เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 766 รสนิยมเปลี่ยนไปจากเดิม
บทที่ 766 รสนิยมเปลี่ยนไปจากเดิม
ลู่ฮ่าววางข้อมูลไว้บนโต๊ะแล้วพูดกับซุนเฉิงว่า
“เอาละ ลงไปข้างล่างกันเถอะ”
ทั้งสองไม่ได้ปลุกกู้ย่าฮุย แล้วออกจากห้องไปพร้อมกัน
เมื่อลงไปชั้นล่าง ลู่ฮ่าวก็เห็นแม่และภรรยายืนอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังมองมาทางบันได
พวกเธอน่าจะกำลังรอเขาอยู่…
ลู่ฮ่าวรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง ก็รู้สึกผิดเล็กน้อย “แม่ หนานหน่าน ตื่นแล้วหรือ?”
“เสี่ยวฮ่าว เมื่อคืนลูกไม่กลับไปนอนที่ห้องหรือ? แล้วไปนอนที่ไหน?” เฉินหย่าจือถามอย่างรู้ทันเมื่อเธอเห็นเขาเดินลงบันไดมา
ลู่ฮ่าวไม่สบายใจมาก พยายามจะอธิบายว่า “ผมกับย่าฮุยแลกเปลี่ยนความรู้กันจนดึกก็เลยผล็อยหลับไปน่ะครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเฉินหย่าจือก็บ่นอุบ “หนุ่ม ๆ นี่นะ ไม่รู้จักดูแลสุขภาพตัวเองเอาซะเลย รู้ไหม นอนดึกมันอันตรายต่อร่างกายมาก กลางวันก็ทำงานมาทั้งวันแล้ว กลางคืนยังจะคุยเรื่องงานกันอีกหรือ อย่างน้อยเห็นใจหนานหน่านหน่อยเถอะ เธอต้องนอนพะวงคนเดียวทั้งคืน”
“เข้าใจแล้วครับแม่”
ลู่ฮ่าวเดินไปหาภรรยา พอเผชิญหน้ากับสายตาที่เหมือนจะลุกเป็นไฟของเธอ ก็ถามด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ “เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม? ทำไมถึงตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะ?”
กู้หนานส่งยิ้มเย็นให้เขา “หลับสบายมาก คุณไม่อยู่ก็ไม่มีใครมานอนเบียดฉัน ฉันหลับเป็นตายเลยละ เอาไว้อีกหน่อยฉันจะลองคิดดูเรื่องแยกห้องนอนดีกว่า”
ลู่ฮ่าวสะดุ้ง
เขาอธิบายอย่างเร่งรีบ “ย่าฮุยกับฉันศึกษาเนื้อหาในรายงานกันจนถึงเช้ามืด ฉันไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่กลับมานอนกับเธอซะหน่อย”
ขณะที่เขากำลังอธิบาย กู้ย่าฮุยก็วิ่งลงมาจากชั้นบน
เมื่อเห็นทุกคนในห้องนั่งเล่น เขาก็ตะโกนเสียงดัง “เหล่าลู่ นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? ทำไมไม่ปลุกฉัน?”
ลู่ฮ่าว “!!!”
เพื่อนไม่รักดีคนนี้ ทำให้เขาอยากทุบตีอีกฝ่ายตลอดเวลาเลยจริง ๆ
“คุณป้า หนานหน่าน ตื่นกันแต่เช้าเลยนะ เมื่อคืนพวกเรานอนดึกมาก อ่านรายงานจนหลับไปตอนไหนยังไม่รู้เลยครับ”
เฉินหย่าจือเหลือบมองกู้หนาน ไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ ได้แต่ไล่พวกเขาด้วยรอยยิ้มว่า “ไปล้างหน้ากันก่อนเถอะ เสร็จแล้วจะได้ออกมากินข้าวเช้า”
หลังจากกลับเข้ามาในห้องแล้ว ลู่ฮ่าวก็กอดเธอและปลอบโยนว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไม่กลับลงมานอนที่นี่จริง ๆ ฉันจำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดและข้อมูลให้กับย่าฮุย เขายังต้องกลับไปรายงานให้ผู้อำนวยการเย่”
กู้หนานพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ใช่สิ ตั้งแต่ลูกพี่ลูกน้องฉันมา คุณก็สนใจแต่เขา”
“ที่รัก พูดอะไรอย่างนั้น? เขาเป็นผู้ชายนะ ฉันจะคิดทะลึ่งแบบนั้นกับเขาได้ยังไง?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ตั้งแต่ฉันแต่งงานกับคุณ บางทีรสนิยมของคุณอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมก็ได้”
ลู่ฮ่าวรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ รีบดึงเธอให้นั่งลง ก่อนจะอธิบายอย่างจริงจังว่าเขาและกู้ย่าฮุยบริสุทธิ์ใจต่อกันจริง ๆ
“ฉันถือโอกาสนี้เล่าให้ย่าฮุยฟังเกี่ยวกับความรู้ที่ฉันได้จากการไปประชุมสัมมนา เพื่อให้เขานำรายงานกลับไปศึกษาเพิ่มเติมร่วมกับผู้อำนวยการเย่ เธอก็รู้นี่ว่าเราทั้งคู่สำเร็จการศึกษาในปีเดียวกัน อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ฉันเคยปฏิเสธที่จะมาปักกิ่งก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการเย่ก็เลยตัดสินใจมอบทุนให้เขาแทน แต่เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธเหมือนกัน ตอนนั้นถ้าเขาคว้าโอกาสนี้ไว้ ที่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นของเขา ตอนนี้ฉันเลยจำเป็นต้องถ่ายทอดทุกอย่างที่ตัวเองได้เรียนรู้มา ทั้งฉันและเขาไม่สามารถนิ่งดูดายต่ออนาคตของวงการแพทย์ได้จริง ๆ”
หลังจากลู่ฮ่าวพูดจบ เขาก็มองไปที่กู้หนานอย่างประหม่า เพื่อรอดูปฏิกิริยาของเธอ
กู้หนานจ้องมองดวงตาที่ลึกล้ำและจริงใจของสามี ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ “พี่ฮ่าว ฉันเพิ่งรู้ตัวก็ตอนนี้ ฉันดูเหมือนจะรักคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ เลย ฉันควรทำยังไงดีนะ?”
ลู่ฮ่าวกังวัลยิ่งกว่าเดิมซะอีก “???”
กู้หนานซบพิงไหล่ของเขา แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ฉันรักในความเสียสละและความจริงใจของคุณจริง ๆ แล้วก็ภูมิใจมากด้วยที่ได้แต่งงานกับสามีแบบคุณ”
“กู้ย่าฮุยโชคดีที่มีเพื่อนแบบคุณอยู่ในชีวิต”
ลู่ฮ่าวยกแขนขึ้นกอดเธอ “ฉันเองก็รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นเพื่อนกับพี่ชายแบบเขา เมื่อก่อนตอนฉันลำบาก เขาเคยช่วยฉันไว้มากทีเดียว”
กู้หนานนั่งตัวตรง และมองเขาอย่างจริงจัง “เอาละ ฉันไม่หึงหวงแล้วก็ได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดินทางกลับกันในวันพรุ่งนี้แล้ว ถ้ามีเวลาว่างคุณควรแชร์ความรู้กับเขาให้มาก ๆ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกค่ะ ที่จริงฉันรักในอาชีพนี้มากเหมือนกัน มีคนไข้อีกมากมายต้องการหมอที่มีใจรักในวิชาชีพเหมือนพวกเรา เราจะทำให้โลกนี้ปราศจากโรคภัย”
ลู่ฮ่าวหัวเราะเบา ๆ “โลกนี้ต้องปราศจากโรคภัยแน่ และนั่นถือเป็นความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ ฉันหวังว่าสักวันหนึ่ง ด้วยความพยายามของแพทย์ทุกคน มันจะกลายเป็นความจริง”
ลู่ฮ่าวพูดกับเธอว่า “จริง ๆ แล้ว สาเหตุที่เขามาที่นี่ในครั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการเย่ให้มาตรวจสอบท่าทีของฉันน่ะ”
กู้หนานเข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร “ผู้อำนวยการเย่คงกลัวว่าคุณจะเลือกอยู่ปักกิ่งต่อและไม่กลับไปหรือ?”
ลู่ฮ่าวพยักหน้า “อาจจะเป็นอย่างนั้น เขาเลยส่งกู้ย่าฮุยมาที่นี่เพื่อโน้มน้าว แต่ก็อย่างที่คุณรู้ ผู้ชายคนนั้นไม่เคยทำตามคำสั่งของใครง่าย ๆ และเขาก็ทรยศเจตนารมณ์ของผู้อำนวยการเย่จากหน้ามือเป็นหลังมือ”
“พี่ฮ่าว ฉันเคารพการตัดสินใจของคุณอย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณจะเลือกยังไง ฉันก็จะอยู่กับคุณค่ะ”
ถ้าลู่ฮ่าวเลือกอยู่ในเมืองปักกิ่งต่อ เธอจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเปิดคลินิกสี่เล่อถางอีกสาขาที่นี่ เพื่อให้บริการรักษาผู้ป่วยตามความตั้งใจเดิม
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การกลับไปที่หลันเฉิงก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ลู่ฮ่าวแสดงความคิดเห็นอย่างจริงจัง “ถ้าฉันเรียนจบแล้ว ฉันตั้งใจว่าจะกลับไปทำงานที่หลันเฉิงตามเดิม หลันเฉิงคือบ้านของพวกเรา บรรดาผู้ป่วยยากจนที่นั่นยังต้องการบุคลากรอย่างพวกเราอีกมาก”
“โอเค ฉันสนับสนุนการตัดสินใจของคุณ”
สุดสัปดาห์นี้ ลู่ฮ่าวไม่จำเป็นต้องไปทำงาน หลังอาหารเช้า เขาจึงลากกู้ย่าฮุยไปศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง กู้ย่าฮุยก็ร้องโวยวายทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น “จะบ้าหรือไง? นาน ๆ ที่ ฉันจะได้มาปักกิ่งทั้งที นายกลับจะลากฉันไปเรียนอีกแล้วเนี่ยนะ วันนี้ฉันไม่เรียนอะไรทั้งนั้น จะออกไปช็อป ช็อป แล้วก็ช็อป”
“กู้ย่าฮุย จริงจังหน่อย อย่าลืมว่าตัวเองเป็นใคร” ลู่ฮ่าวทำเสียงเข้ม
กู้ย่าฮุยพูดไม่ออก ทำได้แค่กลอกตา “อย่ามาใช้ข้ออ้างนี้กับฉันนะ ฉันเป็นหมอแล้วมันยังไง? หมอออกไปช็อปปิงไม่ได้หรือ?”
ลู่ฮ่าวโจมตีเขาอย่างไม่เกรงใจ “เงินเดือนน้อยนิดที่นายได้รับ แทบไม่เพียงพอสำหรับเจียดไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ สักตัวด้วยซ้ำ ยังคิดจะออกไปช็อปปิงอีกหรือ? คิดว่าสินค้าที่นี่ราคาสบายกระเป๋าเหมือนในหลันเฉิงหรือไง?”
คำพูดของลู่ฮ่าวกระทบจุดสำคัญของกู้ย่าฮุยอย่างแม่นยำ เขาตอบกลับด้วยความโกรธ “ฉันจะพาน้องสาวฉันออกไปกินอาหารดี ๆ สักมื้อ”
พูดจบแล้วก็หันไปถามกู้หนาน “หนานหน่าน เธอเดินไหวไหม? ออกไปข้างนอกกับพวกเรากันเถอะ เดี๋ยวมื้อเที่ยงนี้ฉันจะพาเธอไปกินอะไรอร่อย ๆ เอง”
ซุนเฉิงมองจากด้านข้างขณะที่ลู่ฮ่าวกำลังเล่นงานกู้ย่าฮุยด้วยคำพูด และแล้วก็ตัดสินใจพูดแทนอีกฝ่าย “พี่ฮุย เชื่อพี่ฮ่าวหน่อยเถอะ”
“ทำไมต้องฟังเขาด้วย?”
กู้ย่าฮุยไม่ลดละความพยายามที่จะชวนกู้หนาน “อย่ากังวลเลย ฉันเรียนทุกอย่างที่จำเป็นหมดแล้ว บางจุดแค่ท่องจำอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะทำให้เกิดผล ฉันต้องกลับไปทำการทดลองเพื่อศึกษาและจดจำอย่างค่อยเป็นค่อยไปอยู่ดี”
กู้ย่าฮุยยืนกรานจะให้กู้หนานออกไปข้างนอกกับตัวเองให้ได้ พร้อมให้เหตุผลว่ายิ่งเดินมาก ๆ ยิ่งทำให้คลอดได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายแล้ว เธอจึงยอมติดตามกู้ย่าฮุยออกไปช็อปปิง
เมื่อเดวิดและเฉินหย่าจือได้ยินว่าพวกเขากำลังจะออกไปข้างนอก ก็ยื่นกุญแจรถให้เขายืมขับอย่างใจดี
ลู่ฮ่าวขับรถพาทุกคนไปเที่ยวตามจุดชมวิวต่าง ๆ ตอนเที่ยง กู้ย่าฮุยจึงรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพเลี้ยงแขกที่ร้านหม้อไฟ
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้ย่าฮุยและซุนเฉิงตื่นนอนแต่เช้าเพื่อเดินทางออกจากปักกิ่ง
เฉินหย่าจือซื้อชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไปฝากเฉินรั่วหลิน
ส่วนกู้หนานได้ยินว่าหวังชุ่ยผิงกำลังตั้งท้อง จึงขอให้กู้ย่าฮุยนำอาหารเสริมที่บ้านติดมือกลับไป และยังมอบเงินห้าร้อยหยวนแก่เธอด้วย
ทั้งเจียงจื้อกังและหวังชุ่ยผิงต่างก็เป็นแค่พนักงานธรรมดา ตอนนี้หวังชุ่ยผิงกำลังอุ้มท้องอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ลำพังสมาชิกครอบครัวสามคนก็มีค่าใช้จ่ายมากมายพออยู่แล้ว เธอจึงอยากช่วยเหลือพวกเขาให้ได้มากที่สุด
ลู่ฮ่าวบรรจุเอกสารจำนวนมาก รวมถึงแบบจำลองอวัยวะเทียมเซรามิกลงกล่อง เพื่อฝากกู้ย่าฮุยนำกลับไปให้ผู้อำนวยการเย่เพื่อทำการศึกษาวิจัย
ลู่ฮ่าวไปส่งพวกเขาที่สนามบิน ไม่ลืมกำชับกับกู้ย่าฮุยว่า “ถ้านายกลับไปถึงที่นั่นแล้ว ฝากบอกผู้อำนวยการด้วยว่าฉันมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องงานยังไง เขาจะได้ไม่ต้องกังวล”
“ได้ ฉันเคารพการตัดสินใจของนายนะ เพื่อนร่วมงานทุกคนกำลังรอให้นายกลับไปที่หลันเฉิงนะ”