เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 832 คาดหวังสูงตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนัก
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 832 คาดหวังสูงตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนัก
บทที่ 832 คาดหวังสูงตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนัก
เนี่ยอวี้ฮว๋าเงยหน้าขึ้นมองกู้ย่าฮุย พลันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใช่ เรากำลังตั้งใจอ่านหนังสือ แต่เราไม่ได้อ่านผ่าน ๆ เท่านั้น แต่อ่านเพื่อจดจำและนำความรู้ไปใช้ในเชิงปฏิบัติที่สามารถปรับใช้ได้จริง ต่อให้แม่โดนบังคับให้ไปสอบเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็ก แม่ก็มั่นใจว่าตัวเองสอบผ่านแน่”
กู้ย่าฮุยโกรธมากจนพูดไม่ออก แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบเสีย
ใช่แล้ว นี่เป็นชีวิตประจำวันที่เขาต้องเผชิญมานานกว่าหนึ่งเดือน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร แม่ของเขาก็สามารถเชื่อมโยงพร้อมกับเหน็บแนมเกี่ยวกับการสอบได้เสมอ
กู้ย่าฮุยทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงอดไม่ได้ที่จะสวนกลับบ้าง
“แม่ ผมยังจำเรื่องที่ตาเล่าให้ฟังได้อยู่เลย บอกว่าสมัยเรียนหนังสือ แม่ก็สอบตกออกบ่อย แต่แม่ก็ไม่สน สนใจแต่การหาซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าไม่ยอมรับ “แม่ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ แล้วผิดตรงไหน? ที่สนใจแต่อะไรแบบนั้นก็เพราะว่ามีรสนิยมที่ดีไงล่ะ ไม่งั้นแม่จะสอบบรรจุได้ทำงานที่สำนักงานวัฒนธรรมได้ยังไง? แม้แต่ตอนนี้แม่ยังคงเป็นผู้หญิงที่ทันสมัยที่สุดในหน่วยงาน ใครจะไปเหมือนลูกที่เอาแต่หาข้อแก้ตัวได้ทุกวี่วันโดยที่ไม่ทำอะไร เตรียมสอบแทบตาย แต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวัง”
“หลินหลิน คุณคิดเหมือนแม่ผมหรือเปล่า? ผมทำตัวไม่มีประโยชน์ไปวัน ๆ จริงหรือ?” กู้ย่าฮุยรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองให้แม่เห็น ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจจะโต้เถียงอีกต่อไป สิ่งสำคัญในตอนนี้คือท่าทีของภรรยาเขาต่างหาก
เฉินรั่วหลินรีบส่ายหน้า “ไม่เลยค่ะ ฉันรู้ว่าคุณพยายามอย่างหนัก เมื่อพยายามอย่างหนักแล้ว ผลที่ออกมาเป็นยังไงคุณก็จะไม่เสียใจ การสอบปริญญาเอกไม่ใช่เรื่องง่าย”
“ที่รัก ผมรักคุณจริง ๆ” กู้ย่าฮุยจูบเธอ จากนั้นก็วางถุงสตรอว์เบอร์รีลงบนโต๊ะ “เดี๋ยวผมไปล้างสตรอว์เบอร์รีมาให้คุณนะ”
กู้ย่าฮุยมีท่าทีสงบจริง ๆ เขาไม่ยอมปริปากพูดอะไร หลังจากล้างสตรอว์เบอร์รีเสร็จแล้ว ก็วางจานลงบนโต๊ะตรงหน้า แล้วเลือกลูกที่ใหญ่ที่สุดออกมาป้อนให้เฉินรั่วหลิน
เนี่ยอวี้ฮว๋าที่อยู่ข้าง ๆ พลันกินอาหารสุนัข*[1]เต็มปากเต็มคำ
ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอิจฉา เพราะนี่ถือเป็นเรื่องปกติของครอบครัวที่จะผลัดกันกินอาหารสุนัขซึ่งกันและกัน
เฉินรั่วหลินไม่กล้ากินคนเดียว เธอจึงรีบผลักจานไปให้เนี่ยอวี้ฮว๋า “แม่ กินด้วยกันสิคะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมากิน จากนั้นก็มองลูกชายกับลูกสะใภ้ของตัวเองแล้วถอนหายใจ
“เฮ้อ บางทีโชคชะตาอาจลิขิตไว้แล้ว ช่างเถอะ อย่ากังวลไปเลย ถ้าสอบไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าพวกเธอสองคนไม่มีวาสนาได้ไปแสวงหาความก้าวหน้าที่เมืองจิงตู จะอยู่ในหลันเฉิงต่อไปก็ไม่ได้แย่ ถึงยังไงทั้งครอบครัวก็ยังได้อยู่ด้วยกัน แม่จะได้ช่วยดูแลรั่วหลินและลูกของพวกเธอในอนาคตได้”
กู้ย่าฮุยไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ ผู้เป็นแม่จะคิดได้และปลอบโยนเขา ชายหนุ่มแสดงสีหน้าเสียใจและน้อยใจทันที ปาดน้ำตาพลางพูดว่า “แม่ แม่ควรปลอบผมแบบนี้ตอนที่ผมเพิ่งสอบเสร็จสิ ดูสิว่าแม่พูดจารุนแรงกับลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองแค่ไหน ผมรู้สึกอึดอัดมากจริง ๆ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ต่อให้แม่จะไม่ปลอบผมก็ไม่เป็นไร นี่แม่เอาแต่เหน็บแนมผมตลอดทั้งวัน”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้สึกผิดเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าตัวเองเผลอพูดจารุนแรงเกินไปจริง ๆ เธอจึงโบกมือแล้วลดระดับเสียงลง “เอาละ เอาละ แม่ผิดไปแล้ว แม่ทำแบบนั้นก็ไม่ใช่เพราะคาดหวังในตัวลูกจนเกินไปหรอกหรือ? แม่เคยพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าแม่ยอมรับการที่ลูกสอบไม่ผ่านไม่ได้? ไม่ว่าลูกจะไม่เอาไหนยังไง แม่ก็ไม่ควรดูถูกลูกเลย เป็นความผิดของแม่เอง”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองกู้ย่าฮุยซึ่งสวมกางเกงยีนอย่างทันสมัย ก่อนจะถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าลูกอาจได้ยีนจากแม่ไปเยอะ หันมาเอาดีทางด้านการแต่งตัวแทน”
กู้ย่าฮุยยิ้มและพูดว่า “แม่ ผมได้ยีนที่ดีมาจากทั้งแม่กับพ่อนั่นแหละ”
แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าและพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ผมทั้งหน้าตาดีและมีความสามารถ ดังนั้นหมายความว่าผมสืบทอดยีนที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดของพวกคุณมา”
“พูดดีด้วยหน่อยก็เหลิงเชียว แม่ยังไม่หายโกรธนะ คิดว่าแม่จะปล่อยวางได้ง่าย ๆ ภายในพริบตาหรือไง? ผลสอบจะประกาศออกมาเมื่อไหร่? ลู่ฮ่าวสอบผ่านแล้วหรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋ากัดสตรอว์เบอร์รีกินอีกคำ ใบหน้ากลับมาบึ้งตึงอีกครั้ง แล้วกลอกตามองไปที่กู้ย่าฮุย
กู้ย่าฮุยพยักหน้าอย่างจริงจัง “สอบผ่านแล้ว”
เนี่ยอวี้ฮว๋าคร่ำครวญอย่างอ่อนแรงอีกครั้ง “พี่หย่าจือช่างมีลูกชายที่ดีอะไรแบบนี้นะ”
กู้ย่าฮุย “!!!”
เขานั่งลงตรงหน้าเฉินรั่วหลิน และพูดกับเธอว่า “รั่วหลิน พวกเราต้องเก็บข้าวของแล้วไปเมืองจิงตูในเร็ว ๆ นี้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินรั่วหลินก็ถามกู้ย่าฮุยว่า “หนานหน่านบอกว่าร้านขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ของพวกเขากำลังจะเปิด หรือว่าเธอโทรมาหาคุณเพื่อเชิญพวกเราให้เดินทางไปร่วมพิธีเปิด?”
กู้ย่าฮุยพยักหน้า “ใช่ แต่มีอีกเหตุผล”
“เหตุผลอะไรอีก?” เฉินรั่วหลินถามอย่างงุนงง
กู้ย่าฮุย “ผมสอบผ่านแล้ว”
“อ้อ”
เฉินรั่วหลินพูดอ้อ จากนั้นก็กินสตรอว์เบอร์รีต่อไป
แต่ทันทีที่เธอกัดเข้าปาก ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันขวับมองกู้ย่าฮุยด้วยความไม่เชื่อหูและถามย้ำว่า “คุณว่าไงนะ? สอบผ่านหรือ?”
“ใช่” กู้ย่าฮุยยิ้มพร้อมพยักหน้า
เนี่ยอวี้ฮว๋าเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ “แกกำลังจะบอกว่าตัวเองก็สอบรอบแรกผ่านเหมือนกันหรือ?”
“ย่าฮุย ลูกสอบผ่านด้วยหรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปยังกู้ย่าฮุยด้วยความประหลาดใจ พลันเบิกตาโตด้วยความดีใจ และต้องการคำยืนยัน
กู้ย่าฮุยยักไหล่อย่างมีชัย “อาฮะ”
“ก่อนหน้านี้ลูกไม่ได้บอกว่าตัวเองสอบตกแน่หรอกหรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋าผู้อ่อนโยนมาโดยตลอดถึงกับยกขาถีบเขา
กู้ย่าฮุยไม่โกรธเลยหลังจากถูกถีบ เขาพูดยิ้ม ๆ “บางทีผมอาจตั้งเป้าหมายกับตัวเองสูงจนเกินไป ประมาณว่าถ้าผมสอบไม่ได้คะแนนเต็ม ก็จะถือว่าเป็นความล้มเหลว”
“ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้กันนะ? ฉันว่าแล้วเชียวว่าคุณทำได้ดีในการสอบ แต่คุณกลับจงใจโกหกพวกเรา แถมยังพูดอะไรที่ทำลายความหวังต่อหน้าเราอีก รู้ไหมว่าที่ผ่านมาฉันไม่สบายใจแค่ไหน คุณนี่ทำเกินไปจริง ๆ” เฉินรั่วหลินเองก็ระดมต่อยเขาด้วยความโกรธ
กู้ย่าฮุยยืนนิ่งอยู่ที่นั่น ทำราวกับเต็มใจยอมรับการ ‘ถูกทุบตี’ ตอบอย่างรวดเร็วว่า “ผมผิดไปแล้ว อาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้สอบสนามใหญ่แบบนี้ ผมจึงไม่มีความมั่นใจจริง ๆ”
“ลูกไม่ได้โกหกพวกเราใช่ไหม? จะพิสูจน์ได้ยังไงว่าสอบผ่านจริง ๆ?” เนี่ยอวี้ฮว๋ามองเขาด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ
กู้ย่าฮุยบอกว่า “แม่ ลู่ฮ่าวโทรมาแจ้งข่าวดีกับผมด้วยตัวเอง บอกว่าผู้อำนวยการหวังเป็นคนแจ้งผลสอบของผมให้เขาฟังอีกที แต่ผมยังไม่ได้รับแจ้งด้วยตัวเอง รอบนี้ผมกับลู่ฮ่าวจะเข้ารับการสอบครั้งที่สองพร้อมกัน”
เขากลัวว่าแม่ของเขาจะไม่เชื่อ จึงโทรกลับไปหาลู่ฮ่าวอีกครั้ง ขอให้เขายืนยันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าด้วยตัวเอง
จนกระทั่งเธอได้ยินคำตอบยืนยันจากปากของลู่ฮ่าว ในที่สุดเนี่ยอวี้ฮว๋าก็โผเข้ากอดกู้ย่าฮุยด้วยความตื่นเต้นเป็นล้นพ้น
“ลูกชายของแม่เก่งมาก”
“แม่จะรีบโทรหาพ่อเดี๋ยวนี้ ขอให้เขาตรงกลับบ้านโดยเร็วที่สุดหลังจากเลิกงาน แล้วเราจะไปหาปู่กับย่าของลูกเพื่อบอกข่าวดีกัน”
เนี่ยอวี้ฮว๋าหมุนตัวไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นอย่างตื่นเต้นยินดี จากนั้นก็เริ่มโทรไปแจ้งให้ญาติ ๆ ของเธอทราบทีละคน
เมื่อกู้ฉางอันได้ยินข่าวดี เขาก็รับปากว่าจะกลับมาทันที
จากนั้นเธอก็โทรไปหาฉินเฟิง กู้ย่าถิง และเนี่ยเหล่า
กู้ย่าฮุยมองท่าทางตื่นเต้นและดีใจจนเกินเหตุของผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าแปลก ๆ พลันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่รีบร้อนประกาศข่าวดี
เขาเตือนเป็นนัย ๆ ว่า “แม่ อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป ผมยังต้องสอบเป็นรอบที่สอง นี่เป็นแค่การสอบระดับแรก ถ้าคาดหวังสูงเกินไป ตกลงมาจะยิ่งเจ็บหนักเอานะ”
“ทำไมจะตื่นเต้นไม่ได้? เราเฉลิมฉลองของเรากันเอง ลูกควรเตรียมตัวในการสอบรอบต่อไปให้ดี อย่าประมาทเลินเล่อจนเกินไป อย่าให้การเฉลิมฉลองและความคาดหวังของพวกเราสูญเปล่า”
เนี่ยอวี้ฮว๋าโทรหาเนี่ยเหล่าเพื่อประกาศข่าวดี แน่นอนว่าเนี่ยเหล่าก็มีความสุขมากเมื่อได้ยินข่าวดีเช่นนี้
เขาบอกว่าจะเดินทางไปที่บ้านใหญ่ในไม่ช้า
สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุดคือการที่ลูกหลานประสบความสำเร็จทางสายอาชีพ
ตัวเขาเองก็เป็นอดีตศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน ถ้ากู้ย่าฮุยกับลู่ฮ่าวเรียนจบระดับปริญญาเอกและทำงานหนักนับจากนี้เป็นต้นไป หนทางสู่การเป็นศาสตราจารย์แพทย์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ทั้งสองคนคือผู้สืบทอดอุดมการณ์ของเขา
[1] กินอาหารสุนัข ในที่นี้หมายถึงคนมีคู่ที่โชว์หวานให้คนโสดอิจฉาเล่น