เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 798 ขอบคุณสำหรับน้ำใจของเธอนะ
บทที่ 798 ขอบคุณสำหรับน้ำใจของเธอนะ
วันนี้เฉินหย่าจือและเดวิดเดินทางมาถึงหลันเฉิง ก่อนจะออกไปรับพวกเขาในตอนเช้า กู้หนานฝากลูกน้อยไว้ให้ชายชราดูแล แล้วรีบทำความสะอาดบ้านอย่างรวดเร็ว
ส่วนลู่ฮ่าวและกู้ย่าฮุยอ่านหนังสือด้วยกันจนดึก ตกกลางคืนแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน ฟุบหลับไปพร้อมกับลู่ฮ่าวในห้องทำงาน
แม้ปากกู้ย่าฮุยบอกว่าอยากยอมแพ้ แต่เอาเข้าจริงเขากลับตั้งใจอ่านหนังสือยิ่งกว่าใคร ๆ
คนประเภทนี้เรียกว่า ‘พวกนิสัยเสีย’ เคยทำให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนพากันหมั่นไส้มาแล้ว
เขามักจะบอกคนอื่นเสมอว่าเขาทำการบ้านไม่เป็นบ้าง ไม่อยากเรียนบ้าง หรือขี้เกียจแสวงหาความก้าวหน้า แต่สุดท้ายเขากลับทำคะแนนได้ดีกว่าคนอื่น
กู้ย่าฮุยเดินหาวออกมา เมื่อเห็นกู้หนานกำลังทำความสะอาดบ้านก็ทักทายว่า “เฮ้ ถงถงตื่นแล้วหรือ?”
กู้หนานมองไปที่กู้ย่าฮุย แล้วพูดบ่น ๆ
“พี่คะ เมื่อคืนนี้ทำไมไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง? ทำตัวแบบนี้เดี๋ยวก็มีปัญหากับรั่วหลินหรอก”
กู้ย่าฮุยถอนหายใจ “ถึงอยู่บ้านเราสองคนก็นอนแยกห้องกันอยู่แล้ว ฉันต้องอ่านหนังสือจนดึกดื่น แล้วตื่นไปเข้าเวรแต่เช้า กลัวว่าจะกระทบกับตารางชีวิตของเธอเปล่า ๆ”
กู้หนานกระตุกมุมปากเบา ๆ “ทำแบบนี้คงไม่ค่อยดีกับคู่รักหนุ่มสาวแบบพวกพี่หรอกมั้ง? อย่าลืมสิว่าพี่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของภรรยาด้วยนะ”
พวกเขาทั้งสองยังไม่มีลูก วัน ๆ ยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเอง ตกตอนกลางคืนยังไม่ได้นอนร่วมห้องกันอีก น่ากลัวว่าจะมีปัญหาในภายหลัง
“ทำไงได้ พวกเราต่างก็งานยุ่งกันทั้งคู่”
วันนี้ลู่ฮ่าวรับหน้าที่ทำอาหารเช้า เขาเรียกให้กู้ย่าฮุยมากินมื้อเช้าด้วยกัน แต่กู้ย่าฮุยเหลือบมองเวลาแล้วพูดว่า “ไม่กินแล้ว ไม่กินแล้ว ฉันต้องรีบเข้าไปที่ร้านของรั่วหลินเพื่อรายงานเธอก่อน ไม่งั้นเธอได้โกรธฉันจริง ๆ แน่”
ว่าแล้วกู้ย่าฮุยก็จากไปพร้อมกับลมกระโชก ไม่นานหลังจากนั้นลู่ฮ่าวก็ออกไปรับเฉินหย่าจือและเดวิด ส่วนกู้หนานเปลี่ยนมืออุ้มลูกกับชายชราหลังจากทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นผู้เฒ่าลู่ออกไปซื้อวัตถุดิบ เตรียมจะปรุงอาหารมื้ออร่อยไว้ต้อนรับพวกเขา
เขาได้ยินเฉินหย่าจือพูดว่าพวกเธอไม่สามารถหาอาหารที่ถูกปากในต่างประเทศได้เลย ที่นั่นมีแต่ขนมปัง นม สเต๊ก และอื่น ๆ
ตอนเที่ยง ลู่ฮ่าวถึงกลับมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของเฉินหย่าจือและเดวิด
เฉินหย่าจือและเดวิดสวมเสื้อคลุมขนสัตว์และผ้าพันคอผืนใหญ่ หายใจหอบอย่างหนักเนื่องจากความหนาวเย็น
“พ่อ แม่ ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”
“รีบเข้ามาก่อนค่ะ อากาศข้างนอกหนาวมาก”
“หนาวมากจริง ๆ”
“หลานสาวแม่หลับอยู่หรือ?”
กู้หนานตอบว่า “เปล่าค่ะ คุณปู่กำลังดูอยู่”
“ไป พาแม่ไปดูหลานหน่อย ไม่ได้เจอหน้าเธอมานานแล้ว คิดถึงเธอจะแย่”
ทันทีที่เธอเข้าไปในห้องและเห็นถงถงอยู่ในอ้อมแขนของผู้เฒ่าลู่ เฉินหย่าจือก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม
“ไอหยา หลานสาวของย่าโตขึ้นขนาดนี้เชียวหรือ?”
“ที่รัก มือผมเย็นเฉียบไปหมด ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือก่อนนะ แล้วค่อยมาอุ้มหลาน”
ทั้งเฉินหย่าจือและเดวิดเป็นคนต่างก็เข้มงวดกับเรื่องนี้ พวกเขาเปลี่ยนไปใส่ชุดอยู่บ้าน และอาบน้ำก่อนจะออกมาอุ้มเด็ก
เฉินหย่าจือกอดหลานสาวคนโตไม่ยอมปล่อย เดวิดเองก็มาเล่นกับเด็กด้วย ดูมีความสุขกันมาก
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนอยากมีลูกเป็นของตัวเองกันจริง ๆ
เฉินหย่าจือจึงอุ้มเด็กน้อยจนกระทั่งถงถงผล็อยหลับไป และไปวางลงในเปล ก่อนจะนั่งลงเพื่อพูดคุยกับลู่ฮ่าวและคนอื่น ๆ
เฉินหย่าจือถามลู่ฮ่าวว่า “เสี่ยวฮ่าว ลูกจองโรงแรมเรียบร้อยแล้วหรือยัง? อย่าลืมว่าต้องดูแลเรื่องอาหารการกินและเรื่องอื่น ๆ ให้ดี แขกที่มาร่วมจะได้มีความสุข”
เฉินหย่าจือยังคงรอบคอบสมกับที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ ส่วนลู่ฮ่าวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “แม่ไม่ต้องกังวลครับ ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว งานเลี้ยงครบร้อยวันเป็นแค่พิธีหนึ่งตามธรรมเนียมเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป ขอแค่ทุกคนยินดีมาร่วมงานก็พอแล้ว”
“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว ในเมื่อเราเป็นเจ้าภาพ ก็ควรทุ่มเงินจัดงานอย่างดีที่สุด ใช่ว่าเราไม่มีปัญญาจ่ายซะหน่อย” ปกติแล้วเฉินหย่าจือเป็นคนเรียบง่ายมาก แต่เมื่อเป็นเรื่องของหลานสาว เธอไม่งกเลยแม้แต่น้อย
“แม่ครับ วันนี้นอนพักผ่อนให้หายจากอาการเจ็ตแล็กก่อนนะครับ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยออกไปเช็กสถานที่กัน”
เฉินหย่าจือพยักหน้า “ได้จ้ะ พรุ่งนี้แม่กับพ่อค่อยแวะไปดู”
“ลูกเชิญญาติ ๆ กับเพื่อนทุกคนที่ควรเชิญครบแล้วหรือยัง? อย่าลืมเพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลและผู้อำนวยการแผนกด้วยนะ พยายามเชิญทุกคนเท่าที่จะนึกออกล่ะ” เฉินหย่าจือหันไปพูดกับกู้หนานอีกครั้ง “หนานหน่าน แขกคนสำคัญในงานคงไม่พ้นญาติ ๆ ของลูก เราต้องเตรียมของขวัญไว้ให้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะคุณตานะ”
กู้หนานตอบกลับ “ฉันโทรไปเชิญทุกคนแล้วค่ะแม่”
เมื่อพูดถึงเรื่องเชิญแขก ผู้เฒ่าลู่ก็เริ่มอยู่ไม่สุข เพราะทั้งลูกชายและลูกสาวของเขาก็จะเข้ามาร่วมงานเช่นเดียวกัน
ถึงเฉินหย่าจือจะยินยอมให้ลูก ๆ เชิญพวกเขาทางโทรศัพท์ แต่ตอนนี้เฉินหย่าจือกลับไม่ได้พูดถึงบรรดาญาติ ๆ ในชนบทเลย ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย พรุ่งนี้พวกเขาก็จะเดินทางขึ้นรถเข้ามาในเมืองแล้ว เกิดเฉินหย่าจือแย้งขึ้นมา จะไม่เป็นเรื่องที่น่าอายหรอกหรือ?
ขณะที่ผู้เฒ่าลู่กำลังคิดแบบนี้ เขาก็ได้ยินเสียงเฉินหย่าจือถามคำถามนี้ขึ้นมาพอดี
“ได้ยินว่าลูกเชิญพ่อกับลุง ๆ ป้า ๆ มาด้วยนี่? พวกเขายินดีมาร่วมงานเราหรือเปล่า?”
เมื่อลู่ฮ่าวได้ยินแบบนี้ เขาก็มองไปที่ปู่แล้วตอบอย่างระมัดระวัง “พวกเขาบอกว่าจะมานะครับ”
ผู้เฒ่าลู่ฉวยโอกาสนี้และพูดอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว พวกเขามีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าเธอกับลู่ฮ่าวเชิญพวกเขามาที่หลันเฉิงเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองครบร้อยวันของหลานด้วยตัวเอง เห็นว่ากำลังเตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองในอีกไม่กี่วันนี้แล้วละ”
ผู้เฒ่าลู่มองไปที่เฉินหย่าจือและเดวิด ขอบคุณพวกเขาอย่างจริงใจ “หย่าจือ เดวิด ขอบคุณเธอสองคนมากที่ยอมให้พวกเขามา ฉันไม่รู้ว่าควรตอบแทนยังไงจริง ๆ”
“ลุงลู่ อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ พวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นญาติของเสี่ยวฮ่าว ฉันกับเดวิดไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านหรือไม่อนุญาตให้พวกเขามา”
เดวิดพูดเสริม “หย่าจือพูดถูกครับ เหล่าลู่เป็นพ่อของเสี่ยวฮ่าว และยังเป็นปู่ของถงถง งานสำคัญแบบนี้เขาควรมีโอกาสเข้าร่วมอยู่แล้ว นอกจากเขายังมีคุณป้าที่เป็นญาติสนิทใกล้ชิดกับเขามากที่สุด หย่าจือกับผมหวังว่าในอนาคตถงถงจะได้รับความรักจากญาติของทุกฝ่าย เธอจะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความสุข”
เดวิดกำชับกับลู่ฮ่าวว่า “อย่าลืมต้อนรับพวกเขาอย่างดี จองโรงแรมดี ๆ ให้พวกเขาเข้าพักระหว่างอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ”
คำพูดของเดวิดไม่เพียงสะท้อนถึงทัศนคติของเขาเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกสถานะและความใจกว้างอย่างชัดเจนอีกด้วย
หลังจากที่เดวิดพูดจบ เขาก็พูดเสริมว่า “จองห้องพักในโรงแรมหลันเฉิงให้พวกเขาก็แล้วกัน ถึงยังไงงานเลี้ยงก็จัดขึ้นที่นั่นอยู่แล้ว การเดินทางจะได้สะดวก”
ลู่ฮ่าวตอบกลับ “เข้าใจแล้วครับพ่อ พรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวผมไปจัดการให้”
…
วันนี้ลู่เซิ่งหมินและลู่ฮุ่ยฟางเดินทางเข้าเมือง
พอมาถึงในตัวเมืองก็โทรหาลู่ฮ่าวอีกครั้ง
ตอนนี้เฉินหย่าจือกลับมาแล้ว กู้หนานจึงสามารถฝากลูกไว้กับเธอได้อย่างสบายใจ ออกไปทำธุระข้างนอกได้อย่างอิสระ
เธอกับลู่ฮ่าวกำลังออกไปรับญาติ ๆ ผู้เฒ่าลู่รู้เข้าก็ไม่อยากอยู่รอที่บ้านเฉย ๆ เพราะอยากเจอหลานชายและหลานสาวซึ่งไม่ได้เห็นหน้ากันมานาน จึงขอตามพวกเขาออกไปด้วย
พวกเขาเดินทางเข้าเมืองโดยรถโดยสาร มาถึงสถานีขนส่งประมาณสิบเอ็ดโมงพอดี
ทันทีที่รถโดยสารจอดเทียบสถานี พวกเขาก็เห็นลู่ฮ่าวและคนอื่น ๆ รออยู่ที่นั่นแล้ว
ฟางอวี๋และชิงชิงเห็นพวกเขาจากหน้าต่างรถ ก็ตะโกนเรียกด้วยความดีใจ “คุณตา พี่ชาย พี่สาว”
ผู้เฒ่าลู่เห็นหลาน ๆ ก็โบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม
กู้หนานเห็นว่าพ่อสามีและคุณอาสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ และวันนี้ลู่ฮุ่ยฟางยังดัดผมสวยซะด้วย
พอลงจากรถกันแล้ว ลู่ฮุ่ยฟางและคนอื่น ๆ ก็เริ่มประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มาเยือนเมืองใหญ่
ตรงกันข้ามกับเด็กชายเด็กหญิงทั้งสองกลับมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น จากนั้นก็วิ่งไปหาผู้เฒ่าลู่และคนอื่น ๆ
หลานทั้งสองจับมือผู้เฒ่าลู่พร้อมกับพูดว่า “คุณตา พวกเราคิดถึงคุณตามากเลย”
“เสี่ยวอวี๋ ชิงชิง ตาก็คิดถึงหลาน ๆ เหมือนกัน”
ลู่ฮ่าวเดินไปหยิบกระเป๋าจากมือของลู่เซิ่งหมินแล้วถามว่า “พ่อ อาหญิง อาเขย การเดินทางราบรื่นดีหรือเปล่าครับ?”
ลู่ฮุ่ยฟางยิ้มและพูดว่า “ราบรื่นดี ฉันนึกว่าเราจะมาถึงปลายทางช้ากว่านี้ด้วยซ้ำไป ที่แท้เมืองของเราอยู่ไม่ไกลจากหลันเฉิงเท่าไหร่เลยนี่”
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางไกล ลู่ฮุ่ยฟางยังอยากนั่งรถต่ออีกสักพัก เพื่อชื่นชมทิวทัศน์ให้มากขึ้น
“ใช่ครับ ไม่ไกลเลย ถนนหนทางสะดวกมาก”
กู้หนานเดินไปจับมือลู่ฮุ่ยฟาง มองเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณอา เพิ่งดัดผมใหม่หรือคะ? ดูดีจริงเชียว”
ลู่ฮุ่ยฟางคลี่ยิ้ม “อาเขยเธอน่ะสิยืนกรานจะให้ฉันดัดผมและแต่งตัวตามสมัย เขาบอกว่าถ้าเข้าเมืองมาแล้วจะได้ไม่ทำให้พวกเธออับอาย
หลังจากที่ลู่ฮุ่ยฟางพูดจบ เธอก็ตระหนักว่าตอนนี้กู้หนานเป็นแม่คนแล้ว จึงรีบถามไถ่ “หนานหน่าน เธอมาที่นี่แล้วตอนนี้ใครดูแลหลานล่ะ?”
กู้หนานตอบ “แม่สามีช่วยดูแลให้ที่บ้านค่ะ ฉันให้นมเธอตั้งแต่ก่อนจะออกมาแล้ว ระหว่างนี้ถ้าเธอหิว แม่สามีสามารถชงนมผงป้อนให้เธอแทนไปก่อนได้”
เมื่อกู้หนานเริ่มพูดถึงแม่สามีของเธอ สีหน้าของลู่เซิ่งหมินก็แปรปรวนอีกครั้ง และพยายามหลบสายตาของทุกคน