เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 800 กินของฝากจากศัตรูหัวใจ บทที่ 800 กินของฝากจากศัตรูหัวใจ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 800 กินของฝากจากศัตรูหัวใจ บทที่ 800 กินของฝากจากศัตรูหัวใจ
บทที่ 800 กินของฝากจากศัตรูหัวใจ
ลู่ฮ่าวจองห้องไว้ทั้งหมดสามห้อง ซึ่งทั้งหมดเป็นห้องแฝด
ทำแบบนี้ทุกคนจะได้สบายใจในการพักผ่อนมากขึ้น
“คุณอา พักกับชิงชิงก็ได้นะคะ ให้อาเขยกับเสี่ยวอวี๋อยู่ห้องเดียวกัน ส่วนพ่อนอนแยกคนเดียวได้ ถึงยังไงห้องพักก็เป็นห้องแฝดอยู่แล้ว จัดสรรกันเองได้เลย”
เมื่อเข้าไปในห้องพักของโรงแรม ฟางอวี๋ก็อุทานว่า “พระเจ้าช่วย สวยมากเลย ข้างในก็อุ่นมาก แถมยังมีห้องน้ำในตัวด้วย”
ลู่ฮ่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว สามารถอาบน้ำหรือไปเข้าห้องน้ำใกล้ ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน”
ลู่ฮุ่ยฟางและฟางกั๋วผิงเข้ามาในเมืองเป็นครั้งแรก แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นห้องน้ำแบบนี้
กู้หนานและลู่ฮ่าวเอาใจใส่พวกเขาเป็นอย่างมาก ทั้งยังสอนวิธีใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในห้องน้ำ
ฟางอวี๋และชิงชิงมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัย ลู่ฮุ่ยฟางกลัวว่าเธออาจเข้าห้องน้ำที่นี่ไม่เป็น จนดูเหมือนเป็นคนโง่เขลา จึงติดตามกู้หนานเข้าไปดูวิธีใช้
ตอนนี้ฟางกั๋วผิงเริ่มเจ็บขาเพราะความเหนื่อยล้า จึงนั่งยืดขาบนเก้าอี้เพื่อพักผ่อน
ส่วนลู่เซิ่งหมินยังคงนั่งเหม่อลอย
เขาฟุ้งซ่านตลอดเวลา
หลังจากที่ลู่ฮ่าวและคนอื่น ๆ แนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องเสร็จแล้ว ลู่เซิ่งหมินก็หยิบกระเป๋าออกมา และหยิบถุงใบเล็กสองใบออกมาจากในนั้น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมอบของให้ลู่ฮ่าว พูดด้วยสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง “เสี่ยวฮ่าว เอาของพวกนี้กลับไปฝากแม่ของลูกหน่อยนะ”
“พ่อครับ นี่คือ…”
ลู่เซิ่งหมินไม่กล้าสบตาเขา “ของฝากที่พ่อเอามาจากบ้านน่ะ”
“ครับ ผมจะเอากลับไปให้”
ลู่ฮ่าวพูดกับลู่ฮุ่ยฟางและคนอื่น ๆ ว่า “อาเขย อาหญิง อย่าลืมพักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ เย็นนี้ที่จริงจะกินข้าวมื้อเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรมนี้เลยก็ได้ แต่ถ้าไม่สบายใจเพราะมันแพงเกินไป จะออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามก็ได้นะครับ”
ลู่ฮุ่ยฟางพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
“อาหญิง เอาเงินนี้ออกไปกินข้าวข้างนอกนะครับ” ก่อนจากไป ลู่ฮ่าวหยิบเงินหนึ่งร้อยหยวนออกจากกระเป๋าสตางค์ของเขา แล้วมอบให้ลู่ฮุ่ยฟาง
เมื่อลู่ฮุ่ยฟางเห็นหลานชายคนโตให้เงิน เธอก็ปฏิเสธโดยทันที “พวกเราพอมีเงินอยู่ จะรับเงินจากหลานได้ยังไง?”
“อย่าเกรงใจผมเลย รับไว้เถอะ” ลู่ฮ่าวยืนกรานคำเดิมพร้อมกับยัดมันเข้าไปในมือของลู่ฮุ่ยฟาง
กู้หนานบอกว่า “พรุ่งนี้พวกเรากับคุณปู่จะพาลูกมาหานะคะ จะได้เจอหน้าเธอสักที”
“พวกเราตั้งตาคอยเลยล่ะ อยากเห็นลูกสาวเธอมากจริง ๆ”
หลังจากจัดแจงสิ่งต่าง ๆ ให้ลู่เซิ่งหมินและคนอื่น ๆ แล้ว ผู้เฒ่าลู่เห็นว่าในห้องยังมีเตียงเดี่ยวว่าง จึงเสนอตัวนอนพักในโรงแรมคืนนี้
“เสี่ยวฮ่าว หนานหน่าน พวกหลานกลับไปเถอะ คืนนี้ปู่จะนอนที่นี่ จะได้คุยกับเสี่ยวอวี๋ด้วย”
ทันทีที่ชายชราเห็นว่ายังมีเตียงว่าง ก็ไม่รอช้าขออยู่ที่นี่ต่อทันที เพราะเขาอยากอยู่คุยกับหลานชายและหลานสาวของตน
ที่สำคัญที่สุด คือเขาจะต้องพูดคุยปรับทัศนคติกับลูกชายคนโตผู้โง่เขลา ไม่ให้เผลอแสดงท่าทีไม่สุภาพกับภรรยาเก่าด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยครับคุณปู่ ลำพังอาหญิงกับคนอื่น ๆ คงไม่ยอมลงไปกินข้าวที่ร้านด้านล่างโรงแรมแน่ ฮ่า ๆ ปู่ช่วยพาพวกเขาลงไปกินด้วยนะครับ เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วง”
ลู่ฮ่าวและกู้หนานถือของที่ลู่เซิ่งหมินมอบให้แล้วเดินทางกลับบ้าน
เฉินหย่าจือเห็นว่าพวกเขากลับมาแล้ว ก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม “กลับมากันแล้วเหรอ?”
กู้หนานถามเฉินหย่าจือ “แม่ วันนี้ถงถงร้องไห้หรือเปล่าคะ?”
“ไม่เลยจ้ะ แม่สงสัยว่าเธอจะหิว ก็เลยชงนมผงมาป้อนให้เธอกิน จากนั้นเธอก็หลับปุ๋ย”
ดวงตาของเฉินหย่าจือจ้องมองไปที่ถุงผ้าในมือของลู่ฮ่าว “เสี่ยวฮ่าว ลูกถืออะไรมาด้วยน่ะ?”
ลู่ฮ่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเห็นว่าเดวิดไม่อยู่แถวนั้น แต่ก็ตอบตามความเป็นจริงว่า “พ่อเอาของฝากจากบ้านเกิดมาให้ครับ บอกว่าตั้งใจฝากมาให้แม่”
ลู่ฮ่าวเปิดถุงออก และเห็นพุทราและลูกพลับแห้งอยู่ข้างใน
เฉินหย่าจือถึงกับตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่ลู่ฮ่าวหยิบออกมาจากถุง จากนั้นความทรงจำเมื่อนานมาแล้วของเธอก็หวนกลับมาอีกครั้ง
‘หย่าจือ ผมเอาลูกพลับแห้งกับพุทราจากบ้านเกิดมาฝากคุณด้วย พุทราพวกนี้ผมเพิ่งเด็ดสด ๆ จากต้นเลยนะ ลูกพลับแห้งแม่ผมก็เป็นคนตากเองกับมือ’
‘ว้าว ฉันชอบพุทธาที่สุดเลยค่ะ’
‘ไว้คราวหลังผมจะพาคุณกลับไปเก็บด้วยตัวเอง…’
เฉินหย่าจือมองดูพุทราและลูกพลับแห้งอยู่นาน เสียงบทสนทนาเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้วก็ดังก้องอยู่ในใจของเธอ จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลรินลงมาโดยไม่ตั้งใจ
“ลองกินพุทราดูสิคะ เดี๋ยวฉันล้างให้”
กู้หนานไม่ทันสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของแม่สามี เธอถือถุงเข้าไปในครัวเพื่อล้าง ลู่ฮ่าวก็ตามไปด้วย ทั้งสองนำลูกพลับแห้งออกมาเรียงใส่จาน แล้วยกออกไปวางบนโต๊ะกาแฟ
ขณะที่เดวิดเดินเข้ามา ลู่ฮ่าวก็ยื่นจานลูกพลับแห้งให้เดวิด “พ่อครับ ลองชิมนี่ดูสิ”
เขาพูดเสริม “นี่เป็นของฝากจากบ้านเกิดของผมเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่กินลูกพลับสดไม่ทัน เรามักจะนำไปตากแดดทำเป็นลูกพลับแห้ง เก็บไว้กินสำหรับฤดูหนาวได้”
เดวิดกัดผลลูกพลับแห้งที่ลู่ฮ่าวยื่นให้ แล้วเอ่ยปากชมเปาะว่า “อร่อยมาก นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อได้กินของแบบนี้เลยนะเนี่ย”
เขาถามเฉินหย่าจือ “ที่รัก คุณลองกินหรือยัง?”
เฉินหย่าจือได้สติคืนกลับมาจากความคิดของตัวเอง ตอบไปตามความจริงว่า “กินแล้วค่ะ พ่อของลู่ฮ่าวเคยเอามาฝากฉันตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว”
พอเดวิดได้ยินคำพูดของเฉินหย่าจือ ประกอบกับสังเกตสีหน้าของเธอ เขาก็มองดูลูกพลับแห้งในมืออีกครั้ง ก่อนจะก็เข้าใจบางสิ่งได้ทันที
เขามองไปที่เฉินหย่าจือด้วยรอยยิ้มครึ่ง ๆ กลาง ๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่มีความหมาย “ดูเหมือนว่าวันนี้ผมมีโอกาสได้กินลูกพลับแห้งอร่อย ๆ เพราะคุณเลยนะ”
ทันทีที่เดวิดพูดแบบนั้น ทุกคนก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก
ลู่ฮ่าวและกู้หนานมองหน้ากัน
เดวิดกำลังหึงอย่างนั้นเหรอ?
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ปกติ ทั้งสองจึงหาทางเลี่ยงไปจากตรงนี้
เรื่องแบบนี้ควรให้ทั้งสองคนคุยกันดีกว่า
ลู่ฮ่าวรู้ดีว่าแม่ของเขากับเดวิดเป็นคนยังไง
พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้คนกลางช่วยไกล่เกลี่ยความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น
“พ่อ แม่ พวกเราขอตัวไปดูลูกก่อนนะครับ”
ว่าแล้วคู่รักหนุ่มสาวก็ออกจากตรงนั้นไป
ทันทีที่พวกเขาจากไป ในห้องนั่งเล่นจึงเหลือแค่เดวิดกับเฉินหย่าจือ
เดวิดยังคงกัดกินลูกพลับแห้งในมือของเขาอย่างช้า ๆ
จนเฉินหย่าจือรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เธอมองดูลูกพลับแห้งในจานตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก
ยิ่งเมื่อเห็นเดวิดกินมันอย่างเอร็ดอร่อย อารมณ์ของเธอก็ยิ่งสับสน
เธอขยับเข้าไปใกล้เดวิดมากขึ้น แล้วถามเบา ๆ “ที่รัก คุณหึงหรือเปล่า?”
“นิดหน่อย” เดวิดตอบน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่กินของฝากที่ ‘ศัตรูหัวใจ’ ส่งมาให้
“หือ?” เฉินหย่าจือไม่คาดคิดว่าเดวิดจะตอบอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
เขาเป็นคนใจกว้างและมีเหตุผลมาโดยตลอด ไม่เคยหึงหวงกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเรื่องของพ่อของลู่ฮ่าวแม้แต่ครั้งนี้ที่ลูก ๆ อยากเชิญลู่เซิ่งหมินมาที่หลันเฉิง เขาก็ตอบตกลง
เดวิดเหลือบมองเธอแล้วกินต่อ “ผมไม่คิดว่าหลังจากผ่านไปหลายปี พ่อของเสี่ยวฮ่าวจะยังจำของโปรดของคุณได้ แถมยังอุตส่าห์หอบมาฝากคุณอีก ช่างน่าซาบซึ้งจริง ๆ”
เฉินหย่าจือบอกได้เลยว่าน้ำเสียงของเดวิดเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จึงรีบอธิบายว่า “เดวิด เรื่องระหว่างเขาและฉันเป็นอดีตไปแล้ว”
“ที่รัก สำหรับคุณทุกอย่างอาจเป็นแค่อดีต แต่ผมกลัวว่ามันอาจจะยังไม่กลายเป็นอดีตสำหรับเขา” เดวิดมองเธอแล้วพูดต่อ “ผมเชื่อมั่นในตัวคุณและความสัมพันธ์ของเรา ดังนั้นไม่ว่าลุงลู่จะมาอยู่กับเราที่นี่ หรือจะเชิญพ่อของเสี่ยวฮ่าวมาที่หลันเฉิงก็ตาม ผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”
“แต่ทันทีที่เขามาถึงหลันเฉิง เขาก็รีบเอาของโปรดที่คุณเคยชอบกินมาฝาก แล้วเมื่อกี้นี้ผมก็แอบเห็นว่าคุณกำลังหวนนึกถึงอดีตอันหวานชื่น ผมเลยรู้สึกเศร้า แถมยังรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย”
หลังจากที่เดวิดพูดจบ เขาก็มองเธออย่างน้อยใจ
พวกเขาทั้งสองมักจะเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเสมอเมื่อมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ชอบปรับความเข้าใจมากกว่าหลีกเลี่ยง ไม่เคยปิดบังปัญหาใด ๆ
นี่คือเคล็ดลับสำหรับชีวิตคู่ที่ทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันมานานกว่ายี่สิบปี
เฉินหย่าจือมองเห็นความคับข้องใจบนใบหน้าที่อ่อนโยนและสง่างามราวกับหยกของเขา ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับอารมณ์ของเขาในขณะนี้เลย เธอแปลกใจ “คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอ? ทำไมถึงคิดมาก ไม่เข้าเรื่องแบบนี้ล่ะ? หรือคุณกลัวว่าถ่านไฟเก่าของฉันกับเขาจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง?”