เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 829 ไม่อยากแยกจาก
บทที่ 829 ไม่อยากแยกจาก
กู้ย่าฮุยดูสับสนกับท่าทางของผู้เป็นแม่ “มันทำไมหรือ?”
“ลูกว่าปัญหาคืออะไรล่ะ?” น้ำเสียงของเนี่ยอวี้ฮว๋าเย็นชา
หลังจากกู้ย่าฮุยรู้ว่าแม่ของเขาหมายถึงอะไร เขาก็รีบแก้ตัวทันทีว่า “แม่ ผมเป็นลูกชายของแม่นะ ควรเคลือบแคลงในความซื่อสัตย์ของผมหรือ?”
เนี่ยอวี้ฮว๋าแค่นเสียงเย็นชา “เป็นลูกชายแล้วยังไง? ลูกไม่ใช่ผู้ชายหรือ? โรงพยาบาลใหญ่แบบนั้นต้องมีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาให้ท่าแน่ แม่จะยอมให้ลูกสะใภ้ของแม่ต้องเจ็บปวดได้ยังไง? เธอสองคนอย่าแยกกันอยู่เลย ธรรมชาติของมนุษย์เป็นสิ่งที่พร้อมจะถูกท้าทายตลอดเวลา
อย่าล้มเลิกความตั้งใจในการสอบปริญญาเอกล่ะ ถ้าสอบผ่านก็พารั่วหลินไปอยู่จิงตูกับลูก แต่ถ้าไม่ผ่านก็ทำเหมือนว่าแม่ไม่เคยเสนอความคิดนี้”
กู้ฉางอันพยักหน้า “แม่ของลูกพูดถูก ตั้งใจทำข้อสอบให้ดีก่อน ถ้าไม่ผ่านขึ้นมาจริง ๆ ก็แกล้งทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องในวันนี้เกิดขึ้น”
“เอาละ รีบกลับไปทบทวนหนังสือเถอะ อย่าพูดไร้สาระเหมือนตัวเองจะยอมแพ้ให้กับการสอบ ถ้าลูกยอมแพ้ ในขณะที่ลู่ฮ่าวอยู่จิงตูและได้รับตำแหน่งงานใหม่ ช่องว่างความเหลื่อมล้ำในใจลูกต้องเกิดขึ้นแน่นอน หรืออาจพาลมาตำหนิรั่วหลิน คิดว่าพวกเธอสองแม่ลูกฉุดรั้งความก้าวหน้าตัวเอง”
เนี่ยอวี้ฮว๋าเป็นแม่แท้ ๆ ของเขา แต่กลับเข้าอกเข้าใจหัวอกสะใภ้อย่างเฉินรั่วหลิน แนวคิดนี้ทำให้เฉินรั่วหลินรู้สึกประทับใจในตัวเธอมาก
“แม่คะ คุณดีกับฉันเหลือเกินค่ะ” หายากที่แม่ผู้ให้กำเนิดลูกชายจะมีความคิดที่ใจกว้างแบบนี้ เธอโชคดีมากที่เจอกับแม่สามีที่ดี
เมื่อลูกสะใภ้โผเข้ากอด เนี่ยอวี้ฮว๋าก็รับเธอมากอดไว้ในอ้อมแขนด้วยความอบอุ่น แล้วพูดต่อ “สำหรับแม่แล้ว ไม่ว่าสองสามีภรรยาคนนั้นจะเป็นใคร พวกเขาก็ไม่ควรละทิ้งอนาคตในสายอาชีพของตัวเองเพื่ออีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นเมื่อทุกอย่างเริ่มตกตะกอน พวกเขาต้องหันมาตำหนิกันเองแน่ และจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาซะเปล่า”
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียสละอนาคตทางอาชีพของตัวเอง ในอนาคตอาจเกิดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะทำให้เกิดการดูถูกเหยียดหยามกันและกัน
กู้ย่าฮุยกับเฉินรั่วหลินได้ยินแบบนั้นก็มีความมั่นใจมากขึ้น
กู้ย่าฮุยโชคดีจริง ๆ ที่มีแม่ใจกว้างแบบนี้
เธออาจดูเหมือนเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการไปสักหน่อย แต่จริง ๆ แล้วเธอแนะนำทุกอย่างไปก็เพื่อความสัมพันธ์ของพวกเขาในอนาคต ราวกับปัญหาใดก็ตามสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายด้วยการตัดสินใจของเธอ
แน่นอนว่าเขายินดีพาภรรยาไปทุกที่ที่เขาไป
ทันทีที่เฉินรั่วหลินตั้งท้อง เธอก็ได้รับการปกป้องทะนุถนอมจากทุกคนราวกับแพนด้า ในขณะที่กู้ย่าฮุยตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
เขาเริ่มโหยหาและตั้งตารอที่จะได้ใช้ชีวิตในระหว่างการเรียนที่เมืองจิงตูกับภรรยาของเขาแล้ว
ในวันที่สิบห้าหลังปีใหม่ กู้หนานและเนี่ยเหล่าพาเนี่ยอวิ๋นกับหวงอิงไปที่คลินิก
หวงอิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากเมื่อเห็นสภาพแวดล้อมของคลินิก รวมถึงยาจีนโบราณต่าง ๆ ในตู้เก็บยา
ยาสมุนไพรทุกอย่างครบครันไม่มีขาด
ตอนที่เธอเดินทางไปรักษาผู้คนข้างนอก ปัญหาใหญ่ที่สุดของเธอคือขาดแคลนยา บางครั้งเมื่อไปสถานที่ห่างไกล และเขียนใบสั่งยาให้คนไข้นำไปซื้อเอง ผลก็คือร้านยาจีนไม่มีสมุนไพรหรือตัวยาชนิดนั้น ปัญหานี้ทำให้เธอรักษาโรคให้หายขาดได้ยาก
“แม่บุญธรรม ลุงเนี่ย เป็นยังไงบ้างคะ? สภาพแวดล้อมโอเคไหม?”
หวงอิงกับเนี่ยอวิ๋นเดินสำรวจไปรอบ ๆ คลินิกพร้อมกับพยักหน้า “ไม่เลวเลย”
กู้หนานบอกว่า “งั้นจากนี้คุณสองคนก็ทำงานประจำอยู่ในคลินิกกับคุณตาแล้วกันนะคะ คุณตาจะมาประจำการที่คลินิกประมาณสองวันต่อสัปดาห์ ส่วนลุงเนี่ยกับแม่บุญธรรมสามารถอยู่ประจำได้ตลอดเวลาเลย จากนี้ไปคลินิกของเราจะได้เปิดให้บริการทุกวัน”
“ได้ ลองทำงานที่นี่สักพักดูเถอะว่าผลจะออกมาเป็นยังไง” หวงอิงตัดสินใจ “ก่อนหน้านี้เราก็ตกลงกันแล้วนี่ ว่าถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขก็จะลาออก”
เธอจะไม่ฝืนตัวเองเด็ดขาด ถ้าทำงานไปแล้วไม่มีความสุข เธอจะลาออกจากงานอย่างไม่รีรอ
ริมฝีปากของกู้หนานกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น “แม่บุญธรรม ถึงอย่างนั้นถ้าคุณประสบปัญหาใด ๆ ก็ตาม เรามาตกลงเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันได้ จะลาออกปัจจุบันทันด่วนไม่ได้นะคะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เนี่ยเหล่าก็รีบพูดเสริม “ใช่ ฉันเองก็อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนกันนี่แหละ อิงจื่อ ถ้าฉันพูดหรือทำอะไรผิดไป ช่วยชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้วย แล้วพวกเราจะร่วมกันหาทางออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เธอจะลาออกไปโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้าไม่ได้นะ”
เนี่ยเหล่ามองหวงอิงกับเนี่ยอวิ๋นด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “ฉันแก่ตัวลงทุกวัน ไม่อยากแยกจากใครอีกแล้ว”
เขาไม่ต้องการให้หลานชายกับหลานสะใภ้หายไปจากชีวิตของเขาอีกครั้งโดยไม่ได้ร่ำลา
ชีวิตที่เหลือของเขานั้นสั้นลงทุกวัน และเขาก็ไม่อยากใช้เวลาที่เหลือไปกับการตามหาและรอคอย
หวงอิงบอกว่า “คุณอา ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ ถ้าฉันไม่โอเคจริง ๆ ฉันต้องบอกคุณล่วงหน้าอยู่แล้ว”
“ฉันขอให้พวกคุณสามคนทำงานด้วยกันอย่างมีความสุขในอนาคต กำลังของทุกคนจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่นี่มากขึ้น”
กู้หนานได้รับประโยชน์มากมายจากการกลับมาที่หลันเฉิงในครั้งนี้ ส่วนสิทธิบัตรสำหรับครีมทาแผลไฟไหม้ที่เธอทำเรื่องขอไป ก็ได้รับการอนุมัติในที่สุดหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบเป็นเวลาหนึ่งปี หลังจากส่งเอกสารเพิ่มเติมแล้ว เธอก็ได้รับใบรับรองเสียที
ผู้อำนวยการหลี่จากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนประจำหลันเฉิงแวะมาหากู้หนานครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่เพื่อปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับการใช้สูตรลับของเธอ ในการร่วมมือจดสิทธิบัตรเป็นตัวยาแผนโบราณหลักของจีน
พูดให้ถูกก็คือ หวงอิงเป็นเจ้าของสูตรลับดังกล่าว
แต่เนื่องจากหวงอิงไม่ชอบเปิดเผยตัวในที่สาธารณะ เธอจึงมอบหมายทุกอย่างไว้กับกู้หนาน
จากการพูดคุยทั้งหมด เธอยินดีจะแบ่งปันใบสั่งยาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในวงกว้างมากขึ้น
พวกเขาให้ความร่วมมือกันในครั้งที่แล้ว ตอนนี้การยื่นขอจดสิทธิบัตรก็เสร็จเรียบร้อยพอดี หมายความว่าสามารถดำเนินการทดลองผลิตผลิตภัณฑ์ตัวนี้ได้ ซึ่งจะพร้อมใช้งานในอนาคตอันใกล้
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ครอบครัวของพวกเขาก็พร้อมเดินทางกลับไปยังจิงตู
วันหยุดของลู่ฮ่าวจวนจะสิ้นสุด การสอบก็ใกล้เข้ามาทุกที
กู้ย่าฮุยกับลู่ฮ่าวมากินข้าวด้วยกันเพื่อถือโอกาสร่ำลา
ลู่ฮ่าวมองไปที่กู้ย่าฮุยและถามว่า “เหล่ากู้ ช่วงนี้อ่านหนังสือเป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอก นายก็รู้ว่าฉันเก่งและฉลาดแค่ไหน”
กู้ย่าฮุยหยิบจดหมายแนะนำตัวที่เขาเตรียมไว้เมื่อนานมาแล้วออกมา และพูดกับลู่ฮ่าวอย่างจริงจังว่า “ฉันอยากให้นายเป็นธุระหาอาจารย์ที่ปรึกษาให้ฉันตามที่ตกลงกันไว้ ถ้านายกลับไปแล้ว ฝากส่งจดหมายแนะนำตัวของฉันให้ผู้อำนวยการหวังด้วย เผื่อฉันสอบผ่าน เขาจะได้ยอมรับฉันเป็นลูกศิษย์อีกคน”
“ไม่ต้องกังวล ฉันพูดถึงนายตอนคุยโทรศัพท์กับเขามาตั้งนานแล้ว ผู้อำนวยการหวังดูชอบนายมาก”
กู้ย่าฮุยยื่นมือไปจับมือกับเขา “ถ้าอย่างนั้นฉันก็หวังว่าเขาจะยอมรับฉันเป็นศิษย์อีกคน”
ลู่ฮ่าวเขย่ามือเบา ๆ พูดด้วยรอยยิ้ม “ตั้งตารอได้เลย”
เมื่อกู้หนานกำลังจะจากไป กู้เจิ้งอันก็มาหาเธอและมอบสมุดบัญชีธนาคารให้ เพื่อให้เธอมีเงินไว้ใช้จ่ายไม่ขัดสนตอนที่อยู่ในเมืองจิงตู
กู้หนานแต่งงานและมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว ดังนั้นเธอจึงละอายใจเกินกว่าจะยอมรับเงินของพ่อ
เธอเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว สามารถหาเงินด้วยตัวเองได้ เธอไม่อยากพึ่งพาผู้เป็นพ่อให้คอยส่งเสียเลี้ยงดูตลอดเวลา
“พ่อคะ พ่อเก็บไว้เถอะค่ะ ลูกสาวฉันก็หย่านมแล้ว กลับไปจิงตูคราวนี้ฉันมีงานต้องทำอีกมาก ฉันหาเงินด้วยตัวเองได้แน่ อย่าพยายามให้เงินฉันอีกเลยค่ะ”
กู้เจิ้งอันยืนกรานที่จะมอบมันให้กับเธอ “รับไว้เถอะ เมื่อไหร่ที่เงินขาดมือ จะได้เอามาใช้ในกรณีฉุกเฉิน”
“ฉันรับไว้ไม่ได้จริง ๆ ฉันมีเงินเก็บอยู่ค่ะ”
กู้หนานปฏิเสธหลายครั้ง ไม่ยอมรับไว้ท่าเดียว กู้เจิ้งอันพลันร้องไห้ออกมา
จู่ ๆ ผู้ใหญ่วัยกลางคนก็ร้องไห้โฮ กู้หนานถึงกับสะดุ้ง “พ่อ เป็นอะไรไป?”
“พ่อล้มเหลวมาโดยตลอดที่ไม่เคยรับผิดชอบชีวิตลูกในฐานะพ่อ สิ่งที่พ่อทำได้คือการชดเชยให้ลูกด้วยวิธีนี้ พ่อต้องรู้สึกแย่มากแน่ ๆ ถ้าลูกไม่รับมันไว้”
กู้เจิ้งอันพูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
เฉินรั่วหลินพูดกับกู้หนานจากด้านข้างว่า “หนานหน่าน รับไว้เถอะ ถึงยังไงมันก็เป็นความปรารถนาของพ่อเธอนะ”
กู้หนานไม่สามารถคัดค้านได้ จึงจำใจต้องเอื้อมไปรับไว้ “ก็ได้ ฉันรับมันไว้นะคะ”
กู้เจิ้งอันให้ความมั่นใจกับเธออีกเล็กน้อย “ลูกยังมีส่วนแบ่งในฐานะหุ้นส่วนของโรงงานเสื้อผ้าทุกประการ ไม่ว่าลูกจะทำธุรกิจอะไรในจิงตู จงตัดสินใจลงทุนอย่างกล้าหาญ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทุน”
“ค่ะ”
กู้หนานกอดเขา “พ่อ หยุดโทษตัวเองสักทีเถอะ เอาเวลาไปดูแลแม่กับน้องชายของฉันให้ดีดีกว่า ถ้าฉันมีเวลา ฉันจะไปเยี่ยมพวกคุณที่ปินเฉิงนะคะ”
“อืม พ่อจะรอ”
กู้เจิ้งอันมองลูกสาวของเขาด้วยน้ำตานองหน้า
กู้หนานปาดน้ำตาแล้วพูดเบา ๆ “พ่อ อย่าร้องไห้อีกเลย”
“พ่อแค่มีความสุขมาก ดีใจที่ทั้งลูกและเสี่ยวฮ่าวกำลังจะมีอนาคตที่ดี”
“รีบขึ้นรถเถอะค่ะ”
กู้หนานก็เศร้ามากเช่นกันเมื่อต้องห่างจากกู้เจิ้งอันอีกครั้ง
ขณะที่นั่งอยู่ในรถซึ่งกำลังขับมุ่งหน้าไปยังสนามบิน เธอนึกถึงครั้งแรกที่ตัวเองได้เจอหน้ากู้เจิ้งอันเมื่อมายังหลันเฉิงเป็นครั้งแรก
เขาก็จับแขนเธอไว้แบบนั้นและเอาแต่ร้องไห้
คุณลุงวัยกลางคนที่พูดไม่เก่งคนนั้น ต้องแบกรับความอดทนอดกลั้นมามากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หวังว่าหลังจากที่พวกเขาย้ายไปปินเฉิงแล้ว พวกเขาจะสามารถละทิ้งความกังวลทั้งหมดไว้ที่หลันเฉิง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถานที่ซึ่งไม่มีซุนหว่านหรู
ลู่ฮ่าวมองไปยังหญิงสาวที่มีสีหน้าเป็นทุกข์ตรงหน้า พลางจับมือของเธอไว้
กู้หนานส่งยิ้มบางให้เขา “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”