังป้อนนมชงให้เธอ
“พี่สาว เดี๋ยวผมป้อนนมเธอเองครับ” ลู่ฮ่าวเอื้อมมือไปอุ้มเด็กน้อยและถือขวดนมขึ้นมา ป้อนนมให้เธออย่างชำนาญ
ปกติการป้อนนมเป็นหน้าที่ของเขา แต่หลังปีใหม่เป็นต้นมา เขาก็งานยุ่งจนห่างเหินไปนาน
ตอนนี้เขาอุ้มเด็กหญิงไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก พอป้อนนมจนหมดขวดแล้ว เขาก็เริ่มหยอกล้อกับลูกสาวของเขา “ถงถง หนูว่าพ่อจะได้เรียนปริญญาเอกหรือเปล่า?”
ถงถงในอ้อมแขนของเขามองหน้าลู่ฮ่าวด้วยดวงตาใสแจ๋ว ส่งเสียงอ้อแอ้
ลู่ฮ่าวมองไปที่กู้หนานและพี่เลี้ยงเด็กด้วยรอยยิ้ม ก่อนพูดว่า “ลูกสาวบอกว่าผมสอบผ่านละ”
“ในเมื่อลูกสาวคุณบอกว่าพ่อสอบผ่าน งั้นคุณต้องสอบผ่านแน่นอนค่ะ”
พี่เลี้ยงเด็กยังพูดอย่างจริงจังด้วยว่า “ใช่ค่ะ คุณหนูยังไม่มีฟันแต่ให้กำลังใจคุณพ่อได้แล้ว”
กู้หนาน “!!!”
ไม่ใช่เธอไม่มีฟัน แต่ยังไม่ถึงช่วงวัยที่ฟันจะขึ้นต่างหาก
หลังจากหยอกล้อกับลูกสาวแล้ว พี่เลี้ยงก็พาเธอออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ในห้องจึงเหลือเพียงคู่หนุ่มสาวเท่านั้น
ลู่ฮ่าวโอบกอดกู้หนานไว้แล้วพูดอย่างจริงใจว่า “ที่รัก ช่วงนี้คุณทำงานนอกบ้านหนักมาก ถึงอย่างนั้นก็ยังรับผิดชอบงานในบ้านเป็นอย่างดี ขอบคุณมากนะ เพราะได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากครอบครัว ผมเลยไต่เต้ามาถึงจุดนี้ได้อย่างราบรื่น”
“ฉันไม่ได้ทำงานหนักเลยค่ะ คุณต่างหากที่ทำงานหนัก อ่านหนังสือจนนอนดึกดื่นทุกคืน น้ำหนักลดลงไปเยอะมาก”
“ทุกครั้งที่ผมพยายามจะสำเร็จเสมอ หวังว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน”
ลู่ฮ่าวมีความมั่นใจพอสมควร แต่ในระหว่างที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ เขาก็ยังอดกังวลลึก ๆ ในใจไม่ได้ “เอาเถอะ จากนี้ก็เหลือแค่รอฟังข่าวแล้ว”
หลังจากพักผ่อนสักพัก เฉินหย่าจือก็เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงไปเรียกทุกคนมาทำเกี๊ยวด้วยกัน
ดังนั้นจึงย้ายครัวย่อม ๆ เข้าไปในห้องนั่งเล่นเพื่อที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้
เฉินหย่าจือมีความสุขมาก เธออนุญาตให้พี่เลี้ยงเด็กเลิกงานครึ่งวัน ปล่อยให้พวกเธอออกไปเดินเล่นอย่างอิสระแล้วค่อยกลับมาในตอนเย็น เพราะมื้อนี้พวกเธอไม่จำเป็นต้องทำอาหาร
ป้าแม่บ้านและพี่เลี้ยงจึงหยิบกระเป๋าออกไปช็อปปิงกันอย่างมีความสุข
ครอบครัวได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้า กู้หนานทำหน้าที่คลึงแป้งเกี๊ยว ส่วนคนอื่น ๆ รับหน้าที่ห่อ เฉินรั่วหลินทำเกี๊ยวไม่เก่ง ดังนั้นเธอจึงปลีกตัวไปดูแลเด็กน้อยแทน
กู้หนานถอนหายใจ “ครั้งสุดท้ายที่ทั้งครอบครัวของเรารวมตัวกันเพื่อทำเกี๊ยว คือตอนที่พวกเรายังอยู่ในหลันเฉิง”
หลังจากกลับมาจิงตู ทุกคนก็ยุ่งอยู่กับอาชีพการงานของตัวเอง เฉินหย่าจือว่าจ้างแม่บ้าน และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจ้างพี่เลี้ยงเด็กเพิ่ม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยได้เข้าครัวเพื่อทำอาหาร แต่ยุ่งอยู่กับงานนอกบ้านตลอดทั้งวัน
เมื่อกู้หนานรู้ตัวว่าตัวเองงานยุ่งเกินไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงตอนที่เธออยู่กับคุณปู่และลู่ฮ่าวในบ้านหลังเก่าโทรม ๆ หลังนั้น
เมื่อก่อน พวกเขามักจะทำเกี๊ยวกินกันบ่อย ๆ
ตอนนี้พอมีโอกาสได้ทำเกี๊ยวอีกครั้ง ก็คิดถึงคุณปู่ขึ้นมาจนได้
เฉินหย่าจือถอนหายใจเมื่อเธอได้ยินคำพูดของกู้หนาน
“จริง ๆ แล้ว บางครั้งแม่ก็แอบคิดเหมือนกันว่าอยากทำหน้าที่แม่บ้านเต็มเวลา และเข้าครัวทำกับข้าวให้ทุกคนกินสามมื้อต่อวัน”
เดวิดยิ้มพร้อมพูดว่า “แต่ตอนนี้คุณถอนตัวไม่ได้แล้ว ต้องรอจนกว่าหนานหน่านจะตั้งหลักด้วยตัวเองได้ซะก่อน ผมเองก็รับผิดชอบคนเดียวไม่ไหวเหมือนกัน”
หลังจากที่ธุรกิจหลักของบริษัทถูกโอนมายังประเทศจีน พวกเขาจำเป็นต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อวางรากฐานและเริ่มใหม่
เฉินหย่าจือเป็นรองผู้บริหารก็จริง แต่เขาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ
เฉินหย่าจือตอบด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องฝึกฝนลูกสะใภ้ของเราให้ดี ในอนาคตเธอจะได้เข้ามารับช่วงต่อจากเราโดยเร็วที่สุด คราวนี้ครอบครัวของเราก็จะมีเวลามากขึ้น”
นับตั้งแต่เธอมีหลานสาว เฉินหย่าจือก็เริ่มอยากเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านเต็มเวลา คอยดูแลชีวิตประจำวันของพวกเขาให้ดี และมีเวลาดูแลหลานมากขึ้น
ส่วนหนึ่งเพราะอยากชดเชยในสิ่งที่เธอไม่มีโอกาสได้ทำตอนยังสาว
จู่ ๆ กู้หนานก็รู้สึกกดดันขึ้นมา “แม่คะ หนูจะพยายามเรียนรู้อย่างเต็มที่ แต่หนูไม่อยากรับประกันเลยค่ะว่าหนูจะกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งได้เท่าคุณแม่หรือเปล่า หนูรับรองได้เพียงว่าหนูจะเป็นหมอที่มีความสามารถและมีจรรยาบรรณให้ได้”
“แม่เชื่อในความสามารถของลูก”
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกัน กู้หนานก็วางเกี๊ยวที่ห่อเสร็จแล้วไว้บนซึ้งนึ่ง แต่เมื่อเปิดฝาหม้อขึ้นและพบว่าเกี๊ยวบางตัวห่อไม่แน่นพอ จึงหยิบเกี๊ยวชิ้นนั้นขึ้นมาแล้วถามว่า “ใครห่อเกี๊ยวชิ้นนี้? แป้งห่อยังอ้าพะงาบอยู่เลย”
กู้ย่าฮุยห่อเกี๊ยวอย่างเชื่องช้าพลางพูดว่า “เหล่าลู่เป็นคนทำ”
“เกี๊ยวที่ฉันทำตัวเล็กกว่า ไม่เหมือนเกี๊ยวตัวใหญ่เหมือนทองคำแท่งของนาย อย่ามาพาดพิงฉัน ทักษะการห่อของฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อย” ลู่ฮ่าวชี้ไปยังเกี๊ยวที่ตัวเองห่อ ไม่ยอมถูกตำหนิลอย ๆ
“พี่ งั้นพี่ก็ไม่ต้องห่อแล้วมารีดแป้งเอาดีกว่า เกี๊ยวที่พี่ห่อต้องไส้แตกแน่ถ้ามันสุกแล้ว ไม่งั้นคืนนี้ก็กินซุปเกี๊ยวไปคนเดียวก็แล้วกัน”
“ฉันรีดแป้งไม่เป็น ไม่ทำแล้วก็ได้ ขอไปเล่นกับหลานดีกว่า งานละเอียดแบบนี้ยากเกินมือฉัน”
กู้ย่าฮุยปัดแป้งออกจากฝ่ามือ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปล้างมือในครัว แล้วออกมาเล่นกับหลานสาวเป็นเพื่อนเฉินรั่วหลิน
เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การเลี้ยงลูกล่วงหน้า
ในขณะที่ทั้งครอบครัวกำลังกินเกี๊ยวแสนอร่อย ก็มีสายเรียกเข้าจากหลันเฉิงโทรมาสอบถามสถานการณ์การสอบรอบสองของพวกเขา
“คุณตา พวกเราทั้งสองคนทำข้อสอบอย่างมั่นใจมาก แต่เรายังต้องรอการประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการครับ”
“พวกเธอไม่ได้รับผลสอบคร่าว ๆ จากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือ?” เนี่ยเหล่ากังวลมากกว่าอีกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสอบโดยตรงซะอีก เขากระตือรือร้นอยากได้คำตอบที่ชัดเจน
กู้ฉางอันและคนอื่น ๆ ก็เป็นกังวลมากเช่นเดียวกัน ลูกชายคนนี้ของพวกเขามักทำตัวไม่เข้าท่าอยู่เสมอ แม้ว่าความสามารถและสมองของเขาจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ที่นั่นคือเมืองใหญ่ ดังนั้นจึงกังวลว่าอาจจะมีบางอย่างผิดพลาด
พวกเขาขอให้ลู่ฮ่าวไปหาผู้อำนวยการหวังซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ให้มั่นใจมากขึ้น
ลู่ฮ่าวตอบกลับไป “ไว้ผมจะกลับไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสอบถามเบื้องต้นดูครับ”
ตอนแรกเขาก็ค่อนข้างสงบอยู่หรอก แต่เมื่อครอบครัวของเขาต้องการทราบผลโดยเร็วที่สุด แม้แต่กู้ย่าฮุยก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้าง
หลังจากที่เขาสอบเสร็จแล้ว เขาควรกลับไปรอผลสอบที่หลันเฉิง แต่เขาเป็นกังวลเกินว่าถ้ารอในสถานที่ที่ห่างไกลอาจยิ่งกระวนกระวาย
ลู่ฮ่าวพลอยได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากเขาไปด้วย ท้ายที่สุดก็ไม่มีทางเลือก
เขากล่าวว่า “สัปดาห์หน้าพวกเราจะไปสอบถามผลสอบกับผู้อำนวยการกัน ฉันคิดว่าคราวนี้เขาคงเต็มใจบอกเราอย่างตรงไปตรงมาแล้ว”
ไม่กี่วันต่อมา พวกเขาสองคนก็เลือกไปเยี่ยมบ้านของผู้อำนวยการหวังหลังจากเลิกงานแทน
กู้ย่าฮุยก็ซื้อของขวัญติดมือไปฝากมากมายเช่นกัน
“เสี่ยวลู่ เสี่ยวกู้ เชิญเข้ามาก่อน”
พวกเขาเดินเข้าประตูมาพร้อมกับของขวัญ หวังฉี ลูกชายของผู้อำนวยการหวังซึ่งทำงานที่บริษัทของเดวิดได้ไปร่วมพิธีเปิดร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ของกู้หนาน ทำให้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับกู้ย่าฮุย เมื่อเห็นพวกเขามาถึงก็ทักทายและวิ่งไปรินน้ำมาต้อนรับทันที หลังจากทักทายไม่กี่คำ เขาก็เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้คุยธุระ โดยพาผู้เป็นแม่ออกไปเดินเล่น
“เสี่ยวกู้ยังไม่กลับไปอีกหรือ?” ผู้อำนวยการหวังมองเขาแล้วถามยิ้ม ๆ
กู้ย่าฮุยวางมือบนเข่า นั่งตัวตรง และตอบกลับอย่างสุภาพ
“อาจารย์หวัง ผมตั้งใจว่าจะกลับไปหลันเฉิงในอีกสองวันที่จะถึงนี้ครับ ที่นั่นยังมีงานในโรงพยาบาลรอผมอีกมาก ภรรยาผมที่กำลังท้องก็เริ่มคิดถึงบ้านแล้ว แต่ก่อนกลับผมอยากแวะมาหาคุณก่อน”
“ใช่ครับ กู้ย่าฮุยมาที่นี่เพื่อบอกลาคุณ”
ทั้งสองคนเขินอายเกินกว่าจะถามออกไปตรง ๆ ว่าพวกเขาสอบผ่านไหม เพราะท้ายที่สุดก็ยังเหลือเวลาอีกสองสัปดาห์กว่าผลสอบจะถูกประกาศ พวกเขาสองคนเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการมากพอ เพียงแต่พวกเขาอดทนต่อความกระวนกระวายในใจไม่ได้
หลังจากพูดจบตอนนี้ เขาก็ได้แต่นั่งตัวตรงอยู่ที่นั่นด้วยท่าทางเกร็งและเคอะเขิน
ผู้อำนวยการหวังมองชายหนุ่มสองคนที่จู่ ๆ ก็เกร็งขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะ
ชายหนุ่มสองคนนี้ไม่ใช่คนที่จะปิดบังสีหน้าได้ เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติตั้งแต่แรกเห็น แต่พวกเขาอาจลำบากใจที่จะพูดออกมา
ผู้อำนวยการหวังมองดูกู้ย่าฮุยแล้วยิ้มพร้อมกับพูดว่า “อีกสักพักคุณก็เตรียมส่งมอบงานให้คุณหมอท่านอื่นได้เลย มหาวิทยาลัยจะเริ่มเปิดภาคเรียนในอีกครึ่งปีให้หลัง”
“อาจารย์ตรวจข้อสอบเสร็จแล้วหรือ… ไม่สิ มหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียน?” กู้ย่าฮุยมองไปที่ผู้อำนวยการหวังด้วยสีหน้าสงสัย
ผู้อำนวยการหวังเอาแต่ยิ้ม ไม่พูดอะไรอีก
กู้ย่าฮุยและลู่ฮ่าวหันขวับมองหน้ากันทันที ทั้งตกใจและดีใจ จากนั้นก็หันไปหาผู้อำนวยการหวังอีกครั้ง
ผู้อำนวยการหวังโบกมือ “เอาละ ผมจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว กลับไปรอประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการเถอะ”
“เสี่ยวกู้ คุณกลับบ้านตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยก็ได้ หลังจากส่งมอบงานเสร็จแล้ว จะได้ใช้เวลากับภรรยาให้มากขึ้น ไว้ผมจะติดต่อผ่านลู่ฮ่าวในภายหลัง เพื่อให้เขาแจ้งกำหนดการต่าง ๆ ให้คุณทราบ”
ทันทีที่ผู้อำนวยการหวังพูดประโยคเหล่านี้ พวกเขาก็ได้รับการยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคาดเดาอย่างสมบูรณ์
“ขอบคุณมากครับผู้อำนวยการหวัง ขอบคุณมากครับ”
กู้ย่าฮุยกับลู่ฮ่าวยืนขึ้นและโค้งคำนับอย่างเคร่งขรึมต่อผู้อำนวยการหวัง
คำกล่าวด้วยความตื้นตันนับพัน ทั้งหมดอัดรวมอยู่ในการโค้งคำนับครั้งนี้