เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 827 อย่างกับว่าไม่ใช่ลูกของเขา
บทที่ 827 อย่างกับว่าไม่ใช่ลูกของเขา
เมื่อคนอื่น ๆ ไม่สนใจเขา กู้ย่าฮุยก็เข้าไปหาภรรยาตัวเองแล้วพูดอย่างลอยหน้าลอยตาว่า “หลินหลิน คุณว่าผมหล่อไหม?”
เมื่อเฉินรั่วหลินสบตากับสายตาที่ต้องการคำชมเชยและการยอมรับ เธอทำได้เพียงตอบอย่างเสียไม่ได้ “หล่อ”
ทันใดนั้นกู้ย่าฮุยก็ตื่นเต้นและหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ “ภรรยาผมนี่น่ารักจริง ๆ”
“ถ้าฉันไม่ชมแล้วใครจะชมคุณล่ะ?”
“ทำไมถึงอยากให้คนอื่นชื่นชมหน้าตาคุณนัก? เมื่อไหร่จะเปลี่ยนนิสัยกะลิ้มกะเหลี่ยดึงดูดผึ้งกับผีเสื้อซะที?” เฉินรั่วหลินผลักเขาออกด้วยความรังเกียจ
กู้ย่าฮุยทำท่าฮึดฮัดไม่ยอมรับการกล่าวหาข้างต้น มองไปที่ทุกคนแล้วพูดว่า
“ดึงดูดผึ้งกับผีเสื้ออะไรกัน? สาวสวยทุกคนที่อยู่ที่นี่ คนหนึ่งเป็นพี่สาวผม อีกคนก็น้องสาว ที่เหลือก็พี่สะใภ้น้องสะใภ้ ล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น ผมจะมีความคิดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีครอบครัวแล้วได้ยังไง? หรือคุณหึงผมอีกแล้ว?”
เฉินรั่วหลินทำหน้าเหมือนหมดคำจะพูด “คุณไม่ใช่เด็กแล้วนะ ถึงเวลาที่จะต้องเป็นผู้ใหญ่และมั่นคง”
น่าเหนื่อยใจจริง ๆ ที่เขายังเป็นแบบนี้อยู่ ในขณะที่เขากำลังจะกลายเป็นพ่อคนแล้ว
“ผมหยอกเล่นหรอกน่า ไอหยา พี่จื้อกัง คุณนี่เป็นพ่อบ้านดีเด่นจริง ๆ เลย ดูวิธีการเสิร์ฟอาหารของคุณสิ ทะมัดทะแมงแบบมืออาชีพเชียว” ทุกคนล้วนคุ้นเคยกับพฤติกรรมเอะอะเสียงดังของกู้ย่าฮุยอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเมินเขา และไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองกันทีละคน
ฉินเฟิงตะโกนเรียก “อาหารพร้อมแล้วครับ!”
“มาแล้ว มาแล้ว”
เมื่อถงถงตื่นนอน ลู่ฮ่าวก็ปลีกตัวไปอุ้มเธอและขอให้ทุกคนกินข้าวกันไปก่อน
กู้ย่าฮุยเห็นถงถงตื่นแล้ว จึงหยิบอั่งเปาสีแดงซองใหญ่ที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา “มา ขอฉันให้อั่งเปาหลานสาวคนสวยหน่อยซิ”
“พวกเราด้วย ๆ” หลายคนต่างมอบอั่งเปาซองใหญ่ให้แก่ถงถง
ถงถงใช้มือเล็ก ๆ ของเธอแตะซองจดหมายสีแดงเหล่านั้นโดยไม่ร้องไห้หรืองอแง กู้หนานยิ้มพลางพูดว่า “เด็กคนนี้โตไปแล้วต้องชอบนับเงินมากแน่ ๆ”
“มา ยังมีเถี่ยตันอีกคน”
ทุกคนหันกลับมาให้เงินอั่งเปากับเถี่ยตันด้วย เด็กชายตัวน้อยเขินอายเกินกว่าจะรับไว้ เจียงจื้อกังจึงต้องบอกให้เขารับ เขาถึงจะรับอย่างเชื่อฟัง
เถี่ยตันยืนขึ้นและขอบคุณทุกคนอย่างสุภาพนอบน้อม “ขอบคุณอากู้ครับ ขอบคุณอาซุนครับ”
“นี่ นี่ของอาฉินนะ”
“มากินข้าวกันก่อนเถอะ ไว้อาจะให้อั่งเปาซองใหญ่เธอทีหลัง”
ลู่ฮ่าวกับกู้หนานเป็นญาติสายตรงของเถี่ยตัน แน่นอนว่าพวกเขาต้องมอบอั่งเปาซองใหญ่ให้แก่หลาน จึงไม่ได้มอบให้ตั้งแต่ตอนนี้ ไว้ค่อยให้เถี่ยตันก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันกลับไป
หวังชุ่ยผิงบอกว่า “ไอหยา พวกคุณให้อะไรมากมายกัน ปีนี้เด็กคนนี้จะกลายเป็นเศรษฐีอยู่แล้ว”
“คนที่มีความสุขที่สุดในช่วงตรุษจีนก็คือเด็ก ๆ ไม่ใช่หรือ ยิ่งได้เงินเยอะก็ยิ่งเป็นเรื่องดี”
หลังจากนั่งลงแล้ว กู้ย่าฮุยก็มองไปที่โต๊ะอาหารสุดหรูแล้วพูดว่า “ผมจะกินเนื้อสัตว์ไม่ยั้งเลย โปรตีนจะได้เข้าไปเสริมคุณค่าทางโภชนาการ ไม่รู้ว่าในแต่ละวันมีเซลล์สมองตายไปกี่เซลล์เพราะการเรียนอย่างหนักหน่วง ผมเหนื่อยมาก ปีนี้แทบไม่ได้ออกไปอวยพรปีใหม่ใครด้วยซ้ำ”
ลู่ฮ่าวอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขน ทำให้ไม่สะดวกรินเครื่องดื่ม เขาจึงขอให้กู้ย่าฮุยรินไวน์ให้ทุกคนแทน
สาว ๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยงบอกว่าพวกเธอไม่ดื่ม ดังนั้นกู้หนานจึงไปนำเครื่องดื่มอย่างอื่นมาให้แทน
“สวัสดีปีใหม่นะทุกคน หลังจากทานอาหารมื้อนี้เสร็จในวันนี้ พวกเราต้องแยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติ ฉะนั้นวันนี้พวกเราต้องกินและดื่มให้อิ่มหนำสำราญ”
กู้ย่าฮุย ฉินเฟิง และคนอื่น ๆ เริ่มกรึ่ม ๆ กันแล้ว กู้ย่าถิงกระซิบบอกกับเฉินรั่วหลิน “รั่วหลิน รีบบอกทุกคนเร็วเข้า”
เฉินรั่วหลินเห็นผู้ชายยังคงพูดคุยกันและดื่มอย่างสนุกสนาน แถมกู้ย่าฮุยก็ไม่ได้ผ่อนคลายแบบนี้มานานแล้ว จึงตอบกลับไปว่า “รอสักพักเถอะ”
“รออะไรกัน เรากินข้าวเกือบจะเสร็จแล้วนะ” กู้ย่าถิงเองก็แทบรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันข่าวดี
เธอกำลังจะเป็นป้าคน แค่คิดถึงก็มีความสุขมากแล้ว
กู้ย่าฮุยสังเกตเห็นว่ากู้ย่าถิงบ่นพึมพำบางอย่างกับเฉินรั่วหลิน จึงถามว่า “พี่สาว ไปกระซิบกระซาบอะไรกับเมียผมแบบนั้นกัน อย่าพูดอะไรแย่ ๆ หรือแฉเกี่ยวกับตัวผมเชียวนะ”
พอเห็นผู้หญิงกระซิบกระซาบกันเอง ผู้ชายก็เริ่มร้อนตัวขึ้นมา
กู้ย่าถิงพูดอย่างมีความหมาย “ฉันเปล่าพูดถึงเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับนาย แต่พูดเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับนายต่างหาก”
“หลินหลิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” กู้ย่าฮุยสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเฉินรั่วหลิน เหมือนเธอกำลังกังวลอะไรบางอย่าง จึงวางแก้วไวน์ลงเพื่อถามไถ่
เมื่อทุกคนหันมามองเธอกันหมด เฉินรั่วหลินก็รู้สึกประหม่ามาก ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากกู้หนาน “หนานหน่าน ช่วยฉันพูดหน่อยสิ”
กู้หนานมองไปที่กู้ย่าฮุย จากนั้นก็ประกาศข่าวดีออกมา “ภรรยาของนายกำลังตั้งท้อง ตอนนี้นายกำลังจะกลายเป็นพ่อคนแล้ว”
“อะไรนะ?” กู้ย่าฮุยมีสีหน้าตะลึง มองไปที่เฉินรั่วหลิน “คุณท้องแล้วหรือ?”
เฉินรั่วหลินพยักหน้ายืนยัน
“จู่ ๆ ท้องขึ้นมาได้ยังไง? เราแยกห้องนอนกันมาได้สักพักแล้วนะ ทำไมถึงท้องได้ล่ะ?” กู้ย่าฮุยมองไปที่เฉินรั่วหลินด้วยความไม่เชื่อสายตา
ความเจ็บปวดฉายผ่านดวงตาของเฉินรั่วหลิน
เขาทำท่าอย่างกับว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาอย่างไรอย่างนั้น
สีหน้าของเฉินรั่วหลินคล้ำหมองครู่หนึ่ง กู้ย่าฮุยเห็นก็ตบหัวตัวเอง แล้วรีบอธิบายว่า “ไม่ใช่ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”
เขาคว้ามือของเฉินรั่วหลินและขอคำยืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง “หลินหลิน แน่ใจหรือ? คุณไม่ได้โกหกผมใช่ไหม? ผมกำลังจะเป็นพ่อคนจริง ๆ หรือ?”
เฉินรั่วหลินบอกว่า “เมื่อกี้หนานหน่านตรวจชีพจรให้ฉันแล้ว”
“หนานหน่าน ผลตรวจแน่นอนหรือเปล่า?” กู้ย่าฮุยถามกู้หนานอีกครั้งเพื่อยืนยัน
“เธอท้องแล้วจริง ๆ ถ้าอยากให้แน่ใจหลังปีใหม่ค่อยไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งก็ได้”
กู้หนานคิดว่ากู้ย่าฮุยคงจะตื่นเต้นมากจนเผลอละเลยความรู้สึกของเฉินรั่วหลินหลังจากได้ยินข่าวดีดังกล่าว เพราะเห็นได้ชัดว่ากู้ย่าฮุยดูไม่ค่อยตื่นเต้นดีใจเท่าที่ควร
“พี่ฮุย ขอแสดงความยินดีด้วย นายจะได้เป็นพ่อคนแล้ว”
ฉินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นมากเช่นเดียวกัน “งั้นฉันก็เป็นอาแล้วน่ะสิ”
หวังชุ่ยผิงเริ่มกระตุ้นให้เวิงอิ่งกับซุนเฉิงรีบปั๊มลูก “เสี่ยวอิ่ง หัวหน้าซุน พวกคุณคงต้องรีบตามให้ทันแล้ว”
ซุนเฉิงเหลือบมองเวิงอิ่งด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “เรายังไม่รีบหรอก”
ทุกคนมีความสุขอย่างมากเนื่องจากข่าวดีนี้ บรรยากาศจึงครึกครื้นขึ้น แต่เฉินรั่วหลินก็ยังรู้สึกว่ากู้ย่าฮุยไม่ได้ตื่นเต้นกับสถานะใหม่ของตัวเองเท่าที่ควร ทำให้อารมณ์ของเธอดิ่งลงอย่างมาก
ระหว่างทางกลับบ้านหลังอาหารเย็น เฉินรั่วหลินดูไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด กู้ย่าฮุยจับมือเธอแล้วถามว่า “หลินหลิน ทำไมถึงได้ทำหน้าบึ้งแบบนั้นล่ะ”
“กู้ย่าฮุย หรือว่าคุณไม่อยากมีลูกกับฉันกันแน่?” เฉินรั่วหลินสะบัดมือออก มองเขาอย่างจริงจังพร้อมกับตั้งคำถาม
กู้ย่าฮุยตระหนักได้ในภายหลังว่าปฏิกิริยาของเขาไม่เหมาะสม จนทำร้ายความรู้สึกของเฉินรั่วหลินเข้า
ใช่ว่าเขาจะไม่มีความสุข เพียงแต่ตอนนั้นข่าวดีถาโถมเข้าใส่โดยที่เขาไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ
เขากอดเธอและอธิบายเบา ๆ “เปล่าซะหน่อย ผมแค่นึกไม่ถึงว่าลูกเราจะมาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ เราสองคนตั้งตารอเขามานานมาก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะที แต่พอผมกำลังเตรียมตัวสอบเขากลับมา ถ้าผมสอบผ่าน หมายความว่าผมจะต้องไปเรียนต่อที่จิงตู ถ้าผมเป็นพ่อคน ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าจะจัดสรรเวลามาดูแลคุณกับลูกได้ยังไง แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องอยู่ดูแลคุณตอนท้องให้ดีที่สุด”
กู้ย่าฮุยสับสนเล็กน้อย เขาพยายามที่จะมีลูกมาเป็นเวลานาน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ประสบความสำเร็จ เวลานี้นอกจากเขาจะมีความสุขที่ได้เป็นพ่อคนแล้ว ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาประเด็นเชิงปฏิบัติ
“แล้วคุณคิดว่าพวกเราควรทำยังไงล่ะ?” เฉินรั่วหลินมองเขาด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ พลันรู้สึกหดหู่อย่างมาก
“หลินหลิน อย่าโกรธไปเลย เรามีลูกถือเป็นข่าวดีมากนะ แล้วผมก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นพ่อคน ไม่ว่ายังไงคุณก็คือสิ่งสำคัญอันดับแรกของผมเสมอ” กู้ย่าฮุยมองหน้าเธอแล้วตัดสินใจทันที “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นผมสละสิทธิ์ไม่สอบแล้วก็ได้ ผมจะไม่ไปจิงตู และจะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลหลันเฉิงตามเดิมเพื่อให้มีเวลาอยู่ดูแลคุณอย่างเหมาะสม ผมไม่มีความทะเยอทะยานเหมือนเหล่าลู่ ถ้าให้เลือกระหว่างอาชีพกับครอบครัว ผมต้องเลือกคุณแน่นอนอยู่แล้ว”