เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 828 ไม่ควรอยู่แยกกันคนละที่
บทที่ 828 ไม่ควรอยู่แยกกันคนละที่
กู้ย่าฮุยบอกว่าเขาจะอยู่ดูแลเฉินรั่วหลินที่บ้าน ล้มเลิกการเรียนต่อปริญญาเอก เฉินรั่วหลินจึงเริ่มวิตกกังวล “ทำแบบนั้นไม่ได้นะที่รัก ฉันจะปล่อยให้คุณทิ้งอนาคตของตัวเองเพียงเพื่อจะอยู่ดูแลฉันไม่ได้”
กู้ย่าฮุยแน่วแน่กับเรื่องนี้มาก “ช่างหัวอนาคตอะไรนั่นเถอะ ผมมองว่าภรรยากับลูกคืออนาคตของผม”
“ไป รีบกลับบ้านไปบอกข่าวดีกับพ่อแม่ผมกันก่อน”
ช่วงตรุษจีนพ่อแม่ของเขากลับมากินข้าวที่บ้านหลังเก่า พบปะสังสรรค์กันภายในเครือญาติ
พวกเขาสองคนเพิ่งจูงมือกันกลับมาถึงบ้าน กู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าเองก็บังเอิญเดินสวนออกไปส่งญาติกลับบ้านพอดี
กู้ย่าฮุยกล่าวทักทาย ส่งญาติของเขาออกไป จากนั้นก็ฮัมเพลงในลำคอแล้วเดินตามพ่อแม่ของเขาเข้าไปในบ้าน
เนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินเสียงร้องเพลงของกู้ย่าฮุย จึงกลอกตามองเขา “ทำไมถึงยังทำตัวมีความสุขอยู่ได้นะ ตอนนี้ลูกควรเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบให้ดีสิ น่าหมั่นไส้จริง ๆ”
“แม่ แม่อยากเห็นผมนั่งร้องไห้ทั้งวันแทนที่จะมีความสุขหรือไงครับ?” กู้ย่าฮุยเองก็กลอกตามองไปที่เนี่ยอวี้ฮว๋าเงียบ ๆ เช่นกัน
เนี่ยอวี้ฮว๋ากล่าว “ใช่ว่าแม่ไม่อยากให้ลูกมีความสุข แต่แม่แค่อยากให้ลูกทุ่มเทกับการสอบให้มากกว่านี้ ถ้าลู่ฮ่าวสอบผ่านแล้วลูกสอบตกขึ้นมาคงน่าอายน่าดู คราวนี้แม่จะไม่มีหน้าไปเจอใครได้”
“ผมว่าจะไม่สอบแล้ว” กู้ย่าฮุยพลันโพล่งขึ้น
เมื่อกู้ฉางอันกับเนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินคำพูดนั้นของกู้ย่าฮุย จึงหันมองเขาด้วยความตกใจ “พูดอะไรออกมา? จะไม่สอบเรียนต่อแล้วหรือ?”
“ใช่ ผมมีเรื่องอื่นที่สำคัญมากกว่าการสอบ”
กู้ย่าฮุยจับมือเฉินรั่วหลิน และเข้าไปในห้องโถงใหญ่อย่างมีความสุข
“พ่อ แม่ ได้ยินหรือเปล่าคะ? จู่ ๆ เด็กเลี้ยงไม่เชื่องคนนี้ก็มาบอกว่าเขาไม่อยากสอบเรียนต่อปริญญาเอกแล้ว ทั้งยังบอกว่ามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เรื่องใหญ่แบบนี้จะเอามาเป็นเรื่องตลกได้ยังไง? หลังจากเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบอยู่นาน ไม่ทันไรเขาก็บอกว่าจะไม่สอบแล้ว ไม่รู้จักอยู่กับร่องกับรอยเลย” หลังจากได้ยินสิ่งนี้เนี่ยอวี้ฮว๋าก็โกรธจัด หันไปบ่นกับผู้เฒ่าทั้งสองของตระกูลกู้
“ย่าฮุย เธอตัดสินใจแบบนี้ได้ยังไง? พวกเรารู้ว่าการสอบปริญญาเอกมีความกดดันมากขนาดไหน แต่ในเมื่อเธอเตรียมตัวมานาน อยู่ดี ๆ จะมายอมแพ้กลางคันไม่ได้ คนหนุ่มสาวควรตั้งใจศึกษาให้มากขึ้น โดยเฉพาะพวกเธอที่เป็นหมอ การเรียนรู้และแสวงหาความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่สมควรทำ อีกหน่อยทักษะทางการแพทย์จะยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น หมอรุ่นใหม่ควรเป็นกำลังหลักให้กับประเทศชาติสิ ไม่นึกเลยว่าสิ่งนี้จะออกมาจากปากเธอ”
การตัดสินใจของกู้ย่าฮุยทำให้ทั้งครอบครัวโกรธมาก
และผิดหวังมากเช่นเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบกับลู่ฮ่าวที่เป็นผู้ใหญ่และมั่นคง แล้วหันกลับมามองกู้ย่าฮุย พวกเขาพลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา
เนี่ยอวี้ฮว๋าโกรธมากเมื่อเห็นว่ากู้ย่าฮุยทำตัวประมาทเลินเล่อแบบนี้ แต่เฉินรั่วหลินไม่แม้แต่จะบ่นเขาด้วยซ้ำ
“รั่วหลิน บอกแม่หน่อยซิ ทำไมเธอถึงยังจับมือเขาอยู่ล่ะ? เตะเขาออกไปซะ”
ลูกสะใภ้จะทำตัวปล่อยวางได้อย่างไรกัน
เธอควรทำหน้าที่ควบคุมดูแลสามีให้อยู่กับร่องกับรอย ไม่อย่างนั้นชีวิตคู่จะพากันดิ่งลงเหว
กู้ย่าฮุยมองเฉินรั่วหลินด้วยสายตาเปี่ยมความรักและยิ้มอย่างโง่เขลา “รั่วหลินคงไม่อยากเตะผมหรอก”
“อย่าเพิ่งโกรธกันไปเลย” กู้ย่าฮุยมองพวกเขาอย่างมีความสุข ทำหน้าตามีลับลมคมใน “ผมมีบางอย่างที่สำคัญกว่าการสอบปริญญาเอกอยากจะบอก พวกแม่อยากฟังไหม?”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าอยากให้พวกเราฟัง เธอต้องสอบปริญญาเอกให้ผ่านก่อน”
กู้ย่าฮุยกลอกตาใส่ “แม่ ชักจะเข้มงวดกันเกินไปแล้วนะครับ”
“ย่าฮุย เรื่องสำคัญกว่าที่ว่าคืออะไร?” คุณย่ากู้ถามด้วยรอยยิ้ม
กู้ย่าฮุยแกล้งบอกครึ่งไม่บอกครึ่ง “รั่วหลินกับผมไปที่บ้านหนานหน่านมา”
“พวกเรารู้อยู่แล้ว ย่าถิงกับคนอื่น ๆ ก็ไปด้วยไม่ใช่หรือ?”
“จากนั้นหนานหน่านก็จับชีพจรให้กับหลินหลิน” หลังจากที่กู้ย่าฮุยพูดจบ เขาก็ระงับความตื่นเต้นและกวาดตามองทุกคน “พวกคุณเข้าใจสิ่งที่ผมจะสื่อไหม?”
คุณย่ากู้จ้องสบตาหลานชายคนโต ดวงตาของเธอเป็นประกาย ก่อนจะคาดเดาได้ทันที “อย่าบอกนะว่าเธอกำลังตั้งท้อง?”
กู้ย่าฮุยปรบมืออย่างชื่นชม “สุดยอด คุณย่าของผมอายุมากแล้วแต่ยังฉลาด เดาได้แทบจะทันทีเลย”
“จริงหรือ หลินหลินท้องจริง ๆ หรือ?” เนี่ยอวี้ฮว๋ารีบวิ่งเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น มองที่ท้องของเฉินรั่วหลินแล้วถามด้วยความกระตือรือร้น
เฉินรั่วหลินพยักหน้า “หนานหน่านบอกว่าอย่างนั้นค่ะ”
“ยอดเยี่ยมไปเลย” เนี่ยอวี้ฮว๋ามีความสุขมาก จับมือของเฉินรั่วหลินไว้แน่นพลางแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจ “พระเจ้า ครั้งนี้รั่วหลินท้องจริง ๆ สินะ ฉันกำลังจะได้เป็นคุณย่าหรือนี่?”
“นี่มันเยี่ยมไปเลย ลูกสะใภ้ของฉันท้องแล้ว อีกไม่นานฉันก็จะกลายเป็นคุณย่าแล้ว เหล่ากู้ คุณก็จะกลายจะเป็นคุณปู่ ครอบครัวของเรากำลังจะมีเด็กเกิดใหม่”
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้สึกตื่นเต้นมากกว่ากู้ย่าฮุยและเฉินรั่วหลินเองซะอีก
กู้ฉางอันก็มีความสุขมากเช่นกัน พยักหน้ารัว ๆ “ใช่ ๆ ผมกำลังจะกลายเป็นปู่แล้ว”
ผู้เฒ่าทั้งสองของตระกูลกู้ต่างก็มีความสุขมาก แต่พวกเขาไม่มีพลังพอที่จะกระโดดโลดเต้นเหมือนเนี่ยอวี้ฮว๋า
“ถือเป็นข่าวดียิ่งกว่าอะไรเลย ลูกสะใภ้ของแม่ แม่ภูมิใจในตัวเธอเหลือเกิน”
“มา รั่วหลิน ค่อย ๆ นั่งลงช้า ๆ จากนี้ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยให้มาก อย่าให้กระทบกระเทือนต่อเด็กในท้อง”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพาเฉินรั่วหลินนั่งลง และกำชับเตือนเธอด้วยความกังวล
“ถ้าเธออยากกินอะไรให้รีบบอกแม่เลยนะ แม่จะเข้าครัวทำของอร่อยให้ทันที ร้านขายเครื่องสำอางก็ค่อยว่าจ้างลูกจ้างมาช่วยงานเพิ่มอีกสักคนสองคน อย่าโหมงานจนเหนื่อยเกินไป พักมาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านดีกว่า”
“ย่าฮุย ที่เธอเพิ่งตัดสินใจว่าไม่อยากสอบเรียนต่อปริญญาเอก เป็นเพราะรั่วหลินท้องงั้นหรือ?” ผู้เฒ่ากู้มองไปที่กู้ย่าฮุยแล้วถาม
กู้ย่าฮุยพยักหน้า “ใช่ครับปู่ หลินหลินกำลังตั้งท้องลูกของผม ผมกำลังจะเป็นพ่อคน ดังนั้นผมจะอยู่กับหลินหลิน เพื่อดูแลเธอให้ดี ไม่อย่างนั้นถ้าผมเกิดสอบผ่านได้เรียนต่อขึ้นมาจริง ๆ หมายความว่าผมจะต้องย้ายไปจิงตู และเราก็ต้องแยกจากกัน ผมทนทิ้งเธอไปไม่ได้หรอก”
ทุกคนดูลังเลหลังจากได้ยินคำพูดของกู้ย่าฮุย
แม้ว่าการตัดสินใจของกู้ย่าฮุยจะค่อนข้างเป็นสุภาพบุรุษ แสดงความรับผิดชอบต่อเฉินรั่วหลินก็ตาม
เพราะอย่างไรนั่นก็คือสิ่งที่สามีที่ดีควรทำ
ถึงอย่างนั้น การสอบเรียนต่อก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่
ผู้เฒ่ากู้พูดว่า “นี่ ย่าฮุย เธอควรคิดใหม่ให้ดี ๆ นะ… ต่อให้หลินหลินไม่ได้ท้อง แล้วเธอสอบผ่านขึ้นมา พวกเธอก็ต้องแยกกันอยู่อยู่ดี ฉันยังไม่อยากให้เธอยอมแพ้กับเรื่องใหญ่ที่สำคัญแบบนี้”
เฉินรั่วหลินแสดงความคิดเห็นว่า “ใช่ค่ะ ฉันบอกเขาแล้วว่าอย่าล้มเลิกกลางคันเลย ถ้าลูกเกิดมา เขาจะได้ภาคภูมิใจเมื่อรู้ว่าพ่อของเขาเป็นหมอ ทั้งยังเป็นหมอที่เก่งมาก”
กู้ย่าฮุยทำหน้าตาเฉยเมย “ผมไม่สนหรอกว่าเขาจะภาคภูมิใจหรือเปล่า ผมรู้แค่ว่าตอนนี้คุณกำลังท้องลูกของผม ที่รัก ผมทิ้งคุณไปไม่ได้จริง ๆ”
เขามองเฉินรั่วหลินด้วยความรักใคร่และพูดว่า “ผมต้องตามดูแลคุณตลอดช่วงเวลาสิบเดือนที่ยากลำบาก”
อาจเป็นเพราะกู้ย่าฮุยได้รับการถ่ายทอดนิสัยทางพันธุกรรมมาจากกู้ฉางอัน ที่ให้ความสำคัญกับภรรยาของเขาเป็นอันดับแรก ตอนนี้เขายอมเลิกเรียนต่อเพื่ออนาคตทางอาชีพ เพราะคิดว่าดีกว่าต้องห่างจากเฉินรั่วหลิน
เนี่ยอวี้ฮว๋ารู้จักนิสัยของลูกชายเป็นอย่างดี
เธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างกล้าหาญ “เอาอย่างนี้ ถ้าลูกสอบผ่านงั้นก็ให้รั่วหลินไปเรียนกับลูกด้วยสิ?”
“ไปเรียนด้วยหรือ?” กู้ย่าฮุยกับเฉินรั่วหลินหันมองเธอพร้อมกัน
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดต่อ
“ก็ใช่น่ะสิ หนานหน่านเองก็ตามลู่ฮ่าวไปอยู่ที่จิงตูเหมือนกันไม่ใช่หรือ? พวกเธอก็ไปอยู่ที่นั่นด้วยกันเลย ถ้ารั่วหลินยังไม่ท้อง เธอเคยบอกว่าถ้าลูกไปเรียนต่อปริญญาเอกจริง ๆ เธอจะหาเวลาว่างเดินทางไปหาลูกบ้างนาน ๆ ครั้ง แต่ตอนนี้เธอท้องแล้ว งั้นก็ตามไปอยู่ด้วยกันซะเลย จะได้ไม่ต้องวิ่งกลับไปกลับมา อยู่ที่จิงตูที่เดียวพอแล้ว”
ปากของกู้ย่าฮุยกระตุกเล็กน้อย เขาเตือนอย่างระมัดระวัง “แม่ แต่ในบรรดาพวกเราไม่มีใครมีกำลังจ่ายขนาดนั้นนะ”
ลู่ฮ่าวย้ายไปเรียนที่จิงตู ก็เพราะมีป้าเฉินที่ลงทุนซื้อบ้านให้และตั้งรกรากอยู่ที่นั่น
อีกหน่อยกู้หนานก็กำลังจะเปิดคลินิกในจิงตู
แม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะเป็นครอบครัวที่เรียกได้ว่าร่ำรวยระดับต้น ๆ ในหลันเฉิง ทุกคนล้วนมีงานมีการทำ แต่การปักหลักอยู่ในจิงตูดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย
เนี่ยอวี้ฮว๋ากลอกตามองเขา “แล้วใครว่าพวกเราไม่มีกำลังจ่ายกันล่ะ?”
เธอพูดว่า “ตอนแรกไปหาเช่าบ้านก่อนแล้วกัน ปินเฉิงอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ ถ้าอีกหน่อยพวกเธอลงหลักปักฐานทำงานอยู่ที่นั่นได้จริง ๆ รั่วหลินก็ถือโอกาสเปิดสาขาใหญ่และสาขาย่อยในจิงตูซะเลย ถ้าลองอยู่แล้วไม่ไหว ถึงเวลานั้นก็ค่อยกลับมาอาศัยอยู่ที่หลันเฉิงตามเดิม”
กู้ย่าฮุยกับเฉินรั่วหลินยังคงลังเล
เนี่ยอวี้ฮว๋าเป็นคนตัดสินใจ “เอาตามที่แม่ว่าแหละ พวกเธอสองคนไม่ควรแยกกันอยู่คนละที่ โดยเฉพาะในระหว่างที่ผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์ ไม่อย่างนั้นปัญหาจะเกิดขึ้นได้ง่าย”
ขณะที่เธอพูดก็เหลือบมองกู้ย่าฮุยไปพลาง ๆ ราวกับต้องการจะจับผิด