เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 810 ปมในใจ
บทที่ 810 ปมในใจ
“ถ้าพ่อสนใจสักหน่อย ไม่มีทางที่พ่อจะไม่รู้ว่าภรรยาตัวเองกำลังท้องเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะหลังจากที่เธอคลอดลูกแล้ว หนูไม่เข้าใจความประมาทเลินเล่อของพ่อในฐานะที่เป็นพ่อคนเอาซะเลย ตั้งแต่หนูท้อง ลู่ฮ่าวก็พอจะเดาเพศของเด็กในท้องหนูได้แล้ว ผู้ใหญ่ในครอบครัวก็พากันช่วยเดาเพศทารกว่าเป็นชายหรือหญิง ตอนที่แม่ตั้งท้องน้องชายหนูก็เหมือนกัน พวกคุณคุยกันเรื่องนี้ตลอด จนรู้ว่าเขาเป็นเด็กผู้ชาย”
กู้หนานมองไปที่กู้เจิ้งอัน ยิ่งเธอพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะเทือนใจมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ไม่สามารถควบคุมน้ำตาไม่ให้ไหลได้อีกต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอร้องไห้ต่อหน้าคนในครอบครัว
ลู่ฮ่าวกอดเธอไว้ พลอยทุกข์ใจตามไปด้วย
กู้หนานผลักเขาออกไปเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอโอเคแล้ว ก่อนจะหันไปต่อว่ากู้เจิ้งอันและผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลกู้ต่อไป
“หนูไม่เชื่อว่าพวกคุณไม่รู้ว่าซุนหว่านหรูกำลังตั้งท้องเด็กหญิงหรือเด็กชาย พอหล่อนบอกว่าเธอท้องลูกชายให้ตระกูลกู้ พวกคุณก็เชื่อ ไม่มีใครเอะใจสงสัยเลยจนกระทั่งเจียงย่าเจี๋ยอายุยี่สิบเข้าไปแล้ว”
กู้เจิ้งอันก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
ผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูลกู้ก็ยอมรับคำต่อว่าจากหลานสาวอย่างตรงไปตรงมา
จริงด้วย พวกเขาไม่ชอบหน้าลูกสะใภ้อย่างซุนหว่านหรูมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะรู้ว่าเธอแต่งงานเข้าตระกูลของพวกเขาด้วยวิธีที่ไม่พึงประสงค์
เวลานั้นมีปัจจัยหลายอย่าง อีกทั้งพวกเขายังไม่เกษียณ ยิ่งเมื่อทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับซุนหว่านหรู ทุกคนในบ้านจึงตีตัวออกห่างจากกันมากขึ้น
นอกจากจะมีความสัมพันธ์กับซุนหว่านหรูแล้ว พวกเขายังไม่เคยใส่ใจอยากรู้ความเป็นไปของเด็กในท้องของซุนหว่านหรูเลย
สำหรับกู้เจิ้งอัน การตั้งครรภ์ของซุนหว่านหรูถือเป็นเรื่องที่น่าละอายมาก
พอเกลียดแม่ เขาก็พลอยเกลียดเด็กในท้องของซุนหว่านหรูด้วย
ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต เขาก็หมดสิทธิ์ในการทำตามใจตัวเอง
ซุนหว่านหรูตั้งท้องด้วยวิธีที่ไม่พึงประสงค์ ผูกมัดตัวเขาไว้เพราะคำว่าลูก พอเป็นแบบนี้แล้วจะให้เขารักใคร่ไยดีเด็กคนนั้นได้อย่างไร?
เรื่องอะไรเขาต้องอยากรู้เพศของเด็กในท้อง?
ตลอดช่วงเวลานั้น เขามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดทุกวัน
กู้หลันก็ออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย
ต่อมา เธอก็แต่งงานกับใครสักคนแล้วย้ายไปอยู่พื้นที่ชนบทห่างไกล
กู้หนานร้องไห้ขณะพูดว่า “ตั้งแต่วันที่หนูกลับมาอยู่กับบ้านตระกูลกู้ ปมนี้ติดอยู่ในใจไม่เคยหายไปไหนเลย”
กู้เจิ้งอันเองก็ถึงกับหลั่งน้ำตา พยายามขอโทษกู้หนานซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หนานหน่าน พ่อขอโทษ พ่อขอโทษจริง ๆ พ่อไม่มีความรับผิดชอบทั้งในฐานะสามีและฐานะพ่อ”
กู้หนานมองเขา ในใจรู้สึกอึดอัด
เธอรู้ว่ากู้เจิ้งอันก็ตกเป็นเหยื่อ แต่เธอฝังใจมาตลอด ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเห็นหน้าพ่อที่แท้จริงของตัวเองเลย จนชาติก่อนเธอถูกฆ่าตายโดยเจียงย่าเจี๋ยและเจียงต้าหมิง ชาตินี้ถึงได้รู้ว่าตัวเองเกิดมาจากความไม่ต้องการและปราศจากความรัก ความเกลียดชังระหว่างพ่อแม่ทำให้เธอต้องประสบกับความยากลำบาก แถมตอนนี้ยังต้องมาแก้ปัญหาเรื่องเลวร้ายที่ซุนหว่านหรูสร้างไว้อีก
คุณย่ากู้เช็ดน้ำตาก่อนจะพูดกับเธอ
“หนานหน่าน หลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับภูมิหลังของเธอและอาเจี๋ย พ่อของเธอก็เสียใจมาก พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่แต่ประมาทเลินเล่อก็มีส่วนผิดเหมือนกัน เรารู้สึกผิดและเสียใจมาก ขอโทษจริง ๆ”
เมื่อเห็นว่าการแสดงออกบนใบหน้าของคนในครอบครัวเต็มไปด้วยความจริงใจ รวมถึงชายชราก็ขอโทษเธอเหมือนกัน กู้หนานจึงเช็ดน้ำตาตัวเอง บังคับให้อารมณ์ตัวเองสงบลง
“หนูไม่ได้ต้องการจะตำหนิพวกคุณนะคะ หนูเข้าใจว่าพวกคุณรู้สึกยังไงในเวลานั้น หนูแค่อยากระบายปมในใจ พอพูดออกมาแล้วรู้สึกดีกว่าเก็บไว้มาก”
เพื่อชดเชยความผิดพลาดทั้งหมดในอดีต กู้เจิ้งอันเสนอ “พ่อจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของเธอนับจากนี้เอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูรับผิดชอบเอง”
กู้หนานให้เหตุผล “อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้ให้ชีวิตหนู ต่อให้หนูไม่สามารถเลี้ยงดูเธอไปจนตาย แค่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ก็สบายใจแล้ว”
“ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว วันนี้เราแยกย้ายกันไปพักก่อนดีกว่า พวกเราขอตัวนะคะ”
กู้หนานและลู่ฮ่าวตั้งใจว่าจะกลับบ้าน เธอออกมาข้างนอกนานแล้ว กลัวเหลือเกินว่าลูกจะร้องงอแง
กู้เจิ้งอันมองดูลูกสาวที่กำลังจะจากไป หัวใจของเขาพลันจมดิ่งลงอีกครั้ง กลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับลูกสาวจะเกิดช่องว่างขึ้นมา จึงพร่ำคำขอโทษต่อไป “หนานหน่าน พ่อขอโทษ”
“พ่อ เรื่องทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว หนูไม่ต้องการจะตำหนิพ่อ ทุกคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง บางทีช่วงเวลานั้นสำหรับพ่ออาจจะยากมาก ๆ หนูก็แค่ระบายความอัดอั้นตันใจที่กักเก็บไว้มานานเท่านั้นเอง เราสองคนผ่านความเจ็บปวดมากันทั้งคู่ ต่อไปนี้เราจะยังเป็นพ่อลูกกันเหมือนเดิม สนใจแต่เรื่องในอนาคตก็พอ”
ดวงตาของกู้เจิ้งอันแดงก่ำ ก่อนจะกอดลูกสาวเอาไว้
“หนานหน่าน พ่อดีใจนะที่ลูกระบายความในใจออกมา”
กู้หนานยิ้มให้เขา “พ่อกลับไปดูแลแม่ให้ดีเถอะค่ะ หนูกลัวเหลือเกินว่าเรื่องในวันนี้อาจทำให้เธอคิดมาก อุณหภูมิร่างกายอาจอุ่นไม่พอ ถ้าเธอรู้สึกไม่สบายตรงไหนให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีนะคะ”
“ได้”
พอออกมาจากอาคารหลังเล็ก ท้องฟ้าข้างนอกมืดมิด ลมเย็นเจาะกระดูกโชยมา ความหนาวเหน็บทำให้ลมหายใจเริ่มติดขัด
กู้ฉางอันและเนี่ยอวี้ฮว๋าช่วยประคองผู้สูงอายุทั้งสองคน กู้ย่าฮุยและเฉินรั่วหลินเดินนำหน้า
ลู่ฮ่าวกลัวว่ากู้หนานจะหนาว จึงเอาเสื้อนอกห่มคลุมให้จากด้านหลัง
ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นร่างหนึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่ที่หน้าประตู
กู้ย่าฮุยที่กำลังเดินไปข้างหน้าตื่นตัวขึ้นมาทันใด
“ใครน่ะ?”
เขารีบวิ่งปราดออกไปจับตัวร่างนั้นไว้
“ฉันเอง ย่าฮุย”
กู้ย่าฮุยรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากปากอีกฝ่าย เขารีบผละออกแล้วทักด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “เจียงย่าเจี๋ย? ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้? มาด้อม ๆ มอง ๆ อะไรตรงนี้?”
ผู้ชราทั้งสองที่อยู่ข้างหลังเห็นเจียงย่าเจี๋ย พวกเขาก็ระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน
วันนี้ซุนหว่านหรูเพิ่งจะลักพาตัวเด็ก ตอนนี้เจียงย่าเจี๋ยยังโผล่หน้ามาอยู่ที่ประตูบ้านอีก
คนพวกนี้ต้องการอะไรจากพวกเขานักหนา?
ท่าทีก่อนหน้านี้ของเจียงย่าเจี๋ยตอนที่ยังอยู่ในตระกูลกู้แย่เกินไป หลังจากที่ภูมิหลังของเขาถูกเปิดเผย เขาก็ขโมยทรัพย์สินต่าง ๆ ในบ้านติดมือไปด้วย ทั้งยังพาเจียงต้าหมิงมารังควานอยู่เรื่อย ทำให้ตระกูลกู้ต้องระวังตัว
กู้ฉางอันมายืนบังผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างนอก ทำให้ทุกคนเห็นใบหน้าของเจียงย่าเจี๋ยอย่างชัดเจน
ผู้ชายคนนี้ซูบผอมลงกว่าเดิม
เจียงย่าเจี๋ยไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับสมาชิกตระกูลกู้อย่างครบครันที่หน้าประตู เขารีบพูดกับกู้ย่าฮุยว่า “ย่าฮุย อย่ากระโตกกระตาก ฉันไม่ได้มาขโมยอะไรทั้งนั้น ที่มานี่ก็เพื่อตามหาแม่ แม่ฉันมาที่นี่บ้างหรือเปล่า?”
“แม่นายหรือ?” กู้ย่าฮุยงงงวย “แม่คนไหนล่ะ?”
เจียงย่าเจี๋ยตอบว่า “ซุนหว่านหรู วันนี้เธอวิ่งเตลิดออกไปข้างนอก จนป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้าน เลยแวะมาถามเผื่อเธอผ่านมาทางนี้”
ยิ่งกู้ย่าฮุยได้ยินคำพูดของเจียงย่าเจี๋ย เขาก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่ “นายย้ายไปอยู่กับเธอแล้วหรือ?”
“ใช่” เจียงย่าเจี๋ยพยักหน้า “ยังไงเธอก็เป็นแม่ฉันนะ แน่นอนว่าฉันควรกลับมาอยู่กับเธอสิ”
กู้หนานได้ยินว่าเจียงย่าเจี๋ยมาที่นี่เพื่อตามหาซุนหว่านหรู แต่เธอไม่แปลกใจเหมือนคนอื่น ๆ
เธอเคยเห็นพวกเขาที่คลินิก เจียงย่าเจี๋ยพาซุนหว่านหรูมาหาหมอเพื่อรักษาโรคประสาท
ในเวลานั้นเจียงย่าเจี๋ยได้รับการสั่งสอนจากเนี่ยเหล่าไปแล้วชุดใหญ่ ตอนนั้นเขาเหมือนจะดูดีกว่านี้ ซุนหว่านหรูเองก็มีสติครบถ้วนดี เหมือนปล่อยวางทุกอย่างได้แล้ว ไม่คิดว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นแบบนี้
กู้หนานมาถามเจียงย่าเจี๋ย “นายรู้จักโรคจิตเภทไหม?”
“โรคจิตเภทคืออะไร?” ดวงตาของเจียงย่าเจี๋ยว่างเปล่า โง่เขลา และสับสน
“แม่เป็นบ้า”
กู้หนานพูดต่อ “ฉันเพิ่งพาแม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ต่อไปนี้แม่จะไม่ได้ออกมาหาใครที่นี่อีก”
“โรงพยาบาลไหน?” เจียงย่าเจี๋ยถามอย่างร้อนรน
“โรงพยาบาลจิตเวช”
เจียงย่าเจี๋ยได้ยินก็ระเบิดอารมณ์ทันที “ว่าไงนะ? โหดร้ายเกินไปหรือเปล่า? ถึงขั้นจับแม่ส่งโรงพยาบาลบ้าเลยเชียวหรือ? เธอไม่ได้มีอาการป่วยทางจิตซะหน่อย”
“ถ้านายดูไม่ออกว่าเธอมีอาการทางจิต ฉันก็คิดว่านายเองก็ควรไปเช็กสมองตัวเองด้วยเหมือนกัน”