เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 764 โลกของสหายสองพี่น้อง
บทที่ 764 โลกของสหายสองพี่น้อง
หลังมื้ออาหารเย็น กู้ย่าฮุยบอกว่าอยากไปดูทิวทัศน์ยามค่ำคืน
แต่ซุนเฉิงอยากอยู่กับเวิงอิ่ง ไม่ออกไปด้วย
และกู้หนานที่กำลังท้องจึงไม่สะดวกเช่นกัน
ลู่ฮ่าวจึงขับรถพากู้ย่าฮุยไปนั่งรถเล่น
เมื่อก่อนกู้ย่าฮุยเคยมาเที่ยวที่เมืองปักกิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้มาสองปีแล้ว เมืองเปลี่ยนแปลงไปมากจนตัวเขาเองจำไม่ได้
ในตอนนี้เมื่อมองดูลู่ฮ่าวขับรถของเดวิดแล่นไปบนถนนกว้าง อารมณ์ของกู้ย่าฮุยก็ดีขึ้นมาไม่น้อย…
นึกถึงภาพที่เขาขี่จักรยานพาลู่ฮ่าวนั่งรถเล่นที่หลันเฉิง ตอนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยในอดีตขึ้นมา
กาลเวลาผันเปลี่ยน น่าดีใจจริง ๆ ที่โชคชะตาสหายพี่น้องอันแสนตรากตรำของเขาในวันนั้นจะสามารถมีความสุขได้เช่นนี้
มีครอบครัว คนรัก และเพื่อนพ้องล้วนอยู่เคียงข้าง
ช่างดีจริง ๆ
กู้ย่าฮุยเปิดหน้าต่างรถ แล้วโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
ลู่ฮ่าวมองเขาราวกับว่าเป็นบ้า และขอให้เขาปิดหน้าต่าง
ลมหนาวพัดพาจนมือของเขาชาไปหมด
ทั้งสองนั่งรถวนรอบหนึ่ง ชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนสักพัก แล้วก็หาร้านกาแฟสักร้านนั่งดื่ม ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาที่เป็นของพวกเขาทั้งสอง
และก็ประจวบเหมาะจะพูดคุยเรื่องสำคัญ ในสถานที่อันเงียบสงบนี้
“เหล่าลู่ ที่ฉันมาครั้งนี้นอกจากมาเยี่ยมหนานหน่านแล้ว ฉันยังมีเรื่องสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง”
กู้ย่าฮุยเอ่ยกับเขา “หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาลของเราได้ยินว่านายจะไปร่วมงานสัมมนาที่ต่างประเทศ ทุกคนต่างก็ภูมิใจมาก ผู้อำนวยการเลยให้ฉันหยุดสองวัน เพื่อให้มาศึกษากับนาย เขาบอกให้นายถ่ายทอดเนื้อหาในการประชุมให้กับฉัน หลังจากที่ฉันกลับไปแล้วก็ค่อยถ่ายทอดให้พวกเพื่อนร่วมงานอีกที”
ลู่ฮ่าวมองใบหน้าหล่อเหล่าที่เอาจริงเอาจังของกู้ย่าฮุย แล้วพูดว่า “จะไปมีเนื้อหาการประชุมอะไรที่ไหนกัน? ก็แค่การสื่อสารแลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนร่วมอาชีพ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก”
“สรุปคือ นายแค่บอกเนื้อหาที่นายคุยกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้ฉันฟังก็พอแล้ว”
“ไม่มีปัญหา”
กู้ย่าฮุยดื่มกาแฟ ดวงตาดอกท้อของเขากวาดมองใบหน้าของลู่ฮ่าว “นายมาศึกษาเพิ่มเติมที่นี่ พัฒนาอย่างก้าวกระโดดขนาดนี้ โรงพยาบาลเมืองปักกิ่งมีท่าทียังไงบ้าง? ได้รั้งนายไว้หรือเปล่า?”
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาสืบเสาะของกู้ย่าฮุย แววตาของลู่ฮ่าวก็สั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด
เขาจิบกาแฟแล้วส่ายหน้า “เปล่า”
“เปล่าหรือ? แบบนี้มันไม่ค่อยปกติแล้วนะ นายเป็นหมอที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ บวกกับเส้นสายของลุงเขยแล้ว พวกเขายังไม่คิดจะรั้งนายไว้อีกงั้นหรือ?”
ผู้อำนวยการหวังเมืองปักกิ่งก็ได้โทรไปหาผู้อำนวยการเย่ของพวกเขาแล้ว แต่ยังไงลู่ฮ่าวก็ไม่ยอมรับ
ลู่ฮ่าวไม่ได้ไปพบเขา
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ? ฉันมาที่นี่เพื่อศึกษาเพิ่มเติม ไม่ใช่แพทย์ในโรงพยาบาลของพวกเขาเสียหน่อย หลังจบการศึกษาเพิ่มเติมแล้วฉันจะต้องกลับไปที่หน่วยเดิมสิ”
กู้ย่าฮุยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายในคำพูด สีหน้าเขาดูผิดหวังเล็กน้อย
มันค่อนข้างรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ
เขามองไปยังลู่ฮ่าว และพูดอย่างจริงใจ
“เหล่าลู่ ฉันคิดว่านายไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้น ถ้าหากโรงพยาบาลปักกิ่งต้องการเก็บนายไว้จริง ๆ นายก็อย่าไปคิดเรื่องอื่น คนเราต้องเดินขึ้นที่สูง ถึงนายจะอยู่ที่นี่ต่อก็ไม่มีใครคัดค้านหรอก เหนือสิ่งอื่นใดฉันจะสนับสนุนนาย ด้วยความสามารถของนาย นายต้องประสบความสำเร็จได้ที่โรงพยาบาลปักกิ่งแน่ ฉันเชื่อในตัวนาย”
เมื่อลู่ฮ่าวได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปทางกู้ย่าฮุย
กู้ย่าฮุยกล่าวต่อ
“นายไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องผู้อำนวยการด้วยเหมือนกัน เขาน่ะเห็นแก่ตัว ต้องหวังให้นายกลับไปที่หลันเฉิงแน่ ๆ ถึงยังไงแผนกของเราในตอนนี้ก็มีแต่เด็กฝึกงานที่เพิ่งจบการศึกษา นักเรียนของเขาเหลือแค่พวกเราสองคนแล้ว แต่ถ้าเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต ฉันคิดว่านายอย่าตัดโอกาสตัวเองเลย”
แม้ว่าการที่กู้ย่าฮุยมาที่นี่ในครั้งนี้ จะเป็นเพราะผู้อำนวยการเย่ส่งเขามา โดยต้องการให้เขาหยั่งเชิงลู่ฮ่าว พร้อมกับโน้มน้าวเขา ทำให้ไม่ตอบรับคำเชิญของโรงพยาบาลปักกิ่ง
แต่กู้ย่าฮุยเป็นใครกันล่ะ?
เขาจะยอมทำตามคำสั่งของผู้อำนวยการเย่ได้ยังไง?
หากตนยืนอยู่ในมุมของลู่ฮ่าว และใคร่ครวญถึงปัญหา แทนที่จะให้พี่น้องของตนยอมประนีประนอมเพื่อโรงพยาบาล
ในอดีตลู่ฮ่าวเคยถูกแทงเพื่อช่วยผู้อำนวยการ จนเกือบจะไม่สามารถทำการผ่าตัดได้อีกชั่วชีวิต แต่ตอนนี้เขามีเวทีที่ใหญ่กว่าแล้ว ผู้อำนวยการเย่ก็ไม่ควรจะผูกมัดให้เขากลับไป
ควรจะปล่อยให้เขาได้สยายปีก
“ขอบใจนายที่พูดเรื่องพวกนี้กับฉันนะ”
เมื่อมองสายตาที่จริงใจของเพื่อน ลู่ฮ่าวก็รู้สึกซาบซึ้งจากใจจริง
เขาตบไหล่อีกฝ่าย แล้วพูดกับกู้ย่าฮุย “ทางเมืองปักกิ่งหยิบยื่นโอกาสมาให้ฉันแล้ว แต่ฉันไม่ได้รับมันไว้”
กู้ย่าฮุยได้ยินดังนั้น ก็พลันโมโหขึ้นมา
เขาลุกพรวดขึ้นมา กำลังจะด่าลู่ฮ่าวว่าเจ้าโง่ แต่ลู่ฮ่าวกลับเห็นลูกค้าที่โต๊ะข้างหน้า จึงโบกมือให้อีกฝ่ายว่าอย่าใจร้อน
ทำให้กู้ย่าฮุยมีสีหน้าบูดบึ้ง แล้วนั่งกลับลงไปอีกครั้ง
“สมองนายเพี้ยนไปแล้วหรือ?” กู้ย่าฮุยลดเสียงลง แล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ลู่ฮ่าวมองไปยังกู้ย่าฮุยที่กำลังโกรธเกรี้ยว และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ใช่แล้ว โรงพยาบาลปักกิ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศ มันเป็นความฝันของแพทย์หลายคนที่จะอยู่ที่นี่”
“เครื่องมืออุปกรณ์หรือบุคลากรก็ก้าวหน้ากว่าที่หลันเฉิงมาก ตอนนี้การเปิดตัวขาเทียมรุ่นใหม่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นาน เทคโนโลยีด้านกระดูกและข้อต่อของโรงพยาบาลปักกิ่งก็เทียบเท่ามาตรฐานสากล ที่นี่ไม่ได้ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ แต่ว่า… โรงพยาบาลหลันเฉิงของพวกเราขาดแคลน”
ความโกรธของกู้ย่าฮุยลดลงเล็กน้อย
เขาพูดต่อไปว่า
“ถ้าวันข้างหน้าแพทย์รุ่นใหม่ที่ถูกส่งไปศึกษาเพิ่มเติมอยู่ต่อที่หน่วยงานดี ๆ และไม่กลับไปกันหมด มันจะเกิดอะไรขึ้นกับโรงพยาบาลของเรา? แล้วผู้ป่วยในหลันเฉิงและพื้นที่โดยรอบที่ยากจนล่ะจะทำยังไง? พวกเขาไม่มีเงินที่จะมารับการรักษาถึงปักกิ่งได้หรอกนะ”
เพราะคำพูดของลู่ฮ่าว ทำให้คำพูดทั้งหมดที่กู้ย่าฮุยคิดจะโน้มน้าวพลันติดอยู่ที่ลำคอ
เขาหยิบกาแฟขึ้นมาดื่มรวดเดียวด้วยความหงุดหงิด
ยกนิ้วโป้งให้ลู่ฮ่าวแล้วพูดอย่างห่อเหี่ยว “ท่านผู้สูงส่ง ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
เขายังจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?
ถึงจะพูดต่อไปอีก เขากับเพื่อนที่แสนดีที่สุดคนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
ลู่ฮ่าวยิ้ม “นายหมายความว่ายังไงกัน? จะดันฉันออกไปแล้วเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของผู้อำนวยการงั้นหรือ?”
“ปู่นายสิ” เท้าใต้โต๊ะของกู้ย่าฮุยเตะใส่เท้าของอีกฝ่ายทันทีอย่างควบคุมไม่ได้
ลู่ฮ่าวไม่โกรธที่ถูกเขาเหยียบรองเท้าหนัง เขาเอ่ยเสียงอ่อน “เอาละ ฉันรู้ว่านายกำลังทำเพื่อฉัน ที่นี่มีคนมีพรสวรรค์มากมาย ฉันไม่มีทางติดอันดับหรอก สู้กลับไปที่ของเราดีกว่า พวกเราสองคนติดตามผู้อำนวยการไปแล้วมาทำมันให้ดีด้วยกันเถอะ”
“ฉันไม่ได้เก่งเหมือนนายซะหน่อย ฉันหวังว่านายจะไตร่ตรองให้ดี ในฐานะพี่ชาย ฉันแค่หวังให้นายประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไป หากมีโอกาสก็คว้ามันไว้ อย่าทำให้ตัวเองรู้สึกเสียใจภายหลัง”
“ฉันเข้าใจ” เขามองไปที่กู้ย่าฮุย แล้วเอ่ยเตือนเขา “อีกเดี๋ยวฉันจะจัดการข้อมูลให้เรียบร้อย นายเอากลับไปต้องตั้งใจอ่านให้ดี พวกเราจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคการผ่าตัดขั้นสูง ที่บ้านมีแบบของขาเทียมรุ่นใหม่อยู่ กลับไปแล้วฉันจะเอาให้นายดู นายก็ศึกษาดูให้ดี ๆ ล่ะ”
“อะไรนะ? นายมีแบบจำลองที่อยู่ในรายงานอยู่ที่บ้านงั้นหรือ?” กู้ย่าฮุยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
“อือ”
กู้ย่าฮุยลุกขึ้นมาอีกครั้งและพูดว่า “แล้วยังจะดื่มกาแฟอะไรอยู่อีกเล่า ไป กลับบ้าน”
กู้ย่าฮุยบอกว่าคืนนี้เขาจะไม่นอนแล้ว และยืนกรานที่จะศึกษาแบบจำลองนี้
ลู่ฮ่าวหมดหนทางจะทำอะไรได้
ห้องพักแขกที่จัดไว้ให้กู้ย่าฮุยก็อยู่ที่ชั้นสามเช่นกัน เขาให้กู้ย่าฮุยรออยู่ในห้องพักแขกขณะที่ตนเองกลับไปเอาของในห้อง
ลู่ฮ่าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบ ๆ ด้วยกลัวที่จะไปปลุกกู้หนาน เขาจึงหยิบแบบจำลองออกจากลิ้นชักแล้วออกไปอย่างเงียบเชียบ
หลังจากมอบมันให้กู้ย่าฮุยแล้ว เขาก็อยากจะกลับไปนอนที่ห้อง ทว่ากู้ย่าฮุยกลับรั้งเขาไว้และไม่ยอมปล่อย
“นายยังจะนอนอะไรอีก? นายต้องอธิบายโครงสร้างของเจ้าสิ่งนี้ให้ฉันฟังสิ”
มันเป็นภาพที่หาได้ยากที่กู้ย่าฮุยจะกระตือรือร้นเรียนรู้ ในตอนนี้กู้หนานหลับไปแล้ว แถมมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ลู่ฮ่าวจึงเดินตามอีกฝ่ายขึ้นไปชั้นบนและเข้าไปศึกษาแบบจำลองเทียมด้วยกันในห้องพักแขก