เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 - บทที่ 752 มาหาลุง
บทที่ 752 มาหาลุง
เมื่อรับโทรศัพท์ กู้หนานก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจึงถามด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวอิ่ง ว่าไงนะ? คุณมาปักกิ่งหรือ?”
[ค่ะ พี่เฉิงกับฉันมาถึงปักกิ่งแล้ว บ้านของคุณอยู่ไหน? เราไปหาคุณที่บ้านได้ไหม?]
เวิงอิ่งถามอย่างลังเล
กู้หนานตอบว่า “มาได้สิ เดี๋ยวฉันจะบอกที่อยู่ให้นะ อย่าลืมหาอะไรมาจดล่ะ…”
จากนั้นเธอก็บอกที่อยู่บ้านให้เวิงอิ่ง และบอกให้พวกเขาเดินทางอย่างปลอดภัย ก่อนจะวางสาย
“แม่คะ เวิงอิ่งกับซุนเฉิงมาที่นี่ พวกเขาอยากแวะมาเยี่ยมพวกเราที่บ้านค่ะ”
เฉินหย่าจือนั่งอยู่ข้าง ๆ แน่นอนว่าเธอได้ยินทุกอย่างที่กู้หนานพูดทางโทรศัพท์
“พวกเขามาที่นี่ทำไมกัน?”
นึกแล้วเฉินหย่าจือก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อย
หลังเดวิดกลับมาจากกั่งเฉิง เข้าต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าเขาจะกลับมามีอารมณ์คงที่อีกครั้ง หยุดคิดถึงผู้คน รวมถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายพวกนั้นด้วย
หากเวิงอิ่งมาเจอหน้าเขา ก็หมายความว่าอดีตอันเลวร้ายจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
ถึงเวิงอิ่งจะไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย แต่เธอก็มีสถานะเป็นลูกของน้องสาวเดวิด
เฉินหย่าจือพยายามปลอบใจเดวิดให้เลิกคิดถึงตระกูลเสิ่นแทบตาย แต่การมาของเวิงอิ่งในครั้งนี้จะยิ่งทำให้เขาตัดใจไม่ขาด
เฉินหย่าจือพูดกับกู้หนานเสียงเคร่งเครียดว่า “หนานหน่าน เสี่ยวฮ่าวน่าจะเล่าให้ลูกฟังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเวิงอิ่งแล้ว แม่คิดว่าการที่เวิงอิ่งมาที่นี่ น่าจะเป็นเพราะอยากมาหาลุงของเธอ”
“แม่คะ ถ้าอย่างนั้นแม่ต้องบอกเรื่องนี้กับพ่อล่วงหน้า เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาเตรียมใจ ไม่งั้นถ้าจู่ ๆ เขากลับมาบ้านหลังจากเลิกงานแล้วเห็นเวิงอิ่ง…”
กู้หนานเองก็อดกลัวไม่ได้ ถ้าเดวิดเย็นชากับเวิงอิ่ง เธอคงวางตัวเป็นคนกลางลำบาก
เธอรู้จักเวิงอิ่งเป็นอย่างดี เวิงอิ่งเป็นคนตรงไปตรงมา จิตใจดี และซื่อสัตย์จริงใจ เขาไม่น่าเอาความขุ่นเคืองของคนรุ่นก่อนมาลงกับหญิงสาว
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลนะ พ่อเขาเป็นคนมีเหตุผล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเวิงอิ่ง เธอแค่โชคไม่ดีที่เกิดมาในครอบครัวแบบนี้ เป็นแค่เด็กที่มีชีวิตน่าสงสารคนหนึ่ง เขาคงไม่ชิงชังรังเกียจเวิงอิ่งแน่”
“พอแม่พูดแบบนี้ ฉันก็โล่งใจแล้วค่ะ”
เฉินหย่าจือรู้จักเดวิดดี เขาไม่ใช่คนที่แยกแยะถูกผิดไม่เป็น ตราบใดที่เวิงอิ่งไม่มีนิสัยแบบเดียวกันกับแม่ของเธอ เขาไม่มีทางพาลคับข้องใจไปที่คนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พวกเขาไปเยี่ยมตระกูลซุน เธอเคยออกปากว่าต้องการยอมรับเวิงอิ่งเป็นลูกบุญธรรมต่อหน้าพวกเขา
เฉินหย่าจือคิดว่าต่อให้เดวิดไม่ยอมรับเวิงอิ่งเป็นหลานสาว เธอก็จะยังทำตามสัญญาของตัวเองอยู่ดีคือยอมรับเวิงอิ่งเป็นลูกบุญธรรม
เธอรักเวิงอิ่งจากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆ
ประสบการณ์อันเลวร้ายของเวิงอิ่ง ทำให้เธอหวนนึกถึงตัวเองในวัยเยาว์
เฉินหย่าจือโทรหาเดวิด ในขณะที่กู้หนานขอให้ป้าหลิวรีบทำความสะอาดบ้าน จากนั้นก็เดินออกไปที่ประตูเพื่อรอพวกเขา
หลังจากรออยู่เกือบชั่วโมง แท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างถนน
กู้หนานก้าวไป รอให้ประตูรถเปิดออก แน่นอนว่าคนที่ก้าวลงจากรถเป็นคนแรกคือซุนเฉิง เมื่อเขาเห็นเธอก็ส่งยิ้มให้และโบกมือ แล้วอ้อมไปเปิดประตูให้เวิงอิ่ง ช่วยดึงเธอออกจากรถ
“เสี่ยวอิ่ง”
กู้หนานมองไปยังคนที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของถนนจากระยะไกล ตะโกนเรียกด้วยความยินดี
เวิงอิ่งเองก็ตื่นเต้นพอ ๆ กันเมื่อเห็นเธอ เธอไม่สนใจซุนเฉิงที่กำลังรอจ่ายเงินให้คนขับ เดินลิ่วข้ามถนนไปก่อน
ส่วนซุนเฉิงที่จ่ายเงินแล้ว ยกกระเป๋าเดินทางออกจากรถ เมื่อเห็นว่าเวิงอิ่งเดินนำไปก่อนก็รีบเดินตามไป
“ว้าว หนานหน่าน ท้องของคุณดูใหญ่ขึ้นกว่าตอนนั้นมากเลยนะเนี่ย?”
กู้หนานยิ้ม “อีกเดือนกว่า ๆ ก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว จะเล็กเท่าเดิมได้ยังไงล่ะ?”
เวิงอิ่งมองดูท้องของกู้หนานอย่างสงสัย ถามด้วยความไม่แน่ใจ “ตอนนี้มันคงหนักมากเลยใช่ไหม? ตอนกลางคืนคุณต้องนอนท่าไหนหรือ?”
สำหรับสาว ๆ ที่ไม่เคยคนท้องใหญ่ขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกลัว และมีข้อสงสัยต่าง ๆ นานา รวมถึงอยากรู้อยากเห็น อย่างเช่นตอนนอนสะดวกสบายไหม?
แล้วถ้าเผลอนอนทับท้องจะเป็นยังไง?
“ช่วงหลังมานี้นอนตอนกลางคืนก็เริ่มลำบากแล้ว”
กู้หนานเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวเวลานอนกลางคืน จึงต้องระมัดระวังอย่างมากในการพลิกตัวแต่ละครั้ง
และลู่ฮ่าวต้องคอยช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอในกิจวัตรต่าง ๆ เช่น สระผม และสวมรองเท้า
ถ้าช่วงที่ลู่ฮ่าวไม่อยู่ ป้าหลิวก็จะเป็นผู้ดูแลเธอ เพราะเธอไม่สามารถทำอะไรพวกนี้ด้วยตัวเองได้จริง ๆ
ซุนเฉิงยกกระเป๋าเดินทางเดินตามมาเห็นกู้หนานที่เปลี่ยนไป เขาก็ประทับใจมากเช่นกัน
พวกเขากำลังจะได้ต้อนรับชีวิตใหม่
กู้หนานทักทายอีกฝ่าย
“ซุนเฉิง ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
“เราไม่ได้เจอกันนานจริง ๆ ครับหมอกู้ คุณสบายดีใช่ไหม”
“อยู่แต่บ้านทั้งวัน ไม่สบายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะ”
“เร็วเข้า เข้าไปก่อน”
“หนานหน่าน คือว่า… คุณเดวิดอยู่บ้านหรือเปล่า?” เวิงอิ่งพยุงแขนของกู้หนาน เหลือบมองเข้าไปในคฤหาสน์แล้วถามอย่างระมัดระวัง
กู้หนานเห็นความกังวลของเธอ จึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ไม่อยู่ พ่อไปทำงานน่ะ แต่อีกเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
“อ้อ” เมื่อเวิงอิ่งได้ยินว่าตอนนี้เดวิดไม่อยู่บ้าน เธอก็แอบโล่งใจ แต่ก็ผิดหวังเล็กน้อยเช่นกัน
เฉินหย่าจือเปิดประตูออกมาต้อนรับพวกเขา
“สวัสดีครับป้าเฉิน”
เมื่อเข้าไปในคฤหาสน์ ซุนเฉิงและเวิงอิ่งมองดูห้องนั่งเล่นที่เปิดไฟสว่างไสวด้วยความตื่นตา
กู้หนานอธิบาย “บ้านหลังนี้ได้รับการรีโนเวทมาตั้งแต่เจ้าของคนก่อนแล้วน่ะ เราแค่เข้ามาอยู่”
ต่อให้พวกเขาตกแต่งภายในใหม่ ก็จะไม่คุยโวโอ้อวดเกินจริงอย่างแน่นอน
เฉินหย่าจือยิ้ม “เสี่ยวอิ่ง ซุนเฉิง เดินทางคงเหนื่อยมาก นั่งลงก่อนสิจ๊ะ”
ซุนเฉิงขอโทษ “คุณป้าเฉิน ผมทำให้คุณเดือดร้อนแล้ว”
“ไม่เลย ไม่เลย ฉันดีใจมากที่พวกเธออุตส่าห์แวะมาเยี่ยมนะ”
ป้าหลิวยกแก้วน้ำและจานผลไม้เข้ามา
ส่วนกู้หนานดึงเวิงอิ่งให้นั่งลง
“ทำไมถึงมาที่เมืองหลวงกะทันหันแบบนี้ล่ะ? ฉันได้ยินจากลู่ฮ่าวว่าพวกคุณวางแผนจะกลับหลันเฉิงนี่”
“ใช่ เราจะกลับไปหลันเฉิง แต่ระหว่างทางก็อยากแวะมาหาคุณก่อน จากนั้นค่อยเดินทางไปที่หลันเฉิงอีกที”
ซุนเฉิงบอกว่า “เสี่ยวอิ่งเธออยากมาเจอคุณ เรามีเวลาเหลือเฟือเลยมาที่นี่น่ะครับ”
หลังจากพูดคุยกันสองสามคำ เวิงอิ่งก็แสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอลังเลที่จะพูดอะไรออกมา
ซุนเฉิงจึงเป็นฝ่ายเปิดหัวข้อสนทนาแทน “ป้าเฉิน หนานหน่าน ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวอิ่งกับคุณเดวิดแล้ว”
เฉินหย่าจือตอบว่า “ใช่ เรารู้แล้ว”
“แล้ว… คุณเดวิดมีความคิดเห็นยังไงบ้างครับ?” ซุนเฉิงถาม
“ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องนี้หลังจากเขากลับมานะ”
เฉินหย่าจือมองไปที่เวิงอิ่งด้วยสายตาอ่อนโยน “เสี่ยวอิ่ง เธอเป็นเด็กดี จากนี้ไปจงใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้คนพวกนั้นมาลากเธอลงนรก”
เวิงอิ่งตอบกลับ “ป้าเฉิน ฉันยื่นคำขาดกับครอบครัวแล้วค่ะ ว่าในอนาคตฉันจะไม่ติดต่อพวกเขาอีก พี่เฉิงกับฉันจะย้ายมาอยู่หลันเฉิง พวกเขาคงไม่กล้าตามมาสร้างปัญหาอีกแล้ว”
“สาวน้อย คราวนี้จะได้หลุดพ้นความทุกข์ทรมานซะทีนะ”
หลังจากที่กู้หนานได้ยินเรื่องเวิงอิ่ง เธอก็รู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปที่เวิงอิ่งตอนนี้ เธออดรู้สึกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายซูบผอมเสียยิ่งกว่าตอนที่เธออยู่หลันเฉิง ยิ่งรู้สึกเห็นใจเวิงอิ่งมากขึ้น
ทว่าไม่นาน รถของเดวิดก็มาจอดที่หน้าประตู
เฉินหย่าจือได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอด จึงพูดกับกู้หนานว่า “พ่อน่าจะกลับมาแล้ว แม่ขอออกไปดูหน่อยนะ”
เมื่อเฉินหย่าจือออกไป เดวิดก็ก้าวลงมาจากรถพอดี
เฉินหย่าจือพูดกับเขา “เวิงอิ่งกับซุนเฉิงอยู่ที่นี่”
“อืม” เดวิดหยิบเสื้อคลุม แล้วเดินไปหาเธอ
เฉินหย่าจือยังอดไม่ได้ที่จะเตือนเขาว่า “เด็กคนนั้นอาจตั้งใจมาเจอคุณเป็นพิเศษ ไม่ว่ายังไงคุณก็ช่วยเมตตาเธอหน่อยก็แล้วกันนะคะ”
เดวิดยิ้มและพูดว่า “อย่ากังวลเลย ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผล”