เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 770 รับอั่งเปา
บทที่ 770 รับอั่งเปา
ป้าหลิวมองดูทารกน้อยที่หยีตาร้องไห้ทันทีที่ถูกวางลงบนเตียงเด็กอ่อน ก็บ่นกับลู่ฮ่าว “เสี่ยวลู่ เห็นไหมว่าฉันพูดไม่ผิด? พอกินนมเสร็จก็ต้องวางลงบนเตียง คุณก็ไม่ยอมฟัง ตอนนี้วางไม่ได้แล้วเนี่ย”
ลู่ฮ่าวกอดลูกเอาไว้ด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ป้าหลิว ไม่เป็นไรครับ ผมจะอุ้มเธอไว้เอง”
กู้หนานมองลู่ฮ่าวที่กำลังกล่อมเด็ก และหมดคำจะพูดเช่นกัน
ลู่ฮ่าวต้องไปทำงานตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนก็ยังต้องอุ้มลูกสาวเดินไปเดินมาอีก
ดวงตาแดงก่ำไปหมดแล้ว
กู้หนานบอกว่าเธอจะกล่อมลูกเอง แต่ลู่ฮ่าวก็ยังไม่ยอม บอกว่าให้เธออยู่เดือน บำรุงร่างกายให้ดี ถ้าอุ้มลูกนานเกินไปเดี๋ยวแขนกับเอวจะปวด
เฉินหย่าจือเห็นใบหน้าซีดเซียวของลู่ฮ่าว ก็ทนมองต่อไปไม่ได้ หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ จึงพูดกับเขา “เสี่ยวฮ่าว คืนนี้ไปพักผ่อนที่ห้องพักแขกเถอะ แม่จะนอนกับหนานหน่าน เดี๋ยวแม่อุ้มเด็กให้เอง”
“แม่ ไม่เป็นไรครับ ไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง”
เฉินหย่าจือพูดอย่างโมโหว่า “ดูสิว่าลูกอดนอนจนเป็นยังไง? งานของลูกถ้าไม่พักผ่อนให้เพียงพอจะทำได้ยังไง? รีบไปนอนเถอะ”
กู้หนานอยากจะไล่ลู่ฮ่าวไปอยู่ห้องพักแขกมาตั้งนานแล้ว แต่พูดไปตั้งหลายครั้งเขาก็ไม่ฟัง
เฉินหย่าจือยืนกรานที่จะไล่ลู่ฮ่าวไปอยู่ห้องพักแขก และเธอจะอยู่ดูแลเด็กกับกู้หนานเอง
หลังจากที่กู้หนานให้นมเสร็จ เฉินหย่าจือก็จะอุ้มกล่อมเด็ก ป้าหลิวเองก็มักจะเข้ามาช่วยอยู่บ่อยๆ หญิงทั้งสองใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็แก้นิสัยของทารกน้อยได้ พอป้อนนมเสร็จแล้วก็วางลงบนเตียงเด็กอ่อน
หลังเลิกงานลู่ฮ่าวอยากอุ้มลูกสาว แต่ทั้งเฉินหย่าจือและกู้หนานต่างก็ขวางไม่ยอมให้เขาอุ้ม
หากเขาอุ้มสักครั้งหนึ่ง ตอนกลางคืนพวกเธอคงจะไม่ได้นอนกันอีก
แต่เมื่อเด็กอายุได้สิบวัน จู่ ๆ เฉินหย่าจือก็ได้รับโทรศัพท์จากเนี่ยอวี้ฮว๋า
ในสายโทรศัพท์ เนี่ยอวี้ฮว๋าพูดด้วยความตื่นเต้น [พี่หย่าจือ พวกเรามาถึงเมืองปักกิ่งแล้ว]
“อะไรนะ?”
เฉินหย่าจือได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง “อวี้ฮว๋า เธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร? เธอมาถึงปักกิ่งหรือ?”
[หนานหน่านคลอดแล้วพวกเราครอบครัวฝ่ายแม่ก็ต้องมาเยี่ยมแน่นอนอยู่แล้วสิ]
“ฉันจะไปรับพวกเธอ” เฉินหย่าจือได้ยินเสียงของเนี่ยอวี้ฮว๋าก็รู้สึกคิดถึง
[ไม่เป็นไร พี่บอกที่อยู่ฉันมาก็พอ เราเรียกแท็กซี่แล้ว ฉันกลัวว่าที่อยู่ที่ย่าฮุยให้มาจะผิด แล้วพวกเราจะไปผิดที่น่ะ]
หลังจากเฉินหย่าจือบอกที่อยู่ไป เนี่ยอวี้ฮว๋าก็พูดว่าโอเคแล้ววางสาย
เฉินหย่าจือรีบให้ป้าหลิวเก็บกวาดห้องนั่งเล่นให้เรียบร้อย
เธอไปที่ห้องนอนเพื่อบอกกู้หนานเรื่องการมาถึงของพวกเนี่ยอวี้ฮว๋า
เมื่อกู้หนานได้ยินว่าครอบครัวบ้านแม่จะมาก็ดีใจมากเช่นกัน
เธอเปลี่ยนเป็นชุดนอนที่สีสันสดใสขึ้น เพื่อให้ตัวเองดูมีชีวิตชีวาสักหน่อย
จากนั้นไม่นาน เนี่ยอวี้ฮว๋ากับกู้ฉางอัน พร้อมทั้งเฉินรั่วหลินและฉินเฟิง ทั้งสี่คนลงจากรถพร้อมกับถุงใบเล็กใหญ่มากมาย
จากสัมภาระเหล่านั้นของพวกเขา ดูเหมือนกับว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่อีกนาน
เฉินหย่าจือกำลังรออยู่ข้างนอก เมื่อเห็นพวกเขา เธอก็เข้าไปทักทายอย่างอบอุ่นและสวมกอดเนี่ยอวี้ฮว๋า
“อวี้ฮว๋า พี่เขย รั่วหลิน เฟิงจื่อ ทำไมไม่บอกล่วงหน้ากันสักคำล่ะ ฉันจะได้ไปรับพวกเธอที่สถานี”
เนี่ยอวี้ฮว๋าดัดผมทั้งหัว สวมเสื้อโค้ตทันสมัยและรองเท้าส้นสูง ดูโก้เก๋ไม่น้อย “พี่หย่าจือ นั่งรถมาก็สะดวกมาก พี่เป็นคุณย่าแล้ว ต้องดูแลเด็กกับหนานหน่าน ฉันไม่รบกวนพี่ดีกว่า”
“รีบเข้าไปกันเถอะ”
เมื่อเข้ามาข้างใน พวกเนี่ยอวี้ฮว๋าก็อุทานด้วยความตื่นตะลึงกับคฤหาสน์ไม่ต่างกัน
และเมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทุกคนก็ยิ่งตะลึงอ้าปากค้าง
กู้ย่าฮุยนั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย ช่างโอ่อ่าตระการตาจริง ๆ
พวกเขายังกังวลอยู่เลยว่ากู้หนานเป็นแม่ลูกอ่อนคนเดียวจะต้องมาทนลำบากอยู่ที่นี่ แต่เมื่อมองดูบ้านหลังนี้ และยังมีแม่บ้านคอยเสิร์ฟชารินน้ำให้พวกเขาอย่างกระตือรือร้นอีก แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้พวกเขากังวลกันมากเกินไป
เขาใช้ชีวิตเป็นคุณนายอยู่ต่างหาก
ฉินเฟิงถึงกับอุทานอยู่ในใจ ที่แท้พี่ฮ่าวก็เป็นคนร่ำรวยมากวาสนา
จากบ้านโทรม ๆ ในชนบทเลื่อนขั้นมาเป็นคฤหาสน์ใหญ่โต
เนี่ยอวี้ฮว๋าและคนอื่น ๆ แม้แต่น้ำก็ไม่ดื่ม เดินชมรอบห้องนั่งเล่น เนี่ยอวี้ฮว๋าบอกว่าให้ทุกคนล้างมือ อย่าให้เชื้อโรคเข้าไปในห้องของหญิงอยู่เดือน
จากนั้นจึงไปเยี่ยมกู้หนานในห้องของเธอ
กู้หนานกำลังนั่งอยู่บนเตียง บนหัวของเธอมีผ้าโพกหัวผูกอยู่ ซึ่งเฉินหย่าจือยืนกรานที่จะให้เธอมัดไว้ เพราะกลัวว่าตอนที่เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศเธอจะโดนลมจนไม่สบายได้
เมื่อกู้หนานเห็นครอบครัวจากบ้านแม่ เธอก็ลุกจากเตียงด้วยความดีใจ “คุณลุง คุณป้า ทำไมพวกคุณถึงมากะทันหันจังคะ?”
“พวกเราก็มาเยี่ยมหนูกับเจ้าตัวน้อยน่ะสิ”
“เธออย่าขยับเลย นอนลงให้สบายเถอะ”
กู้ฉางอันพูดกับกู้หนานว่า “หนานหน่าน คุณปู่คุณย่าของหนูเดินทางไกลไม่ได้ พวกเราเลยมาเยี่ยมหนูแทนผู้อาวุโสน่ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋ามองไปยังลูกเขยและลูกสะใภ้ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดต่อ “ย่าฮุยและย่าถิง ลางานมาไม่ได้ รั่วหลินกับเฟิงจื่อเลยมาเป็นตัวแทนของพวกเขา พ่อหนูคงมาเยี่ยมหนูแล้วใช่ไหม”
กู้หนานตอบ “มาแล้วค่ะ หนูเพิ่งคลอดเขาก็มาเยี่ยมแล้ว”
“รั่วหลินตอนนี้ดูกิ๊บเก๋มากเลยนี่นา”
“เฟิงจื่อ ทำไมนายถึงได้มาด้วยล่ะ?”
ฉินเฟิงพูดว่า “พวกเรามาดูเด็กกันสิครับ แล้วนี่พี่ฮ่าวไปทำงานแล้วหรือ?”
“ใช่ เขาไปทำงานแล้วละ”
เมื่อเห็นเด็กทารกนอนอยู่ในเตียงเด็กอ่อน ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าน่ารักน่าชังมาก
นอกจากเนี่ยอวี้ฮว๋าที่มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครกล้าอุ้มเด็กเลยสักคน
เนี่ยอวี้ฮว๋าอุ้มเด็กขึ้นมา แล้วเย้าหยอกกับเธอ “น่ารักจริง ๆ พวกเธอดูปากเล็ก ๆ ตาน้อย ๆ นี่สิ โตขึ้นจะต้องเป็นสาวน้อยที่สวยมากแน่ ๆ”
“หนานหน่าน หนูน้อยชื่อว่าอะไรหรือจ๊ะ?”
กู้หนานตอบด้วยรอยยิ้ม “ชื่อเล่นคือถิงถิงค่ะ ชื่อจริงชื่อว่าลู่ซินถง ชื่อเล่นลู่ฮ่าวเป็นคนตั้งให้ ส่วนชื่อจริงคุณพ่อคุณแม่ตั้งให้น่ะค่ะ”
“พ่อแม่ของหนูหรือ? ให้คุณตาคุณยายตั้งชื่องั้นหรือ? งั้นต่อไปฉันเองก็อยากตั้งชื่อหลานชายของฉันเหมือนกัน เฟิงจื่อ ไม่คัดค้านใช่ไหม?” เนี่ยอวี้ฮว๋าได้ยินคำพูดของกู้หนาน ก็มองไปทางฉินเฟิง
ฉินเฟิงรีบพูดว่า “ผมไม่คัดค้านหรอกครับ”
กู้หนานหัวเราะพลางพูดแก้ไข “เป็นพ่อแม่ทางนี้ของหนู พ่อแม่สามีของหนูน่ะค่ะ”
เนี่ยอวี้ฮว๋าร้องอุทานขึ้นมา เมื่อมองไปทางเฉินหย่าจือที่ยิ้มชื่นบานอยู่ข้างหลัง เธอถึงได้รู้สึกตัว
กู้หนานเรียกเดวิดว่าพ่อ
งั้นลู่ฮ่าวก็เปลี่ยนคำเรียกใหม่แล้วสินะ
เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “เป็นพี่หย่าจือของฉันกับพี่เขยตั้งให้นี่เอง เพราะจริง ๆ”
“นี่เป็นอั่งเปาที่คุณปู่คุณย่าแล้วก็คุณตาของหนูมอบให้ลูกนะ”
กู้ฉางอันมอบซองสีแดงสามซองให้กับกู้หนาน
“ส่วนนี่เป็นของฉันกับป้าสะใภ้”
เนี่ยอวี้ฮว๋าพูด “เดิมทีฉันอยากซื้อกุญแจอายุยืนให้เด็ก แต่พ่อของหนูบอกว่าเขาซื้อมันให้แล้ว พวกเราเลยให้อั่งเปาแทน พอหนูออกเดือนแล้วจะได้เลือกซื้อของที่ตัวเองชอบได้นะจ๊ะ”
“แล้วก็มีของฉันกับย่าถิงด้วย” ฉินเฟิงหยิบซองสีแดงหนาปึกออกมาด้วยเหมือนกัน
และเฉินรั่วหลินเองก็หยิบออกมาอย่างเงียบ ๆ ซองหนึ่งด้วย
กู้หนานมองกองอั่งเปาที่ถูกยัดไว้ในมือ “พวกคุณทำอะไรกันคะเนี่ย? เดินทางมาเยี่ยมฉันกับลูกตั้งไกล ฉันก็ซาบซึ้งมากแล้ว จะให้อั่งเปาอีกทำไมกัน?”
“ก็ต้องให้อยู่แล้วสิ เจอหน้าเด็กทารกครั้งแรก จะไม่ให้อั่งเปาได้ยังไงกัน?”
“ถูกต้อง ยังมีเสื้อผ้าที่พี่ชุ่ยผิงซื้อให้ด้วยนะ”
ฉินเฟิงวิ่งไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วหยิบเสื้อผ้าที่หวังชุ่ยผิงซื้อออกมาจากกระเป๋าเดินทาง พร้อมกับรองเท้าคู่น้อยที่เธอถักให้เด็กด้วย
นอกจากนี้ ฉินเฟิงยังหยิบเสื้อผ้าใหม่ที่ฉินอวิ๋นกับจอร์จออกแบบมาให้พวกกู้หนานออกมาด้วย
มีทั้งที่ออกแบบให้ตัวเธอใส่เอง และทั้งตัวอย่างที่ออกแบบให้กับโรงงาน เพื่อเอามาให้เธอลองดูด้วย
ฉินเฟิงนำเสื้อผ้าตัวอย่างมาหลายตัว ฉินอวิ๋นบอกว่าหลังจากกู้หนานคัดเลือกแล้วก็จะนำไปเข้าสู่ขั้นตอนการผลิต
เฉินรั่วหลินยังนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใหม่จากบริษัทของกู้หลันที่ตนเป็นตัวแทน รวมถึงแชมพูและเจลจัดแต่งทรงผมที่เพิ่งวางจำหน่ายมาอีกด้วย
ทุกวันนี้คนหนุ่มสาวในครอบครัวทำงานได้ทุกแขนงอาชีพแล้ว กู้หนานมองไปที่กองเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถ้าออกเดือนเมื่อไหร่ ฉันจะแต่งตัวให้เต็มที่แน่นอนค่ะ หลังจากท้อง ฉันก็กระเซอะกระเซิงทั้งวัน แถมยังอ้วนขึ้นตั้งห้ากิโล ฉันต้องการของพวกนี้สุด ๆ ไปเลย”