เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 794 กลัวฉันจะรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
- บทที่ 794 กลัวฉันจะรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก
บทที่ 794 กลัวฉันจะรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก
ลู่ฮ่าวจับมือกู้หนานขณะออกมาจากวอร์ด เขารู้สึกสับสนมาก เมื่อเห็นกู้เจิ้งอันปฏิบัติต่อกู้หนานอย่างไม่ใส่ใจตอนอุ้มลูกของตัวเอง
เขากลัวว่ากู้หนานจะอ่อนไหวกับการกระทำของกู้เจิ้งอันเมื่อครู่
แม้ว่าเขาจะเข้าใจอารมณ์ของพ่อตาในช่วงเวลานี้ ก็คงเหมือนตอนที่เขาอุ้มลูกสาวเป็นครั้งแรก
แต่กู้หนานเองก็เป็นลูกสาวของพ่อตาเช่นเดียวกัน แต่เธอเกิดมาโดยที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ต้องการ ทั้งยังขาดความรักจากพ่อแท้ ๆ มานานกว่ายี่สิบปี ดังนั้นเขาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อพ่อตาของเขามีลูกคนที่สอง วัยวุฒิจะช่วยให้เขามีสติยั้งคิดมากขึ้น ไม่ใช่สนใจแต่ภรรยากับลูกคนใหม่จนหลงลืมลูกสาวคนนี้
ลู่ฮ่าวรู้สึกเสียใจแทนเธอจริง ๆ
“หนานหน่าน อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? ออกไปกินข้าวข้างนอกแล้วค่อยกลับบ้านกันเถอะ”
กู้หนานเหลือบมองคนรักแล้วส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรค่ะ เราออกมาข้างนอกสักพักแล้ว ป่านนี้ลูกน่าจะหิวแย่ ฉันอยากกลับไปหาเธอมากกว่า บางทีลูกอาจจะร้องไห้งอแงจนคุณปู่กล่อมไม่สำเร็จก็ได้”
ขึ้นชื่อว่าสายสัมพันธ์แม่ลูก เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกหิวหรือร้องไห้ คนเป็นแม่จะรู้สึกได้และใจสั่นโดยไม่มีสาเหตุ
“ที่บ้านมีนมผงอยู่ ถ้าลูกหิว ปู่คงชงนมผงให้แล้วแหละ”
ลู่ฮ่าวอยากฝากลูกสาวไว้ที่บ้านกับชายชราอีกสักพักหนึ่ง เพื่อที่ทั้งคู่จะได้ถือโอกาสไปทานอาหารนอกบ้านกันตามลำพังเป็นการบรรเทาอารมณ์น้อยใจของเธอ
“กลับบ้านเร็วหน่อยดีกว่าค่ะ” กู้หนานไม่เพียงแต่ไม่อยากออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ยังเร่งฝีเท้าเพื่อกลับบ้านอีกด้วย
ลู่ฮ่าวบ่นอย่างขมขื่น “ตั้งแต่เราสองคนมีลูก เราก็ไม่เคยใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังกันสองคนเลย ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะกินข้าวกันสองคนด้วยซ้ำ”
กู้หนานที่ได้ยินเขาพูดตัดพ้อก็กลอกตามองอีกฝ่าย “ลูกเรายังเล็ก จะให้ทิ้งเธอไว้ที่บ้านแล้วออกไปข้างนอกกันแค่สองคนได้ยังไงคะ? คุณกล้าทิ้งคนแก่กับเด็กอ่อนไว้ที่บ้านหรือ?”
กู้หนานเองก็ตระหนักว่าตัวเองกับลู่ฮ่าวไม่ได้ออกไปข้างนอกกันตามลำพังนานแล้ว จึงคว้าแขนเขาไว้แน่นแล้วพูดว่า “ถ้าพ่อแม่ของฉันอยู่ด้วย ฉันคงวางใจที่จะฝากพวกเขาให้ช่วยดูแลลูกของเรา แล้วเราสองคนก็ออกไปข้างนอกกันได้อย่างสบายใจ แต่คุณปู่อายุมากแล้ว ปกติแค่ให้เขาอยู่บ้านคนเดียวเรายังกังวลเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เขาต้องดูแลเด็กที่มีอายุหลายเดือนนะ”
“ได้ ๆ กลับบ้านกันก็ได้” ลู่ฮ่าวลูบหัวเธอ เมื่อเห็นว่าคนรักไม่ได้น้อยใจแต่อย่างใด เขาก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น
ทันทีที่ลู่ฮ่าวและกู้หนานกลับมาถึงบ้าน พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้จ้าของทารก กู้หนานชาวาบขึ้นมาทั้งตัว วิ่งไปหาลูกอย่างรวดเร็ว
ผู้เฒ่ากู้และคุณย่ากู้ก็อยู่ที่นั่นด้วย ผู้เฒ่าทั้งสามกำลังผลัดกันกล่อมเด็กน้อย แต่เด็กน้อยยังคงร้องไห้งอแงเสียงดัง ทำให้ผู้เฒ่าลู่กังวลมากจนหน้าผากมีเหงื่อไหล งัดเคล็ดลับทั้งหมดออกมาเพื่อปลอบเด็กน้อย และยังเตรียมนมชงไว้ให้ด้วย เพียงแต่เธอไม่ยอมดื่ม
ด้านกู้หนานแทบใจสลายเมื่อเห็นลูกน้อยร้องไห้ เธอรีบเข้าไปกอด กระวีกระวาดจัดแจงป้อนนมให้ลูกทันที
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น คุณย่ากู้ก็ขอให้ป้าแม่บ้านช่วยห่ออาหารไปส่งให้กับกู้เจิ้งอัน ส่วนผู้เฒ่าลู่กินเรียบร้อยแล้ว และที่เหลืออยู่ในหม้อจึงเป็นของลู่ฮ่าวกับกู้หนาน
กู้หนานป้อนนมให้ลูกน้อยเสร็จแล้วก็พยายามกล่อมให้เธอนอน ในขณะที่ลู่ฮ่าวอุ่นอาหารและยกเข้ามาให้
ทันทีที่กู้หนานให้นมเสร็จเธอก็ลงมือกินอย่างรวดเร็วเพราะความหิว จนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“คุณย่า ขอบคุณมากนะคะ คุณย่าใจดีกับหนูมากจริง ๆ”
คุณย่ากู้ยิ้มพลางพูดว่า “ขอบคุณทำไม? ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย”
“จริงสิ หลานได้เห็นหน้าน้องชายของตัวเองแล้วหรือยัง เขาหน้าตาเป็นยังไง? หน้าเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่กันล่ะ?” หญิงชรามองดูกู้หนานอย่างคาดหวัง
กู้หนานก้มหน้าก้มตากินอาหารของเธอต่อไป และตอบกลับว่า “เด็กแรกเกิดก็หน้าตาเหมือน ๆ กันหมดแหละค่ะ หนูไม่รู้จริง ๆ ค่ะว่าเขาเหมือนใคร”
“ก็จริงแหละนะ เด็กแรกเกิดหน้าตาห่อเหี่ยวมีรอยย่น ต้องรออีกสักสองวันถึงจะดูออก”
คุณย่ากู้พูดกับกู้หนาน “ย่ากับปู่ของหลานต่างก็อยากไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมแม่หลานทั้งนั้น แต่ช่วงนี้ถงถงร้องไห้งอแงมาก ย่ากลัวว่าปู่ของหลานจะปลอบเด็กตามลำพังไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเราสามคนช่วยกันก็ยังปลอบไม่สำเร็จอยู่ดี ไม่ได้เรื่องเลย”
“ตอนนี้พวกหลานสองคนกลับมาแล้วก็ดี อีกสักพักปู่กับย่าจะได้ไปโรงพยาบาล”
ลู่ฮ่าวแนะนำว่า “คุณปู่ คุณย่า ตอนนี้อากาศข้างนอกหนาวเกินกว่าจะเดินออกไป ทำไมพวกคุณไม่รอจนกว่าย่าฮุยเลิกงานตอนบ่าย แล้วขอให้เขาขับรถไปส่งคุณที่นั่นล่ะครับ”
แต่ผู้เฒ่ากู้รอถึงตอนนั้นไม่ไหว โบกมือให้ลู่ฮ่าว “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พวกเราออกไปกันเองสะดวกกว่านั่งรถไปซะอีก”
“พวกเราขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
ผู้เฒ่าสองคนของตระกูลกู้ประคองกันและกันเดินจากไป ส่วนลู่ฮ่าวเดินออกไปส่งพวกเขาขึ้นแท็กซี่ รอจนกว่ารถจะเคลื่อนออกไปแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน
ผู้เฒ่าลู่นั่งอยู่บนโซฟากับกู้หนาน พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้ปู่ย่าของเธอคงมีความสุขมากที่พวกเขาได้หลานชายเพิ่มอีกคน”
“ใช่แล้วค่ะ พวกเขาดูมีความสุขกันมาก”
หลังจากที่กู้หนานกินเสร็จแล้ว เธอก็พูดกับลู่ฮ่าวว่า
“พี่ฮ่าว ไว้ว่าง ๆ คุณค่อยไปทำความสะอาดที่นั่นก็แล้วกันนะ พรุ่งนี้จะได้ย้ายเข้าไปอยู่เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หนาน ลู่ฮ่าวก็ตกตะลึงเล็กน้อย “ย้ายกลับไปพรุ่งนี้เลยหรือ?”
กู้หนานยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ใช่ค่ะ แม่ฉันจะออกจากโรงพยาบาลภายในสองวันนี้ ฉันอยากให้เธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเพื่อพักฟื้นร่างกาย ไม่อย่างนั้นถ้าลูกของเราร้องไห้เสียงดังขึ้นมา ในบ้านคงวุ่นวายน่าดู”
หลังจากได้ยินคำพูดของกู้หนานแล้ว ลู่ฮ่าวก็อดไม่ได้ที่จะมองเธออีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าเธอดูปกติ เขาก็พยักหน้า
“อีกสักพัก ฉันจะไปทำความสะอาด พรุ่งนี้ฉันจะไปโรงพยาบาลแล้วบอกพ่อกับคนอื่น ๆ ก่อนที่เราจะย้ายออกไป”
“ค่ะ”
จากนั้นลู่ฮ่าวก็จะออกไป
แต่ผู้เฒ่าลู่กลับคว้าแจ็กเกตบุผ้าฝ้ายมาสวม ต้องการจะออกไปทำความสะอาดกับลู่ฮ่าวด้วย
ทว่าลู่ฮ่าวไม่อยากพาเขาไป “ปู่ครับ ข้างนอกหนาวมาก ปู่อยู่ที่บ้านดีกว่า”
“ได้ออกกำลังกายสักหน่อยคงไม่หนาวหรอก อยู่ที่นี่เฉย ๆ แล้วฉันรู้สึกเบื่อ”
ผู้เฒ่าลู่ยืนกรานว่าจะตามหลานไปด้วย
กู้หนานพูดกับลู่ฮ่าว
“ให้คุณปู่ไปด้วยเถอะค่ะ ท่านควรออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย”
ลู่ฮ่าวไม่มีทางเลือกนอกจากพาชายชราไปด้วย หลังจากที่ปู่และหลานชายทำความสะอาดบ้านเสร็จสรรพแล้ว พวกเขาก็จัดการตากผ้าห่ม เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้านวมใหม่ แล้วนำไปซักในเครื่องซักผ้าก่อนจะตากให้แห้ง
กว่าพวกเขาจะกลับบ้านก็เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ
ลู่ฮ่าวซื้ออาหารมาจากข้างนอกด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จ ลู่ฮ่าวก็เข้าห้องไปอ่านหนังสือ เมื่อเห็นกู้หนานนั่งอยู่หน้าเปลพลางมองเด็กด้วยอาการเหม่อลอย เขาลุกเดินเข้าไปหาด้วยความกังวล ยืดแขนโอบไหล่เธอไว้แล้วกระซิบว่า “หนานหน่าน เธอ…”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” กู้หนานมองไปด้านข้างเมื่อเห็นว่าเขาจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับลังเล
ลู่ฮ่าวลูบจมูกแล้วพูดว่า
“ฉันแค่อยากถามว่าเธอโอเคหรือเปล่า?”
กู้หนานยิ้มและพูดว่า “โอเคสิคะ ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันไม่โอเคล่ะ?”
“เปล่า ถ้าเธอสบายใจก็ดีแล้ว”
ลู่ฮ่าวหันหลังกลับตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือต่อ
ทว่ากู้หนานดึงมือเขาไว้ก่อน มองหน้าแล้วถามว่า
“คุณกังวลว่าตอนที่พวกเราอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วเห็นว่าครอบครัวของพ่อทั้งสามคนดูอบอุ่นและมีความสุขกันมาก ๆ เลยกลัวฉันจะรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกแล้วน้อยใจพวกเขาใช่ไหม?”
ลู่ฮ่าวกะพริบตาปริบ ๆ แต่แล้วก็ส่ายหัว “ฉันเปล่าคิดอย่างนั้น แค่กลัวเธอจะคิดมากต่างหาก”
“ฉันไม่คิดมากเรื่องนี้หรอกค่ะ”
กู้หนานดึงเขาให้นั่งลง แล้วพูดจากใจจริง
“ฉันไม่รู้สึกน้อยใจอะไรเลย เพราะฉันเองก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์สามคนพ่อแม่ลูกเหมือนกัน”
ลู่ฮ่าวฟังเสียงที่นุ่มนวลและมีความสุขของเธอ จากนั้นก็หันไปมองลูกสาวตัวเองที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปล ค่อย ๆ อุ้มเธอขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขน
จากนั้นก็กระซิบเสียงเบาข้างหูเธอด้วยเสียงแหบ “ใช่ เธอมีฉัน มีลูกสาว และมีครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก”
“คุณปู่ คุณย่า พ่อ แม่ และทุกคนในครอบครัวใหญ่ของพวกเราเห็นเธอเป็นสมบัติล้ำค่า ฉันจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อให้ชีวิตครอบครัวของเราดีขึ้นเรื่อย ๆ”